มีหลายสาเหตุที่ทำให้หลายคนไม่อยากทำงาน ไม่ว่าจะเป็น ความเหนื่อยล้าจากการต้องเผชิญหน้ากับปัญหา COVID-19 เป็นเวลานาน ความเครียด และอื่น ๆ เช่น โรคกลัวการไปทำงาน หรือ Ergophobia ซึ่งเป็นปัญหาที่อยู่ใกล้เรามากกว่าที่คิด และคนที่เป็นเจ้าของบริษัท ธุรกิจ หรือ องค์กร ควรให้ความสนใจกับมัน Ergophobia คืออะไร ? Ergophobia คือ ภาวะที่เรากลัวและกังวลเกี่ยวกับการทำงานหรือการอยู่ในที่ทำงานอย่างหนัก จนส่งผลให้เราเกิดความผิดปกติ เช่น ไม่สามารถไปทำงานได้ มีความทรมานในการทำงาน ต้องออกจากงานกลางครัน หรือ ไม่สามาถเริ่มหางานใหม่ได้ เป็นต้น โดยสาเหตุที่ทำให้คนเป็น Ergophobia มีทั้งทางตรงและทางอ้อม กล่าวคือ พวกเขาอาจเคยประสบกับประสบการณ์ที่น่ากลัวในการทำงาน หรือ อาจเคยเห็นคนอื่นประสบกับเหตุการณ์ที่น่ากลัวในการทำงาน ส่งผลให้พวกเขาเอาประสบการณ์ที่เลวร้ายเหล่านั้นมาเชื่อมโยงกับที่ทำงาน และพัฒนาอาการ Ergophobia ขึ้นมา ซึ่งคนที่เป็น Ergophobia มักมีอาการเหล่านี้ กลัวหรือกังวลเรื่องงานอย่างหนัก ไม่สามารถหยุดความกังวลหรือความกลัวในเรื่องงานได้ มีความกังวลหรือกลัวเรื่องงานเกินจริง มีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงหรือหลบหนีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน กลัวการถูกจ้างงาน (Fear of Finding Employment)
ปฏิเสธไม่ได้ว่า หนึ่งในเคล็ดลับที่ทำให้อายุของเรายืนขึ้น คือ การออกกำลังกาย เพราะมันมีประโยชน์ต่อสุขภาพของเราหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ช่วยลดผลกระทบด้านสุขภาพที่เกิดจากการนั่งเป็นเวลานาน ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น หรือ ช่วยลดไขมันส่วนเกิน เป็นต้น แต่หลายคนหลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย เพราะคิดว่าจำเป็นต้องใช้เวลาในการทำนาน ข่าวดี คือ งานวิจัยชิ้นใหม่ได้บอกเราว่า การออกกำลังกายแค่ 3 นาทีก็ช่วยให้เรามีอายุยืนขึ้น อ้างอิงจากงานวิจัยที่ใช้เวลาในการทำกว่า 4 ปี จัดทำโดยนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Glasgow Caledonian University พบว่า การออกกำลังกายปานกลางเป็นเวลา 3 นาทีต่อหนึ่งชั่วโมงที่เสียไปกับการนั่งเฉย ๆ สามารถช่วยลดอัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรลงได้ 30 % ซึ่งงานวิจัยชิ้นนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร British Journal of Sports Medicine และมีการใช้ข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างที่มีจำนวนมากถึง 130,000 คน