เคยรู้สึกกันบ้างไหมว่าทำไมเมื่อเราเติบโตขึ้นมา โลกดูกว้างขว้างขึ้นก็จริง แต่ความสุขมันกลับไม่ได้มีเพิ่มมากขึ้นเหมือนเมื่อตอนครั้งที่เรายังเด็ก ๆ อาจเป็นเพราะว่าชีวิตวัยเด็กมันเมื่อเป็นเรื่องง่าย ๆ มีเรื่องกังวลใจน้อยและสิ่งเล็ก ๆ ทั่วไปก็ทำให้เรามีความสุขได้อย่างแท้จริง อย่างเช่นเล่นซ่อนหากันกับเพื่อนก็สนุกแล้ว แต่ในทางกลับกันยิ่งเราเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นเท่าไหร่ กลายเป็นสังคมและเรื่องกังวลใจต่าง ๆ เป็นตัวกำหนดนิยามความสุขของเราไปโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นเราควรเริ่มสำรวจตัวเองกันได้แล้วตอนนี้ ว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่ตอนนี้ มันพาชีวิตดิ่งให้แย่ลงหรือเปล่า ถ้าใช่จงหยุดมันซะ ก่อนที่จะสายเกินแก้ และเริ่มปรับบางสิ่งแทนดีกว่า เพื่อเป็นแนวทางการเพิ่มความสุขให้กับชีวิตได้มากกว่าเดิม หยุดเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น ทำไมคนสองคนถึงไม่เหมือนกัน ทำไมเราไม่เก่งแบบคนนั้นหรือไม่รวยแบบคนนี้ อย่างแรกไม่ควรทำเลย คือหยุดความคิดแย่ ๆ แบบนี้ซะ เพราะว่าการที่คนสองคนไม่เหมือนกัน มันอาจเป็นเรื่องที่ดีก็ได้ที่เราสามารถสร้างเอกลักษณ์ความเป็นตัวเราได้ไม่เหมือนใคร คิดสภาพว่าสังคมถ้ามี 1,1,1,1,1 ไปซะหมด มันก็คงไม่ต่างจากหุ่นยนต์โรงงานเดียวกัน สิ่งที่ควรทำแทน หยุดที่จะเปรียบเทียบเรากับคนอื่น อย่าอิจฉาในสิ่งที่เราไม่มี และเชื่อมั่นในแนวทาง ที่จะสู่จุดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเราจะดีกว่า และเราขอแนะนำว่าลดการเล่น Social Media ลงเป็นอย่างแรก เพื่อให้เราไม่ต้องติดตามความสมบูรณ์ การโอ้อวดของชีวิตคนอื่นให้มากเกินไป และใช้เวลาที่เหลือมุ่งเน้นไปที่การทำให้ชีวิตของคุณดีขึ้นแทน อย่ากลัว คงจะเคยได้ยินคำว่า “ความกลัวเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้น” กันมาบ้างแล้ว ความกลัวเป็นตัวขัดขาความเจริญมากที่สุด เพราะเราจะกลัวไปแทบจะทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่เป็นอันทำอะไรกันพอดี เพราะฉะนั้นเราต้องกล้าที่จะผลักดันตัวเองในการเอาชนะความกลัวของตัวเราซะ เพื่อให้รู้ว่าอะไรทำได้บ้างและอะไรทำไม่ได้บ้าง
เรื่องของดีไซน์และแฟชั่น ไม่เคยมีคำว่าล้าสมัย และไม่มียุคสมัยไหนจะมีความหลากหลายของงานดีไซน์และแฟชั่นกว้างขวางเท่าในยุคปัจจุบันแน่นอน ต้องยอมรับว่าความรวดเร็วของเทรนด์แฟชั่นที่ Speed Up ระดับชั่วข้ามคืนในหมู่คน Millennial เป็นผลลัพธ์ที่แปรผันโดยตรงกับความรวดเร็วของโลกออนไลน์ ยิ่งผู้คนเข้าถึง Internet ได้มากเท่าไหร่ กำแพงเทรนด์แฟชั่นก็น้อยลงมากเท่านั้น แต่ลำพังเพียงข้อมูลอย่างเดียวอาจจะไม่ใช่การสรุปที่ถูกต้องนัก สิ่งที่น่าสนใจคือการจับคู่ที่เข้ากันของเทคโนโลยีที่ช่วยให้เข้าถึงเทรนด์แฟชั่น กับอุปนิสัยของกลุ่มคน “Millennial” ที่ประกอบไปด้วยคน Gen Y จากยุค 1980 – 1998 และคน Gen Z จากยุคหลัง 1998 เป็นต้นไป