ยังจำวิธีย้ายข้อมูลจากเครื่องสู่เครื่อง อุปกรณ์สู่อุปกรณ์ไหมว่ามันยากและใช้เวลาขนาดไหน บางครั้งเราต้องซื้ออุปกรณ์แยกแบบ OTG มาเพื่อให้มีช่องว่างสำหรับเสียบ Thumb Drive ถ่ายโอนข้อมูล แต่จะดีแค่ไหนถ้าเราไม่ต้องมีอุปกรณ์หลายตัว ใช้แค่ตัวเดียวก็พอแถมออกแบบมาให้ดีไซน์น่าใช้งาน iSpoid คือไอเดียของ Chi-Eun Jang, Hyeokryul Kwon, Jaegeun Kim และ Jeongmin Lim ทีมนักศึกษาเกาหลีใน Behance ที่ออกแบบ Apple Pencil หน้าตาคล้าย Dropper ตัวด้ามคล้าย Apple Pencil ปกติ แต่ทำด้านบนมีลักษณะเป็นหัวบีบคล้ายลูกยางของ Dropper โดยได้แรงบันดาลใจการออกแบบสนุก ๆ นี้มาจากการย้ายสสารของเหลวจากบีกเกอร์หนึ่งสู่อีกบีกเกอร์ด้วย Dropper แนวทางการออกแบบวิธีการใช้งานก็ไม่ต่างจาก Dropper เลยคือต้องนำเจ้า iSpoid นี้ไปจิ้มไฟล์บริเวณหน้าจอของอุปกรณ์เครื่องที่เป็นต้นทางข้อมูลเพื่อทำการดูดหรือ copy จากนั้นรอให้แถบไฟจากปลายปากกาค่อย ๆ ขึ้นจนครบเพื่อโชว์ให้เห็นการทำงานแบบเรียลไทม์ และเมื่อครบเต็มทุกขีดแล้วผู้ใช้สามารถยกตัวปากกาขึ้นจากอุปกรณ์แรกยกไปวางบนเครื่องปลายทาง จากนั้นบีบบริเวณหัวลูกยางสีขาวเพื่อ Drop หรือ Paste ไฟล์นั้นลงในเครื่อง รูปแบบการชาร์จมีแท่นเสียบสำหรับชาร์จไว้ แต่
โตขึ้นเราต้องโหดร้าย ทำงานเราต้องเด็ดขาด เพราะสถานการณ์ที่ทำตัวรอมชอม รองบ่อนเกินไปมักจะทำให้เราโดนงัดข้อจากคนอื่นเสมอ คนส่วนใหญ่เลยคิดว่า “ความรู้สึกเห็นใจ” คือตัวปัญหาและเป็นอุปสรรคที่ควรตัดทิ้ง หรืออีกเหตุผลที่เราไม่สนใจคนอื่นนักบางครั้งก็ไม่มีอะไรมากกว่า “กูมาทำงาน เอาเงินเดือน ไม่ได้มาหาเพื่อน หาสังคม” สักหน่อย ความรู้สึกเห็นใจลูกค้า เจ้านาย หรือเพื่อนร่วมงานบ้างมันช่างดูเลียคนและเสียเหลี่ยม หันไปรับผิดชอบหน้าที่การงานของตัวเองเท่านั้นคือคำตอบที่ดีกว่า แต่มีงานวิจัยเสนอความโปรดักทีฟอีกทางว่า การมีทักษะ “ใส่ใจคนรอบข้าง” มันช่วยให้งานของเราดีขึ้นจริง ๆ ผลวิจัยจาก Washington State University เผยว่าจากการทดลองกับกลุ่มนักศึกษาจาก 5 ประเทศที่แสดงออกเชิง Positive แบบ Extrovert แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เป็นเช่นนั้น ช่วงท้ายของการทดลองกลับพบว่าคนกลุ่มนี้มีความสุขเพิ่มขึ้นจริง ๆ และแน่นอนว่าเมื่อความสุขเพิ่มขึ้นการใช้ชีวิตก็ดีขึ้นตามลำดับ นอกจากผลการวิจัยด้านบน Rebekah Bernard แพทย์สาวคนหนึ่งยังยืนยันเรื่องนี้จากประสบการณ์ส่วนตัวของเธอ จากเดิมที่เธอไม่ค่อยเห็นด้วยกับการรักษาแบบเห็นอกเห็นใจคนไข้นัก เพราะคนไข้ส่วนใหญ่มักจะทำตรงข้ามกับวิธีการรักษา โรคที่พวกเขาเจ็บป่วยโดยมากเกิดจากพฤติกรรมส่วนตัว เช่น ผู้ป่วยโรคหัวใจที่มีผลเกี่ยวข้องจากน้ำหนักตัว เป็นต้น แต่หลังจากเธอแสร้งแสดงความห่วงใยใส่ใจในช่วงสั้น ๆ ฟังการเล่าอาการและความรู้สึกของคนไข้ยาว ๆ ทั้งที่รู้แก่ใจว่าต้นเหตุมาจากอะไร เธอพบว่ามันช่วยให้สิ่งต่าง ๆ ราบรื่นกว่า ทั้งกับเรื่องงาน
หลังจากที่ซีรีส์แฟนตาซีลึกลับอย่าง Stranger Things หรือซีรีส์ที่ดัดแปลงจากการ์ตูนอย่าง The Umbrella Academy ซึ่งเป็น Original Content ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ในปี 2020 นี้ Netflix ก็ได้เดินหน้าเข็น Original Content แฟนตาซีลึกลับออกมาอีกเพียบ และหนึ่งในนั้นก็คือ Lock & Key ปริศนาลับตระกูลล็อค เรื่องราวลึกลับที่ดัดแปลงมาจากนิยายภาพขายดี เกี่ยวกับ 3 พี่น้องที่ย้ายเข้าบ้านเก่าของตระกูล หลังจากที่พ่อถูกฆาตกรรม จากนั้นจึงได้พบว่าในบ้านหลังนี้ มีกุญแจวิเศษที่จะไขไปสู่พลังวเหนือธรรมชาติมากมาย เรื่องย่อ ครอบครัว Locke ต้องมาพบกับโศกนาฏกรรม เมื่อหัวหน้าครอบครัวอย่าง Rendell Locke ถูกฆาตกรรมเสียชีวิต Nina Locke ผู้เป็นแม่ จึงพาลูก ๆ ทั้งสาม Tyler, Kinsey และ Bode ย้ายกลับไปอาศัยอยู่ที่บ้านหลังเดิมในเมือง Matheson ณ บ้านเก่าแกของตระกูลที่ถูกเรียกว่า ‘Keyhouse’ (ในเวอร์ชันนิยายภาพจะใช้ว่า
ต่อให้ไม่รู้จักชื่อหรือที่มาที่ไปแน่ชัด แต่เชื่อว่าหนุ่ม ๆ หลายคนคงเคยเห็นการออกแบบสไตล์บรูทัลลิสต์ (Brutalist) ผ่านตากันมาบ้าง บรูทัลลิสต์ถือเป็นงานดีไซน์ที่เน้นโครงสร้างและชูความโดดเด่นของสัจจะวัสดุอย่าง ‘คอนกรีต’ เป็นหลัก แต่บางครั้งก็นำรูปทรงเรขาคณิตและแพตเทิร์นซ้ำไปซ้ำมามาใช้ในงานออกแบบ เพื่อเติมความสนุกสนานหรือลูกเล่นให้งานนั้น ๆ แม้บรูทัลลิสต์จะเกิดขึ้นในช่วงปี 1950-1970 แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสไตล์นี้ยังมีเสน่ห์และผู้คนยังนิยมจวบจนทุกวันนี้ แม้แต่ Annabell Kutucu นักออกแบบและตกแต่งภายใน ผู้คร่ำหวอดในวงการออกแบบบ้านหรูมากว่า 10 ปี ก็นำสไตล์บรูทัลลิสต์มาผนวกเข้ากับงานของเธอด้วย เธอได้รับโจทย์จาก NOA – No Ordinary Agency ให้ออกแบบ ‘Brutalist Silence’ ออฟฟิศกึ่ง Co-working Space ริมแม่น้ำชเปร (Spree) ในกรุงเบอร์ลิน