การมีเพื่อนที่ดีถือเป็นเรื่องที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของชีวิต แต่ใครจะไปคิดว่าเพื่อน มิตรภาพ ความสัมพันธ์มันเชื่อมโยงสัมพันธ์ไปจนถึงสุขภาพกาย สุขภาพใจ ไปยันวิถีชีวิตของเราตอนแก่ตัวไปอีกด้วย ที่สำคัญมิตรภาพที่ว่านี้อาจจะมีอิทธิพลต่อสุขภาพและความสุขในชีวิตของเราตอนแก่ยิ่งกว่าครอบครัวเสียอีก ก่อนจะเชื่อ ไม่เชื่อ หรือร่วมถกเถียงว่าเรื่องนี้จริงหรือไม่จริงอย่างไร เราลองมาอ่านไปพร้อม ๆ กันว่าที่เขาว่ามิตรภาพสำคัญนั้นมันสำคัญแค่ไหนกัน William Chopik คือนักจิตวิทยาจาก Michigan State University เจ้าของงานวิจัยที่ชื่อว่า Associations among relational values, support, health, and well-being across the adult lifespan ซึ่งศึกษาเรื่องมิตรภาพความสัมพันธ์ มันส่งผลต่อชีวิตของเราอย่างไร William Chopik เปิดเผยว่าการมีเพื่อนดี ๆ อยู่รอบ ๆ ตัวมันสามารถทำให้ชีวิตและสุขภาพเราดีงามตามไปได้จริง ๆ โดยการมีมิตรภาพที่ดีอาจจะสำคัญกว่าคนในครอบครัว (เมื่อเราแก่ตัวลง) อีกด้วย เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น? เนื่องจากเพื่อนคือความสัมพันธ์ที่เราสามารถเลือกได้ ยิ่งเราโตขึ้น แก่ขึ้นอยู่บนโลกมานานมากขึ้นเท่าไหร่ เราก็ยิ่งมีแนวโน้มจะเลือกคบเพื่อนที่เข้ากันได้กับชีวิตของเรามากขึ้นเท่านั้น ความชอบที่ใกล้เคียงกัน เรื่องราวที่สนใจเหมือนกัน ๆ กัน กิจกรรมที่ทำร่วมกัน
สำหรับบริษัทสุดเพี้ยนอย่าง Vollebak ที่ในคราวก่อนเราได้นำเสนอผลงานสุดแหวกแนวอย่าง Relax Hoodie มาให้ได้ดูกันไปแล้ว สำหรับ Relax Hoodie บางคนอาจจะมองว่า มันดูปัญญาอ่อนมากกว่าเจ๋ง แต่บางคนอาจจะมองว่าสุดยอดไปเลย แต่เชื่อเถอะว่า ถ้าหากคุณได้เห็นผลงานใหม่ล่าสุดของ Vollebak ที่มีชื่อว่า “The Blood Salt & Dirt Camo” เข้าล่ะก็ ทุกคนจะต้องคิดเหมือนกันว่า มันเจ๋งสุดไปเลย อย่างแน่นอน การเล่นกีฬาและออกกำลังกาย นอกจากจะทำให้เหงื่อของเราเปียกชุ่มเสื้อผ้าแล้ว บางครั้งมันยังทำให้เสื้อเราดูเก่าไปอย่างผิดหูผิดตา เนื่องจากมีอะไรก็ไม่รู้เลอะเทอะเปรอะเปื้อนบนเสื้อจากการออกกำลังกายเต็มไปหมด ส่วนใหญ่แล้วคราบที่พบได้บ่อยจะมีอยู่เพียงไม่กี่อย่าง เช่น คราบดิน หรือ คราบโคลน, คราบเหงื่อ และ คราบขี้เกลือ รวมไปถึงคราบเลือด ที่อาจจะเกิดได้ ถ้าหากเกิดประสบอุบัติเหตุระหว่างการเล่นกีฬา คนส่วนใหญ่จึงรู้สึกกังวัลในเรื่องของเสื้อผ้าที่สกปรก