ใครที่ชอบเก็บสะสมของคลาสสิกอย่าง ‘ตลับเกมบอย’ เราอยากให้เก็บเครื่องเล่นเกมของคุณไปก่อน และเตรียมตัวรู้จักกับไอเทมชิ้นนี้ ซึ่งมันอาจเปลี่ยนประสบการณ์การเล่นเกมบอยของเราไปตลอดกาลเลยก็ได้ Hyperkin ผู้ผลิตอุปกรณ์ต่อพ่วงวิดีโอเกม และเคยมีผลงานที่น่าสนใจอย่าง ’Hyperkin SmartBoy’ อุปกรณ์สุดเจ๋งที่สามารถเปลี่ยนโทรศัพท์แอนดรอยด์ของเราให้กลายเป็นเครื่องเล่า ’เกมบอย’ ได้ ล่าสุดพวกเขาได้ออกอุปกรณ์ที่น่าสนใจออกมาชิ้นหนึ่ง มันคือคอนโซลเกมที่ช่วยให้เราเล่น ‘เกมบอย’ บนหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นได้ อุปกรณ์ตัวนี้มีชื่อว่า ‘RetroN Sq’ หรือ ‘RetroN Square’ มาพร้อมกับฟังก์ชันที่ทำให้เราสามารถรันตลับ ‘เกมบอย’ ‘เกมบอยคัลเลอร์’ (GBC) และ ’เกมบอยแอดวานซ์’ (GBA) กับหน้าจอทีวีได้ ซึ่งตัวเครื่องเล่นจะมาพร้อมกับ ‘Scout’ คอนโทรลเลอร์ USB ด้วย สำหรับการเชื่อมต่อ RetroN Sq กับทีวีจะใช้สาย HDMI และภาพเกมบนหน้าจอจะถูกขยายให้มีความละเอียดถึง 720p นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมาพร้อมกับปุ่มที่ทำให้เราสามารถเปลี่ยนสัดส่วนไปมาระหว่าง 4:3 และ 16:9 ได้ รวมถึง ช่องใส่การ์ด MicroSD ไว้ใช้สำหรับการอัพเดท Firmware อย่างไรก็ตาม ทางผู้ผลิตบอกเราว่า
กระแสของวงการ Skateboard บ้านเรา อาจเคยเป็นแค่วัฒนธรรมของคนบางกลุ่มเท่านั้น แต่ ณ ตอนนี้ เราพูดได้อย่างเต็มปากว่า Skateboard เริ่มเข้ามามีบทบาทในไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ อาจจะด้วยกระแสดารา กระแสปากต่อปากหรือกระแสของ Social Media ก็ตาม แต่บอกเลยว่าวันนี้ Skateboard มัน Fever มากจริง ๆ เราจึงถือโอกาสนี้พาทุกคนไปพบกับแชมป์ Surfskate หญิงคนแรกของประเทศไทย ‘พะแพง-พิมนันท์ ตันติโกสิตรัตน์’ กับเรื่องราวของความหลงใหลในกีฬาชนิดนี้ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นไปจนถึงวินาทีที่ได้ตำแหน่งแชมป์ประเทศไทย เชื่อว่าหลายคนคงพอจะรู้จักพะแพงมาบ้างอยู่แล้ว แต่ในฐานะของนักร้อง แต่กับกีฬาชนิดเชื่อว่าน้อยคนนักที่จะรู้ว่า เธอเริ่มต้นมาเล่นมันได้อย่างไร อยากให้พะแพงเล่าถึงจุดเริ่มต้นและ Passion ที่มีต่อกีฬา Skateboard ให้เราฟังหน่อย “มันเริ่มมาจากที่เราชอบดนตรี เราก็ฟังเพลงมาตั้งแต่เด็ก เราได้รับอิทธิพลจากพวกเขาตาม MV กับรายการทีวีต่าง ๆ ที่นำเสนอเกี่ยวกับกีฬาประเภทนี้ แต่แรก ๆ เราก็ยังไม่อินเท่าไรนะ พอหลัง ๆ เริ่มรู้สึกว่า เออ มันก็เท่ดีนะ อยากลองบ้าง” “แล้วเราเป็นผู้หญิงไง
