เมื่อเอ่ยถึง ‘นิวเคลียร์’ ในวงสนทนา สิ่งแรกๆ ที่จะได้ยินคือนิวเคลียร์จากการต่อสู้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ทั้ง ‘Little Boy’ ที่ถูกทิ้งลงสู่เมืองฮิโรชิมะ ตามด้วย ‘Fat Man’ ที่ล้างผลาญเมืองนางาซากิ นอกจากนี้นิวเคลียร์ในความทรงจำของใครหลายคนอาจยังนึกถึง ‘เชอร์โนบิล’ เมื่อเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ในโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ของประเทศยูเครนเกิดระเบิด เช่นเดียวกับเหตุการณ์ในฟูกุชิมะทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะญี่ปุ่น นับเป็นโศกนาฏกรรมที่ล้วนเกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์ด้วยกันทั้งหมด UNLOCKMEN จะพาผู้อ่านย้อนไปยังอดีตเพื่อพบกับเหตุการณ์น่าสะพรึงจากภัยธรรมชาติ และคูณความรุนแรงสองเท่าด้วยสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นอย่างนิวเคลียร์และสารเคมีร้ายแรง เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ชาวญี่ปุ่นนับแสนต้องพลัดถิ่น ไม่สามารถกลับบ้านหลังเดิมได้นานหลายสิบปี และทุกอย่างนับจากจุดเริ่มต้นไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป ญี่ปุ่นนับเป็นดินแดนที่ขึ้นชื่อเรื่องการเผชิญหน้ากับภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างแผ่นดินไหวและสึนามิบ่อยเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก และภัยพิบัติทั้งสองก็ได้เกิดขึ้นอีกครั้งในปี 2011 แผ่นดินไหวกว่า 9 ริกเตอร์ สะเทือนไปยังโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ไดอิจิในเมืองฟูกูชิมะ หากคิดว่าแผ่นดินไหวเข้าขั้นย่ำแย่แล้ว เคราะห์ยังซ้ำกรรมยังซัดญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่องด้วยสึนามิสูงราว 15 เมตร ซัดผ่านแนวกั้นกำแพงที่สูงเพียง 10 เมตร ทะลักเข้าสู่โรงงานและเตาปฏิกรณ์ ทำให้ระบบไฟฟ้าฉุกเฉินไม่สามารถใช้งานได้ ระบบหล่อเย็นของเตาปฏิกรณ์ 3 จาก 6 เครื่องหยุดทำงาน ความร้อนในเตาพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ก๊าซไฮโดรเจนภายในเตาปฏิกรณ์จึงระเบิด สร้างความเสียหายใหญ่หลวงจนสารเคมีอันตรายเล็ดลอดออกมาจากโรงงาน เมื่อเจ้าหน้าที่รัฐทราบถึงความผิดปกติครั้งใหญ่ พวกเขาทำอะไรไม่ได้มากนอกจากสั่งอพยพประชากรในละแวกใกล้เคียงในรัศมี 20
เคยเหงาจนลองคิดว่าจะจ้างคนแปลกหน้าให้มานั่งเฉยๆ อยู่ข้างๆ บ้างไหม? ถ้าไม่ แสดงว่าคุณอาจยังรู้สึกสบายใจกับการแบ่งปันเรื่องราวกับครอบครัว เพื่อนฝูง หรือคนรัก แต่มีชาวญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกไม่สบายใจจะเล่าบางเรื่องให้คนรู้จักฟัง ‘ธุรกิจเช่าคน’ ที่คิดว่าไม่ทำได้จึงได้รับความนิยมมากในแดนอาทิตย์อุทัย โมริโมโตะ โชจิ (Morimoto Shoji) ชายหนุ่มธรรมดาที่มีอะไรไม่แปลกแตกต่างไปจากชาวโตเกียวคนอื่น