จนรู้สึกไม่มั่นใจ ถ้าหากจะต้องใส่เสื้อผ้าเหล่านั้นไปไหนมาไหน แต่ล่าสุด บริษัท Vollebak ได้เปิดตัวเสื้อออกกำลังที่ใช้นวัตกรรมและหลักการเดียวกับการพรางตัวใน CAMO หรือ ลายพรางมาใช้ในเสื้อผ้าที่ใช้ใส่เล่นกีฬา เพื่อลดปัญหาคราบเลอะที่ไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น คราบดิน,
เด็กสมัยนี้คงไม่รู้จักความคลาสสิคของเกมสไตล์ 8bit โพลีก้อนอีกต่อไป เพราะพวกเขาล้วนเติบโตมากับเทคโนโลยีล้ำสมัยไม่ว่าจะเป็น Xbox หรือ Play Station 4 แต่พวกเราที่เป็นผลผลิตจากยุค 90s กลับโหยหาความเป็นอดีตไม่ว่าจะเป็น Ninetendo , SEGA หรือแม้กระทั่ง Play Station ยุคแรก ๆ ที่ไม่สามารถหาเล่นไม่ได้แล้วในสมัยนี้ แต่ข่าวที่ UNLOCKMEN นำมาฝากถือเป็นข่าวดีสำหรับทุกคน เพราะบริษัท SEGA ผู้ผลิตวิดีโอเกม และซอฟต์แวร์สัญชาติญี่ปุ่น จะพาเราหวนความทรงจำด้วยการนำเอาวิดีโอเกมคลาสสิคในอดีตจากเครื่องเกมของ SEGA อาทิ Megadrive , Dreamcast , Saturn กลับมาให้พวกเราได้เล่นอีกครั้ง SEGA ได้ตั้งโปรเจคที่ชื่อว่า SEGA Forever เพื่อที่จะนำเอาเกมต่าง ๆ มายัดลงไว้ในสมาร์ทโฟนที่รองรับได้ทั้ง iOS และ Android จากข่าวลือเกมที่น่ามาชัวร์สำหรับโปรเจค SEGA Forever ประกอบไปด้วย Soinc the Hedgehog ,
ถ้าใครเคยดูหนังเรื่อง Passengers อาจเคยเห็นจังหวะที่นางเอกแค่เพียงเอ่ยปากพูด ตัวหนังสือก็ถูกพิมพ์ใส่บนหน้าจอดิจิตอลอย่างรวดเร็วง่ายดาย ไม่ต้องลงมือพิมพ์ให้เปลืองเวลา เราเชื่อว่าใครที่ต้องเจอกับการพิมพ์ข้อความเยอะ ๆ ในทุกวัน ล้วนแต่ฝันว่าอยากได้แบบนี้บ้าง แม้จะมีหลากหลาย plug-in หลายแอพฯ ออกมารองรับฟังก์ชั่นการใช้งานนี้บ้างแล้ว แต่มันก็ยังดูไม่สามารถทำงานได้เต็มที่สักเท่าไหร่สำหรับการพิมพ์เอกสาร เพราะว่าอาจต้องพูดผ่านแอปฯ บนสมาร์ทโฟน จากนั้นถึง Copy Text มาใส่ในหน้าเอกสารอย่าง Word เพื่อใช้งานต่ออีกที แค่นี้ก็ดูวุ่นวายแล้วใช่ไหมครับ ดังนั้นบริษัทยักษ์ใหญ่ อย่าง Microsoft เจ้าของโปรแกรมจัดการเอกสาร ชุด Office อย่าง Microsoft word, Excel, Powerpoint ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุดของโลก ได้ออกปลั๊กอินตอบสนองความฝันของเหล่าคนขี้เกียจพิมพ์กันแล้ว Microsoft ออกมาเป็นปลั๊กอินในชื่อว่า “Dicatate” ที่สามารถช่วยเปลี่ยนเสียงพูดเป็นการพิมพ์ ให้ใช้งานได้เลยกับโปรแกรมชุด Office แบบชนิดที่เรียกว่าเราไม่ต้องแตะ Keyboard ในการพิมพ์อีกต่อไปเลยก็ได้ หลักการทำงานก็แค่เพียงเอ่ยปากพูดประโยคที่ต้องการพิมพ์ลงไป ระบบก็จะทำการพิมพ์ข้อความนั้นให้อัตโนมัติเสร็จเรียบในหน้าเอกสารนั้น ๆ ตัวฟีเจอร์ตัวนี้จะเป็นการรวมตัวระหว่าง 2 API อย่าง Bing Speech API
