คอลัมน์ใหม่ต้อนรับปี 2026 จาก UNLOCKMEN พร้อมเติมไฟให้ทุกคน ด้วยเรื่องราวเบื้องหลังของเหล่า Potential Guy ที่ถูกเรียกว่าอัจฉริยะจากทุกวงการทั่วโลก กว่าจะโตมาเก่งติดปีกแบบนี้ พวกพี่มี Process อะไรที่ต้องเชื่อและทำงานหนักซ้ำทุกวันกันบ้าง เราพาไปค้นวันทำงานหนักของพวกเขากัน “I just gotta get it Watch me go, go, go, go, go, go” ตอนที่ 1 ขอพาชาว UNLOCKER ไปรู้จักกับ Martin Edwards Park ลีดเดอร์วัย 17 ปี จาก Cortis บอยกรุ๊ปเจน 5 น้องใหม่ในรอบ 6 ปีของค่าย BIGHIT MUSIC ตัวไฮป์เขย่าวงการด้วยภาพความธรรมชาติเยาวรุ่น Genz เดบิวต์ยังไม่ถึง 4 เดือน ก็คว้า Best New
นี่คือการรวมพลังครั้งประวัติศาสตร์ของสองแบรนด์นาฬิกาอิสระระดับตำนานแห่งสวิส Ulysse Nardin และ URWERK แม้จะมีสไตล์ต่างกันสุดขั้ว แต่ทั้งคู่ต่างยึดมั่นในจุดร่วมเดียวกัน นั่นคือความ “อิสระ” โดย URWERK เลือกที่จะกล้าฉีกกฏในทุกการสร้างสรรค์ ขณะที่ Ulysse Nardin เน้นทุ่มเทให้กับการพัฒนาเทคนิคและกลไกที่น่าทึ่ง และผลลัพธ์ของการร่วมมือครั้งนี้คือผลงานรุ่นพิเศษอย่าง UR-FREAK ที่ผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 100 เรือน แน่นอนว่านี่ไม่ใช่แค่การแปะโลโก้คู่กัน แต่เป็นการผนึกกำลังทางเทคนิคที่แท้จริง กับการนำ DNA ที่ชัดเจนของทั้งสองแบรนด์มาต่อยอดให้สุดยิ่งกว่า โดยการนำระบบ Wandering Hour Satellite เอกลักษณ์ของ URWERK มาผสานเข้ากับ Freak ไอคอนคลาสสิกของ Ulysse Nardin สู่จุดเริ่มต้นในการพัฒนากลไกอินเฮาส์รุ่นใหม่ระดับปฏิวัติวงการอย่าง Caliber UN-241 ที่หลอมรวมระบบคารูเซลแบบหมุน 3 ชั่วโมงเข้ากับระบบแสดงเวลาชั่วโมงแบบ Satellite ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เรียกได้ว่าเป็นการสร้างสรรค์กลไกที่สมดุลและนำเสนอการแสดงเวลาที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร จนได้รับการยกย่องจากเหล่าคนรักนาฬิกาทั่วโลกว่านี่คือหนึ่งในผลงานร่วมสมัยที่ทรงอิทธิพลที่สุดในอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิส นอกจากนวัตกรรมเชิงกลไกแล้ว UR-FREAK ยังจัดเต็มที่สุดแห่งเทคโนโลยีของ Ulysse Nardin ที่เป็นผู้ริเริ่มนำมาใช้ในโลกนาฬิกาตั้งแต่ปี 2001 กับเทคโนโลยีซิลิคอน