แม้ปัจจุบันมีคำแนะนำให้ออกกำลังกายวันละ 30 นาที แต่นักวิจัยพบว่า ไกด์ไลน์นี้ไม่ช่วยลดความเสี่ยงการเสียชีวิตในกลุ่มคนที่ใช้เวลาไปกับการนั่งนานต่อเนื่อง แต่คนที่ใช้เวลาในการออกกำลังกาย 3 นาทีในทุกชั่วโมงที่เสียไปให้กับการนั่งมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตต่อวัยอันควรลดลง และสะท้อนให้เห็นว่า การออกกำลังกายระหว่างวัน เช่น การเดินเร็ว
นับตั้งแต่การรุกรานของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่นำพาพวกเราทุกคนเข้าสู่วิถีชีวิตแบบ New Normal มาร่วมปี เชื่อว่าหลายคนคงจะเห็นพ้องต้องกันกับเราว่า คงไม่มีเทรนด์ไหนในยุคโควิดที่ฮิตไปกว่าเทรนด์คนติดบ้าน ไม่ว่าจะทำงาน ช้อปปิ้ง ทานอาหารมื้อโปรด แทบทุกสิ่งล้วนถูกเปลี่ยนให้ทำได้จากที่บ้านทั้งนั้น แม้กระทั่งการออกกำลังกายดูแลรักษาสุขภาพ ในวันที่ยิมปิด ฟิตเนสงดให้บริการ สุดท้ายบ้านที่มีการออกแบบพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง และยืดหยุ่นพร้อมตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่าง ก็พร้อมจะเปลี่ยนเป็น Home Gym ให้ทุกคนสร้างความฟิตได้จากแทบทุกพื้นที่การอยู่อาศัย และในวันนี้เราจะขออาสาพาไปเปิดไอเดียใหม่ ๆ ว่าพื้นที่ไหนของบ้านที่สามารถเนรมิตเป็นจุดออกกำลังกายได้บ้าง เพื่อเป็นแนวทางไปปรับใช้หาพื้นที่ทำ Home Gym กันที่บ้านของคุณเอง ห้องนอนด้านล่าง ชั้นล่างของบ้านใครมีพื้นที่ห้องนอนผู้สูงอายุ หรือห้องนอนรับแขก ในวันที่ไม่ได้มีใครใช้งานพักอาศัย บอกเลยว่าพื้นที่นี้ถือเป็นพื้นที่เหมาะสำหรับดัดแปลงเป็น Home Gym ได้ดี เพราะห้องนี้มักจะอยู่ในจุดที่แสงธรรมชาติเข้าถึงภายในห้อง ให้ความสดชื่น และเป็นส่วนตัวขณะออกกำลังกายได้อย่างดี โดยการออกกำลังกายที่เหมาะสำหรับพื้นที่นี้นั้นเป็นได้ทั้งกีฬาเรียกเหงื่อแบบ High Intensity เช่นการปั่นจักรยานแบบสปินนิ่ง ที่เดี๋ยวนี้มีบริการให้เช่า พร้อมคอร์สเรียนออนไลน์ หรือ จะเป็นแบบ Low Intensity สำหรับสาว ๆ อย่างการออกกำลังพิลาทิส เช่น เครื่อง
ใกล้จะได้กลับไปเดินทางไกลทั้งในและนอกประเทศกันในอีกไม่ช้า RIMOWA จึงเตรียมกระเป๋าเดินทางคอลเลกชันใหม่ออกมาให้คนที่อยากเอาฤกษ์เอาชัย ด้วยผลงานการร่วมมือสร้างสรรค์กระเป๋า classic Essential Cabin suitcase กับแบรนด์ Chaos พร้อม accessories มากมาย ถือเป็นครั้งแรกที่ Chaos x RIMOWA ได้มา collab กัน การออกแบบกระเป๋าเดินทาง Essential Cabin ในคอลเลกชันนี้จึงมีความแปลกตาอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนด้วยดีไซน์ ‘Spatter’ หยดสีที่เลือกให้ตัดกับสีของกระเป๋าเดินทางรุ่นบอดี้ polycarbonate ได้อย่างโดดเด่นด้วยหยดสี “Saffron Yellow” และ “Cactus Green” ด้านบนกระเป๋าเดินทาง เข้ากับสีของที่จับ ซิป รวมถึงโลโก้ของทั้งสองแบรนด์ด้วย นอกจากดีไซน์บนกระเป๋า RIMOWA ยังมีกระเป๋าสะพายของ Chaos ที่ออกแบบมาให้พอดีกับกระเป๋าเดินทาง ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของจุกจิกเวลาเดินทางเช่น ticket, passport, laptop หยิบจับใช้งานง่าย ไม่ต้องเปิดกระเป๋าเข้าออก เพิ่มความสะดวกสบาย เป็นการเพิ่มความพิเศษให้กับคอลเลกชันนี้ให้น่าซื้อมากขึ้นไปอีก ถ้าอยากเพิ่มสีสันให้กระเป๋ามีสไตล์สนุกสนานมากขึ้น ก็สามารถซื้อ Collectible tags ที่ผลิตจากหนัง
10 ปีที่แล้ว หรือปี 2011 วงการดนตรีอาจจะไม่ได้แตกต่างจากยุคปัจจุบันมากนัก เราเริ่มทำความรู้จักกับการฟังเพลงผ่านสตรีมมิ่ง ขณะเดียวกัน CD เริ่มเทอะทะไปแล้วสำหรับนักฟังเพลง โลกของดนตรีร็อคเริ่มถูกสั่นคลอนจากดนตรีแนวอื่น ส่วนดนตรีพ็อพก็มีความกล้าและบ้าบิ่นยิ่งขึ้น เรามาย้อนรำลึกถึงช่วงเวลาของดนตรียุคนี้ ว่าปี 2011 วงการดนตรีมีอัลบั้มไหนที่เด็ดจนถูกกล่าวขวัญถึงมาจนปัจจุบันกันบ้าง พร้อมอัพเดทผลงานว่าปัจจุบันศิลปินเหล่านี้กำลังทำอะไรกันอยู่ Noel Gallagher’s High Flying Birds – Noel Gallagher’s High Flying Birds การประกาศออกอัลบั้มเดี่ยวของ Gallagher ผู้พี่ นับเป็นการดับฝันแฟนเพลงอย่างเป็นทางการว่า Oasis จะเป็นเพียงตำนานที่ไม่มีวันหวนกลับมาอีกแล้ว (โดยที่ Gallagher ผู้น้อง อย่าง Liam ได้ชิงออกอัลบั้มก่อนในนาม Beady Eye ซึ่งกลายเป็นตราบาปมาจนถึงทุกวันนี้…เพราะแป๊ก) แม้ว่าอัลบั้มชุดแรกของ Noel Gallagher จะยังคงไว้ซึ่งกลิ่นไอของ Oasis ไม่ว่าจะเป็นซาวด์กีตาร์ที่แสนจะ Noel Rock เพราะเป็นความตั้งใจที่จะทำเพลงสำหรับอัลบั้มใหม่ของ Oasis แต่ Noel
ปัญหาหนึ่งที่ทำให้หลายคนรู้สึกไม่โปรดีกทีฟเวลาทำงานหรือใช้ชีวิต คือ การสนใจเรื่องการบริหารเวลามากกว่าการบริหารพลังงานที่ตัวเองมีอยู่ จนส่งผลให้ พวกเขาไม่มีแรงมากพอที่จะรับภาระตลอดวัน แม้จะมีการจัดสรรเวลาในการใช้ชีวิตที่ดีแล้วก็ตาม การบริหารพลังงานเป็นเรื่องสำคัญกว่าการบริหารเวลา เพราะถ้าเราหมดแรงเสียก่อน เราคงไม่สามารถทำภารกิจประจำวันได้ดีนัก UNLOCKMEN เลยอยากมาแนะนำ 5 วิธีในการบริหารพลังงาน เพื่อให้ทุกคนกลายเป็นมนุษย์ที่สามารถบริหารพลังงานของตัวเองได้ดีขึ้น และใช้ชีวิตในแต่ละวันได้อย่างยอดเยี่ยมมากขึ้น เริ่มจากสังเกตตัวเองก่อน เวลาที่เราทำเป้าหมายประจำวัน เช่น โปรเจ็กต์ใหญ่ งานบ้าน