“You Are My Special !” กันทั่วบ้านทั่วเมืองเมื่อ 2 ปีที่แล้ว กับ Opening Song ของมังงะ Jujutsu Kaisen : Shibuya Incident ของอาจารย์เกะเกะ ซึ่งเบื้องหลังของเพลงนี้เป็นผลงานของวง J-ROCK ตัวท็อปของญี่ปุ่น King Gnu ที่มีลีดเดอร์ชื่อ ‘Daiki Tsuneta’ อัจฉริยะทางดนตรีวัย 33 ในตำแหน่ง Guitarist / Vocalist / Songwriter / Arrangement และเป็นผู้ก่อตั้งวงขึ้นมา ด้วยความติ่งส่วนตัว โพสต์นี้ก็เลยอยากมาป้ายยาความอัจฉริยะของไดกิ ผู้ชายที่พยายามทำลายกำแพงดนตรีโลกด้วยเพลงภาษาแม่ในแบบที่มีแต่เขาที่ทำได้ ! ถึงแม้ว่าผลงานของเขาจะมีความ Tokyo Sound สุด ๆ แต่เด็กชายไดกิเกิดและเติบโตที่นางาโนะห้อมล้อมด้วยบ้านที่สมาชิกในครอบครัวเล่นดนตรี แม่เป็นครูสอนเปียโนคลาสสิก พ่อเป็นวิศวกรรมหุ่นยนต์แต่เล่นเปียโนแจ๊ซได้ ทำให้ไดกิหลงใหลดนตรีตั้งแต่เด็ก ไดกิถูกสอนให้เล่นเชลโล่ตั้งแต่ 5 ขวบ และเขามักจะเข้าร้าน CD
Badly In Love เป็น Dating Show ที่ไม่มีรายการไหนบนโลกกล้าทำมาก่อน ! เพราะนี่คือ Reality Dating Shows รายการแรกของญี่ปุ่น (Netflix เคลมมาว่างี้) การรวมตัวของหนุ่ม-สาว ‘แยงกี้’ (Yankii) ทั้งหมด 11 คน มาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน 14 วัน เพื่อหาใครอีกคนที่จะเป็นความรักแท้ของตัวเอง รายการ Badly In Love เกิดจากฝีมือของคุณ MEGUMI สาวสวยที่คอยนั่งอยู่หน้าห้องส่ง เธอเป็นโปรดิวเซอร์และผู้สร้างรายการ คนที่เป็นแฟนฝั่ง J-Series,Movie น่าจะพอคุ้นหน้าของคุณเมกุมิในผลงานการแสดงอื่นมาบ้าง ส่วนเรารู้จักเธอครั้งแรกในบท ‘Noriko’ เจ้าของบาร์ขี้เมาท์ใน The Hotspot (2025) แต่ก่อนหน้านี้เธอมีเครดิตเป็นโปรดิวซ์ให้ Downfall (2023) หนังที่ดัดแปลงจากมังงะของ Inio Asano รวมถึงแสดงนำในเรื่องด้วย คุณเมกุมิเขาเทสต์ดีมากนะ คนทำงานสร้างสรรค์ Art & Copy ควรดูรายการนี้
ในวงการเกม ถ้าเราจะพูดถึงผู้สร้างระดับที่ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้เล่นเกมแต่ก็จะรู้จักเขาอยู่ดี Hideo Kojima เป็นชื่อแรกที่เรานึกออก สำหรับซีรีส์แฟนเกม Metal Gear ที่ตามกันมาตั้งแต่ยุคของ MSX แต่เอาจริงถึงเพิ่งจะมาตามในยุคอัปเดทแพทช์ Death Stranding 2 ก็น่าจะรู้ได้ชัดอยู่แล้วว่าความอัจฉริยะของโคจิม่าคือ ‘ความขบถ’ ในการจะทำ Super Realistic Game สมจริงระดับชีวิต / Cinematic Experience ใส่ความมหัศจรรย์ระดับภาพยนต์ / Out Law Gameplay แบบไม่ประณีประณอม Execution มาจำกัดความเป็นไปได้ของจินตนาการแม้แต่นิดเดียว UNLOCK THE PROCESS ตอนที่ 2 เราจะพาไปเจาะเบื้องหลังความเก่งของโคจิม่า เพราะว่าทุกความสามารถที่เขาอัปสกิลจนเต็มหลอด ล้วนเกิดจาก Memory ใน Safe ที่ทั้งสะสมเองและผู้คนรอบข้างมอบให้ตลอดชีวิตการเป็นคนสร้างเกมที่คนทั้งโลกรอคอยคนนี้ #RecapKojimaStory Hideo Kojima เกิดปี 1963 ที่เมือง Setagaya โตเกียว เป็นลูกคนเล็กจากพี่น้อง 3 คน
คอลัมน์ใหม่ต้อนรับปี 2026 จาก UNLOCKMEN พร้อมเติมไฟให้ทุกคน ด้วยเรื่องราวเบื้องหลังของเหล่า Potential Guy ที่ถูกเรียกว่าอัจฉริยะจากทุกวงการทั่วโลก กว่าจะโตมาเก่งติดปีกแบบนี้ พวกพี่มี Process อะไรที่ต้องเชื่อและทำงานหนักซ้ำทุกวันกันบ้าง เราพาไปค้นวันทำงานหนักของพวกเขากัน “I just gotta get it Watch me go, go, go, go, go, go” ตอนที่ 1 ขอพาชาว UNLOCKER ไปรู้จักกับ Martin Edwards Park ลีดเดอร์วัย 17 ปี จาก Cortis บอยกรุ๊ปเจน 5 น้องใหม่ในรอบ 6 ปีของค่าย BIGHIT MUSIC ตัวไฮป์เขย่าวงการด้วยภาพความธรรมชาติเยาวรุ่น Genz เดบิวต์ยังไม่ถึง 4 เดือน ก็คว้า Best New
นี่คือการรวมพลังครั้งประวัติศาสตร์ของสองแบรนด์นาฬิกาอิสระระดับตำนานแห่งสวิส Ulysse Nardin และ URWERK แม้จะมีสไตล์ต่างกันสุดขั้ว แต่ทั้งคู่ต่างยึดมั่นในจุดร่วมเดียวกัน นั่นคือความ “อิสระ” โดย URWERK เลือกที่จะกล้าฉีกกฏในทุกการสร้างสรรค์ ขณะที่ Ulysse Nardin เน้นทุ่มเทให้กับการพัฒนาเทคนิคและกลไกที่น่าทึ่ง และผลลัพธ์ของการร่วมมือครั้งนี้คือผลงานรุ่นพิเศษอย่าง UR-FREAK ที่ผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 100 เรือน แน่นอนว่านี่ไม่ใช่แค่การแปะโลโก้คู่กัน แต่เป็นการผนึกกำลังทางเทคนิคที่แท้จริง กับการนำ DNA ที่ชัดเจนของทั้งสองแบรนด์มาต่อยอดให้สุดยิ่งกว่า โดยการนำระบบ Wandering Hour Satellite เอกลักษณ์ของ URWERK มาผสานเข้ากับ Freak ไอคอนคลาสสิกของ Ulysse Nardin สู่จุดเริ่มต้นในการพัฒนากลไกอินเฮาส์รุ่นใหม่ระดับปฏิวัติวงการอย่าง Caliber UN-241 ที่หลอมรวมระบบคารูเซลแบบหมุน 3 ชั่วโมงเข้ากับระบบแสดงเวลาชั่วโมงแบบ Satellite ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เรียกได้ว่าเป็นการสร้างสรรค์กลไกที่สมดุลและนำเสนอการแสดงเวลาที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร จนได้รับการยกย่องจากเหล่าคนรักนาฬิกาทั่วโลกว่านี่คือหนึ่งในผลงานร่วมสมัยที่ทรงอิทธิพลที่สุดในอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิส นอกจากนวัตกรรมเชิงกลไกแล้ว UR-FREAK ยังจัดเต็มที่สุดแห่งเทคโนโลยีของ Ulysse Nardin ที่เป็นผู้ริเริ่มนำมาใช้ในโลกนาฬิกาตั้งแต่ปี 2001 กับเทคโนโลยีซิลิคอน
หลังจากผ่านเวลามา 20 ปี นับตั้งแต่การถือกำเนิดของ Planet Ocean รุ่นแรก จนมาถึงในปีนี้ OMEGA พร้อมแล้วที่จะพาทุกคนดำดิ่งสู่ตำนานบทใหม่ของ Planet Ocean เจเนอเรชั่นที่ 4 กับการยกเครื่องครั้งใหญ่ ทั้งงานดีไซน์ และการอัปเกรดเทคนิคให้เหนือชั้นกว่าเดิม แต่ยังคงไว้ซึ่ง DNA แห่งการสำรวจมหาสมุทรอันเป็นเอกลักษณ์จาก Seamaster พร้อมถ่ายทอดผ่าน 3 สีหลัก 7 รุ่น ทั้งสี ส้ม ดำ น้ำเงิน ที่สามารถเลือกแมทช์สไตล์ได้ทั้งสายสเตนเลสสตีลและสายยาง และต้องบอกว่าความยิ่งใหญ่ของการปรับโฉมครั้งนี้ คือจุดเริ่มต้นแห่งการเฉลิมฉลองอย่างอลังการ ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ Yifang ที่นครฉงชิ่ง ประเทศจีน สถานที่ซึ่งผสมผสานสถาปัตยกรรมสมัยใหม่เข้ากับเสน่ห์ของสายน้ำ สะท้อนถึงคอนเซ็ปต์ของ Planet Ocean ออกมาได้อย่างชัดเจน งานเปิดฉากขึ้นพร้อมกับแสงอาทิตย์ที่ทอแสงสีทองกระทบกับผิวน้ำ สะท้อนสู่งานเฉลิมฉลองที่อาบไล้ไปด้วยประกายสีส้มอันเป็นเอกลักษณ์ของ OMEGA และตอกย้ำถึงธีมสีของคอลเลคชั่นใหม่ ซึ่งไม่ใช่แค่การสะท้อนความงามของ Planet Ocean รุ่นหน้าปัดสีส้มที่มาพร้อมหลักเลขอารบิกสีส้มด้านและขอบตัวเรือนเซรามิก สุดไอคอนิกเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นการคารวะต่อมรดกด้านการสำรวจมหาสมุทรที่สั่งสมมาอย่างยาวนานของ OMEGA ด้วยเช่นกัน
เคยคิดกันเล่น ๆ มั้ย ถ้าให้นึกถึงวงดนตรีในไทย ที่ทั้ง GenZ ตัวแทนของวัยรุ่นในตอนนี้ และ GenY ผู้ใหญ่ที่เพิ่งผ่านช่วงวัยรุ่นไม่นาน สามารถรวมตัวอยู่ในคอนเสิร์ตเดียวกันได้ จะมีรายชื่อของวงอะไรบ้าง … THE TOYS / BOWKYLION / Mirrr / Whal & Dolph / Landokmai เราเชื่อว่าวงเหล่านี้คือตัวแทนตรงกลางนั้น และสิ่งนี้เองที่ทำให้ค่ายเพลงชื่อ What The Duck ไม่เคยเป็นเป็ดหลงฝูงในวันที่ซีน T-Pop แทบจะเป็นทุกอย่างของวงการเพลงไทยในปี 2025 ในช่วงเวลาปีที่ 11 ของค่าย What The Duck พร้อมกับเพื่อฉลองให้กับธีมดนตรี ‘UNDER THE RADAR MUSIC’ ของ UNLOCKMEN เราชวนคุยกับ ‘พี่มอย’ สามขวัญ ตันสมพงษ์ (Managing Director & Co-Founder)