ครั้งแรกในประเทศไทยที่ได้เลือกสุดยอดแห่งนาฬิกา แบรนด์สวิสฯ รุ่นล่าสุดส่งตรงจากงาน Baselworld 2017 มาเสนอ บอกเลยว่าสาวกที่ชื่นชอบนาฬิกา ไม่ควรพลาด
ถึงเราจะรู้ว่าหนึ่งวันมี 24 ชั่วโมงเท่ากันแค่ไหน แต่ยังไง้ ยังไง ช่วงเวลาของวันหยุดก็ดูเหมือนว่าจะผ่านไปเร็วไวกว่าวันธรรมดาไปเสียทุกที ไม่ว่าเราจะพยายามแพลนวันหยุดให้มีประสิทธิภาพมากแค่ไหน แต่พอเย็นวันสุดท้ายก่อนที่จะถึงวันทำงาน เรากลับต้องรู้สึกหดหู่ทดท้อว่าเวลาแห่งการพักผ่านไปไวจนรู้สึกเหมือนไม่ได้หยุดพักเลย! ปัญหาจึงไม่ได้อยู่แค่การจัดการเวลาของเราในช่วงวันหยุด แต่อยู่ที่เซนส์การรับรู้เรื่องเวลาของสมองเราด้วย จะดีสำหรับผู้ชายอย่างเราแค่ไหน ถ้าสามารถปรับการรับรู้เรื่องเวลาของตัวเองให้รู้สึกเหมือนว่ามีเวลาช่วงวันหยุดยาวนานกว่าที่เคย ศาสตราจารย์ David Eagleman นักประสาทวิทยาจาก Stanford University ผู้เขียนหนังสือ The Brain: The Story of You อธิบายเรื่องวิธีการรับรู้เรื่องเวลาของคนเราไว้ง่าย ๆ ว่าเรามักจะรู้สึกว่าเวลาผ่านไปอย่างช้า ๆ เมื่อเราสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ สิ่งใหม่ เนื่องจากสมองเราจะจดจำรายละเอียด จัดระบบ เรียนรู้ประมวลผลกับประสบการณ์ใหม่ทั้งหมด ถ้านึกไม่ออกให้ลองนึกถึงปิดเทอมฤดูร้อนของช่วงวัยเด็กดู แม้จะปิดเทอมแค่สามเดือน แต่ดูเหมือนยาวนานไม่จบสิ้น เริ่มตั้งแต่ฟังผลสอบ เล่นว่าวตอนหน้าร้อน รอคอยการมาถึงของเทศกาลสงกรานต์ ไปจนถึงเริ่มซื้อชุดนักเรียนสำหรับเทอมใหม่ จนกระทั่งเริ่มเปิดเรียน หรือถ้าให้สั้นไปกว่านั้น การเดินทางขาไปมักสร้างความรู้สึกยาวนานกว่าการเดินทางขากลับ (โดยเฉพาะการเดินทางด้วยรถยนต์ รถไฟที่จะได้สัมผัสบรรยากาศใหม่ ๆ สองข้างทาง) เนื่องจากการเห็นสิ่งใหม่ส่งผลให้สมองประมวลผลให้เรารับรู้อะไรที่เราไม่เคยสัมผัสมาก่อน ไม่แปลกอะไรถ้าช่วงวันหยุดที่เราไปเที่ยวในที่ใหม่ ๆ หรือเจอคนที่ไม่ค่อยได้เจอกัน เมื่อเราจะมองย้อนกลับไปแล้วรู้สึกว่าเวลายาวนานคุ้มค่ากว่าที่เคย หรือถ้าไม่ได้ไปที่ใหม่
