สำหรับผู้ชายอย่างเรา ๆ การแต่งห้องหรือการสร้าง Vibe ในบ้าน ไม่ได้จบแค่การเลือกโซฟาหนังเท่ ๆ หรือจัดแสงไฟให้ได้มู้ด แต่มันรวมถึง “เสียง” ที่สะท้อนรสนิยมของเราด้วย ลำโพงสักตัวจึงไม่ได้ทำหน้าที่แค่มอบความบันเทิง แต่ยังเป็นเหมือนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเอกที่บอกเล่าตัวตนและไลฟ์สไตล์ของเจ้าของห้อง ซึ่งหากพูดถึงแบรนด์ที่เข้าใจสมการระหว่าง ‘สุนทรียภาพแห่งดีไซน์’ และ ‘คุณภาพเสียง’ อย่างถ่องแท้ ชื่อแรก ๆ ที่มักจะปรากฏขึ้นมาเสมอคือ Harman Kardon และเรื่องราวที่ทำให้แบรนด์นี้มีเสน่ห์ก็คือ ในขณะที่บางแบรนด์เครื่องเสียงอาจเริ่มต้นจากแผนธุรกิจบนกระดานบอร์ดบริหาร แต่ไม่ใช่กับ Harman Kardon เพราะแบรนด์นี้เกิดจากอุดมการณ์ของนักฟิสิกส์นามว่า Sidney Harman ชายผู้เชื่อหมดใจว่า “เทคโนโลยีที่ดี ต้องเข้ามาทำให้ชีวิตง่ายขึ้น ไม่ใช่ซับซ้อนขึ้น” 1953 คือปีที่เป็นจุดเริ่มต้นแห่งตำนาน เมื่อ Sidney Harman และวิศวกรคู่คิด Bernard Kardon ทุบกระปุกรวมเงินกันได้ 10,000 ดอลลาร์ เพื่อก่อตั้งบริษัทเล็กๆ ในยุคที่การฟังเพลงจากวิทยุคือความวุ่นวาย คุณต้องต่อสายไฟระโยงระยางและใช้เครื่องหลายชิ้น แต่พวกเขามองเห็นต่างออกไป… ทั้งคู่ออกแบบอุปกรณ์ที่รวมทุกอย่างไว้ในกล่องเดียวและตั้งชื่อมันว่า “Receiver” นวัตกรรมชิ้นนี้เปรียบเสมือนตัวปลดล็อกวงการ และกลายเป็นมาตรฐานของเครื่องเสียงสมัยใหม่ในเวลาต่อมา แต่นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น
IWC ปล่อยของแบบไม่รอ Watches & Wonders ด้วย Portugieser Chronograph เวอร์ชันใหม่ที่พลิกคาแรกเตอร์จาก “dress chronograph” สุดเนี้ยบ ให้กลายเป็นนาฬิกาสาย stealth สีดำทั้งเรือน ด้วยวัสดุ Ceratanium อันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ตัวเรือนขนาด 41 มม. หนา 13.1 มม. ยังคงสัดส่วนคลาสสิกของ Portugieser แต่เปลี่ยนบุคลิกไปแทบทั้งหมด เพราะทั้งตัวเรือน เม็ดมะยม และปุ่มกดโครโนกราฟถูกทำเป็นผิว matte black ไร้เงา ไม่มีการขัดเงาแบบรุ่น dress เลยแม้แต่นิดเดียว Ceratanium ไม่ใช่การเคลือบผิว แต่คือไทเทเนียมอัลลอยพิเศษที่ผ่านกระบวนการเผาอุณหภูมิสูงจนผิวโลหะเกิดการเปลี่ยนเฟส กลายเป็นชั้นเซรามิกบนพื้นผิวจริง ๆ ผลลัพธ์คือได้ความทนรอยแบบ ceramic แต่ไม่เปราะแตกง่ายแบบตัวเรือน ceramic ล้วน น้ำหนักก็ยังเบาแบบ titanium หน้าปัดมาในโทน monochrome stealth คล้าย Pilot’s Watch Top
