ในปัจจุบัน เราต่างใช้ชีวิตอยู่กับความเร่งรีบ ต้องพบเจอเรื่องราวมากมายที่พาพวกเราไหลผ่านกระแสเวลาไปข้างหน้าแทบไม่ได้หยุดพัก ทำให้บ่อยครั้งที่ผู้คนส่วนใหญ่ต่างโหยหาช่วงเวลาที่เรียบง่าย ช่วงเวลาที่ได้อยู่นิ่ง ๆ กับตัวเอง เพื่อเสพความงดงามของคืนวันที่ผันผ่าน ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือคำอธิบายที่ว่าทำไม แม้พวกเราจะดำรงอยู่ท่ามกลางความสะดวกสบายของเทคโนโลยีล้ำสมัยมากมาย แต่ก็ไม่วายที่จะโหยหาบรรยากาศเก่า ๆ ข้าวของเครื่องใช้วินเทจ ที่ยังคงความคลาสสิกจากอดีตอยู่เสมอ และ RADO Captain Cook Automatic Limited Edition คืออีกหนึ่งความทรงจำอันหอมหวานจากอดีต ในรูปแบบของเรือนเวลาสุดคลาสสิก ที่หวนกลับมาสร้างความประทับใจให้เหล่านักสะสมนาฬิกา และผู้ที่หลงใหลในความวินเทจแบบเต็มเปี่ยม กับรุ่นพิเศษใหม่ล่าสุดในปี 2019 ซึ่งเก็บทุกรายละเอียดทางด้านรูปลักษณ์ของ Captain Cook รุ่นแรก ที่ผลิตขึ้นระหว่างปี 1962 และ 1968 เอาไว้อย่างครบถ้วน ทั้งขนาดที่เป็นเอกลักษณ์และคุณสมบัติที่โดดเด่นจากยุคเก่าผสานเข้ากับความโมเดิร์นด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ซึ่งต้องบอกว่านี่เป็นงานถนัดของ RADO ผู้ผลิตนาฬิกาชั้นนำจากสวิส ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตที่ล้ำหน้า ควบคู่ไปกับความสวยงามของดีไซน์ โดย RADO นั้นได้รับการขนานนามว่าเป็น “ผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุ” ที่มีแนวทางการปฏิวัติการผลิตนาฬิกาแบบดั้งเดิม ด้วยการนำเอาไฮเทคเซรามิกที่มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ และมีสีสันสดใส รวมถึง Ceramos™ มาใช้ก่อนใครในวงการนาฬิกา ถือเป็นการผสมผสานประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์ เข้ากับความโมเดิร์นสมัยใหม่ได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้เรือนเวลารุ่นเก๋าอย่าง
สร้างความประทับใจได้ตลอดเวลาสำหรับแร๊พเปอร์หนุ่ม Kanye West ทั้งเพลงดี ๆ ไปจนถึงแฟชั่นสุดเท่ ที่ในครั้งนี้ก็ออกรองเท้าใหม่ที่มีลูกเล่นพิเศษที่ไม่เคยมีมาก่อนอย่างเป็นทางการใน YEEZY กับรองเท้าเรืองแสงในที่มืดพร้อมกับชื่อคูล ๆ ว่า Glow-In-The-Dark ก่อนที่จะปล่อยรองเท้าเรืองแสง Kanye West ได้โพสต์ลงในทวิตเตอร์ของเขาว่า Can’t wait these glow in the dark 350s รองเท้าผ้าใบคู่สวยที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของ Kanye และ Adidas จนกลายเป็นสนีกเกอร์ที่มีราคาพุ่งสูงอยู่เกือบทุกรุ่น สำหรับสนีกเกอร์ตระกูล