ถ้าพูดถึงชื่อของค่ายรถอย่าง Porsche ภาพแรกที่ผู้ชายอย่างเรานึกถึงอาจเป็นรถยนต์รุ่น Iconic ของค่ายอย่าง 911 แต่สำหรับแฟนเดนตายแล้ว พวกเขายังมีรถอีกโมเดลซึ่งเป็นเหมือนกันบรรพบุรุษรวมถึงเป็นรถคลาสสิกรุ่นสำคัญที่มีส่วนสำคัญที่สร้างความยิ่งใหญ่ให้ Porsche โดยหลายคนรู้จักมันในชื่อ Porsche 356 Porsche 356 ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี 1948 จากค่าย Porsche Konstruktionen GesmbH ซึ่งถือเป็นตัวเก๋าที่ถูกผลิตออกมาในหลากหลายโมเดลไม่ว่าจะเป็น Coupe, Roadster และ Convertible โดยเป็นรถยนต์ที่มีเครื่องวางหลังและระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ที่ต่อมาประสบความสำเร็จในสายมอเตอร์สปอร์ตของช่วงเวลานั้นไว้มากมาย จนทำให้มันกลายมาเป็นรุ่นสุดคลาสสิกที่แฟน Porsche ทั้งหลายต้องการครอบครองมาจนถึงปัจจุบัน และล่าสุดมันก็ถูกนำมาดัดแปลงใหม่อีกครั้งพร้อมระบบขับเคลื่อนใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน Emory Motorsports ค่ายปรับแต่งและดัดแปลงรถยนต์ ผู้ฝากผลงานไว้มากมายกับการ Custom โมเดลยอดนิยมต่าง ๆ จากค่าย Porsche โดยผลงานชิ้นล่าสุดของพวกเขาถูกเรียกว่าโปรเจกต์ Allrad ซึ่งเป็นส่วนผสมของรุ่นคลาสสิกอย่าง 356 Coupe เข้ากับแชสซีส์ 911 จนออกมาเป็น Porsche 356 ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนแบบ AWD (All-Wheel-Drive) เป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งหลายคนคงทราบกันดีกว่าระบบขับเคลื่อนดังกล่าวจะมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเรื่องการแบ่งกำลังไปยังล้อต่าง ๆ
เชื่อว่าในตอนนี้ทุกคนน่าจะลืมไปเลยว่าเมื่อคืนมีเกมระหว่าง Manchester United กับ Liverpool ที่ดูจากรูปเกมแล้วน่าจะเป็น ‘แดงกร่อย’ หรือ ‘แดงเจ็บ’ มากกว่าจะเป็น ‘แดงเดือด’ นอกจากจะไม่มีอะไรน่าจดจำตลอด 90 นาทีแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นในเกมคู่ดึก ซึ่งเป็นนัดชิงชนะเลิศศึก Carabao Cup (League Cup) ระหว่างเรือใบสีฟ้า Manchester City กับสิงโตน้ำเงินคราม Chelsea นั้นร้อนแรงเสียจนโลกลูกหนังต้องหยุดหมุน แล้วหันมาพูดถึงเหตุการณ์ดังกล่าวโดยพร้อมเพียงกัน นัดชิงชนะเลิศจบลงด้วยผลเสมอ 0-0 ใน 120 นาที ก่อนที่ Manchester City จะใช้ความเยือกเย็นเอาชนะไปได้ด้วยการดวลจุดโทษ โดยรวมก็ถือว่าเป็นเกมที่ดีเกมหนึ่ง ถ้าไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ในขณะที่เกมกำลังเข้าสู่ช่วงท้าย