ออฟฟิศแห่งนี้ถูกฉาบด้วยพื้นผิวคอนกรีตไล่ตั้งแต่พื้น ผนัง ไปจนถึงเพดาน เน้นชูความโดดเด่นของคอนกรีตตามสไตล์บรูทัลลิสต์โดยไม่ปรุงแต่ง ผิวคอนกรีตที่เป็นพระเอกหลักไม่เพียงสร้างบรรยากาศเงียบสงบเหมาะกับการทำงาน หากยังทำให้ออฟฟิศนี้ดูเรียบง่าย เนี้ยบเท่ และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เติมความเคร่งขรึมให้สเปซที่ว่างเปล่าด้วยเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ ชั้นวาง built-in รวมทั้งผนังกั้นห้องที่ทำจากไม้โอ๊ครมควัน นอกจากนั้นยังมีของตกแต่งโบราณหลากชิ้นตั้งวางตามจุดต่าง ๆ ในออฟฟิศ ไม่ว่าจะเป็นชามเซรามิกสีเอิร์ธโทน
จบกันไปแล้วกับงานประกาศผลรางวัล Oscars 2020 (ครั้งที่ 92) เวทีอันทรงเกียรติที่ผู้กำกับ นักแสดง คนทำหนัง และเหล่าคนดูหนังอย่างเรา ๆ รอคอย แต่ละปีก็จะมีไฮไลต์เด็ดที่แตกต่างกันไป สำหรับปีนี้ก็มีการแสดงที่น่าตื่นตาตื่นใจจากศิลปินชื่อดังมากมายหลายคน ไม่ว่าจะเป็น Elton John, Janelle Monae, Billie Eilish และโชว์เพลง Into The Unknown จาก Frozen 2 ที่รวมผู้พากย์เสียงราชินีน้ำแข็ง Elsa จากหลายหลายประเทศ (รวมถึงคุณแก้ม The Star จากไทย) และศิลปินชาวนอร์เวย์ Aurora มาร่วมร้องด้วย แต่หนึ่งโชว์พิเศษที่เซอร์ไพรส์ผู้ชมสุด ๆ ในปีนี้ก็คือการได้เห็น Eminem แรปเปอร์แถวหน้าระดับโลก ขึ้นมาร้อง ‘Lose Yourself ‘ เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง 8 Mile ที่เคยได้รางวัล Academy Award for Best Original Song
“ไม่ไหวแล้วโว้ย อยากลาออก” นี่คงเป็นวลียอดฮิตของมนุษย์เงินเดือนหลายคนที่สื่อถึงภาวะสุดจะทนของมนุษย์เงินเดือนอย่างเราได้เป็นอย่างดี เพราะชีวิตการทำงานนั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป อีกทั้งไม่ใช่ทุกคนจะพอใจกับงานและเงินเดือนที่ตนมี ‘การลาออก’ จึงเป็นอีกทางเลือกที่ทำให้เราได้ไปเจอสิ่งใหม่ ๆ หนีจากปัญหาและความวุ่นวายที่ไม่ถูกจริต หรืออาจเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ใครหลายคนเติบโตในอาชีพการงานก็ว่าได้ มีเหตุผลมากมายที่ทำให้คนเราตัดสินใจลาออก หนุ่มบางคนลาออกเพราะเจอหัวหน้าห่วยแตก ลาออกเพราะตำแหน่งงานไม่ก้าวหน้า ลาออกเพราะงานที่ทำไม่สมดุลกับเงินที่ได้ ลาออกเพราะเบื่อวัฒนธรรมองค์กรยอดแย่ และคงมีอีกสารพัดเหตุผลที่ทำให้คนอยากออก แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้สาเหตุของการลาออก คืนคนที่มักบ่นว่า “อยากลาออก” แต่ยังทนทำงานหัวหมุนอยู่จนถึงปัจจุบัน แต่คนที่ไม่เคยปริปากบ่นสักคำกลับลาออกไปหน้าตาเฉย คุณว่ามันเพราะเป็นอะไร? คนบ่นไม่ออก เรามักจะเจอคนที่ชอบบ่นว่าอยากลาออก แต่ทุกวันนี้ก็ยังเห็นหน้าเพื่อนร่วมงานคนนั้นนั่งทำงานอยู่เหมือนเดิมและไม่มีทีท่าว่าจะย้ายไปไหนด้วย ไม่ใช่ว่าเราดูถูกเจตจำนงอันแรงกล้าที่อยากลาออกของพวกเขา แต่ถ้ามองตามหลักความจริงแล้ว จะมีเหตุผลสักกี่ข้อที่ทำให้คนบ่นอยากลาออกยังทนทำงานต่อ? บ่นเพราะอารมณ์ชั่ววูบ – บางทีการบ่นอาจช่วยระบายความอึดอัดและความทุกข์ทรมานของการทำงานที่นี่ แต่ใช่ว่าพวกเขาจะทนไม่ได้เสียทีเดียว ถามว่าทนได้ไหม ทนได้ แต่ขอบ่นหน่อยสักหน่อยแล้วกัน อยากลาออกจริง ๆ แต่ยังไม่พร้อม – สาเหตุที่ทำให้คนบ่นยังไม่ลาออก คงเพราะพวกเขายังไม่มีงานใหม่รองรับ ยังหางานที่ถูกใจไม่ได้ หรือยังไม่มีความสามารถโดดเด่นมากพอจะไปทำงานในที่ที่ดีกว่า การลาออกโดยที่ยังไม่ได้งานใหม่และต้องรับผิดชอบภาระรายจ่ายแต่ละเดือนอาจเสี่ยงเกินไป ก็เลยขอบ่นสักหน่อยและรอจังหวะที่ใช่ค่อยลาออกอีกที ไม่ได้อยากลาออกจริง ๆ แต่อยากเสนอเงื่อนไขให้ต่อรอง – บางคนที่บ่นตั้งแต่เช้ายันเย็นว่าอยากลาออก อาจไม่ได้คิดจะลาออกจริง ๆ แต่อยากเรียกร้องเงื่อนไขบางอย่างให้ตัวเอง เช่น อยากเพิ่มเงินเดือน
ในปัจจุบันคงปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าวงการรองเท้าคือตลาดเครื่องแต่งกายที่มีขนาดและมีมูลค่าสูงมากเมื่อเทียบกับตลาดเครื่องแต่งกายชนิดอื่น ๆ ด้วยความเป็นตลาดร่วมที่มีส่วนผสมระหว่างวงการแฟชั่นและกีฬาก็ยิ่งให้รองเท้ามีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง และมีผู้คนจำนวนมากผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาสร้างสีสันและความเปลี่ยนแปลงให้วงการมาตลอดหลายสิบปี หนึ่งในนั้นคือ Christian Tresser (คริสเตียน เทลสเซอร์) หากจะกล่าวว่าผลงานของคริสเตียน เทลสเซอร์ นั้นเป็นที่รู้จักมากกว่าชื่อเสียง และตัวตนของเขาคงไม่ผิดนัก เพราะต้องบอกเลยว่านักออกแบบรองเท้าคนนี้มีผลงานและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้วงการรองเท้าจากแนวคิดที่หาตัวจับได้ยาก งานออกแบบของเขาบางรุ่นกลายเป็นไอคอนิกของยุคสมัย บางรุ่นยังคงได้รับความนิยมมาถึงปัจจุบัน และอะไรคือสิ่งที่ผลักดันให้เขาสนใจและหลงใหลในการดีไซน์รองเท้าจนก้าวมาเป็นนักออกแบบซึ่งมีผลงานสนีกเกอร์หลายรุ่นที่ยังคงทรงอิทธิพลอยู่อย่างยาวนาน