ผู้ใหญ่บางคน แม้จะเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว พวกเขาก็ยังชอบเรียกร้องความสนใจเหมือนเด็ก ๆ อยู่ การเรียกร้องความสนใจมีหลายวิธี อาทิ การวิจารณ์คนอื่นในแง่ลบเพื่อให้คนอื่นโฟกัส เป็นต้น ซึ่งนิสัยแบบนี้มักสร้างความรำคาญให้กับคนรอบข้าง และนำไปสู่ปัญหาเรื่องการอยู่ร่วมกับคนอื่นตามมา ในบทความนี้เราเลยอยากพาทุกคนไปเข้าใจพฤติกรรมการเรียกร้องความสนใจของมนุษย์มากขึ้น รวมถึงอธิบายวิธีการรับมือเวลาที่เราอยากเรียกร้องความสนใจจากคนอื่นด้วย WHAT IS ATTENTION SEEKING ? เรียกร้องความสนใจ (Attention-seeking) คือ การที่เราทำอะไรบางอย่างโดยมีจุดประสงค์เพื่อให้คนอื่นหันมาสนใจเรา ยกตัวอย่างเช่น แกล้งทำตัวอ่อนแอเพื่อให้คนอื่นช่วยเหลือ พูดเรื่องแย่ ๆ เกี่ยวกับตัวเอง (บางครั้งก็ไม่ใช่เรื่องจริง) เพื่อให้คนอื่นปลอบใจ หรือ การแสดงความเห็นต่าง เพราะอยากให้คนอื่นหัวร้อน และพุ่งความสนใจมาที่เราแบบ Intense ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้จากการที่เราอิจฉาและรู้สึกแย่เมื่อเห็นคนอื่นได้รับความสนใจมากกว่าเรา เราจึงพยายามทำอะไรบางอย่างเพื่อเรียกร้องความสนใจ โดยมีจุดประสงค์ให้คนอื่นเปลี่ยนโฟกัสมาที่ตัวเรา นอกจากความอิจฉาแล้ว มันยังเกิดขึ้นได้จากการที่เรารู้สึกว่าตัวเองถูกคนอื่นมองข้ามเหมือนกัน เพราะเมื่อเรารู้สึกแบบนั้นแล้ว (หรือ เราเอาคุณค่าของตัวเองไปไว้ที่คนอื่น) เรามักจะพยายามเรียกร้องความสนใจ เพื่อเรียกคุณค่าในตัวเองกลับมา นอกจากนี้ ความโดดเดี่ยวก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนเรียกร้องความสนใจได้เช่กัน เพราะคนเหงามักรู้สึกไม่สบายใจกับการอยู่คนเดียว เลยต้องเรียกร้องความสนใจจากคนอื่น อีกทั้ง ความผิดปกติด้านบุคลิกภาพ เช่น Histrionic Personality Disorder, Borderline
“เพลงอะไร เพราะดี ไม่เคยฟังมาก่อน” คือคำพูดที่ชวนให้คนรุ่นใหม่ต้องแสลงหู เมื่อเราลองให้คนอายุ 30 ปีขึ้นไปบางกลุ่มลองฟังเพลงใหม่เหล่านี้ กว่า 80% มักจะไม่อินกับเพลงใหม่ และเราก็ได้ค้นพบงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตั้งสมมติฐานอันน่าสนใจว่า “เรามักจะหยุดรับเพลงใหม่ตอนอายุ 30 ปี” โดยงานวิจัยนี้ได้ค้นพบในปี 2015 บล็อก Skynet & Ebert จากการสำรวจข้อมูลจากผู้ฟัง Spotify จำนวน 1,000 คน แม้ข้อมูลนี้จะผ่านมาเนิ่นนานถึง 6 ปีแล้ว แต่ข้อมูลยังคงน่าสนใจและยังใช้ได้จนถึงปัจจุบัน ว่าเพราะเหตุใดเราถึงหยุดการอัพเดทเพลงใหม่ทั้งๆที่ในปัจจุบันเทคโนโลยีต่างพากันผลักดันให้การฟังเพลงนั้นชิดใกล้เพียงปลายนิ้วสัมผัส Unlockmen จึงขอย่อยงานวิจัยอันยุ่งเหยิงเหล่านี้ให้ชวนเข้าใจกันง่ายๆดังต่อไปนี้ ในงานวิจัยพบว่าวัยรุ่นในวัย 12-22 ปี สมองจะตื่นตัวต่อการตอบรับสิ่งใหม่ ๆ ได้ดี ในขณะที่คนอายุ 30 ขึ้นไป หากเปรียบสมองเป็นฟองน้ำ พวกเขาก็รับประสบการณ์ต่าง ๆ จนบวมน้ำกันไปหมดแล้ว ดังนั้นจึงไม่แปลกหากเราจะหยุดรับข้อมูลใหม่ ๆ ไปซะดื้อ ๆ ซึ่งในการวิจัยนี้ได้ย่อยลึกลงไปอีกว่า อายุที่มากที่สุดที่สนใจในการค้นหาเพลงใหม่ คืออายุ 24 ปี และโดยเฉลี่ย
