วันนี้เราจะพาทุกคนไปดื่มกาแฟชื่อแปลก ในอาคารสีดำ และความทรงจำต่อสถาปนิกที่เสียชีวิตไปแล้ว! Modernism Café แห่งนี้คืออาคารสีดำที่สร้างด้วยไม้เผา ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจาก Modern Architecture และเหล่าสถาปนิกระดับปรมาจารย์ ตำนานที่ไร้ลมหายใจแต่เป็นแรงบันดาลใจให้กับใครอีกหลายคน จนชื่อของพวกเขากลายมาเป็นกิมมิคอยู่ในชื่อเมนูกาแฟ อีกทั้งแนวคิดของพวกเขายังเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบร้าน ที่เท่ และแฝงไปด้วยรายละเอียดอันน่าค้นหาแห่งนี้ ซึ่งเมนูชื่อแปลกที่ว่านั้นคือชื่อของสถาปนิกในตำนาน ที่ถูกนำชื่อมาดัดแปลงเป็นชื่อเป็นเมนูเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของที่ร้านอย่างเมนู Le Corbuccino เป็นกาแฟคาปูชิโน่ ที่มาจากชื่อของ Le Corbusier สถาปนิกชาวสวิส – ฝรั่งเศส ผู้บุกเบิกคนสำคัญของ Modern Architecture จึงมีการตกแต่งลวดลายบนแก้วกาแฟเป็นรูปแว่นตาของ Le Corbusier อันเป็นเอกลักษณ์ของเขา หรือเมนู Mocar Niemeyer เครื่องดื่ม Mocha Latte ที่มาจากชื่อของ Oscar Niemeyer สถาปนิกชาวบราซิลที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญในการพัฒนา Modern Architecture อีกทั้งภายในร้านยังมีการนำ Quote จากสถาปนิกชื่อดังมาติดไว้ตามที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางเข้าหน้าร้าน บันไดขึ้นสู่ชั้น 2 หรือแม้กระทั่งในห้องน้ำ เรียกได้ว่า Architect ที่ออกแบบที่นี่นั้น
น่าตื่นเต้นมาก ๆ สำหรับโลก AR/VR ในตอนนี้ หลังจาก Meta ชิงเปิดตัวแว่น VR Quest 3 ตัวใหม่ออกมา ตอนนี้ Apple ได้เปิดตัว Vision Pro AR ที่หลายคนรอคอยมานานออกตามมาติด ๆ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ในราคาแสนกว่าบาท ซึ่งแพงกว่า Quest 3 หลายเท่าตัว! และล้ำหน้ากว่าทุกเจ้าในตอนนี้ โดย Apple ได้เปิดเผยว่า เจ้า Vision Pro ตัวนี้นั้นใช้เวลาในการพัฒนานานถึง 7 ปี จุดขายของมันคือความล้ำของกล้อง 12 ตัว และเซ็นเซอร์ 5 ตัว ที่สามารถจับการเคลื่อนไหวของตา มือ และนิ้วของผู้ใช้ในการควบคุมได้อย่างแม่นยำ ทำให้เราสามารถควบคุมการทำงานด้วยสายตา หรือนิ้วมือได้ โดยที่ไม่ต้องถืออุปกรณ์ควบคุมอยู่ในมืออีกต่อไป นี่คือความล้ำอย่างเหนือชั้นในตอนนี้ ตามมาด้วยฟีเจอร์ FaceTime อีกหนึ่งจุดขายที่ล้ำหน้าเจ้าอื่น Vision Pro สามารถแสดงภาพคนขนาดเท่าตัวจริง
“อยากใช้ชีวิตให้เต็มที่” ถ้อยคำนี้คงกำลังสะท้อนดังอยู่ในใจของใครหลายต่อหลายคน ยิ่งในกลุ่มคนรุ่นใหม่ซึ่งเต็มไปด้วยเป้าหมาย และไลฟ์สไตล์ที่โคตรจะหลากหลาย การได้มีพลังใช้ชีวิตแบบไม่มีสะดุด พร้อมใส่สุดในทุกกิจกรรม ย่อมเป็นสิ่งที่หัวใจของพวกเขาเหล่านั้นเรียกร้องต้องการอย่างยากจะปฏิเสธ จาก Insight ดังกล่าว เรียกได้ว่าเป็นโอกาสดี ที่ ROCKSTAR บูสเตอร์ดริ้งค์กระป๋องดาวสุดเท่จากอเมริกาเล็งเห็น พร้อมเดินหน้าลุยตลาดในประเทศไทย กับการเจาะกลุ่มเป้าหมายคนทำงานรุ่นใหม่ในช่วง Gen Millennials – Gen Z ที่มีไลฟ์สไตล์ “Work Hard, Play Harder” และต้องการผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเติมเต็มพลังให้กับการใช้ชีวิตแบบเต็มที่ในทุกวัน ด้วยจุดเด่นของ ROCKSTAR ที่วาง Position ไว้เป็นเครื่องดื่มเติมพลังระดับพรีเมียม มีภาพลักษณ์ทันสมัย โดดเด่นด้วยความสดชื่น ซาบซ่า รสชาติกลมกล่อม และยังเป็นเครื่องดื่มผสมกาเฟอีนที่พร้อมเป็นทางเลือกสำหรับคนรุ่นใหม่สาย Healthy ด้วยส่วนผสมของวิตามินซี – วิตามินบีรวม, โสมสกัด (Ginseng Extract) และ Taurine มีให้เลือกทั้ง ‘สูตรออริจินัล’ และ ‘สูตรไม่มีน้ำตาล’ และการจะยืนหนึ่งในตลาด คงไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของ Product
เมื่ออาดิดาส ออริจินอลส์ เปิดประตูสู่ความหรูหราอีกระดับ นำรองเท้าสุดคลาสสิกอย่าง STAN SMITH จับคู่กับ BLUE VERSION คอลเลกชันเสื้อผ้าสุดพรีเมียมอีกครั้งในซีซันใหม่ ที่ถูกผลิตขึ้นเพื่อตอบโจทย์ทุกการสวมใส่ ตั้งแต่ถนนคอนกรีตในเมืองไปจนถึงพื้นดินย่านชนบท พิสูจน์ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของอาดิดาส ที่พร้อมปรับตัวให้เข้ากับโลกแห่งอนาคตอยู่เสมอ เพื่อตอกย้ำความคลาสสิกอย่างไม่มีที่สิ้นสุดของรองเท้าโมเดลฮิตตลอดกาลอย่าง STAN SMITH รองเท้ารุ่นนี้จึงได้ถูกนำมาพัฒนาและปรับโฉมใหม่อีกครั้งในคอลเลกชัน FW23 STAN SMITH โดยคู่แรก STAN SMITH CS โดดเด่นด้วยโทนสีที่แตกต่างจากปกติและร่องรอยการตัดเย็บสุดประณีต ในขณะเดียวกัน STAN SMITH LUX ถูกยกระดับด้วยวัสดุและดีเทลสุดพรีเมียม โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์และความซิกเนเจอร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรองเท้าเทนนิสไว้ทั้งหมด ตอกย้ำการเป็นแฟชันไอเทมชิ้นสำคัญของรองเท้า STAN SMITH ที่กลับมาโลดแล่นอย่างมีชีวิตชีวาสำหรับคนรุ่นใหม่ สำหรับเสื้อผ้าในคอลเลกชัน BLUE VERSION ได้ผสมสานสุนทรียะสไตล์เรโทรกับกิมมิคในรายละเอียด โดยมีสินค้าหลักในคอลเลกชันเป็นบอดี้สูท เสื้อและกางเกงแทรค Bluebird Montreal ที่เข้าชุดกัน กระเป๋าดัฟเฟิล รวมถึง หมวก เสื้อ และแอกเซสซอรี่อีกมากมาย การเปิดตัว FW23 STAN SMITH STYLED
จอภาพ Liquid Retina ขนาดใหญ่ 15.3 นิ้ว, ประสิทธิภาพของชิป M2, แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานสูงสุด 18 ชั่วโมง และระบบเสียง 6 ลำโพง ทั้งหมดนี้มารวมอยู่ด้วยกันในดีไซน์แบบไร้พัดลมที่บางและเบาของ MacBook Air ใหม่ ซึ่งเป็นแล็ปท็อปรุ่น 15 นิ้ว ที่ดีที่สุดในโลก MacBook Air รุ่น 15 นิ้ว ซึ่งเป็นแล็ปท็อปรุ่น 15 นิ้วที่ดีที่สุดในโลก ด้วยจอภาพ Liquid Retina ขนาดใหญ่ 15.3 นิ้ว, ประสิทธิภาพที่เหนือชั้นของชิป M2, แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานสูงสุด 18 ชั่วโมง และดีไซน์แบบไร้พัดลมที่เงียบ MacBook Air ใหม่นี้ ครบเครื่องทั้งในด้านขุมพลังและความสะดวกในการพกพา ทั้งหมดนี้ในแล็ปท็อปรุ่น 15 นิ้วที่บางที่สุดในโลก ยิ่งกว่านั้นยังมีระบบเสียง 6 ลำโพงแบบใหม่หมด ทำให้ MacBook Air
