ถึง Netflix แทบจะเป็นสตรีมสามัญประจำบ้านของทุกคน แต่ก็ต้องยอมรับว่าบางคนไม่มีคู่หาร รู้สึกว่าการจ่ายรายเดือนคนเดียวมันแพงไป หรืออาจจะเจอกับวิกฤตจนต้องถอน Netflix ออกไปจากอุปกรณ์ช่วงนี้เพื่อลดค่าใช้จ่ายเองก็มี ข่าวดีของคนไม่มี Netflix ที่บ้าน ช่วงนี้เรายังหาอะไรสนุก ๆ ดี ๆ ดูได้ เพราะ NETFLIX ประกาศปล่อยซีรีส์เจ๋ง ๆ ABSTARCT: THE ART OF DESIGN ที่เคยผลิตในปี 2006 ออกมาให้ทั่วโลกได้ดูกันฟรี ๆ กันถึง 8 เรื่อง ที่สำคัญยังเลือกซับไทยอ่านสบาย ดูไปยาว ๆ ตกคลิปละประมาณ 40-50 นาทีเท่านั้น ใครสนใจเรื่องไหนลองอ่านเรื่องย่อคร่าว ๆ ก่อน เรารวบรวมให้พร้อมแปะหนังในลิงก์นี้แล้ว กด play แล้วไปดูพร้อมกันได้เลย HOW TO OPEN ‘THAI’ SUBTITLE คลิกปุ่ม CC หรือ Subtitile คลิกปุ่ม
เราต่างเจ็บปวด ทุกข์เศร้า และสูญเสียอะไรบางอย่างให้กับ COVID-19 บางคนเข้าใจ รับมือได้ หรือมีต้นทุนมากพอที่จะดูแลตัวเองให้ผ่านพ้นปัญหาไปได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แต่ไม่ใช่กับทุกคน บางปัญหา บางการสูญเสีย ปล่อยหมัดตรงจนเราเสียศูนย์ล้มลงไม่เป็นท่า นอกจากการแก้ปัญหาอันเป็นรูปธรรม อีกสิ่งที่มีความหมายไม่แพ้กันคือ “ความแข็งแกร่งของหัวใจ” ถ้าสูญเสียด้วย หัวใจแหลกสลายด้วย การลุกขึ้นมาเจอแสงสวยงามของวันใหม่อาจไม่มีวันมาถึง อย่างน้อยที่สุดหากยังไม่รู้จะหาทางคลี่คลายความเลวร้ายที่เจอได้อย่างไรก็ประคับประคองหัวจิตหัวใจของตัวเองให้สบายดี เพื่อวันหนึ่งที่มีทางคลี่คลาย เราจะได้ฟันฝ่าไปด้วยหัวใจที่พร้อมสู้ไม่ถอย หนังสือ 5 เล่มนี้คือหนังสือที่เราอยากให้ใครบางคนที่เศร้า ใครบางคนที่สูญเสีย ใครบางคนที่หัวใจฟีบแฟบไร้ทางกู้คืนได้ลองอ่าน หัวใจอาจไม่แกร่งข้ึนภายในชั่วข้ามคืน แต่มันจะมีความหมายบางอย่างทางความรู้สึกให้คุณได้แน่นอน จะเล่าให้คุณฟัง DEJAME QUE TE CUENTE Jorge Bucay “หนังสือที่เปลี่ยนชีวิตผู้คนมาแล้วจำนวนมากทั่วโลก” นี่คือนิยามของหนังสือเล่มนี้ แต่เมื่อไรที่ได้ยินคำว่าเปลี่ยนชีวิต เราก็คงอดตั้งกำแพงไม่ได้ว่านี่คือหนังสือไลฟ์โค้ช ฮาวทู ที่เอาแต่บอกให้เรามองโลกในแง่ดี ๆ ๆ บอกให้เราเปลี่ยนตัวเอง เลิกเศร้า เลิกทุกข์ ลุกขึ้นมาฉีกยิ้มร่าโดยไม่สนความเป็นจริงหรือเปล่า? เราขอสัญญาว่าหนังสือเล่มนี้จะไม่ทำแบบนั้นกับคุณ ที่สำคัญหลังอ่านเล่มนี้จบคุณจะมีสิทธิทุกประการที่จะเลือกคิด เลือกจัดการทุกความเศร้าและปวดเจ็บด้วยตัวคุณเอง แต่เป็นการจัดการด้วยมุมมองใหม่ ๆ ที่คุณได้จากการทบทวนตัวเอง ครุ่นคิดกับสิ่งที่รู้สึก “จะเล่าให้คุณฟัง”
บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของ THE PROMISED NEVERLAND ใครที่เป็นคอมังงะหรือแอนิเมชันญี่ปุ่นอยู่แล้วจะเข้าใจคำว่า “การ์ตูนไม่ใช่เรื่องของเด็ก” ได้เป็นอย่างดี ไม่น่าเชื่อว่าแค่ลายเส้นกับภาพเคลื่อนไหวในจอ หลายเรื่องเล่าสภาพสังคมอย่างขบขันด้วยแนวแฟนตาซีได้อย่างลึกซึ้ง หรือบางเรื่องก็เล่าเรื่องราวดราม่าและความโหดร้ายของชะตาชีวิตมนุษย์จนนั่งดูไปก็ชวนให้รู้สึกสะอึกตาม ท่ามกลางแอนิเมชันมากมายใน Netflix ตอนนี้ นอกจากเรื่องราวที่เราคุ้นเคยอย่าง ไซคิ, Attack on Titan, ซีรีส์ Ghibli เราอยากชวนทุกคนไปดูเรื่องราวดาร์ก ลึก และหักมุมของ “The Promised Neverland” หรือในชื่อไทยคือ “พันธสัญญาเนเวอร์แลนด์” ผลงานของอาจารย์ Shirai Kaiu ที่ตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ชูเอชะเครือจัมป์มาในปี 2016 ที่หลายคนออกมาพูดตรงกันว่าโคตรดี และเราก็พิสูจน์เองแล้วว่ามันดีจริง ๆ เรื่องนี้ถือเป็นหนึ่งเรื่องที่กล่าวขวัญกันในหมู่นักเสพการ์ตูนสายดาร์ก หรือชอบการ์ตูนเรื่องข้น ๆ เพราะสะท้อนมุมมองความคิด สังคม ได้ลึกผ่านตัวละครที่มีอายุไม่ถึง 12 ปีเท่านั้น ฉีกพลอตเดิม ๆ ที่เคยดูเพราะตัวละครเอกเป็นเพียงเด็กมนุษย์ธรรมดา ไม่ได้มีพลังพิเศษอะไรมากกว่ามันสมองระดับเด็กแต่ต้องสู้กับศัตรูที่แกร่งกว่า จนทำให้คนดูอย่างเราต้องรู้สึกลุ้นตามกับการกระทำของเด็ก ๆ ภาพฝันที่สวยงาม ความจริงที่บีบคั้น เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่ง เด็กทุกคนได้รับการเลี้ยงดูเป็นอย่างดี
วันนี้ “ทุกอย่างต้อง from home” แต่ตอนนี้เราก็ยังรู้สึกว่าตัวเองปรับตัวไม่ค่อยได้ เราเหงา เรารู้สึกไม่พร้อม เราไม่มีใจจะทำงานให้จบเลย นั่นอาจเป็นเพราะยังไม่มีรุ่นพี่มาคอยบอกเราจริง ๆ ว่า “เฮ้ย! วิธีนี้มันเวิร์กกว่าที่คิด และต้องทำแบบนี้” UNLOCKMEN อยากให้ทุกคนมีไฟแต่ต้องมีวิธีแก้ไขติดตัวให้ทำได้มาด้วย จึงขอแนะนำเทคนิคจากชาว TED TALK ที่เขาผ่านน้ำร้อนมาก่อน ว่าสิ่งไหนเราควรทำ ไม่ควรทำ และพวกเขาควบคุมงานผ่านห้องนั่งเล่นยังไง ทำงานอยู่บ้าน ดีกับธุรกิจจะตาย! ถึงแม้จะมีธุรกิจหลายประเภทต้องอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันถึงจะทำได้ แต่การทำงานทางไกลสำหรับหลายธุรกิจก็อาจจะเหมาะสมกว่าอย่างที่เราไม่เคยรู้มาก่อน เรื่องนี้ขึ้นทอล์กโดย Matt Mullenweg ซีอีโอจากบริษัท Automattic