บนโลกนี้มีคนเป็นล้านคน ทุกคนมีเป็นล้านใจ… แล้วทำไมวัยรุ่นยังเหงา? วัยรุ่นเป็นวัยแห่งความสนุกสนาน วัยแห่งความสดใสร่าเริง ประโยคข้างต้นนี้อาจจะใช้ไม่ได้อีกต่อไปในยุคนี้ แต่อาจจะถูกเปลี่ยนเป็น “วัยรุ่น วัยแห่งความเหงา” แทน! อะไรที่ทำให้วัยรุ่นรู้สึกเหงาในสังคมยุคปัจจุบัน ทั้ง ๆ ที่เราอยู่บนโลกที่มีผู้คนมากมายหลายพันล้านคน วันนี้ UNLOCKMEN จะพาไปฟังเสียงแห่งความเหงาของวัยรุ่น ที่ออกมาแชร์ความรู้สึกเหงาของพวกเขาให้ทุกคนได้อ่านกัน “ฉันใช้เวลาอยู่นานในการพยายามหาว่า ฉันทำอะไรผิดไปถึงทำให้ฉันรู้สึกโดดเดี่ยวมากขนาดนี้ในตอนนี้… ฉันคิดว่าฉันได้สร้างความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นไว้แล้วซะอีก” ประโยคที่น่าเศร้านี้เกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2022 เป็นวิดีโอ TikTok ของผู้หญิงคนหนึ่งที่ออกมาพูดถึงมิตรภาพ และความเหงา พร้อมน้ำตาที่ไหลคลอออกมา จนกลายเป็นกระแสบน Twitter ที่มีคนเข้ามาให้กำลังใจ และแชร์ความรู้สึกเหงาของพวกเขากันเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นเธอยังบอกอีกว่า เธอมีคนที่รัก และเป็นห่วงเธอนะ แต่เห็นได้ชัดว่าเธอเป็นเพื่อน Tier 2 หรือ Tier 3 ของพวกเขา และนั่นส่งผลให้เธอต้องใช้ชีวิตในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาตามลำพังอย่างแท้จริง จากกระแสนี้บ่งบอกว่า ความเหงาดูเหมือนจะขยายใหญ่ขึ้นมากขึ้นกว่าที่เคย แต่ยากที่จะบอกว่าการกักตัวในช่วง COVID-19 เป็นสาเหตุ มันอาจเป็นเพียงสิ่งที่ทำให้เราเห็นปัญหาของสังคมในยุคปัจจุบันได้เร็วขึ้น ซึ่งผลจากการศึกษาของ Prince’s Trust บอกว่า
ในช่วงเวลาที่สถานการณ์การเมืองไทยกำลังครุกกรุ่น ยังมองไม่เห็นเส้นทางชัดเจนว่าจะออกหัวแน่ หรือว่าจะสปินไปทางก้อยกันนะแบบนี้ UNLOCKMEN อยากชวนทุกคนข้ามน้ำข้ามทะเลปักหมุดไปที่ประเทศโปแลนด์ ย้อนกลับไปเมื่อสักประมาณ 30 ปีก่อนหน้า (ซึ่งสถานการณ์ทาวการเมืองร้อนแรงไม่แพ้กัน) เพื่อไปรู้จักกับหนึ่งในพรรคการเมืองที่แปลกที่สุดในโลกชื่อ Polish Beer-Lovers Party แค่ชื่อพรรคก็รู้เลยใช่มั้ยครับว่ามีอุดมการณ์อะไร และมาทางปั่นแน่นอน แต่ผิดครับ ! ท่ามกลางพรรคการเมืองมากมายบนโลกนี้ หนึ่งคืออีกหนึ่งพรรคการเมืองจากโปแลนด์ที่แน่วแน่ในอุดมการณ์ของตัวเองอย่างจริงจังท่สุด และหวังอยากเห็นประเทศดีกว่านี้ผ่านความสวยงามของเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ ค.