หลังจากทิ้งระยะห่างจากงานคอลแลปส์ร่วมกันมานานกว่า 3 ปี ในที่สุดรองเท้าโมเดลที่สองระหว่างแบรนด์สตรีตจากนิวยอร์กอย่าง Supreme และค่าย Air Jordan ก็กลับมาอีกครั้งโดยครั้งนี้เลือกใช้โมเดลที่มีเรื่องราวอย่าง Air Jordan 14 (XIV) ย้อนกลับไปในปี 2015 ทั้งสองค่ายเคยสร้างเสียงฮือฮาด้วยการใส่ Supreme Logo Box ลงใน Air Jordan 5 (V) โดยผลิตออกมาทั้งหมด 3 สีด้วยกันคือ White Black และ CAMO เมื่อบวกกับกระแสความไฮป์ของทั้งสองค่ายทำให้ขายหมดในเวลาไม่นาน ส่วนคู่ที่ถูกนำออกมา Resell ก็ราคาสูงเหลือเกิน ถืออีกเป็นโมเดลยอดฮิตที่เหล่าสนีกเกอร์เฮดสายสตรีตทั่วโลกต้องการ ล่าสุด Air Jordan และ Supreme กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งโดยเลือกโมเดลรองเท้าที่ผลิตออกมาครั้งแรกในปี 1998 อย่าง Air Jordan 14 ซึ่งเป็นรองเท้าประจำตัวของยอดนักบาสเกตบอล Michael Jordan โดยเขาสวมใส่ระหว่างการแข่งขันรอบชิงโดยปีนั้นสามารถคว้าแชมป์สมัยที่ 6 ให้กับตัวเองรวมถึงเป็นแชมป์สามสมัยติดของเจ้าตัว ว่ากันว่ารองเท้าคู่นี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก Ferrari 550 Maranello รถยนต์สุดรักของนักบาสในตำนาน Air
ในปีนี้ถือว่า Adidas ออกสนีกเกอร์สำหรับโอกาสพิเศษต่าง ๆ มายั่วน้ำลายเหล่าผู้หลงใหลในรองเท้ากันตลอดทั้งปี โดยครั้งนี้แบรนด์เครื่องใช้กีฬาชื่อดังก็กลับมาทำให้กระเป๋าสตางค์ของใครหลายคนต้องสั่นอีกครั้ง เมื่อข่าวลือว่า Adidas จะปล่อยคอลเลกชันพิเศษ Adidas x Toy Story 4 เป็นจริง พร้อมยืนยันด้วยการปล่อยภาพรองเท้าออกมาเป็นที่เรียบร้อย สำหรับแฟนการ์ตูน Toy Story คงจะถูกอกถูกใจไม่น้อยกับคอลเลกชันพิเศษที่ Adidas และ Walt Disney Pictures ร่วมมือกันสร้างสรรค์ด้วยการนำรองเท้ามาเติมเต็มเรื่องราวของการ์ตูนในตำนาน Toy Story หยิบคาแรกเตอร์ของตัวละครนักบินอวกาศอารมณ์ดี Buzz Lightyear กับ Woody รวมถึงสมาชิกที่ไป ๆ มา ๆ อย่าง Bo Peep มาอยู่บนสนีกเกอร์รุ่น Ultraboost 19 สำหรับสนีกเกอร์ที่เล่าคาแรกเตอร์ Buzz Lightyear เน้นที่สีขาวเป็นหลัก และแต่งแต้มด้วยสีอื่นตามแบบชุดอวกาศของเขา ด้านในและด้านนอกของรองเท้าบุด้วยสีเขียวอ่อนคล้ายสีเขียวเรืองแสง ส่วนลิ้นรองเท้าใช้สีดำและปักคำว่า Toy Story 4 เอาไว้ด้วยด้ายสีขาว จากนั้นเพิ่มความโดดเด่นให้กับสนีกเกอร์คู่นี้ด้วยเส้นสีม่วงตรงบริเวณ Midsole รวมถึงจุดสีส้มตรงด้านหน้า
