สิ่งที่ยากกว่าการสร้างความยิ่งใหญ่ขึ้นมาใหม่ คือการสร้างสิ่งที่เคยยิ่งใหญ่ระดับ Iconic ด้านจรวดทางเรียบที่เคยยิ่งใหญ่มาแล้วตั้งแต่ปี 1998 อย่าง Yamaha YZF-R1 ที่ขึ้นชื่อด้านความล้ำหน้าของเทคโนโลยีเครื่องยนต์และชุดเกียร์ในยุคนั้น ถึงขั้นเรียกว่าสร้างประวัติศาสตร์จารึก ให้ดีขึ้นไปอีก หล่อขึ้นไปอีก แต่ความท้าทายก็ดูไม่ยากเกินไปสำหรับนักออกแบบชาวฝรั่งเศส Ludovic Lazareth Ludovic Lazareth ขึ้นชื่อลือชาด้านการ Custom ยานพาหนะให้ฉีกแนว ล้ำหน้าจนจำสภาพเดิมไม่ค่อยจะได้ แต่ต้องยอมรับว่าเท่น้ำตาไหลทุกชิ้น ผลงานของ Ludovic Lazareth ที่ยืนยันคำพูดของเราได้ก็คือ Lazareth carbon fiber LM-847 มอเตอร์ไซค์ที่ใช้เครื่องยนต์ Maserati 5.2-liter V8 พร้อมกำลัง 470 แรงม้า วางอยู่ใต้หว่างขา หรือจะเป็น Lazareth wazuma GT รถยนต์ 2 ที่นั่ง แยกกันแบบ private cockpit แต่มี 3 ล้อทำหน้าที่ขับเคลื่อน และเด่นด้วยล้อหลังขนาดใหญ่ มาพร้อมเครื่องยนต์ Jaguar V8 Supercharged 385 แรงม้า ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจเลยที่ Yamaha
BMW M3 เดินทางเข้าสู่ประเทศสหรัฐอเมริกาครั้งแรกในปี 1987 และนับตั้งแต่นั้นมาชื่อของรถยนต์ตัวแรงจากเมืองเบียร์ ก็เป็นที่กล่าวขานกันไปทั่วไม่ว่าจะเป็นบนท้องถนน หรือในสนามแข่งขันก็ตาม เป็นเวลา 30 ปีมาแล้ว ที่ชาวอเมริกัน ได้รู้จักกับพิษสงของรถร่างเล็ก ที่ทำให้เหล่ารถนักกล้ามตัวใหญ่แรงเยอะอย่าง Muscle Car ที่ชาวอเมริกันแสนภาคภูมิใจไม่อยากที่จะเข้าใกล้ และในวันนี้ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบปีที่ 30 ที่ BMW M3 ไปปรากฎตัวอยู่ที่อเมริกาเป็นครั้งแรก BMW จึงได้ทำการสร้าง M3 30 Years American Edition ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษขึ้นมา และจะเปิดตัวเป็นครั้งแรกในโลกที่ SEMA นครแห่งแสงสี Las Vegas M3 รุ่นครบรอบการปรากฎตัวที่อเมริกานี้ เป็น M3 2018 ซึ่งก็คือตัวล่าสุดที่ออกมา พร้อมเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และจัดเต็มด้วยชุดแต่งตัวแข่งในสนามแบบพร้อมซิ่งออกมาจากประตูโรงงาน เพื่อเฉลิมฉลอง และตอกย้ำถึงจิตวิญญาณ และสมรรถนะระดับรถสนามที่อยู่ในร่างของรถหรู M3 2018 30 Years American
หากว่าคุณฝันอยากจะได้รถที่ยอดเยี่ยมสักคันหนึ่ง มันคงไม่ได้หมายความว่า คุณต้องการรถที่โดดเด่นในเรื่องของความแรง หรือสมรรถนะในการขับขี่เท่านั้น แต่มันต้องเป็นรถที่มีคุณค่า มีระดับ ภูมิใจทุกครั้งที่ได้ลงไปนั่งขับ และที่สำคัญคือ ความสวยงามต้องไม่เป็นรองใคร ด้วยองค์ประกอบเหล่านี้เองที่ทำให้หลายคนเลือกคิดถึง BMW ขึ้นมาเป็นอันดับแรก แต่ด้วยการที่ BMW เองก็มีรถหลากหลาย Series ซึ่งถูกออกแบบมาให้ตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันไป อย่าง 6-Series ที่เราจะพูดถึงกันในวันนี้ ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปจาก 6-Series ที่ผ่านมา จากเดิมเราคุ้นตากันในแบบรถ Coupe’ สมรรถนะสูง ระดับ Super Luxury แต่ 6-Series รุ่นล่าสุด กลับเปิดตัวออกมาเหมือน 5-Series GT ทำให้หลายคนเกิดคำถามว่า มันมีที่มาที่ไปยังไงกันแน่ ก่อนจะพูดถึงยุคปัจจุบัน เราจะพาย้อนไปทำความรู้จักกับ BMW 6-series กันก่อน อย่างที่เรารู้ว่า BMW ได้แบ่ง Series รถยนต์ของตัวเองตาม Segment และไลฟ์สไตล์การใช้งาน ซึ่งเลข 6 ของ BMW นั้นถูกใช้สำหรับรถยนต์แบบ Grand
หลังจากที่แบรนด์ Ferrari ได้เปิดตัว track-only “FXX-K” ตัวแรงสุดโหดไปแล้วในช่วงปลายปี 2014 และได้รับคำชื่นชมจากผู้คนมากมาย ทั้งบรรดาแฟน Ferrari เอง รวมไปถึงคนที่สนใจในเรื่องนวัตกรรมยานยนต์ เนื่องจากความล้ำหน้าทางด้านเครื่องยนต์ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่ง Ferrari รีดให้มีพละกำลังสูงถึง 1,036 แรงม้า จึงเป็นธรรมดาที่ผู้คนจะคอยดูการเปิดตัวครั้งต่อไปของ Ferrari ว่า จะมีอะไรพัฒนาไปจากครั้งก่อนบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความแรง หรือเรื่องเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เพิ่มมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้ทาง Ferrari ได้ออกมากล่าวถึงผลงานที่น่าประทับใจ นั่นก็คือรถ “FXX-K” Hybrid Supercar จากม้าลำพองในขณะนั้น ให้กับผู้ที่รับชมการเปิดตัวรถใหม่ในครั้งนั้นเอาไว้ว่า “Ferrari FXX-K เป็นการพัฒนาที่สมบูรณ์แบบ ด้วยการจับเอานวัตกรรมทางเทคโนโลยีมาผสมผสานเข้ากับ ประสบการณ์การขับขี่ และนี่คือ Hypercar ที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึก” 2 ปีต่อมา Ferrari ก็ได้พัฒนา “FXX-K” ขึ้นใหม่ จนกลายเป็น “FXX-K EVO” แน่นอนว่า มันจะต้องมีอะไรที่ดีขึ้น และถูกแก้ไขจุดบกพร่องต่าง ๆ
บางคนไม่ชอบ X1 เพราะ entry level เกินไป จะขยับไป X3 ก็ราคาพุ่งเกินไปอยู่แถว 3.5 ล้าน ทำให้เกิดช่องว่างระหว่าง X1 และ X3 มานาน เมื่อดูภาพตลาด X-series ที่ขายดีวันดีคืน ทำให้ BMW ตัดสินใจไม่ยาก ในการเปิดผ้าคลุม BMW X2 เพื่อปิดช่องว่างนั้นซะ และยังเป็นการสร้างความตื่นเต้นให้กับกลุ่มลูกค้าที่มองหาอะไรใหม่ ๆ ในราคาที่ยั่วยวนใจให้จับต้องได้ไม่ยาก เมื่อเทียบกับ X3, X4, X5 และ X6 BMW X2 พัฒนาจากพื้นฐาน UKL2 platform เดียวกับ X1 จึงน่าจะมีระยะ wheelbase ไม่ต่างกันมากนัก แต่สิ่งที่ต่างอย่างเห็นได้ชัด คือการดึงเอาอารมณ์ และดีไซน์ของรุ่นพี่อย่าง X4 และ X6 เข้ามาใส่ไว้ใน X2 ค่อนข้างมาก (SUV