ทว่าตอนนี้กลายเป็นคนที่มีเรื่องเล่าไม่ธรรมดาเสียอย่างนั้น ชายวัย 37 ปี จบการศึกษาด้านฟิสิกส์ในระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยโอซาก้า ทำงานด้านสื่อสารมวลชน และเคยเป็นบรรณาธิการให้กับสำนักพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับการเรียนการสอน โปรไฟล์ชีวิตของโชจิถือว่าอยู่ในระดับดีเยี่ยม ที่ลองถามเพื่อนเขาคนไหนก็คงไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะเบนเข็มมาไกลได้ถึงขนาดนี้ หลังเริ่มต้นชีวิตวัยทำงานได้ไม่นาน โชจิเกิดความรู้สึกเบื่อกับความจำเจของการทำงานเดิม ๆ อยากมีเวลาว่างให้พักหายใจมากขึ้น อยากลองทำอะไรหลายอย่างที่ไม่เคยคิดจะทำมาก่อน เขานั่งใคร่ครวญแล้วพบว่าตัวเองไม่ได้มีความสามารถพิเศษที่โดดเด่นหรือเก่งมากกว่าใครเลย แต่เรียนจบปริญญาโทเพราะสังคมที่เขาอยู่พากันเรียนต่อ เขาจึงเรียนต่อเหมือนกับเพื่อนในวงสังคม พานคิดว่าตัวเองไม่เหมาะกับอะไรสักอย่าง และสิ่งที่ใช่ที่สุดอาจหมายถึงการอยู่เฉย ๆ ก็ได้นั่งครุ่นคิดกับตัวเองอยู่พักใหญ่ว่างานแบบไหนที่จะตอบทุกโจทย์ที่ตั้งไว้ สุดท้ายโชจิลองโพสต์ข้อความลงโซเชียลมีเดียเมื่อเดือนมิถุนายน 2018 เสนอใครก็ตามที่เลื่อนฟีดมาเห็นว่าสามารถจ้างเขาให้อยู่เฉย ๆ เป็นเพื่อนได้ สำหรับใครที่เหงาหรือต้องการใครสักคนให้จ้างเขาได้เลย ใครจะคิดว่าการโพสต์ข้อความแบบไม่จริงจังนักทำนองจ้างผมทำงานได้ จ้างผมอยู่เป็นเพื่อนได้ หรือจ้างเราไว้รับฟังเรื่องปวดหัวของคุณสิ จะมีคนให้ความสนใจมากกว่าที่คิด รายการคำสั่งที่เขาได้รับมีทั้งนัดเจอเพื่อพูดคุย (หรือถ้าพูดกันตรง ๆ คือจ้างให้ไปนั่งฟังคนอื่นระบายปัญหาชีวิต) จ้างไปกินข้าวกลางวันเป็นเพื่อน จ้างไปนั่งดื่มเบียร์เย็น ๆ แก้วโต หรือจิบสาเกเคล้าเนื้อย่างในร้าน
เพราะกระบวนการทำหนังนั้นมีผู้เกี่ยวข้องที่หลากหลายกว่าจะเสร็จสิ้นจนเป็นหนังที่สมบูรณ์แบบให้ทุกคนได้รับชมกัน ซึ่งหัวเรือใหญ่ที่นำพาให้หนังเรื่องหนึ่งถึงฝั่งได้สำเร็จนั้นเป็นที่เข้าใจกันว่า “ผู้กำกับภาพยนตร์” ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ถูกเพียงแค่ครึ่งเดียว หากแต่กระบวนการสุดท้ายที่แท้จริงนั้นจะตกอยู่กับทั้ง สตูดิโอผู้สร้าง, นายทุน (Executive Producer) และผู้อำนวยการสร้าง (Producer) ที่มีสิทธิ์อันชอบธรรมในการนำเสนอภาพยนตร์ไปสู่ขั้นตอนสุดท้าย และเป็นข้อตกลงปกติที่ผู้กำกับจะรับทราบและปล่อยผ่านให้ 3 ตำแหน่งนี้มีสิทธิ์เด็ดขาดในการควบคุมหนังในวินาทีสุดท้ายก่อนฉายให้ได้ชมกัน จึงมีหนังหลายต่อหลายเรื่องที่ท้ายที่สุดอาจจะออกมาไม่ถูกใจผู้กำกับ และจำยอมต้องให้หนังเรื่องนี้ออกฉายไปด้วยความจำยอม ซึ่งส่วนใหญ่ข้อพิพาทระหว่างผู้กำกับกับผู้อำนวยการสร้างและนายทุน ไม่พ้นความยาวของหนังที่ยาวกว่าปกติจนต้องหั่นสั้นเพื่อให้ฉายทำรอบได้ หรือการตีความใหม่ของผู้กำกับที่ลึกล้ำเกินกว่าคนทั่วไปจะเข้าถึง ซึ่งทำให้บางเรื่องเมื่อถูกบิดเบือนไปจากผู้กำกับ ก็นำมาซึ่งหายนะทางตารางทำเงิน ไปจนถึงการโห่ไล่ของนักวิจารณ์และแฟน ๆ จนเกิดทางเลือกใหม่ของนักดูหนัง นั่นก็คือหนังฉบับ Director’s Cut ที่ออกฉายที่หลังแต่เป็นความตั้งมั่นและสาสน์ของผู้กำกับที่ต้องการเล่าเรื่องในแบบที่เขานั้นต้องการโดยไม่ผ่านเงื่อนไขทั้งในเรื่องความยาวหรือการตีความในเชิงศิลปะ ดังเช่นผู้กำกับคนดังอย่าง Zack Snyder ต้องการบูรณะหนัง Justice League หลังจากที่บทวิจารณ์ในช่วงฉายใหม่ ๆ ไม่ค่อยสู้ดีนัก ก่อนที่เราจะไปชมที่มาของซีรีส์ขนาดยาวของ Justice League เรามาย้อนดูหนังที่ผู้กำกับบูรณะใหม่แล้วปังเพื่อดูแนวคิดของพวกเขากัน และคุณจะรู้ว่า หนังฉบับ Director’s Cut นั้นมีคุณค่ากว่าที่คุณคิด หนังคาวบอยที่ทิ้งทวนยุคสมัยของฮีโร่บนหลังม้าที่มักจะเสนอแต่ภาพฮีโร่โรแมนติก แต่ Sam Peckinpah ผู้กำกับจอมซาดิสต์กลับมองว่า “หนังที่ยิงกันเลือดไม่สาด มันจะสวยสดงดงามได้ยังไงวะ” ว่าแล้วก็จัดหนักให้กลายเป็นหนังคาวบอยที่ปฏิวัติรูปโฉมของโลกตะวันตก
เดี๋ยวนี้ความเศร้าเป็นเรื่องที่สังเกตได้ยาก เพราะคนยุคนี้เก็บซ่อนความรู้สึกกันเก่งขึ้น จากการที่เรามีโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นดั่งพื้นที่โอ้อวดชีวิต และทำให้เราเปรียบเทียบกับคนอื่นมากขึ้น ซึ่งมันก็ทำให้เราปฏิเสธความอ่อนแอทางจิตใจอย่างภาวะซึมเศร้ามากขึ้นเช่นกัน ปัจจุบันคนเศร้าจำนวนมากเลยเลือกที่จะปิดบังความเจ็บปวดทางใจของตัวเองเอาไว้ให้ใครเห็น และเกิดอาการที่เรียกว่า smiling depression ขึ้นมา WHAT IS SMILING DEPRESSION? ยิ้มซึมเศร้า หรือ Smling Depression เป็นคำอธิบายอาการที่เราพยายามซ่อนภาวะซึมเศร้าไว้ในใจ โดยการเสแสร้งว่าตัวเองโคตรมีความสุขกับชีวิต ซึ่งอาจเป็นเพราะพวกเขาไม่อยากทำให้คนอื่นกังวล อับอายที่ตัวเองเป็นซึมเศร้า คิดว่าการเป็นซึมเศร้าจะทำให้ตัวเองดูอ่อนแอ หรือ รับไม่ได้ที่ตัวเองมีความผิดปกติ พวกเขาจึงเลือกที่จะปิดบังอาการเศร้า และแสดงออกมาในทางตรงกันข้าม คนที่เป็น Smiling Depression มักเจอความเสี่ยงมากกว่าคนอื่น เพราะไม่มีใครรับรู้อาการของพวกเขา และพาพวกเขาไปรับการรักษาที่ถูกต้อง เมื่อพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับอาการซึมเศร้าเพียงลำพัง โอกาสในการหายจากอาการซึมเศร้าก็น้อยลง และเสี่ยงฆ่าตัวตายสูงกว่าคนที่เป็นโรคซึมเศร้าปกติ HOW TO COPE WITH SMILING DEPRESSION ? การรับรู้ว่าอาการซึมเศร้าของตัวเอง และยอมรับมัน อาจเป็นก้าวแรกที่จะทำให้เรามีอาการดีขึ้น เพราะเมื่อเรารู้ว่าตัวเองมีปัญหาแล้ว เรามักจะพยายามค้นหาวิธีแก้ปัญหาเสมอ มันจึงช่วยลดโอกาสในการทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตายที่เกิดจากการมีภาวะซึมเศร้าได้ ซึ่งคนที่เป็นซึมเศร้ามักมีอาการเหล่านี้ ได้แก่ น้ำหนักลด ความอยากอาหารน้อยลง นอนไม่หลับ