เมื่อช่วงสิงหาคมปีที่แล้ว Burberry แบรนด์แฟชั่นอายุกว่า 163 ปี สร้างความตื่นเต้นให้กับคนในวงการแฟชั่นและคนทั่วไปเป็นอย่างมากกับการประกาศปรับโลโก้แบรนด์ใหม่ นำเสนอภาพลักษณ์จากลายเส้นตรงเปลี่ยนเป็นโมโนแกรมสีสันสดใส และคอลเลกชันลายใหม่ก็เปิดตัวบนผลงานหลากหลายไอเทมให้โลกเห็นเป็นที่เรียบร้อย โบกมือลา Nova Check พร้อมต้อนรับลายใหม่อย่าง TB Monogram โมโนแกรมลายใหม่ของแบรนด์เป็นผลงานการออกแบบของ Riccardo Tisci ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ ร่วมกับ Peter Saville กราฟิกดีไซเนอร์ของ Burberry ลายโมโนแกรมที่จะมาเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ถูกเปิดเผยเป็นครั้งแรกบน Instagram ของ Burberry ผ่านบทสนทนาผ่านอีเมลของ Riccardo และ Peter ที่กำลังปรึกษากันเกี่ยวกับลายใหม่ ซึ่งไม่ได้มีแค่โมโนแกรมเท่านั้นแต่ยังเปลี่ยนตัวอักษรของโลโก้จาก Bodoni ที่ใช้มายาวนานตั้งแต่ปี 1901 มาเป็น Sans-Serif และถอดโลโก้คุ้นตาอย่างอัศวินขี่ม้าถือธงที่มีภาษาละตินคำว่า ‘Prorsum’ ที่มีความหมายว่า ‘ก้าวต่อไป’ ออก จากลายเส้นตรงสีดำและเส้นสีแดงทแยงมุม 45 องศาที่พาดทับกัน ถูกเปลี่ยนมาเป็นตัวอักษร TB ที่อ่านออกได้ชัดเจนและมีสีสันสดขึ้นกว่าเก่า ตัวอักษรย่อ TB ที่เลือกมาใช้เป็นสัญลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ย่อมาจากชื่อของผู้ก่อตั้ง Thomas Burberry ช่วยดันให้ลายนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่น่าจดจำและประทับความเป็น DNA
เราเชื่อว่าผู้ชายเกือบทุกคนต่างชื่นชอบรองเท้าไม่มากก็น้อยและความชอบที่แตกต่างก็ทำให้เราเลือกซื้อรองเท้าที่มีโมเดลและดีไซน์แตกต่างกันไป รวมไปถึงเรื่องสีที่รักเป็นพิเศษก็เป็นอีกเหตุผลสำคัญในการตัดสินใจซื้อ รองเท้าสีขาวล้วน คือหนึ่งในเฉดสีที่ผู้คนนิยมมาตลอดทุกยุคสมัยเพราะความสะอาดเนียนตาทำให้สามารถแมทช์ได้กับทุกชุด แถมเวลา On-Foot ก็โดดเด่นน่ามอง ขณะเดียวกันตลาดรองเท้าในไตรมาสที่สองของปีนี้หลายค่ายก็ปล่อยรองเท้าสีขาวล้วนออกมาไม่ยั้ง วันนี้ UNLOCKMEN จึงอยากแนะนำคู่ที่น่าสนใจเพื่อให้แต่ละคนใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนจะคว้าสักคู่มาครอบครอง Nike Air