รถยนต์เป็นของฟุ่มเฟือย ซื้อรถมีแต่ลด จะว่าไปมันก็ไม่ผิดซะทีเดียว ยกเว้นว่าคุณจะรู้จักสะสมรถยนต์บางรุ่น บางปี ที่ยิ่งเก็บไว้นาน ยิ่งสามารถทำกำไรได้จากมูลค่าที่เพิ่มพูนมหาศาลของมัน UNLOCKMEN เคยยกตัวอย่างไปแล้วก็หลายรุ่น และวันนี้เราจะมาแนะนำรถ Vintage ที่น่าสนใจอีกรุ่น นั่นคือ Ferrari 250 GT/L Berlinetta Lusso by Scaglietti ที่สุดของตระกูล 250 GT ความพิเศษที่มาพร้อมมูลค่าซื้อขายปัจจุบันสูงถึง 66 ล้านบาท Ferrari 250 GT/L Berlinetta Lusso เป็นรถทรง GT 2 ที่นั่ง หน้ายาว ท้ายสั้น ซึ่งถูกจัดให้เป็น top of the line ของตระกูล มีความพิเศษกว่า 250 GT ทั้งหมด รวมถึงรุ่น 250 GT Berlinetta ปกติ ด้วยตัวถังที่กว้างกว่าแบบ Fastback และหรูหรากว่า ผลงานการออกแบบและผลิตร่วมกันระหว่าง Pininfarina และ
ของดี ไม่ต้องมีออกมาให้มากมาย ด้วยจำนวนที่จำกัด สามารถสร้างความพิเศษให้แบรนด์ดูขลังได้มากกว่า นี่คือสิ่งที่ทำให้ Lotus กลายเป็น Sports Car จากอังกฤษที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร แทนที่จะเปิดตัวรถรุ่นใหม่ออกมารัว ๆ เหมือนค่ายอื่น Lotus เลือกที่จะสร้างรุ่นพิเศษบนโมเดลยอดฮิตของตัวเอง และล่าสุด Lotus ก็ได้เปิดตัวรถยนต์ที่พิเศษสุดอีกรุ่นของค่าย เลือกจับ Lotus Elise มาอัพเกรดจนกลายเป็น Street-Legal sports car ร่างเทพเหนือกว่าใคร ในนาม Lotus Elise Cup 260 เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 70 ปี นับตั้งแต่วันที่ Colin Chapman ผู้ก่อตั้ง Lotus ออกแบบและสร้างรถ Lotus Mark I คันแรกออกมาในปี 1948 ความพิเศษของ Lotus Elise Cup 260 นอกจากความหายาก ที่การันตีมูลค่าเพิ่มได้จากการจำกัดจำนวนผลิตเอาไว้เพียงแค่ 30 คัน สเปคสมรรถนะ และประสบการณ์การขับขี่ยังถูกอัพเกรดให้แรงเหลือหลาย เกิดมาเพื่อปราบ
นี่คงเป็นอีกครั้งที่เรากำลังจะพูดถึงรถที่โดนใจผู้ชายทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นความสวย หรือสมรรถนะในการขับขี่ของรถตระกูล M จากค่ายรถยักษ์ใหญ่ BMW แต่ถึงแม้คนทั่วไปจะรู้ว่ารถที่มีตรา ///M ติดอยู่นั้น จะไม่ใช่รถในระดับธรรมดาทั่วไป แต่เป็นรถที่มีความพิเศษทั้งภายใน และภายนอก จนถึงขึ้นที่หากรถ BMW คันไหนเปิดฝากระโปรงขึ้นมาแล้วมีคำว่า M Power ติดอยู่บนฝาเครื่อง ก็สามารถการันตีถึงความเจ๋งของมันได้ตั้งแต่ยังไม่ต้องบิดกุญแจ Start เครื่องกันเลยทีเดียว เพราะกว่าที่รถในตระกูล M จะออกมาให้คนทั่วไปได้เป็นเจ้าของได้นั้น มันต้องผ่านการทดสอบสุดโหด และยาวนาน บนเส้นทางที่ท้าทายสมรรถนะรถแบบสุด ๆ อย่างสนาม Nurburgring จนมั่นใจแน่นอนแล้วว่า รถที่มีตรา ///M ติดอยู่นี้ มี DNA ของรถแข่งในสนามอยู่ชัดเจน เครื่องยนต์ต้องแรง ช่วงล่างต้องแน่น เบรคได้มั่นใจไร้ปัญหาเข้าขั้นที่เรียกได้ว่า เป็นรถที่ Perfect จึงค่อยวางจำหน่ายให้กับประชาชนทั่วโลก โดยรถที่มีตราสัญลักษณ์ M อันเลื่องชื่อนี้ ถูกพัฒนามาตั้งแต่สมัยอดีตกาล และพัฒนามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ M1 และ BMW 3.0 CSL ซึ่งเป็นรถต้นตระกูล M