ด้วยความกล้าคิด กล้าทำ กล้าลอง กล้าตัดสินใจ ซึ่งดูจะเป็นคุณสมบัติพิเศษของคนกลุ่มนี้ที่ทำให้มีไฟในการไล่ตามเป้าหมายของตัวเองสูงกว่ากลุ่ม Baby Boomers รุ่นพ่อแม่ ปัจจุบันคน Millennial จึงมีบทบาททางสังคมและเศรษฐกิจมาก เมื่อบวกกับการเข้าถึงแฟชั่นที่หลากหลายในปัจจุบัน จึงมีการเลือกตอบรับและนำไปปรับแต่ง ผสมผสานกันตามสไตล์ความชอบส่วนบุคคล คล้ายกับกลุ่มวัยรุ่นที่มีความเป็น Rebellion ด้านแฟชั่นในยุค Mid-Century ช่วง 1950 เป็นต้นไปไม่มีผิด และหนึ่งในความนิยมกระแสหลักที่ผู้ชายเกือบทั้งหมดให้การยอมรับ เป็นสไตล์ที่ UNLOCKMEN ชื่นชอบอยู่เสมอ
มนุษย์มีประวัติศาสตร์การใช้ชีวิตร่วมกับสัตว์เลี้ยงมาอย่างยาวนาน ซึ่งหลักฐานเก่าแก่ที่สุดของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ และสัตว์เลี้ยง คือการขุดค้นพบซากโครงกระดูกของมนุษย์ ที่ถูกฝังร่วมกับโครงกระดูกของลูกสุนัขจิ้งจอกอายุกว่า 12,000 ปี ที่ประเทศอิสราเอล เป็นสิ่งยืนยันความผูกพันของมนุษย์ และสัตว์เลี้ยงที่มีอยู่อย่างยาวนานได้เป็นอย่างดี ในปัจจุบันสัตว์เลี้ยงยังคงอยู่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตมนุษย์ ด้วยเหตุผลดี ๆ มากมาย ในการที่จะเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงสักตัว ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงเอาไว้เฝ้าบ้าน, เป็นเพื่อนเล่นแก้เหงา, เลี้ยงสัตว์สวยงามเอาไว้นั่งดูเพื่อผ่อนคลาย และอื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วน นอกจากนี้ยังมีผลการวิจัยถึงประโยชน์ของการที่มนุษย์มีปฏิสัมพันธ์กับสัตว์เลี้ยง กับผลดีที่ตอบโจทย์คนเมือง ซึ่งต้องผจญกับวิถีชีวิตเร่งรีบ ความเครียด ความกดดันจากการทำงานตลอดทั้งวัน อ้างอิงจากผลการวิจัยของ NIH (National Institutes of Health) ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ได้ทำการศึกษาคู่สมรสจำนวน 240 คู่ พบว่าเมื่อเจอสถานการณ์กดดันที่ส่งผลต่อความเครียด คู่ที่มีสัตว์เลี้ยงจะมีความผ่อนคลาย มีอัตราการเต้นของหัวใจ และความดันเลือดต่ำกว่าคู่ที่ไม่ได้เลี้ยงสัตว์ นอกจากนี้ขณะที่ใช้ชีวิตอยู่กับสัตว์เลี้ยง มนุษย์ยังสามารถตอบสนองต่อความเครียดได้อย่างอ่อนโยน และสามารถดึงตัวเองออกจากความเครียดได้ดีกว่าการอยู่กับคนรัก หรืออยู่กับเพื่อนเสียด้วยซ้ำ จากผลวิจัยที่กล่าวมาคงเห็นได้ว่าการมีสัตว์เลี้ยง ดูจะเป็นทางออกที่ดีในการช่วยบำบัดความเครียดออกจากสมอง ซึ่งคงไม่ใช่ปัญหาอะไรสำหรับใครที่พักอาศัยในบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม ทาวน์เฮาส์ ซึ่งไม่มีกฎข้อห้ามในการเลี้ยงสัตว์ แต่สำหรับคนเมืองที่จำเป็นต้องเลือกอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมเพื่อความสะดวกในการเดินทางไปทำงาน นั้นแทบจะทำให้ความหวังในการเลี้ยงสัตว์ดูเหมือนเป็นเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบกัน ด้วยกฎระเบียบของคอนโดมิเนียมอาคารชุดส่วนใหญ่ที่มักจะไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ แต่ก็ใช่ว่าความหวังที่จะเลี้ยงสัตว์ของคนเมืองซึ่งจำเป็นต้องอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมจะหมดไป เพราะล่าสุดเราได้ไปเจอกับโครงการ
