บางครั้งเราอาจมองว่าความตายคือเรื่องไกลตัว เพราะยังคงมั่นใจในการใช้ชีวิตของตัวเองว่าคงไม่เป็นอะไรไปง่าย ๆ ไม่ใช้ชีวิตประมาท แค่นี้ก็อยู่ยาวเหยียบร้อยปีแล้ว แต่ความเป็นจริงมันมีปัจจัยภายนอกอีกร้อยแปดพันเก้าที่จะเข้ามาตัดทอนอายุเราไปได้แบบไม่ทันตั้งตัว เราไม่รู้เลยว่าเช้านี้ที่ตื่นขึ้นมาจะเป็นเช้าสุดท้ายของเราหรือเปล่า เราจะได้เดินผ่านร้านกาแฟเป็นครั้งสุดท้ายหรือเปล่า หรือแม้แต่อาหารที่กำลังกินไปอ่านไปเนี่ย มันจะเป็นมื้อสุดท้ายของเราหรือเปล่า ท่ามกลางสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่อาจควบคุมได้เองทั้งหมด UNLOCKMEN จะพามาดูอาหารมื้อสุดท้ายของ 10 คนดังระดับโลกที่ล่วงลับไปแล้ว ที่บางคนก็รู้ตัวว่านี่คือมื้อสุดท้ายของเขา บางคนก็ไม่อาจรู้ได้เลย เศร้านะ ว่ามั้ย ? Socrates หลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตากันดี เอ่อ เรียกว่าคุ้นชื่อดีกว่า สำหรับ “Socrates” นักปรัชญาที่โผล่ไปในเลคเชอร์ของทุกวิชา อาหารมื้อสุดท้ายของเขาจะเรียกว่าอาหารก็คงเรียกไม่ได้เต็มปาก เพราะมันคือ “ยาพิษ” ที่เขาถูกตัดสินให้จบชีวิตตัวเองด้วยยาพิษซึ่งเป็นพิษจากต้น Hemlock ด้วยข้อหาที่ทำให้ผู้คนในเอเธนส์เสื่อมศรัทธาในศาสนา ดูเศร้าไม่น้อยที่การตั้งคำถามกับสังคมไม่เป็นที่ยอมรับเสียจนต้องจบชีวิตใครสักคน จักรพรรดินโปเลียนที่ 1 มันสมองที่ฉลาดเป็นกรดทำให้นายพลในกองทัพสามารถพาตัวเองมาเป็นกงสุลเอกและขยับขึ้นมาเป็นจักรพรรดิของฝรั่งเศสในที่สุด และความรุ่งเรืองของพระองค์ไม่อาจเล่าได้ภายในหนึ่งพารากราฟ เอาเป็นว่าตัดภาพไปที่ช่วงสุดท้ายของชีวิต เพราะนี่คือคอนเทนต์เกี่ยวกับความตาย ช่วงสุดท้ายของชีวิตนโปเลียนถูกเนรเทศไปใช้ชีวิตที่เกาะ St. Helena และเช้าของวันที่ 5 พฤษภาคม ปี ค.ศ. 1821 เขาได้กินอาหารเช้าเหมือนในทุกวัน แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือพระองค์ไม่อาจรู้เลยว่านี่คืออาหารมื้อสุดท้ายของพระองค์ เช้านั้นพระกระยาหารเช้าคือ “ตับ เบคอน ขนมปังกระเทียม
“คุณมีเวลาว่างหลังเลิกงานวันละ 20 นาทีไหม ?” เย็นไว้พ่อหนุ่ม ผมไม่ได้ชวนมาเป็นดาวน์ไลน์ขายตรง แต่เป็นห่วงเรื่องสุขภาพ โดยเฉพาะกับผู้ชายอย่างเรา ๆ ที่เต็มที่กับทั้งเรื่องงาน สังคม และคนรอบข้างจนไม่มีเวลาฟิตร่างกายมากนัก เวลาพักก็อยากนอนแล้ว แต่ถ้าปล่อยตัวเองแบบนี้มันก็คงจะเปื่อยเกินไป ถ้าชีวิตของคุณมันช่าง busy เวลาแค่ 20 นาทีมันยังไม่ค่อยมี ไม่เป็นไรครับ ทีมงาน UNLOCKMEN มีทางออกมาแนะนำกัน สำหรับคนที่ต้องการออกกำลังกายอย่างมีประสิทธิภาพในเวลาน้อยสุด ๆ เรามี 10 