ช่วงนี้กระแสของการเล่น SurfSkate & Skateboard กลายเป็นเทรนด์ฮิตอย่างมาก ไม่เพียงแค่หมู่วัยรุ่นเท่านั้น แม้แต่วัยทำงานที่เคยมองผ่านกีฬา Extreme ชนิดนี้ในยุครุ่งเรืองก็เล่นกันให้เต็มบ้านเต็มเมืองเลยทีเดียว เหล่า celeb ที่โหมจนเซิร์ฟบกกลายเป็น Mega เทรนด์ใหม่ รวมไปถึงเด็ก ๆ ต่างก็พากันจับจองพื้นราบพื้นเนินตามสวนสาธารณะ เพื่อเล่นกีฬาสุดฮิตนี้กันอย่างแพร่หลาย เพื่อปล่อยตัวไปตามไปตามแรงลมและลู่ล้อแห่งความอิสระเสรี เรามาดูวิวัฒนาการผ่านหนัง Surf Skate & Skateboard ที่แม้บางเรื่องจะหาดูยาก แต่ก็ไม่เกินความสามารถในการรับชมได้ทาง Internet และบางเรื่องก็บันทึกช่วงเวลาสำคัญแห่งนักสเก็ตบอร์ดชื่อดังในตำนาน UNLOCKMEN ไม่อยากให้คุณพลาดกับที่สุดของหนังเหล่านี้ ถ้าพร้อมแล้ว ไถหน้าจอแล้วไปหาดูกันได้เลย คุณูปการสำคัญสำหรับ Skaterdater คือหนังที่ได้รับการบันทึกว่า “เป็นหนังสเก็ตบอร์ดเรื่องแรกของโลก” หนังสั้นไร้ไดอะล็อคเรื่องนี้ บันทึกภาพของเหล่าเด็กสเก็ตเท้าเปล่าที่โชว์ความโลดโผนบนท้องถนน ผ่านสายตาผู้คนในชุมชนมากมายที่บ้างมองด้วยความทึ่ง บ้างมองด้วยความดูถูกดูแคลน แต่หนุ่มน้อยคนหนึ่งในแก๊งกลับผ่าเหล่าเมื่อเขาได้ชนกับเด็กสาวที่ขี่จักรยานโดยบังเอิญ จนกลายเป็นความรัก / ความขัดแย้งของกลุ่ม / การแบทเทิ่ล และการเรียนรู้ของชีวิตในแบบ Coming-of-Age จนเรียกได้ว่าเป็น “แฟนฉัน” ฉบับ Skateboard ได้เลย หนังสั้นเพียง 15
การเดินทางมาถึงประเทศไทยของ 2021 BMW 3 Series Gran Sedan ในรหัส 330Li M Sport ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ BMW ทำตลาดรถฐานล้อยาว (Long Wheelbase) ในประเทศไทยนับตั้งแต่ปี 2000 ในอดีตถ้าเราต้องการรถยนต์ที่มีพื้นที่สำหรับผู้โดยสารเบาะหลังที่กว้างขวางนั่งสบายระดับ Long Wheelbase จะมีทางเลือกเพียงรถ flagship ของค่ายอย่าง BMW 7 Series ที่นอกจากจะบอดี้ใหญ่โตอยู่แล้ว ยังมีตัวเลือกรหัส Li หรือบอดี้ฐานล้อยาว Long Wheelbase ให้เลือกเป็นครั้งแรกใน 7 Series E32 Generation ที่ 2 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า Executive ที่ต้องการพื้นที่ผ่อนคลายเป็นพิเศษ และเป็นบอดี้ที่ประสบความสำเร็จจนกระทั่งถึง 7 Series G11 / G12 Generation ที่ 6 ในปัจจุบัน รองลงมาก็เป็น
