จากดนตรีอินดี้หัวก้าวหน้าที่มาเพื่อโค่นดนตรี Punk รุ่นแรก ที่นักวิจารณ์กล่าวขานว่าเป็น “คลื่นลูกใหม่” เพราะอะไรดนตรีขบถของคนรุ่นก่อน ถึงย้อนเข็มนาฬิกากลับมาอินอีกครั้งในยุคนี้ มาทำความรู้จักแนวดนตรีที่เปรียบดั่งความหวังของทศวรรษใหม่ไปพร้อมๆกัน Post-Punk / New Wave Then – The Birth of Post-Punk แนวดนตรี Post-Punk นั้นเกิดขึ้นจากจากการต่อต้านดนตรี Punk ในยุคปลายทศวรรษที่ 70s เหตุจากวง Punk เหล่านั้น ที่มีหัวหอกอย่าง Sex Pistol / The Clash / The Damned นั้นมักจะหัวรุนแรง กักขฬะ และขวางโลกอย่างไร้อารยะ แถมบางวงยังใช้ความ Punk เล่นดนตรีราวกับคนเล่นดนตรีไม่เป็น เน้นทำตัวแปลกแยกสังคมก็ดังแล้ว กลุ่มนักดนตรีกลุ่มหนึ่งที่มีแนวคิดต่อต้านสังคมเช่นกัน แต่มีความสนใจในศิลปะ และความลุ่มลึกทางดนตรีที่มากกว่า จึงตั้งใจทำดนตรีที่อาร์ต มีความใส่ใจทางดนตรีอันซับซ้อนที่วง Punk ที่เน้นแต่ความรุนแรงสั้นกระชับจนเกินไปให้ไม่ได้ แถมยังเปิดกว้างในแนวทางที่หลากหลายและกว้างขวาง แนวเพลง Post-Punk คือ Punk
ในยุคที่การ Work From Home นั้นกลายเป็นเรื่องสามัญ จนทำให้แทบทุกคนจำต้องหาอุปกรณ์สำหรับทำงานเตรียมพร้อมไว้ที่บ้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และวิถีชีวิตที่แตกต่างไปจากเดิม ย่อมส่งผลต่อความต้องการที่เปลี่ยนไป จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทุกวันนี้หลายคนต่างกำลังมองหาอุปกรณ์เดียวที่ช่วยให้การทำงานที่บ้านเป็นไปได้อย่างสะดวกแถมยังมีความบันเทิงมาให้ครบ และในเมื่อ Demand เกิด ย่อมต้องมี Supply เปิดตัวมาตอบสนอง กับ Samsung Smart Monitor M7 ที่มาพร้อมคุณสมบัติสมาร์ทสมชื่อ เพราะต้องถือว่านี่คือจอมอนิเตอร์ครอบจักรวาล ซึ่งไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่จอแสดงผลเพียงเท่านั้น เพราะไม่ว่าจะทำ Present, เคลียร์งานเอกสาร, เปิด Youtube, ดูซีรีส์ Netflix ฯลฯ ก็ทำได้ครบจบในจอในจอเดียว ตอบโจทย์ทั้ง WORK / PLAY / CONNECTIVITY แทบไม่ต้องง้อ PC เลยด้วยซ้ำ ซึ่งจุดเด่นในแต่ละด้านนั้นจะมีรายละเอียดการทำงานอย่างไร Toys For Boys สัปดาห์นี้จะพาชาว UNLOCKMEN ทุกท่านไปไขข้อข้องใจให้กระจ่าง ความสมาร์ทของ TIZEN OS ใน Samsung Smart Monitor M7 ช่วยให้ชาวออฟฟิศอย่างเรา
Jaguar E-Type ได้ชื่อว่าเป็นรถยนต์ที่สวยที่สุด อย่างน้อยก็ในสายตาของ Enzo Ferrari แต่สำหรับผู้เชี่ยวชาญการ restore รถรุ่นนี้อย่าง E-Type UK ที่มีชื่อเสียงด้านการจัดทรงให้กลับมีสภาพสมบูรณ์มาช้านาน รู้สึกอยากสร้างความท้าทายใหม่ ๆ ให้กับ E-Type ให้มีมากกว่าความสง่า จึงจัดการอัพเกรดโปรเจคสุดอลัง จูนขุมพลัง V12 ให้แรงกว่าเก่า พร้อมอัพเกรดรายละเอียดสำคัญให้คลาสสิคแต่ทันสมัยเข้าไปด้วย ผลงานชิ้นนี้เป็นโปรเจคแรกของ E-Type UK หลังเปิด sub-brand ใหม่ชื่อ Unleashed และวางตำแหน่งให้เป็นสำนักแต่งรถสไตล์ restomod เน้นแต่งรถ retro ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย และเน้นให้ขับง่าย ใช้งานได้สะดวกสบายกว่ารถคลาสสิค Jaguar E-Type Series 3 by Unleashed ถูกนำมาเพิ่มความจุเครื่องยนต์ V12 จากเดิม 5.3 ลิตร เพิ่มเป็น 6.1 ลิตร เพิ่มพละกำลังจาก 272 ให้กลายเป็น 400 แรงม้า
