There is no excerpt because this is a protected post.
ในยุคแห่งเทคโนโลยี บรรดาแกงค์อาชญากรต่างหันมาใช้วิธีสื่อสารที่ทั้งลับและตามจับได้ยาก โดยเฉพาะ chat application ที่รันบน secure smartphone ซึ่งผ่านการดัดแปลงให้ไร้สัญญาณสื่อสาร มีเพียง chat app รันบนระบบปฏิบัติการที่เขียนขึ้นมาใหม่ สำหรับรับส่งข้อความเฉพาะที่รู้กันภายในโลกใต้ดิน จึงเป็นการยากที่สายสืบจะเข้าถึงแหล่งข้อมูลเหล่านี้ แต่ล่าสุดมันกลายเป็นดาบสองคม เมื่อ FBI มาเหนือเมฆยิ่งกว่ากับปฏิบัติการ ‘Operation Trojan Shield’ หลังจับกุมและทำลาย chat application ที่เหล่าผู้ร้ายนิยมใช้สื่อสารกันลงได้หลายแห่ง ซึ่ง 1 ในนั้นคือ chat Application ชื่อ ‘ANOM’ หลังโดนดำเนินคดี เจ้าของ app เสนอกับเจ้าหน้าที่ว่าจะให้ access ในการควบคุม app แลกกับการลดโทษเหลือสถานเบา ทีม FBI ตกลงและได้เข้ามาอยู่เบื้องหลัง chat application นี้ทันที โดยทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในหลายประเทศ ตั้งแต่ Australia, New Zealand, Europe จากนั้นก็แนะนำมันแบบปากต่อปากจากสายลับ กระทั่ง
หลายคนคงเจอ เวลาปฏิเสธนัดหรือการให้ความช่วยเหลือคนอื่น แล้วอีกฝ่ายพูดอะไรกลับมาที่ทำให้เรารู้สึกแย่หรือรู้สึกผิด เช่น “เพื่อนกันแค่นี้ทำให้ไม่ได้หรอ” หรือ “เราคงแย่จนไม่มีใครอยากช่วยเหลือจริง ๆ” ฯลฯ ซึ่งการพูดเพื่อสร้างความรู้สึกผิดแบบนี้มีชื่อว่า Guilt Trip และมันสามารถสร้างผลเสียต่อความสัมพันธ์ได้มากมายเหมือนกัน ผลเสียของ Guilt Trip Guilt Trip คือ พฤติกรรมที่ใครคนใดคนหนึ่งพยายามสร้างความรู้สึกผิดให้อีกฝ่ายผ่านการสื่อสารหรือการแสดงออก เพื่อควบคุมพฤติกรรมของอีกฝ่าย โดยเรามักเห็น Guit Trip ในความสัมพันธ์ของคนที่มีความใกล้ชิดกัน เช่น ความสัมพันธ์แบบคู่รัก ความสัมพันธ์แบบเพื่อนสนิท หรือ ความสัมพันธ์แบบคนในครอบครัว เพราะถ้าไม่สนิทกัน เราคงไม่แคร์ความรู้สึกของกันและกันมากเท่าไหร่ ตัวอย่างของ Guilt Trip เช่น เมื่อเราไม่ยอมทำงานบ้าน แล้วครอบครัวเราพูดด้วยน้ำเสียงรำคาญว่า “ฉันต้องทำงานตลอดเวลาเพื่อให้แกมีที่อยู่อาศัยและอาหาร แต่แกไม่สามารถล้างจานได้เลยหรอ” หรือ เวลาที่เราปฏิเสธการไปงานปาร์ตี้ของเพื่อนเพราะติดธุระ แล้วเพื่อนของเราพูดกลับว่า “คงไม่มีใครอยากใช้เวลาร่วมกับฉันหรอก” จากตัวอย่างจะเห็นได้ว่า Guilt Trip ก็ไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป เพราะบางทีคนทำก็ไม่ได้ต้องการควบคุมพฤติกรรมของเรา เพียงแต่ต้องการเตือนให้เรารับรู้ถึงหน้าที่และความรับผิดชอบของตัวเอง แต่บางทีการใช้ Guilt Trip ก็ส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ได้เหมือนกัน เพราะมันจะทำให้เกิดความไม่พอใจตามมา