หลังจากผ่านเวลามา 20 ปี นับตั้งแต่การถือกำเนิดของ Planet Ocean รุ่นแรก จนมาถึงในปีนี้ OMEGA พร้อมแล้วที่จะพาทุกคนดำดิ่งสู่ตำนานบทใหม่ของ Planet Ocean เจเนอเรชั่นที่ 4 กับการยกเครื่องครั้งใหญ่ ทั้งงานดีไซน์ และการอัปเกรดเทคนิคให้เหนือชั้นกว่าเดิม แต่ยังคงไว้ซึ่ง DNA แห่งการสำรวจมหาสมุทรอันเป็นเอกลักษณ์จาก Seamaster พร้อมถ่ายทอดผ่าน 3 สีหลัก 7 รุ่น ทั้งสี ส้ม ดำ น้ำเงิน ที่สามารถเลือกแมทช์สไตล์ได้ทั้งสายสเตนเลสสตีลและสายยาง และต้องบอกว่าความยิ่งใหญ่ของการปรับโฉมครั้งนี้ คือจุดเริ่มต้นแห่งการเฉลิมฉลองอย่างอลังการ ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ Yifang ที่นครฉงชิ่ง ประเทศจีน สถานที่ซึ่งผสมผสานสถาปัตยกรรมสมัยใหม่เข้ากับเสน่ห์ของสายน้ำ สะท้อนถึงคอนเซ็ปต์ของ Planet Ocean ออกมาได้อย่างชัดเจน งานเปิดฉากขึ้นพร้อมกับแสงอาทิตย์ที่ทอแสงสีทองกระทบกับผิวน้ำ สะท้อนสู่งานเฉลิมฉลองที่อาบไล้ไปด้วยประกายสีส้มอันเป็นเอกลักษณ์ของ OMEGA และตอกย้ำถึงธีมสีของคอลเลคชั่นใหม่ ซึ่งไม่ใช่แค่การสะท้อนความงามของ Planet Ocean รุ่นหน้าปัดสีส้มที่มาพร้อมหลักเลขอารบิกสีส้มด้านและขอบตัวเรือนเซรามิก สุดไอคอนิกเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นการคารวะต่อมรดกด้านการสำรวจมหาสมุทรที่สั่งสมมาอย่างยาวนานของ OMEGA ด้วยเช่นกัน
เคยคิดกันเล่น ๆ มั้ย ถ้าให้นึกถึงวงดนตรีในไทย ที่ทั้ง GenZ ตัวแทนของวัยรุ่นในตอนนี้ และ GenY ผู้ใหญ่ที่เพิ่งผ่านช่วงวัยรุ่นไม่นาน สามารถรวมตัวอยู่ในคอนเสิร์ตเดียวกันได้ จะมีรายชื่อของวงอะไรบ้าง … THE TOYS / BOWKYLION / Mirrr / Whal & Dolph / Landokmai เราเชื่อว่าวงเหล่านี้คือตัวแทนตรงกลางนั้น และสิ่งนี้เองที่ทำให้ค่ายเพลงชื่อ What The Duck ไม่เคยเป็นเป็ดหลงฝูงในวันที่ซีน T-Pop แทบจะเป็นทุกอย่างของวงการเพลงไทยในปี 2025 ในช่วงเวลาปีที่ 11 ของค่าย What The Duck พร้อมกับเพื่อฉลองให้กับธีมดนตรี ‘UNDER THE RADAR MUSIC’ ของ UNLOCKMEN เราชวนคุยกับ ‘พี่มอย’ สามขวัญ ตันสมพงษ์ (Managing Director & Co-Founder)
Multifort TV Big Date Special Edition S01E02 การกลับมาอีกครั้งของซีรีส์เรือนเวลาที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งความครีเอทีฟเหนือจินตนาการ ผลงานล่าสุดจากแบรนด์นาฬิกา Swiss made ชื่อดังอย่าง MIDO สำหรับ Multifort TV Big Date Special Edition S01E02 เรือนนี้ พร้อมสะกดทุกสายตาด้วยหน้าปัดสีสันสดใส ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคลื่นสัญญาณรบกวนหลากสี ชวนให้หวนคิดถึงยุคทองของโทรทัศน์ ถูกถ่ายทอดอย่างพิถีพิถันลงบนตัวเรือนทรงทีวีขนาด 40 มม.