เวลาจะหาซื้อแล็ปท็อปสักเครื่อง หลายคนคงคิดถึงเรื่อง ‘น้ำหนัก’ ของตัวเครื่องก่อน เพราะถ้าแล็ปท็อปมีน้ำหนักมากเกินไป เวลาเคลื่อนย้ายไปไหนมาไหน คงต้องมีเจ็บแขนหรือปวดไหล่กันบ้าง ต่อจากนั้น ก็อาจเป็นเรื่องของ ‘อายุการใช้งานของแบตเตอรี่’ เพราะถ้าเราต้องชาร์จแล็ปท็อปบ่อย ๆ การใช้งานในพื้นที่ปลอดปลั๊กก็คงจะไม่สะดวก ซึ่งแล็ปท็อปที่เราอยากแนะนำให้ทุกคนรู้จักต่อไปนี้ เรียกได้ว่า เป็นแล็ปท็อปเครื่องหนึ่งที่มีความครบครัน ทั้งเรื่องการพกพาสะดวก และสเปคเครื่องที่แรงเลยทีเดียว แล็ปท็อปเครื่องนี้มีชื่อว่า ‘Vaio Z’ แล็ปท็อปเครื่องใหม่ล่าสุดของ Vaio ซึ่งมาพร้อมกับความโดดเด่นในเรื่องของน้ำหนัก โดยตัวเครื่องมีความหนักอยู่ที่ราว 2.11- 2.32 ปอนด์ (ราว 1 กิโลกรัม) เบากว่าแล็ปท็อปทั่วไปที่มีน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5 – 2 กิโลกรัม ซึ่งสาเหตุที่ทำให้มันมีน้ำหนักเบาขนาดนี้ ก็เพราะบอดี้ของมันถูกสร้างขึ้นด้วยวิธี ‘ขึ้นรูปคาร์บอนไฟเบอร์แบบ 3 มิติ’ (3D molded full carbon fiber body) วิธีนี้จะเป็นการคอนทัวร์ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์เข้าไปในทุกซอกทุกมุมของแชสซี (chassis) ไม่ว่าจะเป็น ฝา ที่พักมือ รวมถึง ฐาน และทำให้แผ่นคาร์บอนไฟเบอร์สามารถยึดติดกันได้
เปิดตัวรถคันแรกประจำปีนี้ด้วยโมเดลที่ออกแบบใหม่จากขุมพลังผสมผสานระหว่างเผาไหม้และไฟฟ้า นี่คือ McLaren Artura ที่ออกมาวิ่งพรางตัวไปล่าสุดปลายปีที่แล้ว วันนี้มันถูกกระชากออกมาเผยโฉมต่อสายตาคนทั้งโลกเรียบร้อยแล้ว McLaren Artura ไม่ใช่การเอารถเก่ามาปรับปรุงใหม่ หรือเวียนใช้เครื่องยนต์และเทคโนโลยีเดิม ๆ แล้วเอามาแปะป้ายใหม่ แต่นี่คือ All new ที่ดีไซน์ขึ้นใหม่ทั้งคัน เครื่องยนต์ใหม่ เกียร์ใหม่ ช่วงล่างใหม่ เป็น Plug-in Supercar ที่ใช้ขุมพลังผสมผสานระหว่าง High-Performance Hybrid (HPH) supercar เทคโนโลยี Axial Flux Motor ที่ทั้งเล็กและน้ำหนักเบา ติดตั้งอยู่ระหว่างเครื่องยนต์และเกียร์เพื่อตัดการทำงานเป็นไฟฟ้าได้เมื่อต้องการ แบตเตอรี่ขนาด 7.4-kWh lithium-ion และ “E-Motor” ให้กำลัง 94 hp แรงบิด 166 lb-ft ส่วนเครื่องยนต์บล็อกใหม่ M630 twin-turbo 3.0-liter V-6 577 hp 431 lb-ft of torque
ชื่อ Alpha Motor Corporation อาจไม่ค่อยคุ้นหูพวกเรามากนัก แต่ใน California ถือว่าโด่งดังพอตัวในฐานะแบรนด์ที่ออกแบบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มีสไตล์ไม่เหมือนใครภายใต้ชื่อ Ace Performance Edition electric car ผลงานสุดอินดี้แห่งโลกรถยนต์ไฟฟ้าชิ้นนี้มีชื่อว่า JAX (Junior All-Terrain Crossover) เป็นรถทรง Crossover ในรูปแบบ compact sporty design