Max2 “Triple White” เริ่มกันที่โมเดล Air Max2 ที่ค่าย Swoosh หยิบมาปัดฝุ่นผลิตอีกครั้ง หลังจากเริ่มผลิตเป็นครั้งแรกในปี 1994 โดยก่อนหน้านี้Air Max2 มีเฉดสีหลากหลาย ก่อนจะมาถึง “Triple White” ที่ต้องถูกใจหนุ่ม ๆ ผู้หลงใหลสไตล์ Chunky อย่างแน่นอน โดยสีขาวที่เคลือบทั้งส่วนอัปเปอร์และโซล รวมถึงก้อนแอร์ตรงส่วนท้ายที่ใสไร้สีซึ่งเข้ากันได้ดีกับรูปทรงสุดไฮป์ของมัน GmbH x ASICS GEL-Kayano 5 เอาใจหนุ่ม ๆ สายวิ่งกันบ้างด้วย ASICS Gel-Kayano 5 รองเท้าวิ่งในตำนานจากยุค 90 ที่ไปถูกตาต้องใจแบรนด์อย่าง GmbH จนเกิดงานคอลแลปส์คู่นี้ขึ้นมา รูปทรงและลวดลายที่ดูโฉบเฉี่ยวจากส่วนอัปเปอร์ที่ขึ้นรูปชั้นแรกด้วยผ้าทอ ก่อนหุ้มอีกชั้นด้วยหนัง ปิดท้ายด้วยการใช้ไนลอนสังเคราะห์พาดทับ
เมื่อโลกแห่งนาฬิกาและ ไอคอนแห่งสตรีทแวร์มาเจอกัน SWATCH (สวอท์ช) และ BAPE® (เบป) เดินทางมาเจอกันทั้งที กับผลงาน Collaboration ล่าสุดที่จัดงานเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ระดับ Global Launch ณ เมือง Tokyo ประเทศญี่ปุ่นบ้านเกิดของ BAPE นั่นเอง ซึ่งงานนี้ไม่ได้มีแต่สื่อนาฬิกาเพียงอย่างเดียว ยังเต็มไปด้วยแขก VIP สาย Street Fashion ที่เดินทางเป็นตัวแทนประเทศจากทั่วโลกเข้าร่วม แน่นอนว่า UNLOCKMEN ไม่มีทางพลาดที่จะเข้าไปสัมผัสบรรยากาศการเปิดตัวนาฬิกา “ต้องมี” ทั้ง 6 เรือนอย่างแน่นอน ภายในงานที่จัดอย่างสุด Creative ถึงขั้นปิด 6 ร้านและผับสุดคูลทั่วโตเกียวเพื่อสื่อให้เห็นถึง Concept ของนาฬิกาแต่ละเมืองภายใต้ลวดลาย Camo ของ BAPE ในคอลเลคชั่นสุดพิเศษที่ได้แรงบันดาลใจมาจากโลกในยุคปัจจุบันที่ทุกคนเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน ผ่านนาฬิกา 6 รุ่น ได้แก่ Bern, London, New York , Paris, Tokyo
เป็นเวลากว่า 35 ปี แล้วนับตั้งแต่วันที่ภาพยนตร์แอ็กชันแฟนตาซีคอมเมดี้อย่าง Ghostbusters ออกฉายครั้งแรกเมื่อปี 1984 ในชื่อภาษาไทยว่า บริษัทกำจัดผี ที่มีภาคต่อและถูกรีบูทอีกหลายครั้ง และในปี 2019 ก็เวียนมาถึงวันครบรอบกการสร้างอีกครั้ง จึงทำให้แบรนด์แฟชั่นสตรีตชื่อดังอย่าง BAPE ออกคอลเลกชันพิเศษเพื่อหนังเรื่องนี้โดยเฉพาะ BAPE หรือ A Bathing Ape เริ่มต้นจากร้านเล็ก ๆ ในย่านฮาราจูกุใจกลางกรุงโตเกียว