ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีเทรนด์ของดนตรีเทรนด์หนึ่งที่น่าสนใจ นั่นคือการจับมือกันระหว่างศิลปินรุ่นเก๋าในตำนาน กับศิลปินรุ่นใหม่ที่อยู่ในกระแสนิยม จนเกิดเป็นบทเพลงที่เชื่อมต่อคน 2 ยุค เข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ซึ่งปรากฏการณ์นี้เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เรามาดูกันว่า ศิลปินทั้ง 2 รุ่นนั้นมีใครบ้าง และเพราะอะไรทั้ง 2 รุ่นถึงได้โคจรมาเจอกัน “How Not to Drown” CHVRCHES X Robert Smith (The Cure) ศิลปินที่ชี้ทางสว่างในยามที่วงถึงคราวตีบตัน เริ่มต้นกันด้วย CHVRCHES วง Synthpop รุ่นใหม่ที่ออกอัลบั้มมาได้ 3 ชุด กับ Robert Smith แห่งวง The Cure ศิลปินในตำนานที่ออกอัลบั้มมาแล้วกว่า 4 ทศวรรษ แม้ภาพลักษณ์ของศิลปินทั้ง 2 จะดูไม่น่าไปด้วยกันได้ แต่ในความเป็นจริง CHVRCHES นั้นบูชา The Cure ราชาโกธิคร็อคที่รุ่งเรืองสุดในยุค 80s
มนุษย์ใช้ประโยชน์จากอารมณ์ขัน (humor) มานานกว่าหลายพันปี และพบว่ามันมีประโยชน์ในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ช่วยคลายความเครียด หรือ ช่วยให้เข้าสังคมได้ดีขึ้น ฯลฯ แต่การเล่นมุกมันก็มีความยากอยู่ เพราะมันต้องคำนึงถึงบริบท เวลา และความเหมาะสมในการเล่นมุกด้วย หากเราละเลยเรื่องเหล่านี้ไป เราอาจได้รับผลเสียจากการทำตัวตลกได้ UNLOCKMEN จึงอยากชวนทุกคนมาทำความเข้าใจว่า ผู้นำควรใช้มุกตลกตอนไหนดี ถึงจะไม่ดูน่าเกลียด และส่งผลดีต่อการทำงานมากที่สุด ประโยชน์และโทษของมุกตลก งานวิจัยหลายชิ้นได้ศึกษาและค้นพบประโยชน์ของการใช้ อารมณ์ขัน หรือ มุกตลก ในการสื่อสาร การทำงาน หรือ การเรียนการสอน ไม่ว่าจะเป็น ช่วยให้กระปรี้กระเปร่ามากขึ้น ลดความเครียด ให้ประโยชน์ด้านการเรียนหนังสือ (เช่น เด็กนักเรียนมีแรงจูงใจในการเรียนมากขึ้น หรือ มีความสุขกับการเรียนมากขึ้น) รวมไปถึง ช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ หรือ ช่วยให้วัฒนธรรมการทำงานดีขึ้น ในทางกลับกัน เมื่อเราใช้มุกตลกผิดประเภท หรือ ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ มันก็ทำให้เกิดโทษได้เหมือนกัน เช่น การใช้มุกตลกเกรี้ยวกราดในการสอนหนังสือ อาจทำให้เด็กเรียนรู้ได้แย่ลง หรือ การใช้มุกตลกเวลาพูดถึงปัญหาทางการเมืองและสังคม ก็อาจทำให้ผู้นำเสียเครดิต และกลายเป็นคนที่ไม่จริงจังในสายของคนทั่วไปได้ อีกทั้งการใช้มุกตลกสามารถส่งผลเสียต่อการทำงานได้เหมือนกัน ถ้าเราโฟกัสกับมันมากเกินไป
เรียกได้ว่า มาแรงแซงทางโค้งกันไปเลย สำหรับสตริมมิ่งเจ้าใหม่ แม้กระทั่ง Netflix ที่ยึดหัวหาดมานานต้องมีร้อนหนาว กับสตูดิโอหนังยักษ์ใหญ่ที่ลงมาร่วมชิงชัย แย่งชิงเวลาอันมีค่าของคนดูที่ตอนนี้มีเวลากันเหลือเฟือ เพราะไม่กล้าจะออกไปไหนในช่วงไวรัสระบาด อย่างช่อง Disney+ Hotstar ที่แม้จะเป็นสตรีมมิ่งเจ้าใหม่ของเมืองไทย แต่สำหรับชื่อ Disney คือเจ้าแห่งคลังสมบัติความบันเทิงที่มีทั้งหนัง / การ์ตูน และสารคดีมากมายให้ดูกันจนตาแฉะ แต่วันนี้ Unlockmen ของเสนอในส่วนของ Disney+ Original Content ที่มีให้ชมแค่ในช่องนี้เท่านั้น ทั้งในส่วนหนังและซีรีส์ ว่าแต่จะมีเรื่องอะไร เรารู้ว่าเวลามีค่า รีบมาอ่านเพื่อตัดสินใจรับชมกันได้เลย หนังเจ๋ง Disney+ Original Films Cruella จากหนังใหญ่ที่ตอนแรกวางโปรแกรมฉายในโรงภาพยนตร์ เป็นการคอนเฟิร์มแล้วว่าหนังได้ถูกถอดโปรแกรมเป็นที่เรียบร้อย กับหนัง Side Story ของ Cruella de Vil วายร้ายสาวผู้เป็นไม้เบื่อไม่เมากับเจ้าจุดจำนวน 101 ตัว ในแอนนิเมชั่น 101 Dalmatians แต่ Cruella ในภาคนี้นั้นเลือกที่จะเล่าเรื่องราวที่เป็นจุดกำเนิดในยุค 1970s
เชื่อว่าหลายคนเหลือเกินที่เบื่อหน่ายกับสภาวะรถติดเรื้อรังในเมืองหลวง และพยายามหาทางออกด้วยการเปลี่ยนจากการขับรถไปใช้รถสาธารณะอย่างรถไฟฟ้า รถใต้ดิน หรือถ้านอกจากจะประหยัดเวลาแล้ว หลายคนยังเลือกที่จะประหยัดค่าใช้จ่าย ด้วยการขี่รถจักรยาน หรือเดินไปทำงานก็ยังมี แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ใช่ว่าปัญหาจะหมดไป เพราะหลายคนที่ขี่รถจักรยานบางครั้งจำเป็นต้องไปต่อรถไฟฟ้าก็ลำบากทุกลักทุเล ส่วนคนที่เดินไปทำงานถึงจะประหยัดเวลา ประหยัดเงินไปได้แต่ก็ร่างกายก็เต็มไปด้วยเหงื่อตั้งแต่เช้า วันนี้ UNLOCKMEN จึงมี Item เจ๋ง ๆ ในการเดินทางมานำเสนอ นั่นก็คือ ‘Ninebot KickScooter F20A’ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าใหม่ล่าสุด และเป็นรุ่นที่คุ้มค่าที่สุดแห่งปี จะมาช่วยให้จบทุกปัญหา และตอบสนองทุกความต้องการในการเดินทางของคนเมืองได้มาฝากกัน ในปัจจุบันนอกจากรถพลังงานไฟฟ้าที่ช่วยรถมลพิษได้แล้ว ยังมีอีกหนึ่งยานพาหนะที่เริ่มเป็นที่นิยมมากในหลายประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่คนเมืองที่ต้องการความคล่องตัว เช่นเดียวกับ ‘Ninebot KickScooter F20A’ ที่เป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 2 ล้อ สามารถพาคุณไปไหนมาไหนได้โดยที่คุณไม่ต้องไถให้เปลืองแรง สำหรับ ‘Ninebot KickScooter F20A’ จะมีอะไรมาอำนวยความสะดวก และจะมีฟีเจอร์อะไร เจ๋ง ๆ บ้างเดี๋ยวเราไปดูกันเลย สำหรับ ‘Ninebot KickScooter F20A’ คันนี้ สามารถพาให้คุณเคลื่อนที่ไปได้ด้วยความเร็วสูงสุด 25 กิโลเมตร/ชั่วโมง จากมอเตอร์ขับเคลื่อนขนาด
“เพราะการเดินทาง คือการเติมเต็มชีวิต และค้นหาตัวตน” ใครบางคนเคยกล่าวคำเท่ ๆ เอาไว้ ถึงการเดินทางท่องเที่ยวไปยังถิ่นเมืองแปลก จะด้วยการไปเพื่อผ่อนคลายหรือไปเพื่อผจญภัยก็ตาม แต่คนที่กล่าวอาจจะไม่ทันได้คิดว่าโลกจะเข้าสู่วิกฤตโรคระบาด ที่รุนแรงถึงขั้นมนุษย์ไม่อาจจะเดินทางไปไหนได้ไกลจากรั้วบ้าน ซึ่งมันก็ผ่านไปปีกว่าแล้ว ยังคงไร้วี่แววที่เราจะแพ็คกระเป๋าออกเดินทางไหนได้เลย เราเข้าใจในความอึดอัดนี้ จึงขอแบ่งปันหนังเกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยวที่เราคิดว่ายอดเยี่ยมที่สุด