แต่เต็มไปด้วยความพร้อมบวกทุกสภาพพื้นดินตามสไตล์รถ High-performance สายลุย โป่งโต ล้อใหญ่ ในเวอร์ชั่นย่อส่วน ทุกอย่างดูเล็กน่ารักไปหมด ไม่ว่าจะเป็นไฟสปอตไลท์บนหลังคา กันชนเสริมหน้าหลัง ด้านบนมี roof rack ไซส์มินิ และช่วงล่างยกสูงสไตล์ Off-roader Alpha Motor Corporation JAX มากับขุมพลัง 75kwh lithium-ion battery ที่ทำ 0-100 ได้ใน 6.5 วินาที ชาร์จเต็มหนึ่งครั้งขับได้ไกลถึง 400 กิโลเมตร ระบบขับเคลื่อนมีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหน้า
ในยุคนี้เราสามารถหาข้อมูลได้ทุกเรื่องเพียงแค่ปลายนิ้ว เรามีอาการป่วยแบบไหน เพียงแค่เข้า Google และเสิร์ชคียเวิร์ด เราก็จะพบกับคำตอบมากมายให้เราค้นคว้าต่อ แต่บางครั้งการใช้อินเทอร์เน็ตในการวินิจฉัยปัญหาด้านสุขภาพก็อาจทำให้เราเกิดอาการคิดไปเองว่า ‘ตัวเองป่วยเป็นโรคร้ายแรง’ เพราะอาการที่ตัวเองเป็นไปคล้ายกับอาการของโรคนั้นส่วนหนึ่ง และส่งผลให้เกิดอาการ Cyberchondria ที่มาขัดขวางความสุขในชีวิตของเรา WHAT IS CYBERCHONDRIA ? Cyberchondria คือ ความกังวลในเรื่องสุขภาพ ซึ่งเกิดขึ้นจากการที่เราใช้อินเทอร์เน็ตในการหาข้อมูลทางการแพทย์ กล่าวคือ เมื่อเราเกิดอาการป่วยอะไรบางอย่าง เช่น ปวดหัวรุนแรง หรือ มีผืนขึ้นตามตัว แล้วเราใช้กูเกิ้ลในการหาข้อมูลเกี่ยวกับอาการที่เราเป็น เราอาจพบว่าตัวเองสามารถเป็นได้หลายโรค ไม่ว่าจะเป็น ไข้ออกผื่น หัดเยอรมัน หรือ โรคไข้เลือดออก และเมื่อเราเห็นลิสต์โรคเหล่านี้ เราก็มักจะโฟกัสไปที่โรคที่รุนแรงมากที่สุดด้วย ส่งผลให้เกิดความวิตกกังวลในเรื่องสุขภาพอย่างหนัก คล้ายกับโรคคิดไปเองว่าป่วย (hypochondria) งานวิจัยได้ชี้ให้เห็นถึงการมีอยู่ และผลเสียของ Cyberchondria ยกตัวอย่างเช่น งานวิจัยจากบริษัท Microsoft (2008) ซึ่งได้วิเคราะห์พฤติกรรมการค้นหาข้อมูลของผู้ใช้งาน search engine ของบริษัท และพบว่า 1 ใน 3 ของคนที่ค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ มักจะหาข้อมูลที่หนักขึ้น
ย้อนไปในปี 2019 Bugatti ได้นำเสนอผลงานสุดพิเศษใน Pebble Beach โดยตั้งชื่อให้มันว่า “Centodieci” Hypercar ที่สร้างขึ้นเพื่อฉลองวันเกิดปีที่ 110th ให้กับ Ettore Bugatti และยังเป็นเกียรติให้กับ Bugatti “EB110″ ในตำนานช่วงปี 1991 – 1995 ซึ่งเป็นรถที่วางรากฐานการออกแบบให้ Bugatti Veyron จนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ ณ ช่วงเวลาที่เปิดตัว Bugatti Centodieci ในงาน 2019 Monterey Car Week แทบไม่มีข้อมูลอะไรมากนัก นอกจากบอกว่าเป็นรถจำนวนจำกัดที่ผลิตเพียง 10 คัน เมื่อสิ้นเสียง รถทั้ง 10 คันก็ถูกจองไปหมดเรียบร้อย โดยที่ยังไม่ทันทราบราคาเต็มของมัน Bugatti Centodieci (แปลว่า “110” ในภาษา Italian) สร้างจากพื้นฐานของ Bugatti Chiron ขุมพลัง 8.0-liter quad-turbo W16