บริษัทที่ทำงานอยู่เบื้องหลังบริษัทชั้นนำทั้ง wordpress.com, Jetpack และ WooCommerce เขาทำงานร่วมกับพนักงานถึง 900 คนผ่านระบบทางไกลจากต่างสถานที่มานาน และทำมันได้เวิร์กสุด ๆ แต่ถ้าใครอยากรู้ว่าวิธีการทำงานของเขา Step by Step เป็นอย่างไร แนะนำว่าไม่ควรพลาด เพราะบางอย่างที่ได้เรียนรู้จากคลิปนี้อาจเป็นสิ่งที่องค์กรของคุณกำลังตามหา 10 วิธีสร้างการสนทนาไกลให้เหมือนใกล้ การทำงานต่างสถานที่ ปัญหาน่ากลัวกว่างานไม่เดินคือคนไม่คุยกัน เพราะวันนี้ต่างฝ่ายต่างอยู่บ้าน แถมการพิมพ์และการพูดคุยผ่านช่องทางนี้อาจทำให้การสื่อสารผิดพลาด
อยู่คนเดียวมากี่วันแล้ว? โดดเดี่ยวแค่ไหน? รู้สึกเดียวดายบ้างหรือเปล่า? สถานการณ์ COVID-19 บีบคั้นให้ใครหลายคนต้องเก็บตัวอยู่ในที่พักอาศัยอย่างโดดเดี่ยว ท่ามกลางลมหายใจลำพังนั้นบางครั้งเราเผลอพูดกับตัวเอง บางทีหัวเราะท้องแข็งกับโพสต์จากเฟซบุ๊กแล้วจะหันไปแชร์กับใครสักคน แต่ตรงนั้นกลับมีเพียงอากาศว่างเปล่า หรืออย่างร้ายวินาทีที่เครียด กดดัน ไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าคืออะไร น้ำอุ่น ๆ เอ่อไหลออกจากตา อยากหาไหล่ใครสักคนไว้ซับความเศร้า ก็กลับพบเพียงตัวเองกับหมอนใบเดิม เราเลยตั้งใจเอา ‘6 หนังมนุษย์เดียวดาย’ มาอยู่เป็นเพื่อน ใช่ มันไม่ได้ทำให้โดดเดี่ยวน้อยลง (บางเรื่องอาจเข้าถึงแก่นความโดดเดี่ยวเป็นเท่าทวี) แต่ในทุกเรื่องนี้จะพาเราทุกคนไปสำรวจความหมายของลมหายใจลำพัง ชีวิตโดดเดี่ยว และแต่ละวันอันเดียวดาย ในรูปแบบที่อาจทำให้เรามองความเดียวดายรายวันของเราในอีกมุมหนึ่ง ก็เป็นได้… Moon ความโดดเดี่ยวของใครหลายคนในวันนี้อาจชวนให้อึดอัด เพราะเราไม่รู้แน่ชัดว่าเราจะต้องกักตัวเดียวดายไปถึงเมื่อไร? มีจุดสิ้นสุดอยู่ที่ตรงไหน? ในทางกลับกัน ถ้าเรารู้ว่าเราต้องโดดเดี่ยวเป็นเวลาเท่าไร และจะได้กลับคืนสู่อ้อมกอดของทุกคนที่เรารักอย่างปกติ มันจะดีกว่ากันจริงหรือเปล่า? Moon คือหนังที่ว่าด้วยนักบินอวกาศที่ได้รับภารกิจสำรวจดวงจันทร์ หน้าที่ของเขาก็คือภารกิจ 3 ปีเต็มบนดวงจันทร์ตะปุ่มตะป่ำ แม้จะเดียวดาย แต่ก็รู้แน่ชัดว่าหลังจาก 3 ปี เขาจะได้คืนกลับมาตุภูมิ แต่ความลึกซึ้งของ Moon ไม่ได้พาเราไปสำรวจชีวิตประจำวันของนักบินอวกาศที่ต้องอาศัยอยู่คนเดียวเป็นเวลานานเท่านั้น สิ่งที่ทำให้เราตะลึงพรึงเพริด และชวนให้ขบคิดเรื่องชีวิตของเรา ความเป็นมนุษย์ เทคโนโลยี