มีเอกลักษณ์โดดเด่นขึ้นมาด้วยเสื้อผ้าเป็นที่ถูกอกถูกใจเหล่าผู้ชายสายสตรีตไปจนถึงเซเลปชื่อดัง ด้วยคอนเซ็ปต์สุดเท่กับโลโก้กอริลลาจากเรื่อง Planet of the Apes เรื่องราวของอาณาจักรลิงบนดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง เราจึงมักเห็นลิงตัวเล็ก ๆ ที่เรียกว่า Baby Milo อยู่บนผลงานอยู่เสมอ แถมเจ้าลิงน้อยยังได้ขยายออกมาเป็นแบรนด์ย่อยของ BAPE อีกด้วย แฟชั่นไอเทมในคอลเลกชันนี้จะเน้นไปที่เสื้อเป็นหลัก โดยจะมีเสื้อยืดสองสีคือสีขาวและสีดำ สกรีนลายตัวการ์ตูนที่เป็นโลโก้ของบริษัทกำจัดผีประทับอยู่ตรงกลางเสื้อ ซึ่งเสื้อแต่ละตัวจะมีลวดลายที่แตกต่างกันไป บางตัวเป็นลายเจ้าผีตัวใหญ่ ๆ แต่บางตัวก็จะเป็นรูปแก๊ง Baby Milo กำลังขับรถเพื่อไปปราบผี ส่วนด้านหลังก็แปะชื่อภาพยนตร์ Ghostbusters เอาไว้ด้วยสีตรงข้าม ส่งให้ตัวอักษรชัดเจนขึ้น ไม่ใช่แค่เสื้อยืดเท่านั้นที่บอกเล่าเรื่องราวของ
หนุ่ม ๆ ที่เป็นแฟนเพลงของวง The Who เตรียมตัวเสียเงินกันได้เลย เพราะแบรนด์รองเท้าอย่าง Dr.Martens เตรียมปล่อยแคปซูล Fall/Winter 2019 ที่ภายในคอลเลกชันประกอบไปด้วยรองเท้า 5 คู่ที่ได้แรงบันดาลใจการออกแบบมาจากวงร็อกสุดเก๋าจากประเทศอังกฤษ The Who สุดยอดวงดนตรีระดับตำนานของ 4 หนุ่มจากกรุงลอนดอนซึ่งตั้งขึ้นเมื่อปี 1964 และประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นด้วยผลงาน 12 สตูดิโออัลบั้ม แม้ว่าพวกเขาต้องสูญเสียสมาชิกวงอย่าง Keith Moon ไปในปี 1978 และ John Entwistle ในปี 2002 แต่ผู้คนยังจำความสำเร็จที่พวกเขาเคยสร้างไว้ในยุคสมัยแห่งความรุ่งเรืองได้ นอกจากนั้นภาพลักษณ์ของวงยังทำให้หนุ่ม ๆ ชาวอังกฤษหันมาสนใจ Sub-Culture ที่เรียกกันว่า Mod อีกด้วย ทั้งหมดนั้นทำให้แบรนด์รองเท้าอย่าง Dr.Martens เลือกหยิบยกความยิ่งใหญ่ของพวกเขามาถ่ายทอดสู่รองเท้าของตัวเองโดยคอลเลกชันนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากรูปภาพสุดเก๋าในปี 1967 ตอนที่ Pete Townshend มือกีตาร์ของวงเลือกสวม Dr.Martens 1460 Boots รองเท้ารุ่น Iconic ขึ้นไปโชว์ลวดลายอยู่บนเวทีคอนเสิร์ต ภายในคอลเลกชันประกอบไปด้วยรองเท้าทั้งหมด 5