หลายคนคงรู้สึกเจ็บปวดอย่างมาก หลังจากที่ถูกเพื่อน คนรัก หรือ คนที่ไว้เนื้อเชื่อใจหักหลัง ประสบการณ์แย่ ๆ เหล่านี้คงสร้างรอยตำหนิและบาดแผลในใจของพวกเราไม่มากก็น้อย บางคนอาจสูญเสียความมั่นใจในการใช้ชีวิต บางคนอาจจะเจ็บหนักจนกลัวการไว้เนื้อเชื่อใจคนอื่นไปเลยก็มี เราเลยอยากช่วยให้ทุกคนผ่านมันไปได้ไว ๆ จึงจะมาแนะนำ 5 วิธีในการรับมือกับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นมาจากการถูกหักหลัง หาเหตุผลที่ทำให้เราถูกหักหลัง หลายคนที่โดนหักหลัง มักจะหลีกเลี่ยงสัญญาณ หรือ พยายามไม่พูดถึงมัน เพราะพวกเขาต้องการทำให้ความสัมพันธ์กับแฟน หรือ เพื่อน สามารถไปต่อได้ แต่ผลเสียของการไม่กล้าเผชิญหน้ากับมัน คือ เราจะยิ่งเจ็บปวดหนักขึ้นและนานขึ้น เพราะการถูกหักหลังจะเป็นเหมือนปม ที่ทำให้เราวิจารณ์ว่าตัวเองไม่ดีพอจนสูญเสียความมั่นใจในตัวเองตลอดเวลา ส่งผลให้เราไม่สามารถใช้ชีวิตให้มีความสุขได้อย่างที่ควรเป็น ทางที่ดี เราควรรับรู้หรือเผชิญหน้ากับความเจ็บปวด และหาเหตุผลที่ทำให้มันเกิดขึ้น พร้อมหาวิธีการแก้ปัญหาที่เหมาะสมกับสถานการณ์ ฝึกยอมรับความไม่สบายใจ เวลาที่เราถูกหักหลัง เรามักเกิดความรู้สึกไม่สบายใจ เช่น รู้สึกสมเพส รู้สึกโดนกลั่นแกล้ง รู้สึกโกรธ หรือ เศร้าเสียใจ แต่ไม่ว่าจะรู้สึกยังไง การพยายามเก็บซ่อนความรู้สึกเหล่านี้เอาไว้ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ดี เพราะมันจะทำให้เราเกิดอาการเก็บกดได้ ทางที่ดีกว่า คือ การตั้งชื่อให้กับอารมณ์ต่าง ๆ ที่เรารู้สึก ไมว่าจะเป็น ความโกรธ ความสูญเสีย ความเศร้า
Apple เผยตัวอย่างการอัปเดตครั้งสำคัญสำหรับ FaceTime, คุณสมบัติ “โฟกัส” ใหม่ที่จะช่วยลดสิ่งรบกวนสมาธิ, ระบบอัจฉริยะบนอุปกรณ์ที่ดียิ่งขึ้นสำหรับการค้นพบข้อมูล รวมถึงอีกหลายวิธีในการสำรวจโลกโดยใช้แอปแผนที่ สภาพอากาศ และ Wallet วันนี้ Apple® ประกาศเปิดตัว iOS 15 ซึ่งเป็นการอัปเดตครั้งสำคัญที่มาพร้อมคุณสมบัติอันทรงพลังที่จะยกระดับประสบการณ์การใช้งาน iPhone® ไปอีกขั้น iOS 15 ทำให้การโทร FaceTime มีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น และมาพร้อม SharePlay สำหรับการแชร์ประสบการณ์ร่วมกัน อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ใช้โฟกัสกับสิ่งที่ทำอยู่ได้เต็มที่ด้วยวิธีใหม่สำหรับจัดการกับการแจ้งเตือน และยังเพิ่มความอัจฉริยะให้กับรูปภาพและการค้นหาเพื่อให้เข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งกว่านั้นแอปแผนที่ของ Apple ยังเปิดตัววิธีใหม่อันสวยงามในการสำรวจโลก ในขณะที่แอปสภาพอากาศได้รับการออกแบบใหม่ให้มีแผนที่แบบเต็มหน้าจอและกราฟิกแสดงข้อมูลเพิ่มมากขึ้น ส่วนแอป Wallet เพิ่มการรองรับกุญแจบ้านและบัตรประจำตัว แถมยังทำให้การท่องอินเทอร์เน็ตด้วย Safari® นั้นง่ายยิ่งขึ้นด้วยแถวของแถบเว็บไซต์ในดีไซน์ใหม่และ Tab Groups นอกจากนี้ iOS 15 ยังมีคุณสมบัติใหม่ๆ สำหรับควบคุมความเป็นส่วนตัว ทั้งใน Siri®, แอปเมล และอีกหลายแห่งทั่วทั้งระบบที่จะช่วยปกป้องข้อมูลของผู้ใช้ได้ดียิ่งขึ้น สำหรับ iPhone ที่รองรับ iOS 15