ใครเล่นเกมรถแข่งอย่าง Gran Turismo Sport ใน Playstation 4 แล้วรู้สึกว่ามันยังธรรมดาเกินไป ห่างไกลจากความเสมือนจริงจนไม่อินเข้าไปถึงแก่นอารมณ์ พวกเราคงเคยจินตนาการว่ามันคงจะดีไม่น้อย ถ้าเราสามารถบังคับรถแข่งของจริงได้ด้วย controller อันเดียวกับที่ใช้เล่นเกม ตอนนี้มันเป็นจริงแล้ว ด้วยผลงานจากค่าย Nissan x GT Academy ที่ช่วยกันใส่เทคโนโลยีเข้าไปใน GT-R 542 แรงม้า คันจริง ตัวจริง เสียงจริง ต่างกันแค่เจ้าก๊อตซิล่า GT-R คันนี้ สามารถบังคับได้ด้วย PS4 DualShock controller GT-R/C Project คันนี้เกิดขึ้นจากการร่วมมือกันของคู่ซี้ Nissan x GT Academy ที่พยายามจะนำการขับรถแบบ Virtual มาบรรจบกับโลก Reality มาเนิ่นนาน มีการเฟ้นหานักขับจากเกม Gran Turismo เพื่อนำมาปั้นให้กลายเป็นนักขับรถมืออาชีพตัวจริงมาแล้วหลายคน และโปรเจคล่าสุดก็ดูจะเป็นอีกขั้นของการนำทั้งสองโลกมารวมเข้าไว้ด้วยกัน ด้วยการให้ลูกศิษย์ที่ปั้นมาจากสถาบัน GT Academy ผู้ชนะอันดับ 1
สิ่งหนึ่งซึ่งทำให้ใครหลายคนที่กำลังวางแผนจะถอยรถ BMW มาใช้งานสักคันต้องอยู่ในภาวะคิดไม่ตกว่าจะซื้อ หรือไม่ซื้อดี คงไม่ใช่แค่เรื่องของราคาค่างวดเพราะแทบจะเป็นเรื่องแน่นอนว่าใครสักคนที่มีโครงการจะออก BMW ยังไงก็ต้องมีความพร้อมด้านงบประมาณอยู่แล้วในระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่ชวนให้กังวลมากยิ่งกว่า คือเรื่องของค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา ที่เจ้าของรถจะต้องเตรียมเงินกันงบก้อนโตเผื่อเอาไว้เป็นค่า Maintenance ตลอดระยะเวลาการใช้งาน ลำพังแค่เข้าศูนย์บริการไปเช็คสภาพ เปลี่ยนกรองน้ำมัน กรองอากาศ ผ้าเบรก รวมถึงเปลี่ยนถ่ายของเหลว และอื่น ๆ อีกมากมายตามรอบ นับรวมแล้วตกเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่น้อย ไม่นับกรณีเจอแจ๊คพ็อตอะไหล่ชิ้นสำคัญเกิดพังขึ้นมา แม้จะเป็นเจ้าของรถราคาหลายล้าน ก็ยังประสบกับอาการหน้ามืดได้ง่าย ๆ ซึ่งจริง ๆ แล้ว สำหรับผู้ที่เคยออกรถ BMW มาก่อน รวมถึงใครที่ได้ทำการบ้าน หาข้อมูลมาเป็นอย่างดีจะทราบว่า โดยปกติเมื่อซื้อรถ BMW ผู้ขับขี่จะได้สิทธิ์รับบริการดูแลบำรุงรักษา BMW Service Inclusive (BSI) ที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้สบายใจไร้กังวลเมื่อต้องเอารถเข้าศูนย์เช็คระยะ ฟรีทุกรายการไม่ว่าจะเป็นค่าแรง และค่าอะไหล่แท้จาก BMW, เปลี่ยน – เติมน้ำมันเครื่องพร้อมไส้กรอง, เปลี่ยนกรองอากาศเครื่องยนต์, กรองน้ำมันเชื้อเพลิง, กรองอากาศภายใน, หัวเทียน, ผ้าเบรก – จานเบรก –