เป็นข่าวน่าเศร้าสำหรับวงการมายาต่างประเทศ รวมถึงทั่วโลก เนื่องจากนักแสดงมากความสามารถที่สุดคนหนึ่งแห่งยุคอย่าง Daniel Day Lewis เจ้าของรางวัลออสการ์สาขาดารานำชายถึง 3 ครั้ง ซึ่งนับว่าเป็นเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่สามารถทำได้ ออกมาประกาศลาขาด เตรียมหันหลังให้กับวงการจอเงินเป็นที่เรียบร้อย ข่าวนี้สร้างความช็อคให้กับวงการฮอลลีวู้ดพอสมควรเนื่องจากอายุอานามของเขาก็ยังไม่ได้มากถึงขนาดต้องออกจากวงการ เพราะ Daniel Day Lewis เพิ่งจะอายุได้เพียง 60 ปีเท่านั้น ยังสามารถเลือกบทนำดี ๆ เพื่อสานต่อความสำเร็จต่อไปได้ไม่ยาก นับว่าเป็นการสูญเสียอย่างใหญ่หลวงสำหรับคอหนังที่หลังจากนี้คงไม่มีโอกาสรับชมผลงานใหม่ ๆ จากฝีมือขั้นเทพของเขาอีกแล้ว ดังนั้นเพื่อเป็นการสรรเสริญเชิดชูผลงานของ Daniel Day Lewis ที่ผ่านมา วันนี้ทีมงาน UNLOCKMEN ได้นำเรื่องราวของเขามาฝากกัน หากเราพูดถึง Daniel Day Lewis สำหรับคอหนังที่ไม่ใช่สายดูหนังรางวัลอาจจะไม่ค่อยคุ้นชื่อสักเท่าไหร่ เนื่องจากเขาเป็นนักแสดงคนหนึ่งที่ขึ้นชื่อในเรื่องความติสท์แตก โดยเขาจะใช้ความพิถีพิถันในการเลือกบทบาทสักเรื่องเพื่อมาทำการแสดง ทำให้เราจะไม่ค่อยเห็นหน้าตาของเขาสักเท่าไหร่เมื่อเทียบกับดาราคนอื่น ๆ ที่รุ่นราวคราวเดียวกัน ก่อนอื่นเลย เราอยากจะย้อนเรื่องราวความเป็นมาของเขาเสียก่อน ตัวของ Daniel เริ่มต้นในแวดวงการแสดงด้วยการรับบทเล็ก ๆ ทางโทรทัศน์ และละครเวที ก่อนที่จะขยับขยายขึ้นสู่จอเงินเป็นครั้งแรกในปี 1985 กับบทบาทชายรักร่วมเพศในเรื่อง
Sneakers of the week สัปดาห์นี้ UNLOCKMEN ขอเอาใจสายสเก็ตบอร์ดเสียหน่อย เนื่องจากจริง ๆ แล้ววัฒนธรรมสเก็ตบอร์ดในไทยถือเป็นกลุ่ม sub culture แรก ๆ ที่ขับเคลื่อนวงการสตรีทแฟชั่นในบ้านเรา บวกกับในปัจจุบันหากลองสังเกตดี ๆ ไอเท็มสเก็ตบอร์ดอย่าง Supreme , Palace ต่างได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ดังนั้นเราจึงได้นำรองเท้าสไตล์สเก็ตบอร์ดที่น่าจับตามองมาฝากกัน Nike SB Paul Rodriguez 10th คู่แรกเป็นรองเท้าที่ทาง Nike ได้ทำออกมาเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีที่โปรสเก็ตบอร์ดชื่อดังอย่าง Paul Rodriguez ได้มาร่วมงานกับพวกเขา ซึ่งรองเท้าคู่นี้ถูกออกแบบมาอย่างเรียบง่ายมินิมอลที่สุด ไม่ว่าจะเป็นส่วนหน้าเท้าที่ผลิตจากหนังกลับสีครีม / พื้นขาว และสีน้ำตาลไหม้ / พื้นน้ำตาลอ่อน ที่จะวางขายในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ตามช้อปทั่วโลก รวมถึงอีกหนึ่งสีที่ทำออกมาได้พิเศษสุด ๆ ด้วยดีไซน์สวยสดงดงามคือการนำมาทำในสไตล์รองเท้า Dress Shoes สีน้ำตาลไหม้กับพื้นสีดำ มีจำนวนจำกัดเพียง 10