YEEZY ถือว่าเป็นรองเท้ากีฬาที่สร้างชื่อไปทั่วโลก และล่าสุดกับรุ่น Boost 350 V2 ก็ยังมีทีเด็ดด้วยเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครอย่างโค้งด้านหลังของขอบรองเท้า โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีผ้าด้านนอกแบบ Primeknit คุณสมบัติยืดหยุ่นไม่แข็งและไม่สากจนเกินไป ส่วนพื้นรองเท้าจะใช้เป็นแบบ Boost ของ Adidas ที่ให้น้ำหนักเบา Glow-In-The-Dark เป็นสนีกเกอร์สี Fluorescent Green ที่เรารู้จักกันว่าสีเขียวแบบนีออนโปร่งแสง ตัดด้วยสีครีมตรงด้านข้างของรองเท้าที่เป็นตาข่ายทำให้มองเห็นด้านใน ส่วน Counter ตรงด้านหลังจะมีสีเหลืองคล้ายกับผลเลม่อน โดดเด่นทุกย่างก้าวด้วยสีมะนาวทั้งตอนกลางวัน
หนุ่ม ๆ สายสตรีตหลายคนอาจยังค้างคาใจกันอยู่สำหรับรองเท้าคู่ที่ทาง Virgil Abloh เจ้าพ่อแห่งอาณาจักร Off-White™ ใส่ไปร่วมงาน Coachella เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา จนเกิดข่าวลือหน้าหูว่าเขาได้กลับมาร่วมมือกับ Nike อีกครั้ง แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แค่ข่าวลืออีกต่อไปเพราะยืนยันด้วยภาพเปิดตัวที่ปล่อยออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว Off-White ™ x Nike Zoom Terra Kiger 5 คือชื่อของโมเดลรองเท้าคู่ล่าสุดที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างมหาอำนาจแบรนด์กีฬา Nike และค่ายสตรีตที่กำลังมาแรงสุด ๆ อย่าง Off-White ™ โดยเพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการว่าเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชัน “Athlete In Progress” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการสร้างความเชื่อมั่นในตนเองของเหล่านักวิ่งตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน โมเดลคอลแลปส์คู่ระหว่างสองค่ายดังเป็นรองเท้าวิ่งที่มาแบบรูปทรงดั้งเดิมของ Zoom Terra Kiger 5 ที่วางโลโก้ขนาดใหญ่ไว้ด้านนอก แต่ถูกดัดแปลงให้ต่างออกไปหลายส่วนไม่ว่าจะเป็นจุดร้อยเชือกรองเท้าแบบเฉพาะที่ไล่ระดับมาตั้งแต่ส่วนหัว ป้ายยี่ห้อที่เย็บติดไว้บนส่วนลิ้นรองเท้าที่เลือกใช้เป็นโลโก้ย้อนยุค รวมถึงสายคล้องที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของการคอลแลปส์จาก Off-White™ ที่เปลี่ยนจากสีส้มมาเป็นสีเขียวโทนเข้มทั้งหมด ล่าสุด Off-White ™ x Nike Zoom Terra Kiger 5 ถูกปล่อยออกมาใน 3