เมื่อไม่กี่วันก่อนมีข่าวเทคโนโลยีที่หลายคนฮือฮากันมาก นั่นคือเรื่องราวการทดสอบการบินระหว่างเมืองของ AirCar รถยนต์บินได้ของบริษัทสโลวาเกียชื่อว่า ไคลน์ วิชัน (Klein Vision) ซึ่งภายในเวลา 35 นาที สามารถเดินทางจากสนามบินไนตราไปยังสนามบินบราติสลาวาได้สำเร็จ แถมยังสามารถลงจอด และเปลี่ยนเป็นฟังก์ชั่นรถยนต์ได้แบบสมูทอย่างกับหลุดออกมาจากหนัง Sci-fi !! UNLOCKMEN เลยอยากพาทุกคนไปเข้าใจมันให้มากขึ้น ว่าทำไมมันถึงเป็นรถยนต์แห่งอนาคตที่จะเปลี่ยนแปลงการขับขี่ยานพาหนะของเราไปตลอดกาล ก่อนที่เราจะไปลงลึกกันเรื่องรถ AirCar เราอยากให้ทุกคนได้รู้จักกับผู้ผลิตมันก่อน นั่นคือ Stefan Klein ดีไซนเนอร์ผู้เคยทำงานให้กับบริษัทรถยนต์ชั้นนำหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น Audi, Volkswagen และ BMW เขามีความฝันอยากจะเห็นรถยนต์บินได้ในชีวิตจริง จึงได้ร่วมกับคนในครอบครัวและเพื่อนสนิทของเขา ก่อตั้ง ‘Klein Vision’ บริษัทวิจัยและพัฒนารถยนต์บินได้ขึ้นมา เพื่อสานฝันของตัวเอง Klein Vision สามารถพัฒนาผลงานต้นแบบแรกได้สำเร็จในปี 1989 และตั้งชื่อให้มันว่า ‘AEROMOBIL I’ (AM1) ซึ่งเป็นยานพาหนะที่มีลักษณะเหมือนเครื่องบินสไตล์ canard มาพร้อมกับความยาวปีกสองข้างรวมกันถึง 5 เมตร และมีผลการทดสอบบินที่ไม่น่าพอใจสักเท่าไหร่ เพราะติดปัญหาเรื่องความกว้างของยานพาหนะ หลังจากความล้มเหลวของ AM1
คนที่ชื่นชอบในการวิ่งคงไม่มีใครไม่รู้จัก ‘Eliud Kipchoge’ ยอดนักวิ่งชาวเคนย่า ที่ทำลายทุกขีดจำกัดของมนุษย์สร้างสถิติที่ไม่มีใครคิดว่าจะมีมนุษย์คนไหนทำได้ ด้วยการจบการวิ่งมาราธอนภายในเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง ด้วยเวลา 1:59:40 และนั่นคงไม่ใช่เรื่องฟลุ๊ค เพราะก่อนหน้านี้ เขาก็เคยสร้างสถิติ 2:01:39 ซึ่งก็ถือว่าโหดมาก และเป็นเรื่องยากที่จะมีใครสักคนทำได้อยู่ดี บางคนอาจจะมองว่า เขานั้นมีพรสวรรค์ มีลักษณะทางกายภาพที่ดีจึงประสบความสำเร็จ ซึ่งจะว่าไปมันก็มีส่วน แต่นอกจากสิ่งเหล่านี้ ความพยายาม และวินัยในการฝึกซ้อมของเขา ก็ถือเป็นการทำงานอย่างหนัก และฐานความสำเร็จที่มั่นคง วันนี้เราจึงได้นำเอาโปรแกรมการฝึกซ้อมของ ‘Eliud Kipchoge’ แบบครบ ๆ ทุกด้าน และเป็นโปรแกรมที่อัพเดทล่าสุดในปี 2021 ซึ่งแหล่งข้อมูลดังกล่าว ได้ทำการติดตามการใช้ชีวิต และการฝึกซ้อมของ Kipchoge เป็นเวลาหลายเดือนก่อนจะลงทำการแข่งขัน มาให้เพื่อน ๆ ที่ชอบวิ่ง และกำลังอยากจะพัฒนาการวิ่งของตัวได้ลองนำไปทำตามกันดู KIPCHOGE TRAINING PROGRAM – A COMPLETE GUIDE แน่นอนว่าการซ้อมของนักกีฬาระดับนี้นั้น ต้องผ่านการคัดสรรค์มาแล้วว่าต้องเกิดประโยชน์มากที่สุด Kipchoge ได้แบ่งการฝึกซ้อมก่อนการแข่งขันออกเป็น 3 Phase
มีหนังมากมาย ที่ยามออกฉาย ได้สร้างปรากฏการณ์ทางสังคม จนทำให้หนังเรื่องนั้นยืนยงและยืนหยัดเหนือกาลเวลา บางเรื่องก็ล้ำสมัยจนคนดูรับไม่ได้ บางเรื่องเป็นหมุดหมายสำคัญที่เปลี่ยนหน้าอนาคตของสังคมไปตลอดกาล มาทำความรู้จักกับ A Clockwork Orange หนังเรื่องสำคัญที่ส่งผลต่อสังคม แฟชั่น และพลิกหน้าประวัติศาสตร์สู่สังคมสมัยใหม่ ที่เต็มไปด้วยความโหด และความรุนแรงแบบเต็มข้อเต็มอารมณ์ แม้อายุของหนังจะครบ 40 ขวบปีแล้วก็ตาม Dystopia ในโลกแห่งความรุนแรง A Clockwork Orange เล่าเรื่องราวของอังกฤษในโลกอนาคตที่ผู้คนวิปริตบิดเบี้ยวทางศีลธรรมขั้นสูงสุด Alex DeLarge หัวหน้าแก๊ง Droogs ที่ในแต่ละวันเขาและชาวแก๊งมักจะใช้เวลาหมดลงไปกับการยกพวกตีกับแก๊งคู่อริและคนไร้บ้าน ทำลายข้าวของ รวมไปถึงข่มขืนข่มเหงหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า โดยไม่สนว่าสิ่งที่เขาทำจะผิดถูกครรลองคลองธรรมอย่างไร การปล้น ฆ่า ข่มขืน คือสิ่งชอบธรรมที่เป็นกิจวัตรไม่ต่างกับการกินข้าว กินนม แล้วก็นอน กระทั่งวันหนึ่งเขาเผลอฆ่าคนตาย และถูกเพื่อนในแก๊งหักหลังจนถูกตำรวจจับ เขาถูกพาเข้าโครงการบำบัดเปลี่ยนคนชั่วให้กลายเป็นคนดี Alex ยอมทำตามแต่โดยดี หารู้ไม่ว่าการยัดเยียดความดีภายใต้สังคมที่เลวทรามนั้น มันหดหู่และบีบคั้นเขาขนาดไหน เมื่อเขาออกจากคุกโดยถูกล้างสมองจนกลายเป็นคนละคนสำเร็จแล้ว แต่เหมือนสังคมจะไม่พอใจ กลับเอาคืนด้วยการซ้ำเติมความเลวร้ายให้ต้องบอบช้ำและหนักข้อยิ่งกว่าเดิม เอาคืนความรุนแรง ด้วยความรุนแรงยิ่งกว่า หนัง A Clockwork Orange
เคยรู้สึกไหมว่า ยิ่งเราโตขึ้น สมองของเรายิ่งเฉื่อยชาลงทุกวัน ? ถ้ารู้สึก มันอาจเป็นเพราะเราไม่ได้ทำกิจกรรมที่เพิ่ม ‘ความยืดหยุ่นของสมอง’ (Neuroplasticity) ส่งผลให้สมองไม่มีการสร้างเซลล์ประสาทใหม่ หรือ เรียกว่าไม่มีพัฒนาการใด ๆ และเกิดอาการเฉื่อยชาขึ้นมา UNLOCKMEN จึงอยากมาแนะนำกิจกรรมที่จะช่วยให้สมองของเรามีความยืดหยุ่นมากขึ้น และมันจะช่วยให้เราทำงานและใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างคล่องแคล่วกว่าเดิมด้วย จดจำคำศัพท์ใหม่ทุกวัน หากคุณกำลังเรียนภาษาต่างประเทศอยู่ คุณอาจมีสมองที่ดีกว่าคนอื่น เพราะงานวิจัยบอกว่าการเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ทำให้สมองพัฒนาขึ้นได้ อ้างอิงงานวิจัยของ Tom A F Anderson จากมหาวิทยาลัย National Central University ที่ศึกษาผลของการเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ที่มีต่อการทำงานสมอง และพบว่า การเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ช่วยพัฒนาความจำเพื่อใช้ปฎิบัติงาน (Working Memory) รวมถึงความสามารถในการสื่อสารกับคนรอบตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฝึกใช้มือข้างที่ไม่ถนัด หากเราเป็นคนที่ถนัดมือขวา ลองฝึกใช้มือซ้ายในการทำสิ่งต่าง ๆ ดู ไม่ว่าจะเป็น แปรงฟัน เขียนหนังสือ หรือ จับเมาส์ การฝึกฝนมือข้างที่ไม่ถนัดจะช่วยให้สมองเกิดความยืดหยุ่นมากขึ้นได้ สามารถสร้างวิถีประสาทใหม่ (neural pathways) ได้มากขึ้น และยังช่วยให้การเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสามทมีความแข็งแรงมากขึ้นอีกด้วย นั่นหมายความว่าสมองของคุณจะทรงพลังมากกว่าเก่า ฝึกโยนลูกบอลสลับมือ การฝึกโยนลูกบอลสลับมือ หรือ