การที่เราสามารถคาดเดาทิศทางของเทคโนโลยีหรือพฤติกรรมการเปลี่ยนแปลงของมนุษย์ได้ ถือว่าเป็นเรื่องที่ได้เปรียบในเชิงธุรกิจที่เราจะสามารถคิดค้นนวัตกรรมเจ๋ง ๆ ออกมาเพื่อรองรับความต้องการเหล่านั้น คล้ายกับกรณี Boiler Room ช่องดนตรีออนไลน์ที่กำลังโด่งดังอย่างมากในขณะนี้ ก่อนอื่นเลย เราเชื่อว่าหากคุณไม่ได้สนใจกับเรื่องของดนตรีมากนัก ไม่มีทางที่จะเคยได้ยินชื่อของ Boiler Room อย่างแน่นอน แต่ปัจจุบัน Boiler Room ถือเป็นช่องออนไลน์ที่นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับดนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดช่องหนึ่งทางแพลตฟอร์มออนไลน์ในต่างประเทศ ถ้าจะให้เทียบก็คงเหมือนกับยุคหนึ่งที่เรามี MTV เป็นช่องทางที่ขับเคลื่อนวงการดนตรี Boiler Room เกิดจากความตั้งใจของ Blasie Bellvise ชาวอังกฤษ ที่ไปชักชวนให้ Thristian Richards และ Femi Adeyemi มาลองอัดมิกซ์เทปเพื่อจะลองอัพโหลดบนออนไลน์แม็กกาซีนของตัวเขาเอง ซึ่งนับว่ามันเป็น EP แรกของ Boiler Room ที่ใช้การถ่ายทำอย่างง่าย ๆ ด้วยกล้อง Webcam และอัพโหลดขึ้นทาง Ustrem ทุกอย่างทำขึ้นมาอย่างเรียบง่าย และบ้าน ๆ แต่หลังจากเปิดตัว Boiler Room’s First session ในเดือน มีนาคม
เคยรู้สึกกันบ้างไหมว่าทำไมเมื่อเราเติบโตขึ้นมา โลกดูกว้างขว้างขึ้นก็จริง แต่ความสุขมันกลับไม่ได้มีเพิ่มมากขึ้นเหมือนเมื่อตอนครั้งที่เรายังเด็ก ๆ อาจเป็นเพราะว่าชีวิตวัยเด็กมันเมื่อเป็นเรื่องง่าย ๆ มีเรื่องกังวลใจน้อยและสิ่งเล็ก ๆ ทั่วไปก็ทำให้เรามีความสุขได้อย่างแท้จริง อย่างเช่นเล่นซ่อนหากันกับเพื่อนก็สนุกแล้ว แต่ในทางกลับกันยิ่งเราเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นเท่าไหร่ กลายเป็นสังคมและเรื่องกังวลใจต่าง ๆ เป็นตัวกำหนดนิยามความสุขของเราไปโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นเราควรเริ่มสำรวจตัวเองกันได้แล้วตอนนี้ ว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่ตอนนี้ มันพาชีวิตดิ่งให้แย่ลงหรือเปล่า ถ้าใช่จงหยุดมันซะ ก่อนที่จะสายเกินแก้ และเริ่มปรับบางสิ่งแทนดีกว่า เพื่อเป็นแนวทางการเพิ่มความสุขให้กับชีวิตได้มากกว่าเดิม หยุดเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น ทำไมคนสองคนถึงไม่เหมือนกัน ทำไมเราไม่เก่งแบบคนนั้นหรือไม่รวยแบบคนนี้ อย่างแรกไม่ควรทำเลย คือหยุดความคิดแย่ ๆ แบบนี้ซะ เพราะว่าการที่คนสองคนไม่เหมือนกัน