เรามาหาคำตอบไปพร้อมกัน Form Soccer To Designer คริสเตียนเกิดในรัฐแคลิฟอร์เนีย วัยเด็กเขาเป็นคนที่ชอบวาดภาพ แต่อีกหนึ่งกิจกรรมโปรดในวัยเด็กคือการเล่นฟุตบอล หรือซ็อกเกอร์ แต่อย่างที่รู้กันดีว่าเมืองลุงแซมไม่ได้เป็นดินแดนของฟุตบอลเพราะพวกเขามีอเมริกันเกมส์ที่นิยมอยู่แล้วทั้งเบสบอล บาสเกตบอล และอเมริกันฟุตบอล อย่างไรก็ตามกีฬายอดฮิตของชาวอเมริกันเหล่านั้นไม่อาจเบนความสนใจของคริสเตียนไปจากสิ่งที่เขาหลงใหลได้เลย คริสเตียนแค่หลงใหลในกีฬาฟุตบอล และเล่นมันอย่างต่อนเนื่องจนกระทั่งเข้าศึกษาต่อในระดับมหาลัยเขาก็ยังชอบฟุตบอลอยู่เสมอโดยลงเล่นให้ Foothill College Soccer Team แต่แล้วเวลาแห่งการตัดสินใจก็มาถึง เส้นทางนักฟุตบอลอาชีพในเวลานั้นโดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาแทบจะไม่มีทางเป็นไปได้ ส่งผลให้คริสเตียนดเล่นฟุตบอลในระดับมหาวิทยาลัยได้เพียงปีเดียวก็ตัดสินใจย้ายไปเรียนการออกแบบที่วิทยาลัยศิลปะและการออกแบบในซานฟรานซิสโก เพราะการออกแบบคืออีกเรื่องที่เขาหลงใหลไม่แพ้กัน และรู้ว่าเส้นทางสายออกแบบนั้นยังพอเหลือที่ว่างให้ตัวเองมีโอกาสถ่ายทอดความรักในเกมกีฬาลงในสิ่งเขาออกแบบขึ้น คริสเตียนเป็นคนที่มีฝีมือในการวาดและสเก็ตช์ภาพสิ่งต่าง ๆ โดยเฉพาะรองเท้าที่ตัวเขาสนใจเป็นพิเศษ หลังจบการศึกษาได้มีโอกาสรับจ็อบดีไซน์เนอร์ให้กับบริษัทออกแบบรองเท้าอิสระที่กำลังรับงานแบรนด์ย่อย BOKS ให้กับ Reebok ในยุครุ่งเรือง ก่อนที่ไอเดียของคริสเตียนจะไปเข้าตาคนในบริษัทและได้รับการว่าจ้างเต็มเวลาให้ Reebok ในที่สุด REEBOK
เวลานี้คงไม่มีผู้กำกับคนใดมีคนพูดถึงมากไปกว่า Bong Joonho (บง จุนโฮ) ผู้กำกับชาวเกาหลีใต้ที่พาภาพยนตร์ Parasite (2019) กวาดรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม, ภาพยนตร์นานาชาติยอดเยี่ยม และผู้กำกับยอดเยี่ยมจากงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 92 ไปครองอย่างน่าภูมิใจ โดยถือเป็นผู้กำกับคนที่ 2 ของเอเชียและเป็นผู้กำกับคนแรกของเกาหลีใต้ที่คว้ารางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม ภาพยนตร์ Parasite (2019) เล่าเรื่องราวของชนชั้นได้อย่างเจ็บแสบ ตลกร้าย และเสียดสีสังคมจนใครที่ดูแล้วต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “หนังแม่งโคตรเจ๋ง!” แถมยังสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ให้วงการภาพยนตร์เมื่อ Parasite และชื่อของ Bong Joonho ถูกสลักไว้บนถ้วยรางวัลน้อยใหญ่จากหลายเวทีก่อนหน้านี้ ความสำเร็จทางด้านรายได้และคำชมเชยท่วมท้นส่งผลให้ใคร ๆ ต่างใคร่อยากรู้จักชีวิตกับแนวคิดของชายคนนี้มากขึ้น อยากรู้ว่าเขาสนใจอะไร มองโลกมุมไหน อะไรบ้างที่หล่อหลอมให้เขาเป็นชายมากความสามารถและมีมุมมองเฉียบคม ทำหนังออกมาได้เจ็บแสบขนาดนี้ ผลงานเก่าของนักเล่าเรื่องเสียดสีที่เติบโตในสังคมเผด็จการ ช่วงชีวิตของชายที่ชอบเล่าเรื่องราวผ่านภาพยนตร์ เริ่มต้นขึ้นเพราะหลงใหลการทำหนัง ครอบครัวของเขาก็สนใจสายวรรณกรรมและสังคมอยู่แล้ว แถมตัวของจุนโฮเองก็เข้าศึกษาในคณะสังคมวิทยาพร้อมกับสมัครเข้าชมรมภาพยนตร์ของมหาวิทยาลัย สนใจการทำหนังสั้นฟิล์ม 16 มิลลิเมตร ฝึกฝนการเขียนบทและอยู่ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้กำกับเมื่อมีการทำหนัง ชีวิตของเขาก็ไม่ได้ต่างจากคนรักหนังคนอื่น ๆ สภาพแวดล้อมที่เติบโตมาอาจมีส่วนทำให้จุนโฮกลายเป็นนักเล่าเรื่องมีลีลาเอกลักษณ์ เขามักใช้เวลาว่างนั่งดูภาพยนตร์ฮอลลีวูด ระหว่างยุค 70-80 ประเทศเกาหลีใต้อยู่ใต้อำนาจของประเทศสหรัฐฯ
ใคร ๆ มักพูดกันว่าผู้ชายเรามีเสื้อผ้าในตู้กันอยู่ไม่กี่สี มีแพตเทิร์นของเสื้ออยู่ไม่กี่แบบ ส่วนใหญ่จะเน้นความมินิมัลเพื่อให้เข้าได้กับทุกสถานการณ์ เรื่องนี้เราคงต้องยอมรับว่า “ใช่” แต่จะให้เหมารวมว่าเราชอบความจำเจและอยากเพลย์เซฟคงไม่ใช่ เพราะความจริงเราละเอียดอ่อนกับเรื่องการแต่งตัวกว่านั้น เสื้อผ้าต้องแสดง attitude และความเหมาะสมกับการสวมใส่ ส่งท้ายงานดีไซน์ครั้งใหญ่ของกรุงเทพฯ ที่กำลังจะสิ้นสุดลงวันนี้ เราจึงพาทุกคนไปพูดคุยกับ 2 ดีไซเนอร์ไทยจาก 2 แบรนด์ MENSWEAR ที่หลายคนอาจเห็นงานพวกเขาจริง ๆ ใน BKKDW 2020 หรือติดตามผ่านโซเชียล เพื่อให้รู้เบื้องหลังของการออกแบบชุดเท่ ๆ และสนุกสนานที่ตอบโจทย์คอนเซ็ปต์การออกแบบประจำปีนี้ คือ ปรับตัว>อยู่รอด>เติบโต : “Resilience” “CURATED” – เอก ทองประเสริฐ เริ่มต้นที่คอลเลกชัน COLLECTOR PROJECT x DEVANT – BANGKOK EDITION จากแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่น Curated ของเอก ทองประเสริฐ ดีไซเนอร์ไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกและอยู่ในวงการมานับ 10 ปี ที่ดีไซน์เอาไว้จัดจ้าน สนุกทั้งสีสันและสุดทั้งลวดลาย มาเต็มทั้งผ้ายันต์