จิตใจทุกคนจดจ่อกับการดวลจุดโทษที่อาจจะเกิดขึ้น อยู่ ๆ Kepa Arrizabalaga ผู้รักษาประตูเลือดกระทิงดุของทีม Chelsea เจ้าของค่าตัวสถิติโลกก็เกิดอาการบาดเจ็บ (จากการสันนิษฐานของสื่อหลายสำนักคาดว่าเกิดอาการตะคริวขึ้นหรือไม่ก็แกล้งเจ็บเพื่อเผาเวลา) Maurizio Sarri ผู้จัดการทีม Chelsea จึงตัดสินใจส่งสัญญาณขอเปลี่ยนตัว โดยให้ Willy Caballero ผู้รักษาประตูมือ 2 ไปเตรียมตัวสแตนด์บาย (หลายฝ่ายให้ความเห็นว่าต่อให้ Kepa
ท่ามกลางอนิเมะมากมายใน Netflix ‘Kakegurui’หรือในชื่อไทย ‘โคตรเซียนโรงเรียนพนัน’ ผลงานของอาจารย์ โฮมูระ คาวาโมโตะ กับอาจารย์ โทรุ นาโอะมูระ คือหนึ่งในเรื่องที่มีความโดดเด่นและเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากที่สุด ไม่ว่าจะด้วยพล็อตแปลกใหม่ไม่ซ้ำกับใคร ฉีกขนบเนื้อเรื่องแนวโรงเรียนแบบเดิม ๆ อย่างไม่มีชิ้นดี งานภาพโดดเด่นหวือหวา ฉูดฉาดเร้าอารมณ์ นอกจากนั้นการออกแบบตัวละครก็ทำได้ยอดเยี่ยม ทุกตัวละครมีมิติในตัวเอง จนทำให้คนดูอย่างเราทั้งรักทั้งเกลียดได้อย่างประหลาด โดยรวมแล้ว Kakegurui คืออนิเมะชั้นเลิศที่สมควรหามาดูด้วยประกาศทั้งปวง และไม่ใช่แค่ความบันเทิงเท่านั้นที่จะได้รับ ภายใต้เรื่องราวของโรงเรียนที่เต็มไปด้วยการพนันแห่งนี้ยังแฝงประเด็นที่น่าสนใจเอาไว้มากมาย ซึ่งในวันนี้เราจะมาพูดถึงมันกัน เอาล่ะ ไปเล่นการพนันแบบหลุดโลกกันเถอะ! ในโลกจำลองที่การพนันคือทุกสิ่ง เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ยูเมโกะ จาบามิ เด็กสาวลึกลับได้ย้ายเข้ามาเรียนในโรงเรียนเอกชน เฮียคคะโอ ในช่วงกลางเทอม ซึ่งถ้าจะอธิบายโรงเรียนแห่งนี้ให้เข้าใจได้ง่าย ๆ มันคือโรงเรียนคนรวย ที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เต็มไปด้วยลูกคนใหญ่คนโตของประเทศญี่ปุ่น และนอกจากการเป็นโรงเรียนสำหรับชนชั้นสูงแล้ว ความพิเศษอีกอย่างของเฮียคคะโอที่ไม่มีที่ไหนเหมือนคือที่นี่ตัดสินทุกอย่างด้วย ‘การพนัน’ เนื่องจากโรงเรียนนี้เต็มไปด้วยเหล่าลูกคนรวย ดังนั้นเงินคือทุกอย่าง ชนชั้นสถานะของนักเรียนทุกคนถูกกำหนดด้วยเงิน ไม่ใช่หน้าตา ผลการเรียน หรือกีฬา ยิ่งไปกว่านั้นผู้ที่มีอำนาจสูงสุดของโรงเรียนกลับไม่ใช่ผู้อำนวยการ แต่คือเหล่าคณะกรรมการนักเรียนที่มั่งคั่งด้วยเงินตราและฝีมือด้านการเล่นพนัน เมื่อคุณไม่มีเงิน คุณก็ต้องเล่นพนันเพื่อให้ได้มันมา! เด็กใหม่อย่างยูเมโกะ จาบามิรู้สึกยังไงกับกฎประหลาดของโรงเรียนนี้? ทุกคนต่างคิดว่าเธอจะเป็นปลาเล็กให้เหล่าเซียนพนันในโรงเรียนงาบได้แบบสบาย ๆ แต่ผิดคาด เพราะแท้จริงแล้วยูเมโกะคือคนที่บ้าการพนันยิ่งกว่าใคร และฝีมือเธอก็ยอดเยี่ยมเสียจนสามารถทำให้โลกการพนันของเฮียคคะโอต้องปั่นป่วนหลังจากเข้ามาเพียงไม่กี่วัน ไม่มีเงินก็จงกลายเป็นสัตว์เลี้ยง ไม่ใช่แค่ความสนุก แต่ Kakegurui