ก่อนที่โลกจะรู้จัก AMG, Mercedes-Benz ได้สร้างรถสองคันที่นิยามแนวคิด performance luxury ขึ้นมาใหม่ตั้งแต่ปลายยุค 60s เป็นรถหรูที่พร้อมสวนรถซิ่งบน Autobahn ได้แบบไม่เห็นฝุ่น 300 SEL 6.3 (W109) หมาป่าในสูทผู้ดี ก่อนโลกจะรู้จักคำว่า Super Sedan ปี 1968 ที่ Geneva Motor Show Mercedes-Benz ปล่อยรถซีดานหน้าตาธรรมดาคันหนึ่งออกมาเงียบ ๆ แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ฝากระโปรงคือหัวใจจาก limousine ระดับผู้นำประเทศ เครื่อง V8 ขนาด 6.3 ลิตร M100 จาก 600 Pullman ที่ถูกยัดลงในตัวถัง W109 แบบแทบไม่เปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกเลย ผลลัพธ์คือรถที่ดูเหมือนรถผู้บริหารธรรมดา แต่เร็วระดับรถสปอร์ตตัวจริงของยุคนั้น 0–100 km/h ราว 6.5 วินาที ความเร็วปลายประมาณ 220 km/h ตัวเลขที่ในปลายยุค 60s
CLA รุ่นใหม่ ที่ไม่ใช่แค่ “CLA เก่าใส่มอเตอร์ไฟฟ้า” แต่คือการรีเซ็ตภาพรถคอมแพกต์หรูของ Mercedes-Benz ใหม่ทั้งหมด เหมือนเอาเทคโนโลยีจากรถระดับ flagship ย่อส่วนลงมาใส่ใน sedan ทรงสวยที่ขับได้จริงทุกวัน หัวใจสำคัญคือระยะทางวิ่งที่ไกลเกินคลาส ด้วยตัวเลขสูงสุดประมาณ 792 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ทำให้มันไม่ใช่ EV ที่เหมาะแค่ขับในเมือง แต่เป็นรถ EV ที่พร้อมออกทริปยาวได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องสถานีชาร์จตลอดทาง ใช้งานสะดวกเหมือนรถสันดาปที่เติมน้ำมันครั้งเดียวจบ ระบบไฟ 800-volt รุ่นใหม่ทำให้การชาร์จเร็วกลายเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่ตัวเลขในโบรชัวร์ สามารถเพิ่มระยะทางได้ราว 325 กิโลเมตรในเวลาแค่ประมาณ 10 นาที เทียบได้กับการแวะซื้อกาแฟหนึ่งแก้วแล้วพร้อมเดินทางต่อทันที สิ่งที่น่าสนใจคือเกียร์ไฟฟ้าแบบสองสปีด ซึ่งไม่เคยมีในรถ EV ทั่วไป เกียร์แรกเน้นอัตราเร่ง ส่วนเกียร์สองช่วยให้ประหยัดและนิ่งตอนวิ่งทางไกล ทำให้รถคันนี้ทั้งออกตัวแรงและกินไฟน้อยบนความเร็วสูงในคันเดียว ดีไซน์ภายนอกยังคง DNA ความหรูแบบ Mercedes-Benz เพิ่มความ futuristic ด้วยกระจังหน้าที่มีไฟรูปดาว 142 จุดที่สามารถแสดงแอนิเมชันได้ รวมถึงไฟท้ายทรงดาวที่กลายเป็นลายเซ็นใหม่ของรถไฟฟ้ารุ่นต่อไปของแบรนด์ และยังเป็นครั้งแรกที่ CLA มี frunk
UNLOCKER CLUB X PENG DOGKILLMEN ปาร์ตี้เปิดปี 2026 ของพวกเราเมื่อวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา เราชวน ‘เป๋ง-ชานนท์ ยอดหงษ์’ Music Art Director ตัวจี๊ดของวงการเพลงที่รู้จักในชื่อ DOGKILLMEN คุยเรื่อง Work Life & How To Cumming Of Age ถ้าจะเติบโตไปให้ดีในสายงาน Music Art Director ในวงการเพลงไทยมีอะไรที่ต้องรู้บ้าง ! บทความนี้ UNLOCKMEN รวบรวม Highlight Topic