ไม่ว่าการอยู่บ้านจะทำให้เรามีเวลาแวบจากการทำงานไปเสพสารพัดความบันเทิง ทั้งดูซีรีส์ เล่น Tik-Tok เล่นเกม หรือทำอย่างอื่นได้มากแค่ไหนก็ตาม แต่ไม่นานอาการจิตตกจากการทำอะไรซ้ำ ๆ อยู่ในสภาพแวดล้อมเดิม ๆ อาจจะทำให้เราเกิดอารมณ์ไม่อยากจะทำอย่างนั้นอีกต่อไป เบื่อจะฟังเพลง เบื่อดูหนัง เบื่อทุกสิ่งที่เสพไปโดยปริยาย พอสุขภาพจิตกำลังทรุดโทรม Netflix เลยจับจังหวะนี้ปล่อยซีรีส์ใหม่ทาง Instagram เพื่อโฟกัสเรื่องการดูแลตัวเองและสภาพจิตใจระหว่างอยู่บ้านจากภาวะ Covid-19 โดยซีรีส์เรื่องนี้จะฉายทาง Instagram Live เวลา 1 ทุ่ม (PT) นำเสนอฟีเจอร์ที่รวบรวมดาราวัยรุ่นดังจากโชว์และภาพยนตร์ Netflix หลายเรื่องที่เราคุ้นเคย เช่น “To All the Boys I’ve Loved Before” “The Kissing Booth” “Stranger Things” “Cheer” และ “13 Reasons Why.” ตัวอย่างของนักแสดงที่ยืนยันว่าเข้ามามีส่วนร่วมกับซีรีส์เฉพาะกิจ เปิดเผยรายชื่อมาแล้ว ได้แก่ Noah Centineo จากเรื่อง To
ณ เวลานี้ คอเกมทั้งหลายคงไม่มีใครไม่รู้จัก Garena Free Fire สุดยอดเกม Action เอาตัวรอดบนมือถือ ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศไทย และกว่า 130 ประเทศทั่วโลก ที่เปิดตัวมาด้วยเวลาเพียงแค่ 2 ปี แต่กวาดสถิติไปแล้วมากมาย ไม่ว่าจะยอดดาวน์โหลดกว่า 450 ล้านครั้ง, มีจำนวนผู้เล่นออนไลน์พร้อมกันสูงสุดทั่วโลกกว่า 50 ล้านคน รั้งตำแหน่งสุดยอดเกมที่มีผู้เล่นดาวน์โหลดเยอะที่สุดทั่วโลกในปี 2019 แถมยัง เป็นเกมมือถือที่ทุบสถิติยอดผู้ชมการแข่งขัน eSports ออนไลน์พร้อมกันสูงสุดในโลกจากรายการ Free Fire Worlds Series 2019 แต่ถึงแม้จะยืนหนึ่งเป็นเกมมือถือยอดฮิตถล่มทลาย ทาง Garena Free Fire ก็ไม่ได้นอนกอดความสำเร็จแบบนิ่งดูดาย เพราะนอกจากจะตั้งหน้าตั้งตาพัฒนาเกมให้มันส์สะใจ ก็ยังมีโปรเจ็กต์พิเศษมากมายออกมาเอาใจเหล่าเกมเมอร์ทั้งหลายให้อินกับเกม Garena Free Fire มากขึ้น ล่าสุดสาวก Garena Free Fire รวมถึงใครที่ติดตามวงการเพลง Hip Hop กันอยู่ น่าจะพอทราบถึงข่าวคราวของโคตรโปรเจ็กต์ ที่ต้องยอมรับเลยว่า ทีมงาน Garena
“วัยเด็กของผมโตมากับยอดมนุษย์ 5 สี” UNLOCKMEN เชื่อว่าเด็กผู้ชายอีกไม่น้อยต่างเคยดูซีรีส์ญี่ปุ่นแนวโทะกุซัตสึ วันเสาร์-อาทิตย์ รีบแหกขี้ตาตื่นมานั่งอยู่หน้าทีวีรอดูตำรวจเหล็กจีบัน โกเรนเจอร์ ตำรวจอวกาศเกียบันผู้บัญญัติศัพท์คำว่า “บรรยากาศมาคุ” หรือนินจาจอมคาถาอาราชิ ไม่น่าเชื่อว่าตอนนี้วันวานของพวกเราจะกลับมาอีกครั้งบนแพลตฟอร์มที่ชื่อว่า Youtube บริษัทผู้สร้างภาพยนตร์ การ์ตูน