ศ.1989 จากการปกครองของคอมมิวนิสต์สู่ระบอบประชาธิปไตย ในหน้าประวัติศาสตร์ของประเทศโปแลนด์ตอนปี 1989 นั้น มีเหตุการณ์สำคัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศเกิดขึ้น ซึ่งถูกจารึกในภายหลังว่า ‘การเจรจาโต๊ะกลม (Round-table talks)’ ระหว่างรัฐบาลคอมมิวนิสต์และฝ่ายต่อต้านที่นำโดยสหภาพแรงงาน Solidarity การเจรจาในครั้งนั้นทำให้การปกครองแบบระบอบคอมมิวนิสต์มาหลายทศวรรษได้ตายลง และนำพาประเทศเข้าสู่ระบอบการเมืองแบบเสรีนิยมประชาธิปไตยอย่างที่ประชาชนหวังกันไว้ในที่สุด แน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นคือการเลือกตั้งรัฐสภาใหม่ของประเทศ แล้วในปี 1990 นั้นเอง ชายหนุ่มหุ่นหมีอายุ 30 ต้น ๆ ชื่อ Janusz Rewiński หนึ่งในประชาชนของโปแลนด์ มองเห็นปัญหารูโหว่ขนาดใหญ่ของประเทศตั้งแต่ช่วงเวลาของคอมมิวนิสต์ และเก็บความอึดอั้นตันใจมานานแล้ว คำถามที่เหมือนจะระเบิดอยู่ในหัวตลอดเวลาอย่างไม่เข้าใจว่า “ทำไมเบียร์ถึงไม่ถูกสนับสนุนแบบวอดก้าบ้างนะ” กำลังจะถูกปลดปล่อยออกมา และหากต้องการให้คนอื่นรับรู้ถึงปัญหาที่มีอยู่นี้ด้วย ไม่มีอะไรจะช่วยได้เท่ากับสนามการเมืองอีกแล้ว เพราะฉะนั้น Janusz
เปิดตัวอย่างเร้าใจ เคล้าเสียงกระซิบบนเนินทรายแห่งความฝันกับงาน “RADO NOVELTIES 2023: Whispers of Dunes and Dreams” งานแสดงประจำปีจาก RADO เผยโฉมเสน่ห์อันเร้าใจเกินต้านของ Rado Centrix ส่งตรงจากสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อให้ทุกท่านได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ณ อาณาอานันท์รีสอร์ต แอนด์วิลลาพัทยา ที่เพิ่งผ่านกันไปสด ๆ ร้อนๆ เมื่อวานนี้ แม้จะเป็นวันที่ร้อน ปนความชื้นของฝน แต่บอกเลยว่างานนี้มีเสน่ห์อันเร้าใจ จนทำให้ทุกคนลืมอากาศกันไปเลยทีเดียว เป็นประสบการณ์ ล้ำค่าที่ผู้หลงใหลเรือนเวลาต่างจดจำไม่รู้ลืม ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลยที่ RADO ผู้เชี่ยวชาญเรื่องนาฬิกาจะเปิดตัวผลงานใหม่ล่าสุด Rado Centrix มาในช่วงฤดูร้อนที่ร้อนจัดแบบนี้ เพราะเสน่ห์อันน่าหลงใหลของนาฬิกาเรือนล่าสุดเปรียบเสมือนสายลมที่พัดผ่านทะเลทราย และความร้อน แต่ให้ความรู้สึกสบายได้อย่างน่าทึ่ง งานในครั้งนี้จึงจะจัดขึ้นที่อื่นไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่ริมทะเล เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสียงกระซิบของสายลม และเนินทรายอันนุ่มนวล ภายในงานครั้งนี้นอกจากการโชว์ตัวนาฬิกาแล้ว ยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อป “Scent of Dreams” ให้ทุกท่านได้เปิดประสบการณ์ การครีเอตเครื่องหอม Diffuser ริมชายหาด ร่วมแต่งเติมกลิ่นหอมในแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ไปพร้อมกับการทดลองสวมใส่นาฬิกาเรือนหรูที่ให้ความรู้สึกสบายตลอดการสวมใส่ เมื่อถึงช่วงโพล้เพล้พระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า Rado
ไม่ได้จูนแค่ AMG เพราะแม้แต่ Mercedes-Benz EQS ก็ยังผ่านมือ Brabus อัพเกรดพลังไฟฟ้าให้โหดสะใจยิ่งกว่าในชื่อรหัส Mercedes-AMG EQS 53 Masterpiece By Brabus แต่หากใครคิดว่า AMG EQS 53 คันนี้จะถูกอัพเกรดจนแรงเท่าตระกูล Brabus 900 ต้องบอกว่าคงมีวันนั้น แต่ไม่ใช่ตอนนี้ อาจจะเพราะการเล่นกับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ยังถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับ Brabus ด้วย เราจึงได้ผลงานที่เน้นดีไซน์มากกว่า โดยได้ชุดแต่ง full aerodynamic upgrade kit แบบ exposed carbon ล้อ monoblock ขนาด 22 นิ้ว ไม่ใช่แค่ใส่ให้ดูเท่ แต่ยังได้ aerodynamic เพิ่มขึ้นถึง 7.2% ผลคือได้ระยะทางในการขับเพิ่มขึ้นอีกราว 7% จากเดิมเคลมไว้ 443 km เพิ่มเป็น 480 km Brabus บอกว่าลิ้นหน้านอกจากจะเพิ่มความสวยงามยังมีส่วนเพิ่มประสิทธิภาพของ
สำหรับชาวด้อมร้อนในของพี่เอก HEARTROCKER ทุกคน คงจะเศร้าไปตาม ๆ กัน เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาอุตส่าห์มีเกมเนื้อเรื่องแบบ Horror มาให้เราดูพี่เอกกรี๊ดสนั่นลั่นจังหวัดทั้งที ดันมาจบแค่ 4 พาร์ทเสียได้ ! แต่ไม่เป็นไร ถึงจะมีแค่ไม่กี่ตอนสั้น ๆ แต่ก็ต้องบอกว่า Bramble: The Mountain King เป็นเกมเนื้อเรื่องอีกเกมที่พี่เอกเลือกได้คุณภาพมาก ๆ ทั้งในด้านของเนื้อหาและเกมเพลย์เลย (สำหรับคนที่ยังไม่ได้ดูสตรีมเกมนี้) Bramble: The Mountain King เล่าเรื่องของ Olle เด็กชายตัวน้อยที่ต้องออกไปผจญภัยเพียงลำพังเพื่อตามหาพี่สาวที่จู่ ๆ ก็หายตัวไปจากห้องนอนที่อยู่ด้วยกัน ในดินแดนที่ชื่อว่า Bramble ซึ่งเส้นทางที่เด็กน้อยคนนี้ท่องไปเต็มไปด้วยความพิศวง จากป่าใหญ่ที่มีตัวละครในเทพนิยายอย่าง Gnomes น่ารัก ๆ นำเขาไปสู่เหตุการณ์สุดสยองขวัญเจอกับ Trolls กินคน พิธีบูชายัญเด็กจากเหล่าแม่ม่ายสาว ไปจนถึงโรคระบาดที่คร่าชีวิตคนทั้งหมู่บ้าน ถ้าคุณไปเปิดดูคลิปของพี่เอกตอนนี้ (ดูเถอะ เชียร์อีกรอบ) จะพบว่า Bramble: The Mountain