คำพูดของเราสามารถสร้างความขัดแย้งได้เสมอ เพราะเราอยู่สังคมที่เต็มไปด้วยคนที่มีความคิดเห็นแตกต่างต่างกัน ถ้าเราไม่รู้วิธีการรับมือกับคำพูดหรือความเห็นต่างอย่างถูกต้อง ความขัดแย้งมันก็ยิ่งหนักหนาสาหัสมากขึ้นได้ ในบทความนี้ UNLOCKMEN เลยอยากพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า ทำไมการแสดงความคิดเห็นถึงทำให้คนทะเลาะกันได้ พร้อมกับ แนะนำวิธีการแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่อาจกระทบกับอีกฝ่าย โดยป้องกันความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้น และช่วยให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้นานๆ ทำไมการแสดงความคิดเห็นถึงทำให้คนทะเลาะกันได้ สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกไม่ดีกับคนที่เห็นต่างจากเรา อาจเพราะเราสามารถได้รับความเจ็บปวดจากคำพูด หรือ คำด่า ซึ่งงานวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่า คำพูดสามารถสร้างความเจ็บปวดได้ไม่ต่างจากการถูกตีด้วยไม้หรือทุบด้วยก้อนหิน และอาจมีผลรุนแรงจนสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนได้ งานวิจัยชิ้นหนึ่งจากมหาวิทยาลัย Friedrich Schiller University Jena ได้ทำการทดลองทั้งหมด 2 ครั้ง โดยครั้งแรกทีมนักวิจัยให้ผู้เข้าร่วมการทดลอง 16 คน อ่านคำพูดที่เกี่ยวข้องกับความเจ็บปวด เช่น “plaguing” (ภัยพิบัติ) “tormenting” (ทรมาน) “grueling” (ทรหด) พร้อมกับ จินตนาการถึงสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับคำ ๆ นั้นไปด้วย ส่วนในการทดลองที่สอง ผู้เข้าร่วมการทดลองถูกขอให้ทำการทดลองเดิมอีกครั้งหนึ่ง แต่ในครั้งนี้จะมีการใช้ brain-teaser เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้เข้าร่วมการทดลองด้วย โดยในการทดลองทั้งสองครั้ง ผู้เข้าร่วมการทดลองจะถูกสแกนสมองด้วยเครื่อง functional magnetic resonance imaging (fMRI)
มีการเตือนเรื่อง Malware น่าสงสัยที่กำลังระบาดใน macOS อยู่มากกว่า 30,000 เครื่องทั่วโลก ซึ่งบริษัทวิจัยด้านความปลอดภัย Red Canary ออกมาเปิดเผยว่า มันเป็น Malware ที่ฉลาด มีคำสั่งที่อันตรายซ่อนอยู่ และมันรอเวลาที่จะ execute คำสั่งนั้นอย่างเงียบ ๆ ราวกับระเบิดเวลา Red Canary ตั้งชื่อ Malware ดังกล่าวว่า “Silver Sparrow” ไม่มีใครรู้ว่าเป้าหมายของ Malware ตัวนี้คืออะไร รู้แค่ตอนนี้มันกำลังรันตัวเองอย่างเงียบ ๆ บน MacOS แตกต่างจาก malware ตัวอื่นที่ผ่านมา และมันก็ฉลาดมากพอที่จะทำตัวเป็น native code ของ chip M1 ใน device generation ใหม่ ๆ ของ macOS จึงไม่สามารถตรวจจับได้โดยง่าย และเมื่อดูไส้ในของมันก็พบว่ามี code ที่อันตรายและสามารถ self-destruct