มันอาจเป็นเรื่องที่ดีก็ได้ที่เราสามารถสร้างเอกลักษณ์ความเป็นตัวเราได้ไม่เหมือนใคร คิดสภาพว่าสังคมถ้ามี 1,1,1,1,1 ไปซะหมด มันก็คงไม่ต่างจากหุ่นยนต์โรงงานเดียวกัน สิ่งที่ควรทำแทน หยุดที่จะเปรียบเทียบเรากับคนอื่น อย่าอิจฉาในสิ่งที่เราไม่มี และเชื่อมั่นในแนวทาง ที่จะสู่จุดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเราจะดีกว่า และเราขอแนะนำว่าลดการเล่น Social Media ลงเป็นอย่างแรก เพื่อให้เราไม่ต้องติดตามความสมบูรณ์ การโอ้อวดของชีวิตคนอื่นให้มากเกินไป และใช้เวลาที่เหลือมุ่งเน้นไปที่การทำให้ชีวิตของคุณดีขึ้นแทน อย่ากลัว คงจะเคยได้ยินคำว่า “ความกลัวเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้น” กันมาบ้างแล้ว ความกลัวเป็นตัวขัดขาความเจริญมากที่สุด เพราะเราจะกลัวไปแทบจะทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่เป็นอันทำอะไรกันพอดี เพราะฉะนั้นเราต้องกล้าที่จะผลักดันตัวเองในการเอาชนะความกลัวของตัวเราซะ เพื่อให้รู้ว่าอะไรทำได้บ้างและอะไรทำไม่ได้บ้าง
เรื่องของดีไซน์และแฟชั่น ไม่เคยมีคำว่าล้าสมัย และไม่มียุคสมัยไหนจะมีความหลากหลายของงานดีไซน์และแฟชั่นกว้างขวางเท่าในยุคปัจจุบันแน่นอน ต้องยอมรับว่าความรวดเร็วของเทรนด์แฟชั่นที่ Speed Up ระดับชั่วข้ามคืนในหมู่คน Millennial เป็นผลลัพธ์ที่แปรผันโดยตรงกับความรวดเร็วของโลกออนไลน์ ยิ่งผู้คนเข้าถึง Internet ได้มากเท่าไหร่ กำแพงเทรนด์แฟชั่นก็น้อยลงมากเท่านั้น แต่ลำพังเพียงข้อมูลอย่างเดียวอาจจะไม่ใช่การสรุปที่ถูกต้องนัก สิ่งที่น่าสนใจคือการจับคู่ที่เข้ากันของเทคโนโลยีที่ช่วยให้เข้าถึงเทรนด์แฟชั่น กับอุปนิสัยของกลุ่มคน “Millennial” ที่ประกอบไปด้วยคน Gen Y จากยุค 1980 – 1998 และคน Gen Z จากยุคหลัง 1998 เป็นต้นไป ด้วยความกล้าคิด กล้าทำ กล้าลอง กล้าตัดสินใจ ซึ่งดูจะเป็นคุณสมบัติพิเศษของคนกลุ่มนี้ที่ทำให้มีไฟในการไล่ตามเป้าหมายของตัวเองสูงกว่ากลุ่ม Baby Boomers รุ่นพ่อแม่ ปัจจุบันคน Millennial จึงมีบทบาททางสังคมและเศรษฐกิจมาก เมื่อบวกกับการเข้าถึงแฟชั่นที่หลากหลายในปัจจุบัน จึงมีการเลือกตอบรับและนำไปปรับแต่ง ผสมผสานกันตามสไตล์ความชอบส่วนบุคคล คล้ายกับกลุ่มวัยรุ่นที่มีความเป็น Rebellion ด้านแฟชั่นในยุค Mid-Century ช่วง 1950 เป็นต้นไปไม่มีผิด และหนึ่งในความนิยมกระแสหลักที่ผู้ชายเกือบทั้งหมดให้การยอมรับ เป็นสไตล์ที่ UNLOCKMEN ชื่นชอบอยู่เสมอ