หลังจากไม่ได้ร่วมงานคอลแลปส์รองเท้ามาช่วงหนึ่ง ดูเหมือนแบรนด์สตรีตอย่าง Palace จะทนรอปล่อยของไม่ไหวอีกต่อไป ล่าสุดพวกเขาเพิ่งปล่อยภาพรองเท้าซึ่งเป็นผลงานร่วมกับค่ายกีฬาสุดเก๋าอย่าง Adidas Originals Palace x Adidas Original งานคอลแลปส์ชุดล่าสุดเลือกใช้ Superstar โมเดลรองเท้าสุด Iconic มาถ่ายทอดไอเดียโดยผลิตออกมาทั้งหมด 3 สีด้วยกันคือ Black White และ Neon ให้เลือกสีตามสไตล์ที่ชอบ มีทั้งเรียบหรูและฉูดฉาดบาดตา เรียกว่าต้องถูกใจหนุ่ม ๆ สาวกค่ายสามขีดและชาวสตรีตทั่วโลกกันแน่นอน Palace x Adidas Originals Superstar ทั้งสามคู่ถูกออกแบบมาอย่างลงตัว ทั้งปรับเปลี่ยนวัสดุ วางและเลือกใช้สัญลักษณ์อย่างพิถีพิถัน เริ่มจากส่วน Upper ที่เลือกหนังคุณภาพสูงมาใช้งาน ด้านข้างของตัวรองเท้าวางด้วยลวดลาย 3 ขีด รวมถึงการเจาะรูเล็ก ๆ เรียงเป็นแพตเทิร์นและปักคำว่า Palace สีทองไว้ที่ส่วนข้างเท้าด้านนอก จุดเปลี่ยนเด่น ๆ คือลิ้นรองเท้าที่มีป้ายพิเศษประจำรุ่น รวมถึงมีโลโก้ของ Palace และ Adidas วางไว้ในกรอบเดียวกันทับสัญลักษณ์รูปคน ด้านล่างสกรีนคำว่า “Das Logo Mit 3
ไม่นานมานี้ Vans ออกรองเท้าคอลเลกชันพิเศษ Harry Potter เอาใจผู้ชื่นชอบเรื่องราวของโลกเวทมนตร์ และหลังจากที่ปล่อยข่าวออกมาได้เกือบเดือนและเหล่ามักเกิ้ลก็คาดเดาวันวางจำหน่ายรองเท้าคอลเลกชันนี้กันไปต่าง ๆ นานา บ้างก็เดาว่าจะวางจำหน่ายในวันที่ 31 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันเกิดของ J.K.Rowling และ Harry Potter แต่แท้จริงแล้ววันวางขายรองเท้าไม่ไกลอย่างที่คิด รองเท้า Sk8-Hi หุ้มข้อสีแดงลายทางสลับสีทอง ตัวแทนของสิงห์คำรามแห่งบ้านกริฟฟินดอร์ สีแดงและสีทองที่เข้ากันถูกตัดด้วยยางสีขาวตรงพื้นรองเท้า รวมถึงสีดำบริเวณด้านหน้าและรายละเอียดเล็ก ๆ ตรงด้านหลัง ประกอบกับเชือกรองเท้าสีดำที่เพิ่มความรู้สึกมั่นคง กล้าหาญตามแบบกริฟฟินดอร์ ตรงลิ้นรองเท้าและด้านข้างของสนีกเกอร์ก็ไม่ลืมประทับตราสัญลักษณ์ราชสีห์คำรามเอาไว้ด้วย เมื่อมีเรื่องราวของบ้านกริฟฟินดอร์แล้วก็ต้องตามมาด้วยบ้านสลิธีรินผู้เป็นคู่กัดตลอดกาล ในครั้งนี้ Vans หยิบสัตว์ร้ายในตำนานที่เป็นสัญลักษณ์ของบ้านสลิธีรีนอย่างบาซิลิสก์ที่อาศัยอยู่ในห้องแห่งความลับมาเป็นตัวชูโรงให้กับรองเท้าผ้าใบ หนังสีดำบริเวณด้านหน้าและบริเวณส้นรองเท้าด้านหลังถูกออกแบบให้คล้ายกับเกล็ดงู ส่วนตรงกลางใช้สีเขียวซึ่งเป็นสีประจำบ้านสลิธิรีนมาทำลวดลายคล้ายกับหนังของสัตว์เลื้อยคลาน