เมื่อการเปิดประทุนมันธรรมดาเกินไป ในปี 2005 Lamborghini เลยเปิดตัวรถต้นแบบสุดโหดชื่อว่า Concept S หน้าตาเหมือน Gallardo เปิดประทุน แต่ไม่ใช่แบบที่เราเคยเห็น เพราะมัน “แยก cockpit” ฝั่งคนขับกับฝั่งคนนั่งเหมือนรถแข่ง single-seater เริ่มจากรถ prototype โชว์ใน Geneva ตอนนั้นยังเป็นเพียงรถโชว์คาร์ที่ขับไม่ได้ (Static model) เอาไว้อวดดีไซน์เฉย ๆ แต่กระแสตอบรับมันแรงมาก จน Lamborghini ตัดสินใจทำเวอร์ชัน ที่ขับได้จริง (Functional version) ขึ้นมาอีกคันในปี 2006 ใช้พื้นฐานจาก Gallardo เครื่อง V10 5.0L 520 แรงม้า ขับเคลื่อน 4 ล้อ คันนี้ถูกทำขึ้นแค่คันเดียวในโลก จากแผนตอนแรกที่จะผลิต 100 คัน สำหรับลูกค้า VIP แต่สุดท้ายแผนก็ถูกพับไป เพราะต้นทุนผลิตมันสูงเกินไป และดีไซน์ซับซ้อนจนดูยังไงก็ไม่น่าจะกำไรได้ โชคดีที่มีลูกค้าคนนึง วางจองไปแล้วก่อนโปรเจกต์จะยกเลิก
Lamborghini ไม่เคยเป็นแบรนด์ที่เดินตามคนอื่น มันคือยักษ์จาก Sant’Agata ที่เกิดมาเพื่อโลดแล่นทั้งในสนาม ทั้งบนถนน แต่ครั้งหนึ่งในปี 2014 พวกเขาเลือกทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน สร้างรถ GT พลัง Hybrid ที่หรูหรา เงียบ และขับแบบ EV ล้วนได้ และมันมีชื่อที่งดงามไม่แพ้ดีไซน์ ในยุคที่ทั้ง Ferrari และ Porsche กำลังทดลองระบบ hybrid กับ LaFerrari และ 918 Spyder ทาง Lamborghini ไม่วิ่งตามแบบ performance-focused hybrid แต่กลับสร้างบางอย่างที่ใกล้เคียง Electric Grand Tourer มากกว่า Supercar สายโหด มันเป็นรถที่ออกแบบให้ขับในเมืองได้ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า แต่ในอีกคลิกเดียวก็เรียกพลัง V10 ได้เต็มร้อยแบบ NA ไม่มีเทอร์โบ ไม่มีไฮบริดโมเดิร์นที่ลดทอนความรู้สึกของการขับ เครื่องยนต์คือหัวใจหลัก: V10 ขนาด 5.2 ลิตรจาก Huracán
ถ้ามีใครพูดถึง “Lamborghini 4 ประตู” เมื่อสิบกว่าปีก่อน แฟนพันธุ์แท้คงขำพรืดออกมาพร้อมบอกว่า “ไม่จริงหรอก มันต้องทรงลิ่ม เครื่องกลางประตูเฉียงประตูปีกนกเท่านั้น” แต่ในปี 2008 ณ งาน Paris Motor Show กลับมีสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น สิ่งที่เปลี่ยนแนวคิดของ Lamborghini ไปตลอดกาล มันมีชื่อว่า Estoque (เอส-โต-เก้) ชื่อที่ฟังดูคมกริบแบบภาษาสเปนก็สมควรอยู่ เพราะมันแปลว่า “ดาบปลายเรียวสำหรับจบชีวิตวัวกระทิงในการสู้วัว” และแน่นอน มันยังคงธีม Bullfighting tradition แบบเดียวกับ Countach, Murcielago, Aventador ที่แฟน ๆ คุ้นเคย เพียงแต่คราวนี้ Lambo ไม่ได้แค่จะฆ่า bull ตัวอื่น แต่มันจะเปลี่ยนวิธีที่โลกมองแบรนด์กระทิงดุไปโดยสิ้นเชิง Estoque คือ Lamborghini 4 ประตูแบบ front-mid engine ที่มาพร้อมความ Practical อย่างเหลือเชื่อ มีพื้นที่เก็บของจุใจ