ประเด็นที่จะช่วยให้คุณทำงานสายสร้างสรรค์ (โดยเฉพาะ Art Director) ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งจากปาร์ตี้ที่หนักหน่วงเอาไว้ให้หมดแล้ว หลายเรื่องก็เป็นสิ่งที่พี่เป๋งไม่เคยพูดที่ไหนมาก่อน และอีกหลายเรื่องก็ถูกรีดออกมาจากมุมมองและความรู้สึกส่วนตัวของผู้ชายที่รักในอาชีพของตัวเองอย่างสุดชีวิต สำหรับคนที่ไปงานในวันนั้น เปิดอ่านบทความนี้เพื่อเล็คเชอร์บทเรียนที่คุณอาจจะลืมไป (เพราะปาร์ตี้กันหนักเกิน) และสำหรับชาว UNLOCKER ที่พลาด งานหน้าเรามาเจอกันที่ ULM
ใหม่ ชื่อ “SL” หรือ Sport Leicht ไม่ได้เป็นเพียงรหัสของ Mercedes-Benz แต่มันคือสายเลือดของความงาม วิศวกรรม และสถานะที่เดินทางข้ามเวลากว่าเจ็ดทศวรรษโดยไม่เคยสูญเสียตัวตน ต้นทางของตำนานตระกูล SL Legacy เริ่มที่ 190 SL W121 (1957) รถที่ทำให้คำว่า Luxury Roadster กลายเป็นจริง มันไม่ได้ดิบแบบ 300 SL Gullwing ไม่ได้เกิดมาเพื่อสนามแข่ง แต่มันถูกออกแบบให้เป็นรถเปิดประทุนสำหรับการเดินทางอย่างมีสไตล์ เครื่องยนต์ 4 สูบ 1.9 ลิตรอาจไม่เร้าใจนัก แต่เส้นสายที่ได้แรงบันดาลใจจาก Gullwing เส้นโค้งมน ไฟหน้ากลมขนาดใหญ่ กระจังหน้าทรงตั้ง และโครเมียมที่สะท้อนแสงแดดเหมือนเครื่องประดับบนตัวถัง ทำให้มันกลายเป็นหนึ่งในรถที่สวยที่สุดของยุค 50s จนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 1963 โลกได้รู้จัก 230/250/280 SL “Pagoda” (W113) รถที่นิยามคำว่า Mercedes ร่วมสมัยเป็นครั้งแรก วิศวกรพยายามสร้างรถสปอร์ตที่ “ปลอดภัย
‘Puffette’ เป็นเหมือนสมุดบันทึกของเด็กสาวที่เธอเอาไว้สะสมความทรงจำในเรื่องที่ดูเล็กน้อยมากในสายตาของคนอื่น แต่มีผลต่อหัวใจของตัวเองในช่วงเวลาหนึ่ง-เพลงของห้วงเวลาเล็ก ๆ ความรู้สึกบางรู้สึกของ ‘เธอ’ ทั้งคนที่ชอบเอาชนะคนรักในความสัมพันธ์ คนที่อยากประกอบสิ่งที่พังไปแล้วด้วยรอยจูบ และเธอคนที่ใช้เพลงของ PAMI ประกอบในค่ำคืนที่รู้สึกว่าไม่มีใครอยู่ข้างกัน Next Cover, Same Mood ตอนล่าสุดเราเอาเรื่องราวของเด็กสาว Sad Girl มาร้อยเรียงเข้ากับดนตรีและเนื้อร้องที่สวยงามของ PAMI ที่ถึงแม้ทั้ง 10 เพลงจะทำให้คุณรู้สึกเศร้า แต่เธอบอกให้เราถอนหายใจเบา ๆ ออกมาพร้อมพูดคำว่า “ไม่เป็นไร” SONG : Kiss Me Blue THE GIRL : Lexi / Modern Love (2019) อาาา ละลาย Lofi-Pop ยุค Pretty Girl (Clairo) ที่ซาวด์ Modern และกลมกล่อมสุด ๆ เปิดมาเพลงแรกก็รักเลย ไม่คิดว่าจะได้เจอเพลง Small Situation