‘การเดินทาง’ และ ‘การผจญภัย’ คือส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่ผู้ชายอย่างเราจะขาดไม่ได้ ถือเป็นบทเรียนล้ำค่าที่สอนให้รู้จักชีวิตมากขึ้น แต่การออกเดินทางโดยปราศจากอุปกรณ์เอาตัวรอดก็เหมือนการออกรบโดยปราศจากอาวุธ ใช่ เรากำลังหมายถึง ‘มีดพก’ อุปกรณ์สำคัญสำหรับนักเดินทางที่ถึงจะดูเรียบง่ายแต่ก็มากด้วยประโยชน์ และไม่ว่าอยู่สถานการณ์ใดมันคือสิ่งที่จะช่วยชีวิตเราได้ในยามคับขัน แค่เห็นรูปลักษณ์ภายนอกก็น่าจะรู้แล้วว่า ‘The Quickie Karambit’ มีดพกเอนกประสงค์ขนาดจิ๋วที่เรานำมาเสนอในวันนี้แตกต่างจากมีดพกทั่วไปโดยสิ้นเชิง ด้วยการออกแบบของ TOPS Knives ที่เปลี่ยนแปลงด้ามจับและใบมีดขนาดใหญ่ให้กลายเป็นความแหลมคมขนาดจิ๋ว มาพร้อมกับรูสำหรับสอดใส่นิ้วมือเพื่อการจับที่กระชับยิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังสบายมือกว่ามีดพกทั่วไป เพราะผู้ออกแบบตั้งใจให้ผู้ใช้รู้สึกเหมือนกำลังสวมแหวนอยู่ ‘จิ๋วแต่แจ๋ว’ คือนิยามของ The Quickie Karambit และถึงมันจะกะทัดรัดแต่ก็มีครบทุกอย่างที่ผู้ชายสายลุยอย่างเราต้องการ ไม่ว่าจะเป็นใบมีดแหลมคมทั้ง 2 ด้าน ความสะดวกในการพกพา รูปทรงแปลกประหลาดที่สามารถประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย จึงทำให้ The Quickie Karambit คือมีดพกที่ควรมีติดตัวก่อนเริ่มออกเดินทาง มีดทรง Karambit ถูกคิดค้นขึ้นครั้งแรกในสุมาตราตะวันตก โดยได้รับแรงบันดาลใจจากกรงเล็บของเสือ เช่นเดียวกับอุปกรณ์ส่วนใหญ่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในตอนแรกมันถูกออกแบบขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์ในการปลูกและนวดข้าว ก่อนที่ต่อมาจะถูกประยุกต์ให้กลายเป็นอาวุธป้องกันตัวจากสัตว์ป่านักล่าหรือผู้ไม่หวังดี Karambit สมัยใหม่ถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่อุปกรณ์แบบ EDC ซึ่งเน้นประโยชน์ในการตัดหรือหั่นสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง แน่นอนว่า Quickie Karambit ก็เช่นเดียวกัน มันเหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้งทุกรูปแบบ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ นอกจากนั้นยังมีปลอกหนังไว้ห่อหุ้มเมื่อไม่ใช้งาน ด้วยราคาเพียง 70 เหรียญหรือประมาณ 2,000 บาท ไม่แพงเกินไปเลยสำหรับอุปกรณ์สารพัดประโยชน์เช่นนี้ รับรองว่าทุกทริปทุกการผจญภัยของคุณจะสะดวกและสนุกยิ่งขึ้นแน่นอน