New Cartier Santos de Cartier Titanium – pilot watch เรือนแรกของโลกที่ Louis Cartier ออกแบบให้นักบินเพื่อนสนิท Alberto Santos-Dumont ในปี 1904 ที่คงดีไซน์แนวคิดดั้งเดิมเป็นเวลากว่า 120 ปี วันนี้มันถูกพัฒนาขึ้นอีกขั้นกับวัสดุ Titanium เปิดตัวพร้อมกัน 2 เวอร์ชัน เวอร์ชันแรกคือ Santos de Cartier Titanium หน้าตาอาจดูคุ้นเคยแต่ทุกสัมผัสเปลี่ยนไปหมด Cartier ใช้วัสดุไทเทเนียมที่ขัดทรายแบบ bead-blasted จนได้พื้นผิวด้านที่ดู matte เต็มขั้น สีของตัวเรือนออกไปทาง anthracite grey เข้มๆ เม็ดมะยมประดับ black spinel แทนการเล่นสีจัดๆ ทั้งหมดนี้ทำให้นาฬิกาดูนิ่งแต่ดึงดูดสายตาด้วย texture ล้วน ๆ ไทเทเนียมทำให้เรือนนี้เบากว่า steel ถึง 43% แต่แข็งแรงกว่าในเชิงเทคนิค และนั่นทำให้
Aston Martin DB12 S มาในมาดใหม่ที่เข้มข้นขึ้นทุกมิติทั้งฟีลลิ่งและพละกำลัง สมกับเป็นเวอร์ชัน S ที่ไม่ได้มีแค่การยัดแรงม้าเพิ่ม แต่ปรับจูนใหม่ทั้งคันเพื่อทำให้ทุกวินาทีหลังพวงมาลัยรู้สึกเชื่อมโยงกับรถมากขึ้น เครื่องยนต์ V8 4.0L Twin-Turbo จาก AMG ถูกรีดพลังขึ้นอีก 20 แรงม้า เป็น 690 hp พร้อมแรงบิด 800 Nm และอัตราเร่ง 0-100 km/h ใน 3.4 วินาที แค่ตัวเลขก็แรงพอสมควร แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการจูนระบบ Launch Control และเกียร์ใหม่ให้เปลี่ยนได้เร็วขึ้นกว่าเดิม 50% แถมมี Throttle Map พิเศษของรุ่น S ที่ทำให้การกดคันเร่งตอบสนองได้แม่นยำและเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น ช่วงล่างและแชสซีคืออีกจุดที่เปลี่ยนแปลงแบบไม่ประนีประนอม ทั้ง Anti-Roll Bar ด้านหลังแข็งขึ้น มุมล้อ Camber / Toe / Caster จูนใหม่ และ
“D Jai Mak Krub T P’Rung Sen San Ya Kub WAV Kao Smallroom” พิมพ์คาราโอเกะตามเขาทำไม จะบอกว่าเป็นแฟนคลับ WAV ตั้งแต่ตอนเขาทำ ‘โคตร โคตร’ (Wav. rework) ให้ Morvasu สะใจกับความ Soul ความ Jazz ในเพลงที่มีท่อนแรปยียวน แต่ ! อันนั้นคือพาร์ทดนตรี สิ่งที่ทำให้ชอบวงนี้มาก ๆ คือการเป็นคนสร้างดนตรี Dirty Content อย่างโคตรฉลาดและเปิดเผยจัด ๆ พ่อคุณเล่นล่อแหลมทุกเพลง ล่อแหลมตั้งแต่คอสตูมทีม Breaking Bad ไหนจะเพลงใหม่ ‘ตัวเล็ก (TUA LEK)’ อีก ไม่ใช่แค่ชอบวง WAV แต่เรายังเป็นแฟนคลับผลงานโปรกเจกต์ส่วนตัวของแต่ละคนในวงด้วย ทั้ง ‘ตุล’ แรปเปอร์และคนเขียนเพลงของวง A.K.A. KENDRICK