ผู้ชายที่เป็นแฟนรองเท้าของแบรนด์ Converse คงทราบกันดีว่าค่ายรองเท้าที่พวกเขาหลงใหลนั้นมีจุดเริ่มต้นความยิ่งใหญ่จากการเป็นรองเท้าบาสเกตบอล ก่อนที่กาลเวลาผ่านไป เหลือไว้เพียงเรื่องเล่า และแบรนด์กีฬาน้อยใหญ่เข้ามาเป็นผู้ครองตลาดแทน จนกระทั่งวันนี้พวกเขาหวนกลับมาสู่สนามอีกครั้งด้วยโมเดล Converse All-Star Pro BB อดีตมหาอำนาจของวงการรองเท้าบาสเกตบอลในช่วงปี 60’s – 80’s อย่าง Converse เริ่มต้นสร้างตำนานของตัวเองด้วยรองเท้าอย่าง Chuck Taylor ที่ไม่ได้รับความนิยมแค่ในสนาม แต่ยังรวมถึงการสวมใส่ทั่วไปในชีวิตประจำวันและผู้ที่ชื่นชอบรองเท้าผ้าใบทุกคนยังคงนิยมมาถึงปัจจุบัน ต่อมาในช่วงปี 1980 พวกเขายังคงมีส่วนรวมในตลาดเช่นเคย คราวนี้มาพร้อมโมเดลรองเท้าอย่าง Converse Weapon ที่ได้สองยอดนักบาสแห่งยุคอย่าง Magic Johnson และ Larry Bird มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้มันไม่ได้เสียงตอบรับเท่าที่ควร จนในที่สุดพวกเขาก็ตัดสินใจหยุดการผลิตรองเท้าสายตรงของกีฬาบาสเกตบอลไป อย่างไรก็ตามปีนี้ Converse หวนกลับคืนสู่สนามอีกครั้งโดยกลับมาพร้อมกับ Converse All-Star Pro BB รองเท้าบาสเกตบอลที่ได้รับแรงบันดาลใจการออกแบบมาจาก Chuck Taylor และ Pro Leather สองโมเดลในตำนานที่สร้างขึ้นก่อนหน้า Pro BB มาพร้อมรูปทรงแบบ High Top โทนสีขาวและดำ ส่วนของ
ในวงการแฟชั่นที่พวกเรามักจะเห็นเพียงในมุมของความสวยงาม การดีไซน์ที่ต้องเร่งตาม Season ที่ยิ่งวันยิ่งหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็วตามความต้องการของลูกค้า เราจึงได้เห็นคำว่า “Fast Fashion” ซึ่งเป็นการเปรียบให้เห็นถึงการสับเปลี่ยนที่รวดเร็วขึ้นทุกวันของ collection เสื้อผ้า ในวันที่ธุรกิจแฟชั่นเริ่มให้ความสำคัญกับค่า Cost Per Wear ที่ยิ่งผลิตมาก ต้นทุนยิ่งต่ำ ใช้งานไม่ต้องนาน หรือขายไม่หมดก็ไม่ต้องสน เราขนไปฝังดินกลบทิ้งไปเลยก็จบเรื่อง แต่ในความเป็นจริงมันง่ายขนาดนั้นเลยหรือ? ซึ่งขั้นตอนการผลิตและขั้นตอนการกำจัดเสื้อผ้าเหลือใช้ คือสิ่งที่ลูกค้าอย่างเรามักจะมองข้าม ยอมรับเลยว่าตัวเราเองก็เช่นกัน จนกระทั่งเราได้พูดคุยกับ “Bryce Alton” CEO, Nudie Jeans Australia, เกี่ยวกับปัญหาที่เป็นอยู่ของธุรกิจแฟชั่นเสื้อผ้า และทิศทางที่ Nudie Jeans ได้พยายามเป็น Solution ที่อาจจะเปลี่ยนทั้งธุรกิจไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ขอเป็นหนึ่งแบรนด์ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยที่ไม่ทำให้เรื่องของการออกแบบและวัสดุได้รับผลกระทบแต่อย่างใด โดยหวังว่าจะเป็นตัวอย่างที่ทำให้อีกหลายแบรนด์หันมานำไอเดียไปปรับใช้ ซึ่งถ้าทุกแบรนด์แข่งขันกันในด้านนี้จริง คนที่ได้ประโยชน์ก็ไม่ใช่ใครนอกจากพวกเราและโลกใบนี้ เชื่อว่าทุกคนต้องมี Nudie Jeans ในครอบครองอย่างน้อย 1 ตัว และเราน่าจะรู้ดีถึงคุณภาพของยีนส์ทั้งด้านการออกแบบ วัสดุ รวมถึงอายุการใช้งานที่ล้มลุกคลุกคลานนานแค่ไหนก็ไม่สะเทือน แต่เรื่องความรักษ์โลกของ Nudie ที่หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเค้าได้ทุ่มเทความพยายามในการผลิตที่ไม่กระทบสิ่งแวดล้อมมานาน ไม่ว่าจะเป็นการใช้วัตถุดิบ
สไตล์วินเทจถือว่าเป็นแฟชั่นที่ไม่เคยตกยุค บางคนอาจมองว่าเชย แต่ก็ยังมีคนส่วนใหญ่ที่มองว่ารองเท้าสไตล์วินเทจเป็นสิ่งที่เท่และบ่งบอกความเป็นตัวเองได้อย่างชัดเจน จึงทำให้ Nike ร่วมมือกับ J.Crew ออกรองเท้าสุดเท่ที่เหล่าผู้ชื่นชอบความวินเทจไม่ควรพลาด บางคนอาจจะรู้จัก Nike แต่ยังไม่รู้จัก J.Crew เท่าไหร่นัก J.Crew เป็นแบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติอเมริกันก่อตั้งขึ้นในปี 1983 และปัจจุบันมีร้านค้ากระจายอยู่ 300 กว่าแห่งทั่วโลก โดยแบรนด์โดดเด่นเรื่องสไตล์สุดคลาสสิกไม่ตกยุค ผสมผสานวัฒนธรรมให้เข้ากับไลฟ์สไตล์และรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน สนีกเกอร์ Nike Killshot เป็นการร่วมมือกันระหว่าง Nike และ J.Crew ที่ก่อนหน้านี้เคยปล่อยโมเดลมาแล้วและได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยม เพราะ Killshot ถอดดีไซน์มาจากรองเท้ากีฬาของนักเทนนิสเวลาใส่ลงสนาม ด้วยการนำรองเท้าพื้นยางสีเหลืองยอดนิยมจากยุคเก่าก่อนมาเป็นจุดเด่นสำคัญของรองเท้าตระกูลนี้ เดิมรองเท้า Killout ผลิตสีต่าง ๆ ทั้งแดงและน้ำเงิน แต่ครั้งนี้จะยิ่งวินเทจมากกว่าเดิมด้วยการหยิบสีเขียวเรือใบ (Sail Green) มาใช้เพิ่มความโดดเด่นหลายส่วนทั้งตรงบริเวณ Swoosh ภาษาอังกฤษคำว่า Nike ทั้งตรงด้านหลัง ลิ้นรองเท้า และด้านในพื้นรองเท้า พร้อมสร้างเลเยอร์ด้วยหนังกลับตรงฐาน Lace Cage รูสำหรับร้อยเชือกรองเท้า รวมถึงด้านหน้าและด้านข้างของสนีกเกอร์ด้วย สนีกเกอร์ที่มีลุควินเทจกับสไตล์สปอร์ตมารวมกันคู่นี้ แม้จะได้แรงบันดาลใจจากรองเท้าเทนนิสในยุคเก่าแต่