รายการโทรทัศน์ชื่อดังของญี่ปุ่น Toei Tokusatsu (โตเอะ โทกูซัตสึ) ยอดมนุษย์และเหล่าขบวนการพิทักษ์โลกชื่อดังจากยุค 60-90 ตัดสินใจก้าวตามกระแสของโลกด้วยการเปิดช่องใน Youtube ในชื่อว่า Toei Tokusatsu World Official ที่ลงซีรีส์สุดเก๋าให้เราได้ชมกันหลังจากที่ไม่ได้ดูมานานจนบางคนอาจลืมเนื้อเรื่องไปแล้ว ถือว่าเปิดตัวได้เหมาะกับสถานการณ์โลกไม่น้อย เพราะเวลานี้ใคร ๆ ก็ต้องนอนอยู่ในบ้านกันทั้งนั้น ทำให้คนส่วนใหญ่ต้องหาอะไรมานั่งดูแก้เบื่อ และช่องของ Toei Tokusatsu World Official ก็เตรียมจัดเต็มลงซีรีส์ที่ตัวเองมีกันรัว ๆ ทั้งขบวนการ 5 จอมพิฆาตโกเรนเจอร์ (Himitsu Sentai Goranger 1975) ที่ถือเป็นขบวนการ 5 สี แก๊งแรกของโลกที่ถูกสร้างเป็นหนัง เป็นผู้บุกเบิกมนุษย์สี ๆ
เชื่อว่าชีวิตของหนุ่ม ๆ หลายคนในช่วงนี้คงไม่พ้นการต้องกักตัวอยู่ในบริเวณบ้านหรือห้องตัวเอง บางคนมีงานให้ต้องสะสาง ขณะที่หลายคนเลือกจะพักผ่อนด้วยกิจกรรมต่าง ๆ ที่ตัวเองชอบ แต่สำหรับคนที่กำลังเผชิญปัญหา ท้อแท้หรือหมดกำลังใจกับชีวิตในช่วงเวลานี้อยู่ เราอยากชวนคุณหลบมุมเพื่อพักผ่อนและเติมพลังชีวิตไปกับ Sport Documentary ดี ๆ ที่มีให้ทั้งความรู้ ความสนุกสนาน MOTIVATHLETE วันนี้ถือโอกาสเลือกสารคดีกีฬา 5 เรื่อง 5 สไตล์ที่หวังจะสามารถให้มุมมองและแง่คิดดี ๆ กับทุกคนได้ไม่มากก็น้อย ไปดูกันว่าเราจะหยิบเรื่องราวของนักกีฬาคนไหนมาแนะนำบ้าง Conor Mcgergor: Notoriouus สารคดีที่เล่าถึงเรื่องราวชีวิตของคอเนอร์ แม็คเกรเกอร์ นักกีฬาต่อสู้ศิลปะป้องกันตัวแบบผสมผสานอดีตแชมป์ 2 รุ่นน้ำหนักคนแรกของ Ultimate Fighting Championship หรือ UFC ชายปากมากที่มีทั้งคนรักและเกลียดเพราะฝีมือการต่อสู้ของเขามีมากพอ ๆ กับน้ำลาย ตัวสารคดีจะเกริ่นรู้จักตัวคอเนอร์ตั้งแต่ช่วงแรกที่เข้าวงการมวยกรง 8 เหลี่ยมสู่แมตซ์เปิดตัวอันน่าประทับในบนสังเวียน UFC และการแข่งขันที่เข้มข้นกับทั้ง Chad Mendes และ Nate Diaz ที่สอดแทรกมุมมองชีวิตส่วนตัวจากปากคอเนอร์เองและคนใกล้ชิด หวังเรื่องราว 1.30 ชั่วโมงจะทำให้ทุกคนเข้ามากขึ้นว่าชีวิตของชายคนนี้ไม่ได้ก้าวขึ้นมามีชื่อเสียงและร่ำรวยบนเส้นทางที่ราบเรียบ