หรือ การประชุม ฯลฯ เราควรสังเกตพฤติกรรมของตัวเองในระหว่างนั้นด้วย โดยอาจลองถามตัวเองด้วยคำถามเหล่านี้ เช่น ทำงานช้าหรือเร็วไปรึเปล่า ? หรือ มีแรงจูงใจในการทำมากแค่ไหน ? เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้เราได้รับรู้ปัญหาของตัวเอง และพร้อมค้นหาวิธีแก้ปัญหาที่ถูกจุด เช่น ถ้าเรารู้ตัวว่าหนึ่งวันทำงานหนักมากเกินไป เราก็จะคิดได้ว่าควรเพิ่มเวลาพักให้ตัวเอง หรือ ถ้ารู้สึกว่าทำงานน้อยไป เราก็จะคิดได้ว่าควรเพิ่มเวลาในการทำงานมากขึ้น เป็นต้น เลิกคิดว่าคนขยันต้องตื่นเช้า เรามักได้ยินตนพูดถึงกันบ่อยเรื่องข้อดีของการตื่นเช้า แต่ในความเป็นจริงไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะกับการตื่นเช้า เช่น คนประเภท Night Owl หรือ คนที่นอนดึกเป็นประจำ ซึ่งการตื่นเช้ามักเป็นเรื่องที่ยากลำบากสำหรับพวกเขา สิ่งที่สำคัญมากกว่าการบริหารเวลาในการตื่น คือ การจัดสรรเวลาในการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง และการพัฒนาความสามารถในการบริหารพลังงานให้เหมาะสมกับการใช้ชีวิตในแต่ละวัน
วันก่อนนำเสนอ Solar-powered cooler ไป หลายคนบอกว่าน่าสนใจดี แต่มีอะไรที่พกได้สะดวกสบายกว่านั้นอีกมั้ย เพราะบางทีการลาก cooler ไปขึ้นเขาหรือทางชันก็ไม่ง่ายนัก เราเลยนึกถึง gadget ชิ้นนี้ขึ้นมา มันเก็บความเย็นได้ แถมยังพกพาง่ายกว่าด้วยการสะพายขึ้นหลังแบบ Backpack อย่าคิดว่ามันคือ Backpack ธรรมดา เพราะนั่นแปลว่าคุณจะต้องดื่มเบียร์อุ่น ซึ่งคงไม่มีใครชอบ ‘Bruemate Backtap’ คือ backpack + cooler ที่สามารถบรรจุเครื่องดื่มที่คุณต้องการได้ถึง 3 แกลลอน เทียบเท่าปริมาตรไวน์ประมาณ 5 ขวดเลยทีเดียว ขนาดของ Bruemate Backtap ค่อนข้างกะทัดรัด กว้าง 13 นิ้ว สูง 14.75 นิ้ว มีหูหิ้วพร้อมสายสำหรับสะพาย ภายนอก case วัสดุผลิตจาก Rotational Molding Plastic ขึ้นรูปด้วยการผลิตแบบหมุนเหวี่ยง ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน ใช้งานได้ยาวนาน ส่วนภายในใช้ stainless steel
จากซากศพเดินอย่างเชื่องช้าที่ปล่อยเชื้อร้ายด้วยการกัดกินมนุษย์ สู่สิ่งมีชีวิตร้ายกาจที่วิ่งเร็วและอันตรายจนยึดครองโลก หนังซอมบี้มีวิวัฒนาการอันน่าทึ่งและยาวนาน นอกจากสร้างความสยองที่ค่อยๆอัพเกรดไปตามยุคสมัยแล้ว ยังทำหน้าที่วิพากษ์วิจารณ์สังคมและสะท้อนความดำมืดในจิตใจมนุษย์อีกด้วย เราย้อนไปดูไทม์ไลน์ของหนังตระกูลซอมบี้ ว่ามีที่มาและพัฒนาการอย่างไรกันบ้าง The Beginning of Zombies “ความหวาดกลัว และคำสาปแช่ง คือแรงกำเนิดซอมบี้” ในประวัติศาสตร์ เรื่องราวของศพเดินได้นั้นถูกเล่าขานมานับพันปี จากการค้นพบซากกระดูกสมัยยุคกรีกโรมัน เมื่อได้ขุดพบซากศพที่มีหินถ่วงเพื่อไม่ให้ศพเหล่านั้นลุกขึ้นมา รวมไปถึงยุคสมัยทศวรรษที่ 17 ที่ชาวแอฟริกันตะวันตกถูกชาวเฮติไล่ล่ามาเป็นทาสในไร่อ้อย ท่ามกลางความอดอยากยากแค้น สภาพอันซูบผอมของทาสเหล่านั้นแทบไม่ต่างกับซากศพที่ยังมีชีวิต ซอมบี้จึงถูกสะท้อนในฐานะชีวิตอันสิ้นหวัง และความผุพังของชนชั้นที่เต็มไปด้วยแรงแค้นและแรงอาฆาต ขณะเดียวกัน ซอมบี้ ก็เกิดจากความเชื่อของ ลัทธิวูดู ลัทธิโบราณแห่งกาฬทวีป ที่สืบทอดพิธีกรรมความเชื่อที่ต้องการปลุกสัญญาณชีพของคนที่ตายไปให้ฟื้นคืนด้วยการใช้สมุนไพรอันหลากหลายจากธรรมชาติ นำมาบดรวมกันจนกลายเป็น “ผงซอมบี้” ที่เป็นสารพิษที่ส่งผลต่อระบบประสาท บ้างก็ใช้กับคนเป็นเพื่อยับยั้งความเจ็บปวด แต่ฤทธิ์ของมันก็รุนแรงจนส่งผลให้ผู้ที่ได้รับสารพิษนั้นขาดซึ่งสติสัมปชัญญะ สภาพของคนที่ได้รับผงซอมบี้จึงไม่ต่างกับศพที่ชักเกร็งอย่างน่าสยดสยอง และด้วยความเชื่อ คำสาปแช่ง และแรงแค้นที่ถูกกดทับของพวกเขานั้นเอง ก็กลายเป็นจุดเริ่มแห่งตำนานความสยองครั้งใหม่แห่งโลกภาพยนตร์ ที่มีจุดเริ่มน่าสนใจไม่ใช่น้อย 1930s to 1950s – Early Zombie Movies “ซอมบี้ยุคบุกเบิก” ตระกูลหนังซอมบี้นั้น อาจจะไม่ได้เริ่มต้นอย่างยิ่งใหญ่ เฉกเช่นหนังสยองขวัญ หรือหนังผีทั่วๆไป เพราะมันไม่ได้มีคนเขียนตำนานในแบบที่
ขณะนี้คงไม่มีกระแสไวรัลไหนที่ดังกระฉ่อนโลกไปกว่าการแสดงสด และบทสัมภาษณ์ความยาว 40 นาที ของสาวน้อยทั้ง 4 ในนาม ‘The Linda Lindas’ อีกแล้ว เพราะอะไรวงดนตรีวงนี้ถึงกลายเป็นกระแสกระฉ่อนโลก? เรามาทำความรู้จักวง Pop Punk ที่โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืนจากบทเพลงที่เตะผ่าหมากผู้ชายเหยียดเชื้อชาติให้กองจมกับพื้น ที่ความไร้เดียงสานำพาให้รุ่นใหญ่อย่าง Tom Morello แห่งวง Rage Against the Machine ยังต้องซูฮก มาทำความรู้จักกับพวกเธอไปพร้อมๆกัน The Linda Lindas คือใคร The Linda Lindas คือ Punk Band ที่ภาพลักษณ์ดูแสนจะธรรมดา แต่สิ่งที่พวกเธอไม่ธรรมดาคือนี่คือวงหญิงล้วน…ก็ไม่แปลกใช่มั้ย งั้นถ้าพวกเธออายุน้อยล่ะ…แล้วถ้าพวกเธอคือลูกครึ่งเอเชียครึ่งละติน ที่ทำเพลงที่เป็นกระบอกเสียงให้กับคนที่ถูกเหยียดเชื้อชาติที่ตอนนี้ลุกลามใหญ่โตในอเมริกาล่ะ เริ่มจะน่าสนใจใช่มั๊ยล่ะ ใช่แล้ว พวกเธอคือ 2 ศรีพี่น้อง ที่ชวนลูกพี่ลูกน้องและเพื่อนสนิทของเธอมาทำวงด้วยกัน จากความชอบในดนตรีพังค์ของสมาชิกทั้งสี่ Mila มือกลอง อายุ 10 ปี, Eloise มือเบส อายุ