วินาทีนี้ผู้ชายในประเทศไทยทุกคนคงกำลังผจญปัญหาเดียวกันคือการต้องเจอกับอากาศที่ร้อนระอุอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน นอกจะสร้างปัญหาให้กับร่างกายเวลาอยู่ในที่โล่งแจ้งซึ่งเสี่ยงกับการเผชิญภาวะ Heatstroke แล้ว สำหรับหนุ่ม ๆ ที่หลงใหลการแต่งตัวก็ถูกลดกรอบการเลือกเครื่องแต่งกายให้แคบลงเนื่องจากอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสมอีกด้วย อุณหภูมิเฉลี่ยระหว่าง 30 – 38 องศาที่เราต้องเจอในแต่วัน แน่นอนว่าไม่ผิดแปลกที่เราจะเลือกสวมใส่เสื้อผ้าแนวสตรีตที่กำลังมาแรงในทุกมิติ แต่บางที Track Pant หรือ Hoodies ตัวหนาก็ทำให้ต้องมานั่งปาดเหงื่อได้เหมือนกัน ดังนั้นการเลือก Mix & Match เสื้อผ้าในตู้จนสามารถออกจากบ้านในสไตล์ที่พึงพอใจ พร้อมได้ความเบาสบายเป็นของแถมก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราฝันถึง แต่จะมีสไตล์ไหนบ้าง ถ้ายังไม่มั่นใจ UNLOCKMEN อยากพาไปดูสไตล์ต่อไปนี้ไว้เป็นทางเลือกในวันที่ร้อนแสนร้อน Athletics Style เชื่อเหลือเกินว่าหนุ่ม ๆ ทุกคนต้องมีเสื้อกีฬาไม่ว่าจะเป็นเสื้อฟุตบอล บาสเกตบอลหรือเบสบอลอยู่ในตู้แน่นอน เสื้อเหล่านี้ตอบโจทย์กระแส Jersey Fashion ซึ่งเป็นที่นิยมอยู่เสมอได้ ลองเปลี่ยนสไตล์ตัวเองมาเป็นสปอร์ตแมนเพียงหยิบ Jersey ทีมกีฬาโปรดสีสันสดใสของคุณมาจับคู่กางเกงตัวเก่งไม่ว่าจะเป็นยีนส์หรือกางเกงขาสั้น ส่วนหนุ่ม ๆ สาย OG อาจเพิ่มลูกเล่นด้วยเสื้อทีมแบบย้อนยุคก็ทำดูเก๋าขึ้นเป็นเท่าตัว นอกจากจะได้สไตล์ที่ถูกใจแล้วความเบาบางและระบบระบายอากาศอันยอดเยี่ยมจะช่วยทำให้คุณไม่รู้สึกอบอ้าวเหมือนอยู่ในเตาอบอีกต่อไป Linen Oversize อากาศร้อน ๆ แบบนี้คงไม่มีเนื้อผ้าแบบไหนที่จะเหมาะสมไปกว่า
ถือเป็นธรรมเนียมที่จัดกันทุกปีและเหล่าสื่อรวมถึงผู้คนที่ชื่นชอบแฟชั่นทั่วโลกต่างตั้งตารอกันเป็นพิเศษ กับงาน Met Gala 2019 ที่ในปีนี้สร้างเสียงฮือฮามาตั้งแต่หลายเดือนก่อน เพราะคอนเซ็ปต์ของปีนี้มันทั้งแปลก หลุดโลกเหนือจริงไปไกลจนบางคนแทบอดใจรอวันงานกันแทบไม่ไหว ด้วยเหตุนี้ UNLOCKMEN จึงไม่รอช้า ขอพาไปดูแฟชั่นคอนเซ็ปต์ของเหล่าหนุ่ม ๆ ในมุมใหม่ที่ไม่ได้มีแค่ชุดสูทน่าเบื่ออีกต่อไป หลายคนอาจจะรู้จักงาน Met Gala กันมาบ้างแล้ว โดยงานในปีนี้จัดขึ้นที่ The Met (Metropolitan Museum of Art) แต่บางคนอาจยังไม่รู้ว่างานนี้มีจุดประสงค์เพื่ออะไรบ้าง ? Costume Institute Gala หรือ Met Gala งานเลี้ยงการกุศลประจำปีเพื่อหารายได้เข้าสถาบันเครื่องแต่งกายแห่งพิพิธภัณฑ์ศิลปะในมหานครนิวยอร์กที่ก่อตั้งเมื่อปี 1870 ภายในเก็บผลงานของศิลปินทั่วโลกกว่า 2 ล้านชิ้น แบ่งเป็น 19 แผนก บางคนต้องใช้เวลาตามเก็บกว่า 3 วัน ถึงจะเดินครบทุกแผนก แม่งานของ Met Gala ปีนี้ก็ยังคงเป็น Anna Wintour บรรณาธิการบริหารของนิตยสาร Vogue อเมริกา เจ้าเก่าเจ้าเดิม ร่วมกับประธานรับเชิญร่วมอย่าง