สุดคลาสสิก โดดเด่นสะดุดตากับมิติความลึกของชิ้นงาน ด้วยลวดลายที่ใช้เทคนิคขึ้นรูปนูน มีช่องแสดงวันที่ขนาดใหญ่ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ใช้ตัวเลขสีขาวบนพื้นดำพร้อมเสริมขอบแสดงนาทีด้านในหน้าปัด ช่วยให้อ่านค่าเวลาได้อย่างชัดเจน และถือเป็นครั้งแรกของตระกูล Multifort TV ที่ใช้วัสดุตัวเรือนสเตนเลสสตีลเคลือบพีวีดีสีเทาขัดซาตินสุดเรียบหรู มาพร้อมสายนาฬิกา 3 สไตล์ที่ไปกันได้กับทุกลุค ไม่ว่าจะเป็นสายสายสเตนเลสสตีลขัดเงาบริเวณข้อตรงกลางให้ลุคเรียบหรูดูสุขุม เติมเต็มความสดใสด้วยสายนาฬิกายาง 2 เฉดสีที่มีดีไซน์ปั๊มลวดลายนูน ทั้งสีน้ำเงินสดเติมความเท่แบบโมเดิร์น และสีเหลืองสดที่ช่วยเพิ่มความสนุกสนานให้กับวันสบาย ๆ ฝาหลังของ Multifort TV Big Date Special
ถ้าอัลบั้มที่ 1 ‘BANGKOK LEGACY’ (2020) คือวัยรุ่นเลือดขบถที่ต้องการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง อัลบั้มที่ 2 ‘ธาตุทองซาวด์’ (2023) คือการ Shout Out ถึงจุดกำเนิดที่จากมา และการป่าวประกาศ ถึงการมีอยู่ของ ‘ครอบครัว’ ตัวเอง อัลบั้มที่ 3 ‘ไฟกลางคืน’ (2025) ก็คือการร่วมฉลองความสำเร็จของ Youngohm การเล่าเส้นทางของ Rap Star ผ่านการสำรวจ ไม่สิไม่ใช่ .. จะพูดว่าเป็นเรื่องของราชาบนบัลลังก์ก็อาจจะไม่ถูกซะทีเดียว เพราะอัลบั้มนี้เป็นส่วนตัวกว่านั้นมาก-เป็นการ ‘เปลือย’ มุมต่าง ๆ ของเด็กหนุ่มวัย 27 กับชีวิต ท่ามกลางไฟนีออน ควันบุหรี่ สตรี และในความเมามายตามมุมเมืองกรุงเทพมหานคร สำหรับเราก้าวเดินสเตปนี้ YO เทิร์นเข้าสู่ Pop Music ได้ในจังหวะที่ถูกต้องแล้ว และเพื่อเป็นการพูดถึงอัลบั้มที่ทุกเพลง Visual To Feel ที่โคตรชัดแบบแทบจะไม่ต้องจินตนาการอะไรต่อทั้ง 13 เพลง
ถึงเวลาที่ชื่อ Land Cruiser จะกลับมาขยับหัวใจคนรักรถอีกครั้ง แต่คราวนี้ในร่างที่เล็กลง สนุกขึ้น และโคตรน่าหลงใหลแบบ “Baby Land Cruiser” ที่ใครเห็นก็ต้องหลุดปากว่า damn that’s cool. หลังจากปล่อยให้ข่าวลือวนอยู่บนโลกอินเทอร์เน็ตอยู่นานหลายปี ในที่สุด Toyota ก็เปิดตัว Land Cruiser FJ รุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ เตรียมวางขายกลางปี 2026 สำหรับบางตลาดทั่วโลก รถคันนี้ถูกออกแบบมาเพื่อชุบชีวิตจิตวิญญาณของ Land Cruiser รถที่เป็นสัญลักษณ์ของความอึด ถึก ทน