หลังทำลายสถิติเวลาขึ้นเป็นรถ SUV ที่เร็วที่สุดในเส้น Nordschleife ระยะทาง 20.8 กิโลเมตรของ Nurburgring ด้วยเวลา 7:38:9 เขี่ย Audi RS Q8 ลงไปด้วยเวลาที่น้อยกว่า 3 วินาที Porsche ไม่รอช้า เปิดตัว 2022 Cayenne Turbo GT ออกมาฉลองทันทีทันควัน นี่คือ Cayenne ที่เร็วที่สุดในรุ่นสำหรับพ่อบ้านที่อยากได้ทั้งความแรงและความสะดวกสบายในการเดินทาง เครื่องยนต์ 4.0-liter twin-turbo V8 ปรับจูนทุกชิ้นส่วนในเครื่องยนต์ตั้งแต่ crankshaft, pistons, turbo, ปรับระดับแรงฉีดเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์ รวมถึงระบบไอดีไอเสีย จนได้พละกำลังเพิ่มขึ้นเป็น 631 แรงม้า และแรงบิดที่เพิ่มขึ้นเป็น 849 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ 8-speed automatic ที่ผ่านการปรับการเปลี่ยนเกียร์ให้ไวขึ้น ความเร็วสูงสุด 300 km/h ทำเวลา 0-100 km/h ได้ภายใน
เศษฝุ่นในบ้านตามที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะบนพื้น ใต้โซฟา หรือตามใต้โต๊ะครัว เครื่องดูดฝุ่นรุ่นเก่า ๆ อาจจะไม่สามารถทำความสะอาดเข้าไปตามซอกมุมนี้ได้อย่างหมดจด และยากที่จะทำความสะอาดบนพื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวาง เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson Omni-glide เปลี่ยนโฉมวิธีการทำความสะอาดบนพื้นบ้านรูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นเครื่องดูดฝุ่นของ Dyson รุ่นแรกที่ออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับชีวิตคนในเมืองที่ต้องการทำความสะอาดเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ใช้ที่ชอบดูดฝุ่นบ่อย ๆ และไม่สามารถดูดฝุ่นตามซอกมุมต่าง ๆ ของบ้านได้ดีนัก หัวดูดทำความสะอาดขนนุ่มที่สามารถเคลื่อนที่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ควบคุมได้ทุกทิศทาง ไม่ว่าจะไปข้างหน้า ข้างหลัง และแม้กระทั่งด้านข้าง เป็นการจัดเรียงรูปแบบอินไลน์ขึ้นใหม่ ทำให้สามารถวางเครื่องราบกับพื้นบ้านเพื่อทำความสะอาดในพื้นที่แคบได้ เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson Omni-glide ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมด้วยรูปแบบอินไลน์ โดยมีระบบจัดวางแยก ตัวมอเตอร์ ตัวกรอง และด้ามจับให้อยู่ในแนวเดียวกันทั้งหมด เพื่อให้เครื่องสามารถวางราบกับพื้นและทำความสะอาดในพื้นที่แคบได้ เช่น ด้านใต้โซฟา หรือตามซอกเฟอร์นิเจอร์ การจัดวางรูปแบบใหม่นี้เป็นผลมาจากการวิจัยอย่างกว้างขวาง รวมถึงการทดลองกว่า 470 ชั่วโมงกับผู้ใช้จริงกว่า 277 คนที่ได้ทดลองใช้ในบ้านของพวกเขาในทั้งหมดหกประเทศ ด้วยการออกแบบใหม่นี้ นักวิศวกรต้องหาทางออกแบบตัวเครื่องที่ยังคงมีเทคโนโลยีหลักของ Dyson อยู่ รวมถึงตัวมอเตอร์ Dyson Hyperdymium ซึ่งพวกเขาได้ตั้งใจในการจัดเรียงรูปแบบสายการผลิตใหม่นี้ ไม่ทำให้ตัวเครื่องสูญเสียพลังดูด