สำหรับผู้ชายอย่างเรา การเลือกซื้อรองเท้าสักคู่มาใช้งานย่อมต้องมีเหตุผลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความชื่นชอบที่มีต่อแบรนด์หรือรูปทรงที่เหมาะสมกับสไตล์การแต่งตัว รวมไปถึงความไฮป์ของตลาดในขณะนั้น แต่สำหรับรองเท้ารุ่นพิเศษหลาย ๆ คู่ นอกจากองค์ประกอบที่พูดถึงแล้ว บรรจุภัณฑ์ก็ถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้หลายคนเลือกซื้อมาเก็บสะสม ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะที่หาจากไหนไม่ได้ UNLOCKMEN อาสาพาไปสำรวจว่าที่ผ่านมาจะมีกล่องรองเท้าคู่ไหนที่ถูกสร้างขึ้นมาได้อย่างน่าสนใจและดึงดูดตาตั้งแต่อยู่บนหิ้งกันบ้าง มาชมไปพร้อมกัน Nike SB Blazer : Fly Milk เริ่มกันที่กล่องสุดแหวกแนวของ Nike SB Blazer Fly Milk ที่ทาง Nike SB ออกแบบให้กับ Jeff Han หนึ่งในผู้คร่ำหวอดในวงการสตรีตจากเซี่ยงไฮ้ซึ่งเป็นคนก่อตั้ง FLY Skateshop โดยรูปทรงและลวดลายที่ใครเห็นเป็นครั้งแรกก็ต้องคิดว่ามันคือกล่องนมมากกว่ากล่องรองเท้าแน่นอน โดยการออกแบบได้แรงบันดาลใจมาจากอาชีพเดิมของ Jeff โดยตัวเขาเคยเป็นพนักงานในโรงงานแปรรูปนมสดมาก่อนนั้นเอง Burn Rubber x New Balance 557 : Joe Louis หลายคนอาจสงสัยว่ากล่องรองเท้าของ Burn Rubber x New Balance 557 :
หลังจากปล่อยให้หนุ่ม ๆ สนีกเกอร์เฮดทั่วโลกรอคอยกันอยู่นานสองนาน แถมยังเคยเลื่อนวันวางขายออกไป ในที่สุด Nike ก็ประกาศวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Air Jordan 1 High OG “Travis Scott” พร้อมกันทั่วโลกออกมาแล้ว Air Jordan 1 High OG “Travis Scott” ถือเป็นสนีกเกอร์ที่หลายคนสนใจกันอย่างล้นหลาม ถือเป็นผลผลิตที่น่าจับตามองอีกคู่จากค่ายจั๊มแมนที่ร่วมกันสร้างสรรค์กับแรปเปอร์อย่าง Travis Scott ซึ่งนักร้องหนุ่มเปิดเผยเองว่านี่คือโมเดลรองเท้าที่ตัวเขาโปรดปรานมากที่สุด สีโทนน้ำตาลเข้มที่เราเห็น เจ้าตัวให้คำจำกัดความว่า “ นี่คือโทนสีที่ตัวผมเห็นตลอดช่วงเวลาที่เติบโตขึ้น ซึ่งสิ่งนั้นชวนให้ผมคิดถึงสวนหลังบ้านของตัวเองและการออกไปเล่นนอกบ้าน” คาดว่า Cactus Jack คู่ที่สองจะกลับมาสร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการสนีกเกอร์ทั่วโลกอย่างแน่นอน เพราะหลังจากปล่อย Surprise Drop และขายหมดไปเพียงเวลาไม่กี่นาที ก็ขยับตัวเองจากราคาป้ายที่ 175 ดอลลาร์สหรัฐ ( 5,600 บาท) ไปมีราคาใน StockX แตะหลัก 1,200 ดอลลาห์สหรัฐหรือประมาณ 38,000 บาทเข้าไปแล้ว นอกจากนี้คาดว่า Nike จะปล่อยแคปซูลเสริมออกมามีทั้ง