ผมคิดว่าทุกท่านที่ได้อ่านบทความนี้คงต้องรู้จักนาฬิกาแบรน์ดังอย่าง ROLEX อยู่แล้วแต่ความพิเศษของ ROLEX กับการสร้างประวัติศาสตร์ที่ ROLEX สรรสร้างขึ้นมากับนาฬิกาในแต่ละรุ่นนั้น ผมรู้สึกถึงความมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก มันดึงดูดให้ผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกาหลงไหลในความพิเศษของแบรน์นี้ได้อย่างชัดเจน แม้กระทั่งตัวผมเอง ครั้งนี้ผมจึงอยากหยิบความพิเศษของ ROLEX ที่สร้าง “การกันนํ้า” ที่เรียกได้ว่าเป็นที่ขึ้นชื่อลือชามาแนะนำให้รับรู้กันครับ ในปีค.ศ. 1926 ROLEX ได้คิดค้น Oyster Case ซึ่งเป็นกรอบนาฬิกาแรกของโลกที่สามารถกันนํ้าได้เนื่องจากฝาหลังและเม็ดมะยมที่มีลักษณะเป็นเกลียว ซึ่งเราจะสังเกตุเห็นจะมีคำว่า Oyster ข้างหน้า Perpetual ปรากฏอยู่บนหน้าปัดนาฬิกาของทาง ROLEX โดย ROLEX ได้จดสิทธิบัตรระบบขันสกรูยึดขอบด้านหลังของตัวเรือนและเม็ดมะยมเข้ากับตัวเรือนตรงกลาง แต่ความสุดยอดของการกันนํ้าของ ROLEX ไม่ได้จบเพียงเท่านี้ ในปี 1960, วันที่ 23 มกราคม ยานสำรวจนํ้าลึก TRIESTE ที่ร้อยโท Don Walsh ผู้ขับเรือและ Jacques Piccard ผู้ร่วมเดินทาง ได้ทดสอบการดำดิ่งลงไปที่ร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนาซึ่งเป็นบริเวณการยุบตัวลงไปลึกที่สุดบนผิวโลกและประสบความสำเร็จในการเดินทางสุดเหลือเชื่อจากความลึก 10,916 เมตร (35,814 ฟุต) ยานสำรวจนํ้าลึกทำงานได้เป็นอย่างดี เช่นเดียวกับ
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ว่าท่ามกลางกระแสว่าเศรษฐกิจไม่ดี เรากลับพบว่ารอบตัวเต็มไปด้วยธุรกิจใหม่ ๆ ที่ประสบความสำเร็จ ภายใต้การขับเคลื่อนของผู้บริหารรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นผลจากรอยต่อของ Generation X ปลาย ๆและ Y ต้น ๆ กลุ่มคนที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ กล้าลองผิดลองถูก และสามารถใช้ประโยชน์จากช่องทางต่าง ๆ มาทำเป็นธุรกิจได้อย่างสวยงาม นับตั้งแต่วงการ StartUp เริ่มบูมขึ้นเมื่อหลายปีที่ผ่านมา คนกลุ่มนี้ก็ไม่รอช้าที่จะใช้ความรู้ ความสามารถ และเทคโนโลยีเข้ามาแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวัน จนเกิดเป็น Unicorn StartUp ก็หลายราย ในทางการตลาดเราเรียกคนกลุ่มนี้รวมกันว่า “Mass Affluent” กลุ่ม Mass Affluent ที่เข้าใจง่าย ก็คือบรรดาผู้บริหาร เจ้าของกิจการ ซึ่งไม่ใช่คนกลุ่มน้อยอย่างที่คิด ใน ภาพใหญ่ระดับเอเชีย คนกลุ่มนี้มีอัตราการเติบโตเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2020คนกลุ่มนี้จะมีทรัพย์สินรวมกันสูงถึง 43.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา ในประเทศไทยเองก็มี Mass Affluent อยู่ไม่น้อย โดยตัวเลขปัจจุบันระบุว่ามีจำนวนไม่ต่ำกว่า 500,000 ราย ที่อัตราเติบโตประมาณ