และพร้อมพาเราไปถึงทุกที่บนโลก ให้กลับมาโลดแล่นในโลกยุคใหม่ที่ต้องการความกะทัดรัดแต่ยังต้อง “จริง” อยู่เสมอ Toyota เลือกวาง FJ ตัวนี้ไว้บน IMV platform ตัวเดียวกับที่ใช้ใน Hilux และ Fortuner ซึ่งหมายความว่ามันไม่ได้แค่หน้าตาเท่ แต่ยังโหดในเชิงโครงสร้างจริงจัง เครื่องยนต์รหัส 2TR-FE ขนาด 2.7 ลิตร 4 สูบ ให้พลัง
EP ‘เผ็ดซ์’ ขนาดที่เอาไปเลย 4 แจ๊บครึ่ง ! โคตรจะเป็นอีพีที่เราเรียกว่า ‘เข้าใจง่าย ย่อยง่าย มันส์ง่าย’ ทุกอย่างถูกพรีเซนต์แบบโคตรจะซิมเปิ้ลแต่จิตวิญญาณเขาปรุงถูกสูตรมาก ๆ ทั้งการอะเรนจ์ รวมถึงเนื้อเพลงที่เล่าด้วย ผมอยากให้คุณมาลองเองว่ะ (ไทน์อินเฉย) เป็นแฟนคลับ BANGKOKCIAGA ยุค EVE SIRI ตอนเรียนคลั่ง Slipnumb จัด ๆ เคยไปทำงานที่ PARADISEFEST ตอนวงเล่นที่ดาดฟ้าฟอร์จูน ทุกวันนี้มีพี่อีฟกับพี่อ้นกินข้าวด้วยทุกเย็นเพื่อให้กินข้าวอร่อยขึ้น จนอยากจะไปตามอาหารจีน OG เก็บคัมภัร์จากหมอโดมให้ครบ ที่เขียนมานี้ก็เพื่ออยากจะสรุปว่าอัลบั้มนี้คือการแปลงไฟล์ภาพจากวิถีชีวิตบางกอกเซียก้า-ให้กลายเป็นเรื่องราวผ่านเสียง ชาวบางกอกเซียก้าตัวจริงไม่ต้องพูดเยอะครับ เพราะได้พริกถั่วผมจบเลย (ไทน์อินอีกแล้ว) SONG : พริกถั่วผมจบ (Chili Beans I’m Done) MOVIE : The Bear (2022) Cre. Christopher Storer พาร์ทดนตรีคิดถึง Royal Blood +
เมื่อเวลาของปี 2025 หมดลง วงดนตรีชื่อ Cocktail ก็จะกลายเป็นความทรงจำถาวรของแฟนเพลง ช่วงเวลาที่ผ่านมาทั้งหมด 23 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งวง UNLOCKMEN ชวนมาคุยกับ ‘โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ’ ในวันที่ New Chapter ของชีวิตกำลังมาถึง เวลาและนาฬิกาคือสิ่งที่โอมหลงใหลมาทั้งชีวิต นาฬิกาแต่ละเรือนสะท้อนตัวตน การใช้ชีวิต และความทรงจำที่ต่างกันของเขา บทสัมภาษณ์นี้อาจจะทำให้ช่วงเวลาปัจจุบันของคุณมีความหมายขึ้นไม่มากก็น้อย ** เนื่องจากโอมและตุ้ยเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมานาน บทสัมภาษณ์นี้อาจจะมีการใช้คำไม่ทางการและไม่สุภาพไปบ้าง เพื่ออรรถรสที่สนุกที่สุดของบทความ ** Tui : จำนาฬิกาเรือนแรกในชีวิตของโอมได้มั้ย Ohm : เรือนแรกที่ได้ใส่คือนาฬิกายี่ห้อ Guess (Guess Men Blue Round Stainless Steel Dial) ครับ Tui : ตอนอายุประมาณเท่าไหร่ Ohm : ตอนนั้นอยู่ ป.4 Tui : เป็นนาฬิกาที่เลือกซื้อเองเลยรึเปล่า Ohm : ไม่ครับ