Multifort TV Big Date Special Edition S01E02 การกลับมาอีกครั้งของซีรีส์เรือนเวลาที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งความครีเอทีฟเหนือจินตนาการ ผลงานล่าสุดจากแบรนด์นาฬิกา Swiss made ชื่อดังอย่าง MIDO สำหรับ Multifort TV Big Date Special Edition S01E02 เรือนนี้ พร้อมสะกดทุกสายตาด้วยหน้าปัดสีสันสดใส ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคลื่นสัญญาณรบกวนหลากสี ชวนให้หวนคิดถึงยุคทองของโทรทัศน์ ถูกถ่ายทอดอย่างพิถีพิถันลงบนตัวเรือนทรงทีวีขนาด 40 มม.สุดคลาสสิก โดดเด่นสะดุดตากับมิติความลึกของชิ้นงาน ด้วยลวดลายที่ใช้เทคนิคขึ้นรูปนูน มีช่องแสดงวันที่ขนาดใหญ่ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ใช้ตัวเลขสีขาวบนพื้นดำพร้อมเสริมขอบแสดงนาทีด้านในหน้าปัด ช่วยให้อ่านค่าเวลาได้อย่างชัดเจน และถือเป็นครั้งแรกของตระกูล Multifort TV ที่ใช้วัสดุตัวเรือนสเตนเลสสตีลเคลือบพีวีดีสีเทาขัดซาตินสุดเรียบหรู มาพร้อมสายนาฬิกา 3 สไตล์ที่ไปกันได้กับทุกลุค ไม่ว่าจะเป็นสายสายสเตนเลสสตีลขัดเงาบริเวณข้อตรงกลางให้ลุคเรียบหรูดูสุขุม เติมเต็มความสดใสด้วยสายนาฬิกายาง 2 เฉดสีที่มีดีไซน์ปั๊มลวดลายนูน ทั้งสีน้ำเงินสดเติมความเท่แบบโมเดิร์น และสีเหลืองสดที่ช่วยเพิ่มความสนุกสนานให้กับวันสบาย ๆ ฝาหลังของ Multifort TV Big Date Special
ถ้าอัลบั้มที่ 1 ‘BANGKOK LEGACY’ (2020) คือวัยรุ่นเลือดขบถที่ต้องการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง อัลบั้มที่ 2 ‘ธาตุทองซาวด์’ (2023) คือการ Shout Out ถึงจุดกำเนิดที่จากมา และการป่าวประกาศ ถึงการมีอยู่ของ ‘ครอบครัว’ ตัวเอง อัลบั้มที่ 3 ‘ไฟกลางคืน’ (2025) ก็คือการร่วมฉลองความสำเร็จของ Youngohm การเล่าเส้นทางของ Rap Star ผ่านการสำรวจ ไม่สิไม่ใช่ .. จะพูดว่าเป็นเรื่องของราชาบนบัลลังก์ก็อาจจะไม่ถูกซะทีเดียว เพราะอัลบั้มนี้เป็นส่วนตัวกว่านั้นมาก-เป็นการ ‘เปลือย’ มุมต่าง ๆ ของเด็กหนุ่มวัย 27 กับชีวิต ท่ามกลางไฟนีออน ควันบุหรี่ สตรี และในความเมามายตามมุมเมืองกรุงเทพมหานคร สำหรับเราก้าวเดินสเตปนี้ YO เทิร์นเข้าสู่ Pop Music ได้ในจังหวะที่ถูกต้องแล้ว และเพื่อเป็นการพูดถึงอัลบั้มที่ทุกเพลง Visual To Feel ที่โคตรชัดแบบแทบจะไม่ต้องจินตนาการอะไรต่อทั้ง 13 เพลง