ในช่วงตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา Patek Philippe และ PMT The Hour Glass มีบทบาทสำคัญในการหล่อหลอมและยกระดับวัฒนธรรมการสะสมนาฬิกา ตลอดจนศิลปะแห่งการประดิษฐ์เรือนเวลาในประเทศไทย บูติกแห่งใหม่ปี 2026 มาพร้อมพื้นที่ 290 ตารางเมตร เพื่อเป็นแลนด์มาร์คระดับโลก ให้เหล่าผู้หลงใหลความงดงามของ Swiss Made Watch “ประเทศไทยเป็นตลาดที่ ปาเต็ก ฟิลิปป์ ให้ความสำคัญเสมอมา เราภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับพันธมิตรที่ไว้วางใจกันมาอย่างยาวนานอย่างพีเอ็มที เดอะ อาวร์ กลาส เพื่อถ่ายทอดความประณีต เจตนารมณ์ และมรดกอันทรงคุณค่าที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ให้แก่นักสะสมชาวไทยได้สัมผัสอย่างลึกซึ้ง” – Deepa Chatrath (กรรมการผู้จัดการปาเต็ก ฟิลิปป์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) บูติกปี 2026 ออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ของ Patek Philippe ผนวกกับความเป็นไทยร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ซึ่งมาพร้อมกับการบริการที่เป็นเลิศพร้อมต้อนรับเหล่านักสะสมให้มาสัมผัสศิลปะการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูง ผ่านคอลเลกชันที่หลากหลาย ตั้งแต่กลไกโครโนกราฟ, ทูร์บิญอง ไปจนถึงนาฬิกาดาราศาสตร์อันซับซ้อน ซึ่งเผยให้เห็นความมหัศจรรย์ของโลกแห่งเวลาที่น่าหลงใหล เพราะสำหรับเรานาฬิกามิใช่เพียงเครื่องบอกเวลา แต่คือผลงานศิลปะที่บันทึกเรื่องราวและความทรงจำล้ำค่าในทุกช่วงเวลาของชีวิต ทันทีที่ก้าวเข้าสู่บูติก แขกผู้มาเยือนจะได้ร่วมเดินทางผ่านไทม์ไลน์ที่รวบรวมเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ และนวัตกรรมชั้นเลิศของ
ฟังเพลงของ Television Off ที่ออฟฟิศ UNLOCKMEN กันทุกวัน แต่เพิ่งรู้ตัวว่าไม่เคยรีวิวอัลบั้มแรกของวง ‘Creatures’ ที่เดบิวต์กับ Smallroom ตั้งแต่ปี 2024 เป็นอัลบั้มที่ถ้าบอกว่าเป็น ‘สิ่งมีชีวิต’ ก็ถูกอะเรนจ์ด้วยการเอาใจใส่ได้สมบูรณ์แบบมาก ย้อนความหน่อย เราเป็นแฟนคลับวงทีวีปิดตอนฟัง ‘ภาพทรงจำ’ (Linger on …) ครั้งแรก เพราะไม่ได้เจอวงไทยที่มี Bridge Part รุนแรงมากขนาดนี้มานานแล้ว และมันทำให้เราคิดถึงช่วงเวลาที่วงดนตรีร็อกไทยเคยมีกลิ่นอายของ Post Rock ในเพลง Pop สวยงามราวบทกวีอย่าง Artfloor อะไรแบบนั้น อัลบั้ม Creatures คือการรวม 11 เพลง Coming Of Age เล่นโดยกลุ่มเด็กหนุ่ม Young Adult ที่พวกเขาเองก็พยายามเติบโตไปพร้อมกับพวกเรา Next Cover, Same Mood ครั้งนี้เป็นเรื่องราวของเหล่าเด็กหนุ่มที่เราอยากบอกกับเขาว่า “ร้องไห้ออกมาเหอะ ผู้ชายร้องไห้ได้” นี่คืออัลบั้มของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า ‘คนพ่ายแพ้’