อย่างน้อยก็ได้เที่ยวทิพย์ผ่านการดูหนังก็ยังดี โดยเราแบ่งเป็นหมวดหมู่ต่าง ๆ เพื่อความชอบตามไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันไป ถ้าพร้อมแล้วก็หยิบรีโมทค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวที่ใช่ แล้วออกเดินทางแบบเที่ยวทิพย์ไปพร้อมๆกันเลย Wild (2014) เรื่องราวที่สร้างจากชีวิตจริงของ Cheryl Strayed ผู้ทิ้งความหดหู่ของชีวิตในเมืองใหญ่ ตัดสินใจแบกเป้เดินเท้ากว่า 1,100 ไมล์ เพื่อออกตามหาความหมายของชีวิต หนังกล่าวถึงการต่อสู้ในจิตใจสับสนจากอดีตอันแสนช้ำตรม เพื่อมาสัมผัสธรรมชาติที่แม้จะโหดร้าย แต่กลับช่วยเยียวยาจิตใจ และช่วยให้เข้าใจความหมายอันถ่องแท้ของชีวิต Wild สร้างและแสดงนำโดย Reese Witherspoon หลังจากที่เธอได้อ่านหนังสือ Wild: From Lost to Found on the Pacific Crest Trail บทบันทึกที่เล่าถึงการเดินทางไปยัง “แปซิฟิก เครสต์ เทรล” ซึ่งเป็นเส้นทางเดินป่าตามสันเขาที่ทอดยาวตามชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของสหรัฐ
มหกรรมกีฬาโอลิมปิก คือการแข่งขันกีฬาที่มีความสำคัญมากที่สุดในโลก ถ้านับตั้งแต่การแข่งขันโอลิมปิกครั้งแรกที่จัดขึ้นใน Los Angeles ปี 1932 จนถึงปัจจุบัน จะมีการจัดไปแล้วทั้งหมด 28 ครั้ง และในวันที่ 23 กรกฎาคม ที่กำลังจะถึงนี้ ก็จะถึงช่วงเวลาสำคัญที่คนทั้งโลกเฝ้ารอคอย การแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิกครั้งที่ 29 “Olympic Games Tokyo 2020 “ ตลอด 90 ปีที่ผ่านมาของกีฬาโอลิมปิก มีหลายสิ่งเปลี่ยนแปลงไปมากมาย โดยเฉพาะสถิติโลกที่นักกีฬาทั่วโลกต่างพยายามจะทำลายมันลงในทุกการแข่งขัน กีฬาประเภทใหม่ ๆ ที่ถูกเพิ่มเข้าไปในแต่ละปี และเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาเพื่อใช้ในการตัดสินที่แม่นยำมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีบางอย่างที่ยิ่งใหญ่และไม่เคยเปลี่ยนแปลง นั่นคือการเป็น Olympic Games Official Timekeeper ของ OMEGA ผู้จับเวลาตัดสินอย่างเป็นทางการของการแข่งขันระดับโลก ที่ต้องใช้ความแม่นยำระดับ Microsecond เพราะในโลกของการแข่งขันสำหรับนักกีฬาที่ทุ่มเทฝึกซ้อมมาหลายปีเพื่อเวทีแห่งนี้ ความเที่ยงตรงแม้ 1 ใน 1,000,000 วินาที ก็มีความสำคัญอย่างมากเพื่อการตัดสินที่เป็นเอกฉันท์ และเพื่อเป็นสักขีพยานยืนยันการทำลายสถิติที่คนทั้งโลกต้องจดจำ ไม่ใช่แค่ความแม่นยำ OMEGA ยังแนะนำเทคโนโลยีและอุปกรณ์ใหม่ ๆ
ปัจจุบันโลกของการแข่งรถมืออาชีพได้เปิดกว้างให้กับโลกของ Racing Simulation อย่างเต็มที่ ทำให้การแข่งรถแบบเสมือนจริงได้รับการยอมรับจากเวทีการแข่งขันระดับโลกเพิ่มมากขึ้น เช่น Gran Turismo สุดยอดเกม Racing เสมือนจริงที่ถูกบรรจุเข้าไปใน virtual series ของ 2021 Tokyo Olympics สิ่งที่ได้รับความนิยมตามไปด้วยก็คือ ‘Racing Simulator’ หรืออุปกรณ์การเล่นเกมรถแข่งที่เหมือนจริงทุกประสาทสัมผัส ซึ่งล่าสุด Fanatec แบรนด์ผู้นำด้าน Sim racing hardware ได้ร่วมมือกับ Bentley ดีไซน์และพัฒนาพวงมาลัย Continental GT3 Steering Wheel ที่จะถูกใช้ในรถแข่งจริงและสามารถใช้ในโลก Simulation ได้เป็นครั้งแรก Bentley Continental GT3 Steering Wheel from Fanatec พวงมาลัยที่ผลิตเพื่อให้ Rhys Millen ใช้ในรถ Bentley Continental GT3 750 แรงม้า ที่จะขับทำลายสถิติอีกครั้งในรายการ Pikes