ไม่ถึงขั้น barn find เพราะไม่ได้เจอตามไร่นา แต่เป็นรถที่ถูกเก็บไว้นานจนลืมกว่า 20 ปี และมันไม่ใช่การเจอ Countach ธรรมดา เพราะนี่คือรุ่นท็อปสมรรถนะสูง LP500 S model ซึ่งผลิตครั้งแรกในปี 1982 และคันนี้ก็เป็นคันแรกสุดของ LP500 S ที่ออกมาจากโรงงาน ประวัติของ Countach LP500 S คันนี้ได้รับการยืนยันโดย Valentino Balboni นักขับรถทดสอบของ Lamborghini ที่รู้ทุกรายละเอียดของรถ ได้ระบุจุดสังเกตของคันนี้ว่าแท้ 100% เช่น กันชนหน้า LP400 S, ล้อ Campagnolo magnesium wheels เป็นต้น และยังพบเอกสารที่ระบุว่ารถคันนี้เคยเป็นรถโชว์ที่จัดแสดงในงาน 1982 Geneva Motor Show มาแล้ว และยังเคยถูกใช้ถ่ายในโฆษณา Lamborghini LP500 S brochures ด้วย ความพิเศษยังไม่จบแค่นี้ Countach
ในวรรณกรรมดิสโทเปียชื่อ Fahrenheit 451 โดยนักเขียนชาวอเมริกัน Ray Bradbury นั้น เล่าเรื่องของโลกที่รัฐบาลลงมติว่า ‘หนังสือ’ คือสิ่งผิดกฎหมาย ประชาชนห้ามอ่านเด็ดขาด ถึงขนาดว่ามีหน่วยชื่อ Firemen คอยเผาหนังสือทุกที่ที่มีอยู่ในสังคมให้หมดไป Guy Montag ตัวเอกของเรื่องก็คือหนึ่งในหน่วยสุมเพลิงนั้น ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ ตั้งคำถามว่าสิ่งที่รัฐบาลบอกว่าผิด ใครที่เป็นแฟนคลับตัวยงของมังงะโจรสลัด One Piece น่าจะรู้ถึงความโหดร้ายของรัฐบาลโลกในเรื่องดี ซึ่งหนึ่งในสิ่งชั่วร้ายที่รัฐบาลคอยทำมาตลอดตั้งแต่เล่มที่ 1 ของมังงะเรื่องนี้ คือการปิดบังข้อมูลกับประชาชน จากตัวอักษรโบราณที่ชื่อว่า ‘โพเนกรีฟ’ เพราะกลัวว่าประชาชนจะล่วงรู้ประวัติศาสตร์แห่งความว่างเปล่าหลายร้อยปีก่อนที่อาจจะมีศพซุกซ่อนอยู่ใต้พรหมที่ตัวเองซุกซ่อนเอาไว้ ถึงขนาดว่าฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คนที่อ่านตัวอักษรนี้ทิ้งไปเลย เรื่องแต่งว่าด้วยการห้ามอ่านของหนังสือ 2 เล่มที่กล่าวไปในข้างต้น มีจุดเชื่อมโยงน่ากลัวร่วมกันอยู่ตรงที่ ‘พลังของตัวอักษร’ มีพลังสามารถเปลี่ยนความคิด ความรู้สึกคนอ่านแบบฉับพลันโดยใช้เวลาเพียงจบหน้ากระดาษ 100-300 หน้าเท่านั้น และการห้ามอ่านมันเกิดขึ้นในชีวิตจริงของพวกเราด้วย ! ในปี 1982 จำนวนหนังสือที่ถูกแบนจากห้องสมุดโรงเรียน และจากรัฐบางรัฐในอเมริกามีปริมาณที่สูงขึ้นมาก ถึงขนาดทำให้องค์กร Free-Speech หลายแห่งรวมตัวกันตั้ง ‘งานสัปดาห์หนังสือที่ถูกแบน (Banned Books Week)’ ครั้งที่