เราอาจจะโฟกัสการใช้ชีวิตแบบเดิม ๆ ทำอะไรแบบเดิม ๆ ไปที่ความน่าเบื่อของกิจวัตรประจำวัน ที่ทำอะไรซ้ำซาก หรือการไม่ก้าวออกมาจาก Comfort Zone ว่าไม่เติบโต แต่อย่าลืมว่าภายใต้เรื่องน่าเบื่อ อย่างการทำอะไรแบบเดิม ๆ เหล่านั้น มีพิษร้ายที่แฝงอยู่และทำร้ายตัวเราอย่างคาดไม่ถึง โดยเฉพาะนิสัยเสียเดิม ๆ ที่เราทำซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่ว่าจะทำเพราะความเคยชิน หรือทำเพราะไม่รู้ว่ามันคือนิสัยร้าย ๆ ผลลัพธ์มันก็ออกมาแย่อยู่ดี UNLOCKMEN ขอช่วยหนุ่ม ๆ มาปลดนิสัยร้าย ๆ ที่ล้วนเป็นเรื่องใกล้ตัวออกไปจากตัวเอง แล้วมาก้าวไปข้างหน้ากับนิสัยแบบใหม่ ในร่าง Better Me พึ่งพาคนอื่นมากเกินไป ด้วยสัญชาตญาณของสัตว์สังคมอย่างมนุษย์เรา เมื่อเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา เรามักจะวิ่งหาใครสักคนที่พอจะช่วยเราได้ ลองนึกถึงวินาทีที่ได้เล่าความกังวลที่แบกเอาไว้ให้ใครสักคนฟังดูสิ มันคงช่วยให้เราสบายใจขึ้น แต่อย่าลืมว่ามันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาให้เราเลย เราอาจจะเล่าปัญหาให้ใครสักคนฟังเพื่อระบาย เพื่อสร้างความมั่นใจ ให้กับคำตอบหรือทางออกของตัวเอง แต่นั่นแหละ ต่างคนต่างวาระ เราอย่าเพิ่งเอาทางออกจากคนอื่นมาใช้กับปัญหาของตัวเอง เพราะไม้บรรทัดเดียวมันไม่สามารถใช้กับทุกอย่างได้ บางคนชอบคิดแทนคุณด้วยการแก้ปัญหาในแบบของเขา แม้มันจะได้ผลสำหรับเขา แต่มันไม่ได้การันตีผลลัพธ์เมื่อเอามาใช้กับปัญหาของคุณ เอาเป็นว่าเลือกที่จะเล่า ระบาย บอกกล่าว แทนการให้คนอื่นแก้ปัญหาให้จะดีกว่า Be Positive
ความรัก–ความสัมพันธ์ตัดสินได้ง่ายเสมอเมื่อเป็นเรื่องของคนอื่น แต่เมื่อใดก็ตามที่เรากระโจนเข้าใส่มันด้วยตัวเองแล้ว ร้อยทั้งร้อยมักไม่อาจใช้มาตรวัดเดิม ๆ ที่เคยใช้ชี้วัดตัดสินคนอื่นมาใช้กับความรู้สึกของตัวเองได้ เพราะความรักมักเป็นเช่นนั้น เช่นที่ซับซ้อน เพ้อคลั่ง ชวนให้ดำดิ่งลงไปสู่บางห้วงแห่งชีวิตที่เราจินตนาการไม่ออกว่าจะต้องมาพบเจอ บางครั้งรักหวาน แต่บางคราวรักก็ขมแสนขมและเรายังเลือกดื่มกินมันต่อไป ความรัก–ความสัมพันธ์จึงซับซ้อนเสมอ และง่ายที่จะบอกว่าผิดจากมุมของคนข้างนอก