หากช่วงนี้ใครติดตามชาร์ทดนตรีไม่ว่าจะฝั่งอังกฤษหรืออเมริกา ชื่อของ Olivia Rodrigo คงจะเป็นชื่อที่พาให้คุณต้องตะลึง เพราะ Sour อัลบั้มชุดแรกในชีวิตของเธอนั้น สามารถครองแชมป์อันดับ 1 ทั้ง UK Charts และ Billboards อย่างสวยสดงดงาม ไม่ใช่เพียงชาร์ทอัลบั้มเท่านั้น แต่ซิงเกิ้ล Good4U ก็ได้รับอานิสงส์ขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ทเพลงเช่นกัน เพราะอะไร โลกมหาอำนาจแห่งวงการบันเทิง ถึงยกย่องสาวน้อยคนนี้ว่าเป็นความหวังใหม่ล่าสุดของวงการเพลง UNLOCKMEN ขอเชิญคุณมาทำความรู้จักกับสาวน้อยอายุ 18 ที่ฉายแววประกายความเปรี้ยวซ่าส์ทั้งในฐานะนักแสดงและศิลปินเพลงอนาคตไกล มาดูกันว่า กว่าที่เธอจะมาถึงจุดนี้ ต้องผ่านอะไรมาบ้าง สำหรับเด็กผู้หญิงทั่วไป การเติบโตท่ามกลางศิลปินเพลงพ็อพไม่ว่าจะเป็นอิทธิพลจาก Britney Spears / Beyonce หรือ Alicia Keys คงเป็นเรื่องที่ปกติและธรรมดา แต่สำหรับ Olivia Rodrigo สาวน้อยลูกครึ่ง แม่เยอรมัน/ไอริช ส่วนพ่อมีเชื้อสายฟิลิปปินส์ ที่เกิดและเติบโตในเมืองเทเมคูลา รัฐแคลิฟอร์เนียนั้น กลับไม่ธรรมดาและมีความแตกต่างจากครอบครัวอื่น เพราะครอบครัวของเธอนั้นเลือกที่จะขับกล่อมเธอด้วยเพลงอินดี้ร็อคอัลเทอร์เนทีฟอันหนักหน่วง ไม่ว่าจะเป็น No Doubt
ชายหนุ่มร่างใหญ่ที่มาพร้อมถังออกซิเจนและทรงผมพะรุงพะรัง เพียงแว็บแรกคุณอาจจะรู้สึกขำมากกว่าหวาดกลัว แต่ใครเลยจะรู้ว่า ในมือที่ถือถังออกซิเจนดูไร้พิษภัยคู่นั้น กลับเป็นอาวุธที่สุดแสนอำมหิต และเขาคือวายร้ายสุดคลั่งแห่งโลกภาพยนตร์ทศวรรษที่ 2000s กระทั่งคนรับบทบาทยังรู้เกลียดกลัวคาแรคเตอร์นี้จนเกือบจะไม่รับเล่นมัน มาทำความรู้จักกับ Anton Chigurh วายร้ายอำมหิตแห่งหนังฟิล์มนัวร์ยุคใหม่ จากภาพยนตร์ No Country for Old Men ที่ร้ายจนทำให้เขาคว้ารางวัลนักแสดงสมทบฝ่ายชายยอดเยี่ยมไปครองได้สำเร็จ หนัง No Country for Old Men ออกฉายในปี 2007 สามารถสะกดคนดูด้วยการเล่าเรื่องผ่านตัวละคร 3 ตัว โดยจุดเริ่มต้นมาจากการปะทะกันของ 2 แก๊งค้ายาที่นำพาให้เกิดการยิงกันและตายเกลื่อน Llewelyn Moss (นำแสดงโดย Josh Brolin) นักล่าสัตว์พบเจอศพคนโฉดนอนเรี่ยราดบนพื้น เขาสำรวจตรวจตราก็พบว่ามีกระเป๋าเงินจำนวน 2 ล้านเหรียญซุกซ่อนอยู่ท่ามกลางกองเลือดที่นองพื้นนั้น ไม่รอช้า เขาหยิบมันและจัดการนัดแนะแฟนสาวให้ออกจากบ้านไป เพราะมั่นใจว่าเจ้าของเงินน่าจะตามมาหาเขาในไม่ช้า ขณะเดียวกันหนังก็เล่าถึง Ed Tom Bell (นำแสดงโดย Tommy Lee Jones) นายอำเภอสุดเก๋าล้นประสบการณ์ แม้อายุอานามของเขาจะมากจนอยากเกษียณ