Mac Studio พร้อมชิป M2 Max และ M2 Ultra ใหม่คือขุมพลังด้านประสิทธิภาพที่มาในดีไซน์กะทัดรัด ในขณะที่ Mac Pro ใหม่นำชิป M2 Ultra ที่ทรงพลังสุดขั้วมารวมเข้ากับช่องต่อขยาย PCIe และทำให้การเปลี่ยนมาใช้ Apple silicon ใน Mac นั้นครบสมบูรณ์ Apple เปิดตัว Mac Studio และ Mac Pro ใหม่ ซึ่งเป็น Mac สองรุ่นที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา Mac Studio มาพร้อมชิป M2 Max และ M2 Ultra ใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด และความสามารถในการเชื่อมต่อที่ดียิ่งขึ้นในดีไซน์ที่กะทัดรัดอย่างน่าทึ่ง ประสิทธิภาพเร็วขึ้นสูงสุด 6 เท่า เมื่อเทียบกับ iMac รุ่น 27 นิ้ว ที่ใช้โปรเซสเซอร์ Intel ที่ทรงพลังที่สุด
The all-electric Volvo EX30 รถ SUV ไฟฟ้ารุ่นเล็กสุด ราคาจับต้องได้ง่าย ปะทะ Tesla Model 3 ด้วยราคาเริ่มต้น 1.2 ล้านบาท มาพร้อมสมรรถนะ 0-100 km/h ใน 3.4 วินาที Volvo EX30 all-electric SUV รุ่นใหม่อาจจะเป็นรถไฟฟ้า subcompact คันแรกของ Volvo และของพวกเราได้ง่ายขึ้น มิติตัวถังกะทัดรัดเหมาะสำหรับใช้งานในเมือง ยาว 4,233 มิลลิเมตร กว้าง 1,837 มิลลิเมตร สูง 1,555 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,650 มิลลิเมตร แม้จะเล็กแต่ Volvo ออกแบบทุกจุดของตัวรถให้ใช้ประโยชน์ได้สูงสุด หากมองจากด้านข้างจะเห็นว่า center of gravity ของ EX30 ค่อนข้างต่ำมาก จึงช่วยในการทรงตัวที่ดีแน่นอน ดีไซน์ภายนอกได้อิทธิพลมาจาก
Mercedes-Benz C111 ผลงานที่สร้างขึ้นเพื่อทดสอบเทคโนโลยีใหม่ ๆ platform ที่เกิดขึ้นในช่วงปี 1960s – 1970s สำหรับเทสทั้งเครื่องยนต์ 3 rotro / 4 rotor Wankel engines / diesel engines / turbochargers engines ช่วงล่าง multi-link suspension ประตู gull-wing doors เพื่อเฟ้นหาทางเลือกที่ตอบโจทย์สูงสุด แบ่งเป็น C111 I / II / III เป็นบรรพบุรุษของ sports car ค่ายดาวสามแฉกแห่งโลกใหม่ที่น้อยคนจะรู้จัก Version แรกสุดของ C111 เกิดขึ้นในปี 1969 บอดี้ผลิตจาก fiberglass เครื่องยนต์ 3-rotor direct injection Wankel engine ก่อนจะขยับเป็น
ในช่วงเวลานี้คงไม่มีใครไม่รู้จักกับศิลปินเพลง pop สัญชาติอเมริกันชื่อ JVKE นักร้อง นักแต่งเพลง และโปรดิวเซอร์ bedroom studio เจ้าของเพลง “Golden Hour” เพลงที่ใช้เวลาเพียงไม่นานก็ทำให้เขาได้ขึ้นไปอยู่อันดับ 11 ใน Billboard Chart เลยทีเดียว แต่ก่อนที่จะเป็น JVKE ผู้สร้างช่วงเวลาต้องมนตร์สีทองอย่างทุกวันนี้ เบื้องหลังชีวิตของเด็กหนุ่มคนนี้เต็มไปด้วยการเดินทางที่เต็มไปด้วยความสนใจ ที่พิเศษไม่แพ้กับผลงานของเขาเลย UNLOCKMEN ขอพาทุกคนเข้าสู่ช่วงเวลานั้นไปด้วยกัน การเดินทางของนักร้องหนุ่ม JVKE เกิดวันที่ 3 มีนาคม ปี ค.ศ 2001 เกิดและโตมากับครอบครัวนักดนตรี ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นครอบครัวที่มีหัวด้านความสร้างสรรค์อย่างมาก คุณแม่ของเขาเป็นครูสอนดนตรี ส่วนคุณพ่อเป็น “ศิษยาภิบาล” หรือ “อธิการโบสถ์” ทำให้เขาได้เรียนทั้งเปียโนสำหรับบรรเลงเพลง การแต่งเพลง รวมไปถึงร้องเพลงที่โบสถ์ประจำของเขาอีกด้วย ต่อมาเขาก็ได้ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนคาทอลิก และช่วงมัธยมปลายก็เรียนโรงเรียนประจำรัฐในเมืองที่อาศัยอยู่ จากนั้นก็ได้มาลงทะเบียนเรียนที่วิทยาลัยชุมชน ประมาณ 1 ปีครึ่งก่อนที่จะดรอปออกมาเพื่อที่จะมาเป็นศิลปิน จุดเริ่มต้นของ JVKE ความสร้างสรรค์ผ่านความผูกพันธ์ เส้นทางการมีชื่อเสียงของเขามันช่างเรียบง่าย ไม่มากมายนัก เขาเริ่มต้นมาจากการอัปโหลดคลิป