“กิ่งไม้หนึ่งกิ่งหักง่าย แต่ถ้านำกิ่งไม้หลายกิ่งมารวมกันเป็นมัดใหญ่ กลายเป็นยากที่จะหัก” ถ้าจะให้อธิบายข้อดีของความสามัคคี ประโยคที่ถูกใช้สอนกันมาตั้งแต่เด็กประโยคนี้น่าจะทำหน้าที่ได้ดีที่สุด แน่นอน! พวกเรารู้ประโยชน์ของความสามัคคีเป็นอย่างดี เรารู้ว่าถ้าผู้คนในสังคมช่วยเหลือกัน ร่วมมือกันทำสิ่งต่าง ๆ ความสำเร็จ ความสุขในทุกระดับ ความเจริญก้าวหน้าของชาติจะตามมาอย่างไม่ต้องสงสัย แต่น่าแปลกใจ ที่เมื่อเราโตขึ้นมา กลับพบว่าสังคมสามัคคีในอุดมคตินั้น เป็นจริงได้ยากเหลือเกิน กระทั่งเราได้เจอกับ copy ที่โดนใจจากแคมเปญ #WECULTURE ของ Ananda Development ทำให้ฉุกคิดได้ว่า จุดเริ่มต้นในการเปลี่ยนไปสู่สังคมอุดมคตินั้น ง่ายกว่าที่คิด เริ่มจากเปลี่ยนคำว่า “ME” เป็น “WE” “ยาก” แต่ไม่ได้แปลว่า “เป็นไปไม่ได้” เราได้เห็นพลังของการช่วยเหลือกันในสังคมเมื่อถึงคราวจำเป็น เช่นเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ปัญหาที่ดูใหญ่โตระดับที่คนไทยไม่เคยพบเจอมาก่อน กลับถูกแก้ไขได้อย่างรวดเร็วจากการช่วยเหลือกันของคนทั้งประเทศ ต่างคนต่างงัดความสามารถออกมาโดยไม่ต้องเอ่ยปากขอ หรือการร่วมมือกันในเลเวลเล็กลงมา อย่างการหลบรถพยาบาลฉุกเฉินบนท้องถนน ก็เป็นพฤติกรรมที่คนในสังคมทำตามกันโดยไม่ต้องรณรงค์มากมายอะไร เราจึงมีความเชื่ออยู่เสมอว่า ขอแค่มีผู้นำที่มีความพร้อม เป็นตัวตั้งตัวตี ก็น่าจะสามารถชักชวนคนในสังคมให้เกิดความสามัคคีร่วมมือกันได้ ทั้งหมดคือเหตุผลที่เรารู้สึกว่า #WECULTURE campaign ของ ANANDA DEVELOPMENT ทำออกมาได้ตรงใจคนไทยหลายคนแน่นอน #WECULTURE แคมเปญชื่อตรงตัวแบบไม่ต้องตีความหมายให้ยากเย็น
ถ้าหากใครเคยอ่านบทความของเราก่อนหน้านี้ ที่พูดถึงประวัติ วัฒนธรรม และความเป็นมาของกลุ่ม 1% Motorcycle Club กันมาแล้ว ก็คงจะเข้าใจเรื่องที่เรากำลังนำมาให้ได้ดูกันไม่ยาก แต่สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร วันนี้เราจะนำทุกคนเข้าไปสู่โลกอีกใบที่มีความเร้าใจ และตื่นเต้นกว่าคนปกติ จากประสบการณ์จริงที่ทีมงาน UNLOCKMEN ของเรา มีโอกาสได้เข้าไปสัมผัสกันมาด้วยตัวเองอย่างใกล้ชิด หากพูดถึง 1% Motorcycle Club เราก็คงจะนึกถึงภาพของแก๊งฝรั่งโหด ๆ และการขี่มอเตอร์ไซค์ Harley-Davidsons ใส่เสื้อ Vest หนัง เหมือนในซีรี่ย์สุดมันส์อย่าง Sons of Anarchy ซึ่งเป็นการถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของ 1% Biker หรือ “One-Percenters” ที่ใช้ชีวิตอยู่กับความรุนแรง ต้องเสี่ยงอันตรายรอบด้าน และยอมแลกทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเพื่อ Club ของพวกเค้า บางคนอาจจะฟันธงว่าเรื่องราวของ “One-Percenters” และ “Motorcycle Club” เป็นเพียงแค่เรื่องเล่า หรือเป็นบทภาพยนต์ที่ถูกสร้างขึ้นเท่านั้น มันคงไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นบนโลกแห่งความจริงได้หรอก! ทุกข้อสงสัยที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ เราได้ไปหาคำตอบมาให้กับคุณเป็นที่เรียบร้อย แถมยังเป็นในแบบที่ไม่เคยมีใครเคยทำมาก่อนอีกด้วยกับกลุ่ม 1% Motorcycle Club