การเปิดตัว Seiko 5 Sports SKX Series 38mm Mid-Size เรือนเวลาที่ได้แรงบันดาลใจมาจากนาฬิกาดำน้ำที่เท่และฮิตที่สุดของ Seiko ในยุค 80’s ต่อยอดความอมตะของสีสันและงานดีไซน์ สู่เรือนเวลาของปี 2023 ที่โมเดิร์นยิ่งกว่าใคร ! ซึ่งการกลับมาในครั้งนี้ ยังมีขึ้นเพื่อเฉลิมฉลอง SEIKO 5 SPORTS 55th Anniversary กับการเดินทางที่เกินกว่าครึ่งศตวรรษแล้ว และจะเดินหน้าอย่างเข้มแข็งต่อไป เพื่อ Represent ฟังก์ชั่นสุดแข็งแกร่งหัวใจหลักทั้ง 5 อันประกอบไปด้วย Automatic movement, Day-date display, Water Resistance, Recessed Crown and Durable Case และ Bracelet สิ่งแรกที่ UNLOCKMEN อยากให้ทุกคนจำให้แม่นก่อนจะรู้จักกับเรือนเวลารุ่นนี้ให้ละเอียดในบรรทัดต่อไป คือความงามแบบไทม์เลสจากยุค 80’s ของเรือนเวลารุ่นนี้ อยู่ที่หน้าปัด 4 สีใหม่ อันสะท้อนตัวตนของผู้ใส่ที่ต่างกัน ประกอบไปด้วย
“สก็อตช์วิสกี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม และอาชีพของคนในสกอตแลนด์ เนื่องจากสกอตแลนด์เป็นอันดับหนึ่งของโลกในแง่ของสก็อตช์วิสกี้ และแน่นอนว่าสก็อตช์วิสกี้ ฝังแน่นอยู่ในวัฒนธรรมของชาวสกอตแลนด์ที่มีอยู่ราว ๆ 5 ล้านคน บางหมู่บ้านที่มีคนอยู่ 50-100 คน เขาก็สร้างโรงกลั่นกันขึ้นมา โดยมีโรงกลั่นในสกอตแลนด์ทั้งหมดประมาณ 145 โรงกลั่น ขนาดเล็กใหญ่คละกันไป เรื่องขนาดของโรงกลั่นและการจ้างงานนั้น ยังขึ้นกับเกษตรกรที่ปลูกข้าวบาเลย์ เพราะเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตสก็อตช์วิสกี้ ตลอดจนคู่ค้าในด้านอื่น ๆ อย่างคนผลิต ทำขวด หรือแม้แต่นักวิทยาศาสตร์ที่มีหน้าที่ในการผสมสก็อตช์วิสกี้ ถือได้ว่าโรงกลั่นสก็อตช์วิสกี้ ครอบคลุมการจ้างงานในหลากหลายทักษะ อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกด้วย โดยการทำโรงกลั่น สก็อตช์วิสกี้ ถือเป็นหนึ่งในอาชีพหลักที่เป็นอัตลักษณ์สำคัญอย่างหนึ่งของสกอตแลนด์” Mr. Ewan Gunn (ยวน กันน์) แบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกของดิอาจิโอได้เล่าเกริ่นให้เราฟัง ยวน อยู่ในวงการสก็อตช์วิสกี้มานานถึง 24 ปี หลังจากเรียนจบด้านภาษาจากมหาวิทยาลัย ก็ผันตัวมาทำงานกับบริษัทวิสกี้เล็ก ๆ ที่ทำให้เขาได้ทดลองทำงานทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายขาย การตลาด และประชาสัมพันธ์ จากการที่ยวนหลงใหลในสก็อตช์วิสกี้ เขาจึงมีความสุขมากที่ได้แบ่งปันความรู้ ส่วนผสมและเรื่องราวที่พิเศษเกี่ยวกับสก็อตช์วิสกี้ และประเทศสกอตแลนด์ให้ผู้คนได้รับรู้ โดยปัจจุบันได้มาร่วมงานกับดิอาจิโอเป็นเวลา 12 ปีแล้ว