UNLOCKER CLUB ‘TIME WELL SPENT’ รายการใหม่ล่าสุดจาก UNLOCKMEN เราชวน ‘ตุ้ย-ดร.อัฐวุฒิ ปภังกร’ (Independent Watch Collector) นักสะสมนาฬิกาตัวท็อปของประเทศไทย ร่วม Spend Time ไปกับเหล่าแขกรับเชิญหลากบทบาทในวงการ และหลายหน้าที่ในชีวิตจริง รู้จักชีวิตของพวกเขาผ่านนาฬิกาที่เขาเลือกใส่ในแต่ละช่วงเวลา มันอาจจะเป็นนาฬิกาเรือนแรกที่คุณพ่อให้ในวันที่เรียนจบ หรือเรือนที่ซื้อให้ตัวเองเพราะสัญญาเอาไว้ในวันที่ทำตามความฝันสำเร็จแล้ว ทุกเรือนล้วนมี Story ของชีวิตที่เดินอยู่บนหลักวินาที นาที และชั่วโมงที่เปลี่ยนผ่านอยู่ในนั้น ประเดิมตอนที่ 1 เราพาชาว UNLOCKER ไปคุยกับ ‘แจ็ค The Ghost’ (วัชรพล ฝึกใจดี) ในวันที่ทำอาชีพนักจัดรายการวิทยุหลอนมากว่า 30 ปี ก่อตั้ง The Ghost Studio อายุได้ 10 ปีพอดี แต่เพิ่งจะเป็นคุณพ่อมือใหม่ในวัย 48 ได้เพียงปีกว่า ๆ เท่านั้น และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดกว่าเรื่องเล่าผีในตอนนี้ ก็คือการที่ไม่รู้ว่าวันไหนตัวเองจะต้องจากไปและไม่ได้อยู่กับลูกอีกแล้ว ในช่วงเวลาส่วนหนึ่งของชีวิตพี่แจ็ค
Mitsubishi Triton ได้เปิดตัว Black Edition โดยใช้ ‘สีดำ’ (Black Color) ที่เปลี่ยนนิยามใหม่ให้กับความเท่ของรถกระบะสุดแกร่ง และในปี 2025 เพื่อตอกย้ำในความแข็งแกร่งของรถกระบะ Mitsubishi แบรนด์ญี่ปุ่นที่ทุกคนรัก Mitsubishi Triton Double Cab Plus ก็กลับมาตอกย้ำความแข็งแกร่งที่ #เข้มเต็มขั้น ยิ่งกว่า โดยการเพิ่มชิ้นส่วนภายนอกสีดำ พร้อมกับเพิ่มฟังก์ชันความปลอดภัย และความสะดวกสบาย ให้ทุกการเดินทางมั่นใจ และปลอดภัยยิ่งกว่าเดิม และนี่คือรถกระบะที่ตอบโจทย์กับทุกการใช้งานที่สุดในเวลานี้! ใครจะรู้ว่า ‘สีดำ’ จะเปลี่ยนนิยามใหม่ให้กับความเท่!! ล่าสุดเพื่อตอกย้ำความแกร่งของรถกระบะ Mitsubishi แบรนด์ญี่ปุ่นที่ทุกคนรัก ได้เปิดตัว Mitsubishi Triton Double Cab Plus ในแบบที่ #เข้มเต็มขั้น ยิ่งกว่าเดิม โดยการเพิ่มชิ้นส่วนภายนอกสีดำ ดุดันกว่าเดิมในทุกมุมมอง พร้อมกับเพิ่มฟังก์ชันมาให้แบบครบเกินคลาส ให้ทุกการเดินทางมั่นใจและปลอดภัยยิ่งกว่าเดิม และนี่คือรถกระบะที่ตอบโจทย์กับทุกการใช้งานที่สุดในเวลานี้! คนรัก Off-Road ทุกคน ยังคงมีภาพติดตาให้กับ ‘Beast Mode
SRI PANWA PHUKET หรือที่เราเรียกติดปากกันว่า ‘ศรีพันวา’ โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว หนึ่งใน Dream Destination ในฝันของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ก่อตั้งในปี 2005 จากฝีมือของ ‘ปลาวาฬ-วรสิทธิ อิสสระ’ ที่ตอนนั้นอายุเพียง 24 ปี คำว่าโรงแรมในฝัน ถ้าพูดเองอาจจะดูเกินจริงไปหน่อย แต่รางวัลระดับโลกที่ศรีพันวาเคยได้รับมาตลอดทำให้คำข้างต้นของเรามีน้ำหนักขึ้นมาก ครั้งหนึ่งเคยถูกโหวตให้เป็น 1 ใน 100 ของโรงแรมสุดหรูโลก จาก Best Hotel Magazine เคยได้รับ ‘Gold Circle Awards’ จาก Agoda ซ้อนกันอยู่หลายปี แล้วในปี 2011 ถูกเรียกว่าเป็นโรงแรมที่วิวสวยที่สุดในโลก จาก The Best Beach Property Awards ในปีเดียวกัน ถูกเลือกให้เป็นหนึ่งในสามของ Beach Bar ที่ดีที่สุดของโลก จาก World