ท่าออกกำลังกายสุดเข้มข้นโดยใช้น้ำหนักตัวของร่างกายมาให้คุณเลือกและออกแบบโปรแกรมออกกำลังกายง่าย ๆ ที่ใช้เวลาแค่ 2.30 นาที – 3.00 นาที ก็สามารถเผาผลาญได้ถึง 200 แคลอรี่ วิธีการก็คือ ให้เลือกมา 5 ท่าจากลิสต์นี้ นำมาเล่นท่าละ 30 วินาทีต่อเนื่องกัน ครบทุกท่าใช้เวลาแค่ 2.30 นาที ไม่ก็ถ้าอยากฟิตขึ้นอีกก็เล่นท่าละ 1 นาทีไปเลยก็ได้ เสียเวลาแค่ 5 นาที แลกกับการเบิร์นได้ขนาดนี้ถือว่าคุ้มกำลังสุด ๆ
มีคนเคยเปรียบเปรยไว้ว่าการแสดงความคิดที่ต่างกันก็เหมือนการสวมแว่น เราสวมกรอบที่ต่างกันจึงมีมุมมองต่างกัน แต่ใครจะคิดว่าวันหนึ่งจะมีคนคู่หนึ่งหยิบ “แว่น” จากคำเปรียบที่จับต้องไม่ได้มาสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นจริง ถอดคาแรคเตอร์คนสวมมาสร้างเฟรมแห่งตัวตน ชนิดที่ไม่ว่าจะสวมหรือวางไว้บนโต๊ะก็รู้ว่าเป็นตัวเรา ที่สำคัญมันยังสามารถกลายเป็นมรดกส่งต่อให้คนรอบข้างได้นึกถึงในวันที่เราไม่อยู่ในโลกใบนี้แล้วด้วย เพราะถ้าเก็บรักษาให้ดีก็มีอายุขัยมากกว่าคนสวมเสียอีก! อาร์ท – ชนกันต์ อุโฆษกุล และเฟิร์น – อานิกนันท์ เอี่ยมอ่อง คือ 2 นักดีไซน์ที่จบจากคณะมัณฑนศิลป์ รั้วศิลปากร ทำงานด้านครีเอทีฟและกราฟิกดีไซน์เนอร์ก่อนผันมาเป็นเจ้าของ Arty & Fern Eyewear ร้านแว่นแบรนด์ไทยมากเอกลักษณ์สไตล์ custom-made ร้านที่เปลี่ยนสโลแกนจากการ วัด “สายตา” ประกอบแว่น ให้ no limit ไปอีกขั้นด้วยการ วัด “สไตล์” ประกอบแว่น จนใครก็พร้อมใจเข้าคิวอยากเป็นเจ้าของ เปิดร้านแว่นจากคนนอก “สายตา” แม้หลายคนอาจจะเคยเห็นทั้งอาร์ตและเฟิร์นผ่านสื่ออื่น ๆ แต่สิ่งที่อาจไม่รู้มาก่อนคือ ทั้งคู่เป็นคนที่มีค่าสายตาน้อยมาก ๆ ดังนั้นความหลงใหลเรื่องแว่นที่พาพวกเขาให้ก้าวมาเปิดร้านจึงไม่ใช่เรื่องของทัศนมาตรศาสตร์ หรือเรื่องของการมองเห็นแต่เป็นเรื่องของดีไซน์ล้วน ๆ โดยเริ่มต้นจากความชอบแบบนักใส่นักสะสม ผสมกับความรู้เรื่องการดีไซน์ที่ร่ำเรียน จนกลายเป็นการเล่นสนุกตอบสนองความชอบตัวเองผ่านการทำแว่นไร้สายตาที่พวกเขาชื่นชอบกันอย่าง “แว่นกันแดด” ซึ่งแม้มันจะเป็นก้าวแรกของการสร้างแบรนด์แบบสนุก ๆ ที่ดันรุ่งโดยไม่ตั้งใจ
ใช่ครับ อ่านไม่ผิดแน่นอน สำหรับหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า Jack Daniel เจ้าพ่อ whiskey maker กลิ่นหอมหวานแห่งเมือง Tennessee นั้น มีหน่วยดังเพลิงอาสาสมัครของตัวเอง พร้อมขบวนรถดับเพลิงที่แยกแยะได้จากระยะไกลในโทนสีดำทอง (Black and Yellow) ยิ่งดูยิ่งป๋าเหมือนโทนสีของบรรดา Rapper โชว์สร้อยทอง ล่าสุด Jack Daniel ได้เปิดตัวมอเตอร์ไซค์ chopper รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ได้แรงบันดาลใจจากบรรดานักดับเพลิงของเค้าโดยเฉพาะ ซึ่งรุ่นนี้นับได้เป็นรุ่นที่ 3 แล้วที่ได้ร่วมมือกับ Indian Motorcycle มาตั้งแต่ปี 2016 โดยเริ่มจากรุ่น 2016 Indian Springfield Jack Daniel’s Limited Edition และ 2017 New Bike Indian Chieftain Jack Daniels Limited Edition แน่นอนว่าทั้งสองรุ่นได้รับความนิยมถล่มทลาย ถูกใจชาว American ฝังเส้นเลือดเป็นอย่างดี มาถึงปีนี้ที่ Jack Daniel
มีปาร์ตี้ทีไรแก้วแดง ๆ อย่าง “RED PARTY CUP” เป็นอะไรที่ขาดไม่ได้ เอาไว้เพิ่มกิมมิคให้กับงานแบบเก๋ ๆ ซึ่งเป็นที่นิยมไปทั่วโลก เจอได้ทั้งในหนัง MV ดัง ๆ หรือแม้แต่ปาร์ตี้ของวัยรุ่นฝั่งยุโรป มันช่างสะดุดตาและให้ฟีลปาร์ตี้แบบสุด ๆ จนมันแผ่ขยายไปทั่วโลก แต่นั่นแหละถ้ามีกันทุกปาร์ตี้แล้วมันจะพิเศษตรงไหนล่ะทีนี้ เมื่อใคร ๆ เขาก็ใช้กัน งั้นมาลองนี่ “GOLD PARTY CUP” มันมีดียังไง UNLOCKMEN จะพามาดูกัน ทำไมต้อง RED CUP ในงานปาร์ตี้ ? ก่อนจะไปเจอกับแก้วสีทองวิบวับ เราขอเกริ่นให้ฟังสักนิดว่าทำไมงานปาร์ตี้ถึงต้องเป็น RED CUP เจ้าแรกที่เริ่มผลิตแก้วแดงนี้คือ Solo Cup Company ตั้งแต่ปี 1936 นู่นแล้ว แต่ก่อนเนี่ยมันยังไม่ฮิตที่จะเอามาใช้งานจริง ๆ ในปาร์ตี้เลย ใครเอามาใช้ก็คงแปลกพิลึกที่จะมายืนถือแก้วแดง ๆ อยู่คนเดียว แต่แล้วมันก็มาแพร่หลายได้จากวงการภาพยนตร์ที่เริ่มเอาเข้ามาประกอบฉากงานปาร์ตี้ต่าง ๆ โดยเฉพาะปาร์ตี้ของหนุ่มสาวมหาวิทยาลัยที่สุดเหวี่ยงแบบไม่แคร์โลก โดยภาพยนตร์เรื่องแรกที่นำมาใช้ จะเป็นเรื่องไหนไปไม่ได้ นอกจาก American Pie ที่สุดของความหรรษาในชีวิตวัยรุ่น หลังจากนั้นจึงเริ่มแพร่หลายมาเรื่องอื่น ๆ
“อกหักครั้งสุดท้ายคือเมื่อไหร่ แล้วผ่านมันมาได้อย่างไร?” ไม่ว่าตอนนี้จะเป็นผู้ชายที่กำลังอกหัก ผู้ชายที่กำลังมีความรัก หรือผู้ชายที่โสดอย่างเป็นสุข UNLOCKMEN ก็เชื่อว่าทุกคนต้องเคยผ่านช่วงเวลา “อกหัก” มาแล้วเท่านั้น จำได้ไหมว่ามันโคตรทรมานแค่ไหน ทั้งคิดถึง ทั้งอยากกลับไปเป็นเหมือนเดิม ทั้งโหยหา เราแค่อยากจะบอกว่าอาการเหล่านั้นไม่ใช่จินตนาการมั่ว ๆ ของเราเอง แต่ เฮ้ย มันมีเหตุผลที่เกี่ยวกับกลไกในสมองมาเกี่ยวด้วยว่ะ Guy Winch นักจิตวิทยาเจ้าของหนังสือชื่อ How to Fix a Broken Heart บอกเลยว่าอาการอกหักไม่ใช่อาการมั่ว ๆ แต่เป็นอาการคล้ายกับการ “ลงแดง” จากการเสพยา เพราะเมื่อเราถูกตัดขาดจากความสัมพันธ์สุดโรแมนติก กลไกในสมองเราจะไปกระตุ้นการทำงานแบบเดียวกับสมองของคนที่เลิกยาเสพติดอย่างโคเคนเลยทีเดียว แต่ก็ใช่ว่าจะไร้ทางออก แม้จะถูกสาวทิ้งจนแทบลงแดงตาย UNLOCKMEN ก็ยังอยู่ข้างกายผู้ชายทุกคนเสมอ และนี่คือหนทางเอาตัวรอดจากการลงแดง เอ้ย การอกหักที่เรานำมาฝากกัน ปาโซเชียลมีเดียทิ้งไป เป็นผู้ชายแมน ๆ อย่าให้ความคิดเกี่ยวกับ “เธอผู้เป็นอดีต” คนนั้นมาทำให้เราเสียสมาธิได้ และหนทางที่จะทำให้ผู้ชายอย่างเราเสียสมาธิมากที่สุดหนทางหนึ่งก็คือการส่องโซเชียลมีเดียของคุณเธอคนนั้นซ้ำ ๆ อย่าว่าแต่ส่องซ้ำ ๆ เลย ส่องครั้งเดียวก็เป็นภัยอันตรายขั้นสุดยอด เพราะมันจะทำให้เราก้ามผ่านช่วงเวลาแห่งการคิดถึง
ในยุคที่การเป็นคนขี้แซะเหมือนจะคูล เพราะเที่ยวแสดงความคิดเห็นไปทั่วว่าตัวเองมีอารมณ์ขัน ช่างจิกกัด และกำลังต่อต้านอะไรบางอย่างอยู่ UNLOCKMEN ว่าการแซะก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลที่พึงจะกระทำได้ แต่ก็เป็นสิทธิของเราเช่นกันที่จะตะโกนในใจว่า “โคตรรำคาญเลยเว้ย!” แซะอะไรนักหนา แถมบางทีที่แซะก็ไม่ตลก ไม่ขำ ไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ เราเข้าใจว่าการอยู่ท่ามกลางสมรภูมิการแซะอันดุเดือด อาจทำให้เรากระอักเลือกตายได้ วันนี้เราเลยเอา 5 วิธีรับมือกับคนขี้แซะมาฝากกัน รุ่นใหญ่ใจต้องนิ่ง วิธีรับมือการแซะอันดับต้น ๆ ก็คืออยู่เฉย ๆ นิ่ง ๆ เข้าไว้ ยิ่งเป็นการแซะผ่านโซเชียลมีเดียที่ไม่รู้ว่าเขาแซะใครยิ่งไม่ต้องหัวร้อนไปอ้าแขนรับโดยคิดว่าเขาแซะเราให้เสียเวลา หรือต่อให้รู้ทั้งรู้ว่าเขาแซะเราก็ปล่อยเขาไปตามมีตามเกิด ถ้าเขาหวังดีอยากให้เราปรับปรุงอะไรจริง เขาคงมาบอกเราตรง ๆ ไม่มัวมาแซะมาแขวะให้ไม่เกิดประโยชน์อย่างนี้ การทำอย่างนี้ก็อาจแปลได้ว่าเขาไม่ได้แซะเรา ปล่อยผ่านไป หรือถ้าเขาแซะเราแต่ไม่มาบอกเราตรง ๆ ก็ยิ่งปล่อยผ่านได้เลย เพราะเขาแค่หวังสนุก ไม่ได้หวังดีแต่อย่างใด! แซะต่อหน้าก็ต้องโต้ตอบกันต่อหน้า แซะผ่านโซเชียลมีเดียก็แล้วไป มันจับมือใครดมไม่ได้ว่าเขาไปเห็นอะไรมา แล้วต้องการพูดถึงอะไรกันแน่ แต่การที่เขาแซะตรง ๆ ในวงสนทนาที่เราก็อยู่ตรงนั้นด้วย แล้วเรารู้สึกว่าไม่ว่ามันจะแซะใครนี่ก็ชักจะเลยเถิดไปแล้ว เราก็จำเป็นต้องบอกเขาอย่างสุภาพที่สุด โดยไม่ต้องดราม่าอะไรสไตล์รุ่นใหญ่ อาจจะพูดยิ้ม ๆ อย่างจริงใจอย่างที่รู้สึกว่า “ผมว่านี่มันมากไป ไม่เห็นตลกตรงไหนเลยครับ” แล้วก็ชวนเขาพูดคุยอย่างไหลลื่นเป็นกันเองต่อไป