เราอาจดื่มแอลกอฮอล์ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไป บางคนอาจดื่มเพื่อเข้าสังคม หรือ บางคนอาจดื่มเพื่อผ่อนคลายตัวเอง ฯลฯ แต่ไม่ว่าจะดื่มด้วยเหตุผลอะไร การดื่มมากเกินไป มักทำให้เราขาดสติ และทำเรื่องที่ต้องรู้สึกแย่ในภายหลังอยู่เสมอ เช่น การส่งข้อความ (Drunk Texting) หรือ โทรหาคนอื่นตอนเมา (Drunk Dialing) เพื่อระบายความอัดอันตันใจของตัวเอง UNLOCKMEN อยากพาทุกคนไปทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่ทำให้เราส่งข้อความหรือโทรหาคนอื่นตอนเมา พร้อมแนะนำวิธีป้องกันที่ถูกต้อง เพื่อให้ทุกคนรับมือกับมันได้ดีขึ้น ทำไมเราถึงโทรหรือส่งข้อความหาคนอื่นเวลาเมา วิทยาศาสตร์บอกเราว่า การดื่มแอลกอฮอล์ส่งผลเสียต่อความสามารถในการตัดสินใจ เพราะแอลกอฮอล์ส่งผลกระทบต่อสมองของเราโดยตรง โดยงานวิจัยที่ได้รับการเผยแพร่ในวารสาร Biological Psychiatry (2014) บอกเราว่า แอลกอฮอล์ทำให้ความสามารถในการยับยั้งชั่งใจและคิดไตร่ตรองแย่ลง เพราะกลีบหน้าผากส่วนหน้าของสมอง (ซึ่งเป็นสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการไตร่ตรองผลของการกระทำ) จะทำงานหรือตอบสนองน้อยลงเวลาที่มีแอลกอฮอล์อยู่ในร่างกาย นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่ได้รับการเผยแพร่ในวารสาร Journal of Abnormal Psychology (2012) ซึ่งเปรียบเทียบคนที่ดื่มกับคนที่ไม่ได้ดื่มด้วยผลการทดสอบ และพบว่า คนที่ดื่มจะกังวลเรื่องการทำผิดพลาดน้อยกว่าคนที่ไม่ได้ดื่ม และพวกเขาจะไม่ค่อยหยุดตัวเองจากการทำผิดพลาดมากกว่าเดิมด้วย สำหรับสาเหตุของการ Drunk Dialing ได้มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งจากวารสาร Ohio Communication Journal (2011) ซึ่งศึกษากลุ่มตัวอย่างที่มีอายุราว 20
Tesla Cybertruck ยังอีกห่างไกลกว่าจะได้เป็นเจ้าของ แต่อุปกรณ์เสริมบอกรอไม่ไหวแล้ว ในเมื่อรูปทรงล้ำหน้าแถมยังดูบึกบึนพร้อมลุย Loki Basecamp แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้าน 4-season pod สำหรับสสายลุย Adventure ตัวจริง ได้ดีไซน์ Camper สำหรับรถ Tesla Cybertruck ออกมารอไว้เรียบร้อยแล้ว ความเจ๋งของอุปกรณ์ camper ติดรถสัญชาติ Canadian-American ที่ไม่ใช่แค่เต็นท์ติดรถ เรียกว่าเป็นการดัดแปลงรถให้กลายเป็นรถบ้านโดยการเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายใต้โครงเหล็กที่แข็งแกร่ง ทนทานรับมือได้ทุกสภาพอากาศแน่นอน เพราะปกติเน้นทำกับรถลุยสายโหดอย่าง Ford F Series, Toyota Tundra, Dodge RAM อยู่แล้ว Loki ได้ดีไซน์ edition พิเศษสำหรับ Cybertruck ที่สร้างมารองรับเข้ามุมได้ทุกสัดส่วนของรถอย่างลงตัว กันได้ทั้งลม ฝน แมลง ภายในอัดแน่นด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายถูกใจ camper ที่ชอบเข้าป่าเป็นเวลานาน ด้วยระบบ climate control แยก ด้านบนติดแหล่งพลังงาน solar power สำหรับเก็บพลังงานสำรองไว้ในแบตเตอรี่