เชื่อไหมครับว่าภาพยนตร์หลายพันเรื่องที่เคยผ่านตาเรา ล้วนสอดแทรกโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจเอาไว้ และถ้าคุณหลงใหลงานดีไซน์มากพอก็คงจะรับรู้ได้ เนื่องจากสถาปัตยกรรมเป็นสิ่งปลูกสร้างที่สร้างขึ้นเพื่อมนุษย์ แถมยังครอบคลุมตั้งแต่การพักอาศัยไปจนถึงการใช้ชีวิต การออกแบบสถาปัตยกรรมจึงนับว่ามีบทบาทไม่น้อยต่อภาพยนตร์ นอกจากจะเป็นฉากหลังประกอบเนื้อเรื่องที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสายตาผู้ชมแล้ว สถาปัตยกรรมในแต่ละฉากตอนยังสะท้อนถึงสภาพสังคม วัฒนธรรม รวมถึงยุคสมัยที่ปรากฏในภาพยนตร์แต่ละเรื่องได้อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นรายละเอียดเล็ก ๆ ของงานสถาปัตยกรรมยังช่วยเสริมแนวคิดตลอดจนเนื้อเรื่องของภาพยนตร์ให้เด่นชัดขึ้นในเวลาเดียวกัน แล้วนี่คือภาพยนตร์ 5 เรื่อง 5 รสชาติที่ซ่อนความพิเศษทางสถาปัตยกรรมบางอย่างที่เราอยากให้คุณได้รับชม! PARASITE, 2019 ภาพยนตร์สัญชาติเกาหลีของผู้กำกับ Bong Joon-ho ที่นอกจากจะคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและอีกหลายรางวัลใหญ่บนเวทีออสการ์ ยังซ่อนผลงานสถาปัตยกรรมสุดน่าทึ่งเอาไว้ด้วย เนื้อเรื่องของ Parasite เล่าถึงครอบครัวต่างฐานะของเกาหลีใต้ที่ฝั่งหนึ่งใช้ชีวิตสุขสบายในคฤหาสน์หรู แต่อีกฝั่งต้องกัดฟันสู้ชีวิตท่ามกลางสภาพสังคมที่เหลื่อมล้ำ ภาพยนตร์เรื่องนี้โดดเด่นด้วยการเสียดสีสังคมและเผยให้เห็นช่องโหว่ของคนรวยกับจนอย่างโจ๋งครึ่ม ซึ่งหนึ่งในองค์ประกอบหลักที่ช่วยให้ผู้ชมซึมซับความต่างระหว่างชนชั้นคือผลงานสถาปัตยกรรมในเรื่องนี้ ผนังหน้าบ้านของครอบครัวคนรวยดีไซน์ด้วยกำแพงสูงทึบตัน ที่ช่วยแบ่งกั้นระหว่างภายในกับภายนอกอย่างชัดเจน ทางเดินเข้าบ้านยกระดับให้สูงขึ้นสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับผู้พักอาศัย และเหมือนบอกโดยนัยว่าไม่ต้องการให้ใครเข้าถึงง่าย ภายในยังสร้างบันไดไว้บริเวณจุดศูนย์กลางบ้านช่วยแบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น แม้จะใช้กระจกบานกว้างเพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติและบ่งบอกถึงรสนิยมหรูหรา แต่กลับเลือกเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นที่ดูเรียบง่ายมาตกแต่ง บวกกับโทนสีในบ้านและเปลือกนอกอาคารที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ราวกับบอกว่าบ้านหลังนี้ซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้ BLACK PANTHER, 2018 แม้แต่ Black Panther ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ลำดับที่ 8 ในจักรวาลมาเวล ยังเต็มไปด้วยรายละเอียดยิบย่อยของสถาปัตยกรรมผังเมืองฝีมือ Zaha Hadid สถาปนิกหญิงชื่อก้องโลกผู้คร่ำหวอดในแวดวงสถาปัตยกรรม