และตัดสีเขียวด้วยเชือกรองเท้าสีดำที่มาพร้อมกับตราสัญลักษณ์บ้านสลิธีรินตรงลิ้นรองเท้า บ้านฮัฟเฟิลพัฟจะมากับรองเท้ารุ่น Classic Slip-On ด้วยดีไซน์และสีอาจทำให้บางคนอาจมองว่าเรียบเกินไป แต่ด้วยความเรียบจะทำให้ตราสัญลักษณ์ตัวแบดเจอร์ตรงกลางรองเท้าโดดเด่นยิ่งขึ้น อีกทั้งสีสุดคลาสสิกอย่างสีดำและสีเหลืองที่เป็นสีประจำบ้านของฮัฟเฟิลพัฟ ส่งให้รองเท้าเล่าคุณสมบัติของเด็กฮัฟเฟิลพัฟไปในตัว เพราะเด็ก ๆ ในบ้านนี้ก็เก่งกาจมากความสามารถไม่แพ้ใครแต่จะไม่ทำตัวโดดเด่นและป่าวประกาศให้คนอื่นรู้ว่าฉันน่ะเจ๋ง เรเวนคลอที่โดดเด่นเรื่องไหวพริบและมันสมองที่หลักแหลม กับประโยคคำขวัญบอกตัวตนอย่าง เชาวน์ปัญญาเหนือคณานับ คือขุมทรัพย์มหาศาล ที่บอกให้รู้เลยว่าสติปัญญาคือสิ่งที่เด็ก ๆ บ้านเรเวนคลอจะต้องมีมากกว่าคนอื่น เรื่องราวและสีประจำบ้านที่เปรียบเหมือนตัวแทนความเฉลียวฉลาดของฮอกวอตส์จึงอยู่บนรองเท้ารุ่น Authentic
แบรนด์กีฬายักษ์ใหญ่อย่าง Nike ยังให้ความสำคัญกับแคมเปญด้านสิทธิมนุษยชนต่อเนื่องโดยเฉพาะการสนับสนุนกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศหรือ LGBTQ โดยล่าสุดพวกเขาเลือกแสดงออกผ่านคอลเลกชันใหม่ในชื่อ BETURE ซึ่งสร้างขึ้นมาเพื่อให้เกียรติแก่ผู้คิดค้น TheRainbow Flag 100 เปอร์เซ็นต์คือคะแนนที่ทาง Nike ได้จากการทำแคมเปญด้านสิทธิมนุษยชนมาตลอดช่วงระยะเวลา 17 ปี ทั้งยังสนับสนุนองค์กร LGBTQ มากกว่า 20 แห่งและนับตั้งแต่ปี 2012 พวกเขามอบเงินสนับสนุนต่อมูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศไปกว่า 3.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 112,000,000 ล้านบาทผ่านทาง Charities Aid Foundation of America อย่างไรก็ตามแคมเปญทั้งหมดไม่ได้หยุดอยู่แค่เพียงการบริจาคเท่านั้น เมื่อค่าย Swoosh ตัดสินใจปล่อยคอลเลกชัน BETURE 2019 โดยไอเทมทุกชิ้นแต่งแต้มด้วยสีสันจาก Rainbow Flag ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ในการเคลื่อนไหวของ LGBTQ มาอย่างยาวนาน แคปซูลดังกล่าวพวกเขาตั้งใจทำออกมาเพื่อให้เกียรติกับ Gilbert Baker ศิลปินผู้สร้างสรรค์และริเริ่มใช้ Rainbow Flag เป็นตั้งแรกตั้งแต่ปี 1978 จนกลายสัญลักษณ์ในการแสดงออกของกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศมายาวนานกว่า 40 ปี BETRUE ประกอบไปด้วย 4