ย้อนกลับไปยังวันที่ 27 มกราคม 2012 สำนักข่าว CNN รายงานข่าวภัยพิบัติใหญ่ที่เกาะญี่ปุ่น เมื่อเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิโถมเข้าใส่จังหวัดฟูกูชิมะ ส่งผลให้โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์เกิดความเสียหาย กัมมันตภาพรังสีจากโรงงานรั่วไหลออกมาโดยรอบ รัฐบาลต้องสั่งอพยพประชาชนในพื้นที่กว่า 1.6 แสนคนโดยด่วน ชาวบ้านที่ตื่นตระหนกจำต้องทิ้งบ้าน ทรัพย์สิน รวมถึงสัตว์เลี้ยงไว้ข้างหลัง เพื่อรักษาชีวิตตัวเองให้รอดปลอดภัยก่อน การรั่วไหลของกัมมันตภาพรังสีจากโรงงานนิวเคลียร์ในช่วงแรก ส่งผลให้สัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยงที่ถูกทิ้งไว้ได้รับสารเคมีอันตราย สัตว์เลี้ยงเพื่อบริโภคอย่างโคและสุกรจำนวนมากในหลายหมู่บ้าน จะถูกเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อทำการุณยฆาต ก่อนฝังทั้งหมดลงดิน เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อสัตว์ที่มีสารเคมีปนเปื้อนออกสู่ตลาด ทว่าสัตว์เลี้ยงและสัตว์ป่าจำนวนมากยังคงถูกทิ้งไว้ในดินแดนที่ไม่มีผู้อาศัย สัตว์หลายชนิดในบริเวณรอบที่ใกล้โรงฟ้าไฟนิวเคลียร์พากันล้มตาย เหลือไว้เพียงซากเน่ารอวันย่อยสลายเหลือแต่กระดูก กลิ่นเหม็นชวนคลื่นเหียนส่งกลิ่นตลบอบอวล บางตัวที่อ่อนล้าพยายามเอาตัวรอด ทว่าน้ำในแอ่งก็เต็มไปด้วยสารพิษ ต้นไม้ใบหญ้าก็อาบสารเคมี อากาศที่หายใจก็ไม่สะอาด เมืองที่ตายแล้วกำลังคร่าสิ่งมีชีวิตให้หมดลงไปเรื่อยๆ มีเพียงวันเวลาอันยาวนานเท่านั้นที่จะให้ธรรมชาติได้ฟื้นฟูตัวเอง แล้วชาวฟูกูชิมะบางส่วนที่ต้องหนีไปก่อนหน้านี้ได้กลับบ้านอีกครั้ง ทว่ามีชายคนหนึ่งตัดสินใจมุ่งหน้าสู่ดินแดนรกร้าง ตั้งมั่นกับตัวเองว่าจะไม่ย้ายไปไหน อยู่ต่อเพื่อช่วยเหลือเพื่อนร่วมโลกที่กำลังทุกข์ทรมาน มัตสึมูระ นาโอโตะ (Matsumura Naoto) คือชื่อของชายคนสุดท้ายที่ยืนหยัดอยู่ในเมืองโทมิโอกะที่ร้างไร้ผู้คน โทมิโอกะเป็นหนึ่งในชุมชนที่อยู่ในพื้นที่จำเป็นต้องลี้ภัยหลังการระเบิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไดอิจิ ก่อนเกิดเหตุระเบิดที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ มัตสึมูระเลี้ยงหมาไว้หนึ่งตัว และมักผูกมิตรกับสัตว์อื่นในชุมชนเสมอ ทุกคนในชุมชนจะรู้ว่าเขาชอบเอาอาหารไปเลี้ยงแมวจรจัดท้ายหมู่บ้าน ส่วนหมาจรจัดที่ดุแค่ไหนก็ยอมไว้ใจมัตสึมูระ หลังเกิดเหตุระเบิดไม่คาดฝัน ประชาชนส่วนใหญ่ที่อพยพไม่ได้นำสัตว์เลี้ยงไปด้วย หมาแมวจำนวนมากถูกปล่อยทิ้งไว้ตามเดิม เพราะใคร ๆ ก็คิดว่าเดี๋ยวก็คงได้กลับบ้าน ด้านมัตสึมูระที่ต้องอพยพออกมาเหมือนกับคนอื่น