เทคโนโลยี ไม่ใช่แค่อำนวยความสะดวก แต่ต้องทำให้ชีวิตของมนุษย์ดีและปลอดภัยขึ้นด้วย ด้วยแนวคิดนี้จึงเป็นที่มาของ Pill-iD application สำหรับตรวจเช็คที่มา ส่วนผสม และความอันตรายของยา mdma ยอดฮิตของนักเที่ยวอังกฤษ เพราะทีมพัฒนารู้ดีว่าห้ามไม่ให้เสพคงเป็นไปไม่ได้ อย่างน้อยขอให้เสพอย่างปลอดภัย รู้ว่าเอาอะไรเข้าไปในร่างกายก็ยังดี หลังปิดผับบาร์เนื่องจากโควิด-19 มานานแสนนาน ล่าสุดเตรียมจะเปิดประตูต้อนรับอีกครั้งในวันที่ 21 มิถุนายนนี้ จึงมีความกังวลว่าชาวอังกฤษที่ขึ้นชื่อเรื่อง Party hard และเล่นยาหนัก จะอัดอั้นและมาอัพยากันปล่อยผีกันหนักหน่วงแน่ในช่วงเดือนแรก ๆ นั่นหมายถึงจำนวนยาเสพติดที่จะทะลักเข้ามาในผับบาร์ต่าง ๆ ทั้งของแท้และของเลียนแบบที่ใช้ส่วนผสมแปลกปลอม ซึ่งแต่ละปี มีจำนวนนักเที่ยวที่เสียชีวิตเพราะยาเสพติดปลอดส่วนผสมเป็นจำนวนมากใน UK ทีม Pill-iD จึงสร้าง application ที่ให้ผู้เสพถ่ายรูปยา mdma ซึ่งเป็นยา recreation ยอดฮิตสำหรับทั้งนักปาร์ตี้ เพื่อเทียบกับ database ที่มีบันทึกลวดลายของยา mdma วิธีสังเกตความแตกต่าง ส่วนผสมที่แตกต่างกันของยาแต่ละตัว อัตราส่วนต่อน้ำหนักที่ไม่ควรเสพเกินขนาด ความเสี่ยงจากยาแต่ละรุ่น และผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น ซึ่ง mdma นั้นจะมีการปั้มลายแตกต่างกันไป เช่นลาย Tesla, audi,
ถ้าหากว่าบางจังหวัดมีของขึ้นชื่อเรื่องอาหารท้องถิ่น บางที่โดดเด่นด้วยประวัติศาสตร์ วิวที่สวยกว่าใคร หรือ เกาะที่เต็มไปด้วยแมวและของฝากที่เป็นแมวขนาดจิ๋ว เกาะแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นเคยมีของขึ้นชื่อที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งสิ่งนั้นคือ ‘สาวงาม’ ที่พร้อมมอบประสบการณ์ทางเพศที่ยอดเยี่ยมแก่ผู้มาเยือน วาตากาโนะ (Watakano) คือ ชื่อของเกาะในจังหวัดมิเอะ ที่เคยถูกเรียกว่า “เกาะแห่งการค้าประเวณี” สรวงสวรรค์ทางเพศขนาดย่อมที่ได้รับการยอมรับว่าดีที่สุดและอู้ฟู่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นในช่วงปลายยุค 70-80s ที่พร้อมเปิดเกาะต้อนรับผู้มาเยือนเพศชายทุกอาชีพ ตั้งแต่ข้าราชการ ตำรวจ ยันมนุษย์เงินเดือนทั่วไป ซ้ำยังเดินทางแสนสะดวกด้วยเรือเพียงแค่ 4 นาที ประชากรราว 1 ใน 4 ของเกาะ หรือผู้คนประมาณ 270 คน ล้วนเป็นผู้ประกอบกิจการทางเพศ การขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจของเกาะขนาด 1.5 ตารางกิโลเมตร ล้วนเกี่ยวข้องกับการค้าประเวณี แรกเริ่มเดิมที วาตากาโนะเป็นเกาะแวะพักสำหรับนักเดินทางช่วง ค.ศ. 1600-1800 เมื่อไหร่ที่ทะเลคลั่ง คลื่นลมแรง นักเดินเรือจากโอซาก้าที่ต้องการไปยังเอโดะ มักหยุดแวะพักที่เกาะแห่งนี้ รู้ตัวอีกทีเกาะที่ใช้แวะพักระหว่างการเดินทาง ก็กลายเป็นเกาะที่มีหญิงบริการเริ่มจับจองพื้นที่เพื่อรอเหล่านักเดินทางเสียแล้ว ซึ่งการค้าทางเพศแรกเริ่มบนเกาะแห่งนี้ ถือว่าผิดกฎหมายแบบเต็ม ๆ วันเวลาผ่านไป รูปแบบการบริการยอดนิยมในช่วง 70-80s จะเน้นแบบ ‘สั้น’