มีรถยนต์เพียงไม่กี่แบรนด์ที่คงความคลาสสิคตั้งแต่วันแรกถึงปัจจุบันไว้ได้อย่างแข็งขัน หนึ่งในนั้นก็คือ Morgan Motor Company บริษัทรถยนต์ของอังกฤษ ที่ขึ้นชื่อเรื่องสไตล์ของตัวเอง และความละเอียดประณีตในการผลิตแบบ Handmade ตั้งแต่ปี 1910 กำลังการผลิตอยู่ที่ราว 1,300 คันต่อปี และถ้าใครควักเงินจองลงไป ก็ต้องรออีกราวครึ่งปีจึงจะผลิตเสร็จเรียบร้อย ใครที่ติดตามเรื่องรถยนต์มานาน อาจจะคุ้นตาดีไซน์ของรถยนต์ Morgan เป็นอย่างดี ด้วยรูปทรงที่คลาสสิคเหมือนรถโบราณสุดล้ำค่า แม้จะเป็นรถโมเดลที่ผลิตในปีใหม่ก็ตาม เช่น Morgan 4/4, +8, Roadster และที่สร้างชื่อเสียงได้มากที่สุดก็คือ Morgan Aero 8 รถหน้าตาคลาสสิคที่ว่ากันว่ามีสมรรถนะดีอยู่ในระดับ Supercar ด้วยน้ำหนักตัวที่เบาหวิว และใช้เครื่องยนต์ BMW V8 โดย generation ล่าสุดปี 2015 Aero 8 ทำตัวเลขได้ถึง 367 แรงม้า ล่าสุดในงาน Geneva Motor Show ไม่มีใครคาดคิดว่า Morgan จะเปิดตัวหมัดเด็ด Morgan Aero GT
ในขณะที่พวกเราชาวไทยหลายคนกำลังเผชิญภาวะ ‘กลืนไม่เข้า คายไม่ออก’ ยากจะสรรหาคำสรรพนามไหนมาใช้ชื่นชมนักการเมืองรวมถึงเจ้าหน้าที่บ้านเรา กับการพยายามอำนวยความสะดวกให้คนมีสตางค์อย่างออกนอกหน้า เรียกได้ว่าไม่แคร์ส่งแคร์สื่ออะไรกันอีกเลย เราจึงอยากให้ทุกคนเคลียร์หัวให้สดชื่นมากขึ้น ด้วยข่าวที่น่าชื่นชมของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในปีนี้นับเป็นปีที่มีตัวเลขคดีอาชญากรรมต่ำที่สุดในรอบ 30 ปี โดยมีเคล็ดลับที่ประเทศไทยน่าจะนำมาปรับใช้ได้หลายอย่าง อยู่ที่ว่าเจ้าหน้าที่บ้านเราเค้าจะให้ความสำคัญประชาชนคนธรรมดาอย่างพวกเรามากแค่ไหน ตัวเลขจาก Japan’s National Policy Agency, Statistics Bureau เผยให้เห็นสถิติคดีอาชญากรรมในปี 2017 ซึ่งรายงานว่ามีทั้งหมด 915,024 ครั้ง อย่าเพิ่งตกใจไปว่าไม่เห็นจะต่ำตรงไหน เพราะตัวเลขนี้เค้ารวมหมดทุกคดี เช่นคดีขโมยของ ทะเลาะวิวาทด้วย ซึ่งนับว่าน้อยมากที่สุดตั้งแต่ยุคหลังสงครามโลกเลยก็ว่าได้ โดยกราฟจากสถิติแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันกับตัวเลขสถิติที่ดีขึ้น เมื่อคนตกงานมีน้อย ทุกคนมีรายได้ที่มั่นคง จึงไม่มีความจำเป็นต้องก่อคดีอีกต่อไป และนอกจากคดีลักเล็กขโมยน้อย คดีกลุ่มอื่น ๆ เช่น ฆาตกรรม, ข่มขืน ก็ยังทรงตัวอยู่ในระดับราวหนึ่งพันเคสเกือบทั้งหมด (แต่คดีที่มีผลกับปากท้อง น่าจะเป็นคดีขโมยหรือฉ้อโกงมากที่สุดนั่นเอง) นอกจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจที่ดีขึ้นแล้ว National Police Agency ของญี่ปุ่นบอกว่าการร่วมมือกันระหว่างเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครในชุมชน รวมถึงการติดตั้งกล้องวงจรปิดที่ใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่กล้อง Mock Up เหมือนบ้านเรา โดยติดขู่ให้ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ ก็มีส่วนในการทำให้คดีอาชญากรรมลดลงมาก ที่เจ๋งกว่านั้น สถิติการฆ่าตัวตายของคนญี่ปุ่นปี