แม้หลายครั้งสถานการณ์ความรักสุดซับซ้อนจะปวดเจ็บยิ่งกว่านิยาย แต่ในฐานะผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่เคยสัมผัสรสชาติหวานหอมแห่งความรัก เราจึงอยากชวนทุกคนมาดำดิ่งลงไปในรสชาติขมขื่นกับหนังสือ 6 เล่มที่ว่าด้วยความสัมพันธ์สุดซับซ้อนที่ยิ่งอ่านก็ยิ่งขม แต่ก็ยิ่งเข้าใจและอาจยิ่งต้องบอกตัวเองให้หนัก ๆ ว่าโปรดจงอย่าพาตัวเองและคนที่เรารักไปสู่จุดขมแสนขมนั้นของความสัมพันธ์ จากดวงจันทร์ จากดวงจันทร์ แปลจากหนังสือ: Mal di pietre ผู้เขียน: Milena Agus ผู้แปล: นันธวรรณ์ ชาญประเสริฐ สำนักพิมพ์: อ่านอิตาลี เรื่องราวของหญิงสาวผู้เพ้อคลั่งกับความรักจนได้รับการขนานนามว่ามาจากที่สักแห่งไกลแสนไกลอย่างดวงจันทร์ ถึงอย่างนั้นเมื่อมีชายผู้ยินยอมมอบความรักให้เธอ เรื่องกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด ใช่ เพราะความรักไม่เคยเป็นเรื่องง่าย นี่จึงเป็นเรื่องราวของหญิงสาวผู้อยากถูกรักและได้รับรักจากผู้ชายคนหนึ่ง แต่ขณะเดียวกันเธอกลับหลงใหลเพ้อคลั่งถึงความรักกับคนอื่นที่ไม่อาจครอบครอง เนื้อเรื่องเรียบเรื่อยล่องลอย ไม่ใช่การคบซ้อนที่หวือหวา แต่ซับซ้อนด้วยอารมณ์ ความรู้สึกและจินตนาการของหญิงสาว ที่เราไม่อาจตัดสินได้ว่าสิ่งใดถูก สิ่งใดผิด หรือแม้แต่สิ่งใดกันแน่ที่จริง ? เพราะความรักเป็นแบบนั้น มันง่ายที่จะตัดสินจากมุมอื่น แต่เมื่อมันอยู่ตรงหน้าเรา กลับพร่าเลือนวูบไหวราวกับทะเลคลั่งในคืนที่แสงจันทร์ไม่เป็นใจ ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย
วินาทีแห่งความเป็นความตาย สร้างความระทึกให้เราได้เสมอ ความเจ็บปวดของชีวิตที่ต้องแขวนอยู่บนเส้นยาแดงผ่าแปด ความหวังของคนรอ และความกดดันของทีมแพทย์ ทุกฝ่ายต่างแบกรับความรู้สึกหนักอึ้งบนไหล่ตัวเองกันทั้งนั้น หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบเรื่องราวของชีวิต ร่างกาย โรคภัย และความตาย เราขอชวนมาดู 5 ซีรีส์การแพทย์หลากหลายแนว ทั้งพีเรียด ดราม่า คอมเมดี้ หรือแม้แต่โรแมนติก ให้เราได้เลือกตามสไตล์ที่ใช่ แต่ยังคงดำเนินเรื่องด้วยวงการแพทย์อยู่ The Alienist (2018) เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเอเลี่ยน สิ่งมีชีวิตในอีกกาแล็กซี่แต่อย่างใด แต่หมายถึงผู้เชี่ยวชาญที่มีหน้าที่ดูแลผู้ป่วยทางจิตซึ่งในยุคสมัยหนึ่งถูกมองว่าเป็นเรื่องแปลกแยกและเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องราวของความหมายนั้น เรื่องราวของ Dr.Kreizler (Daniel Brühl) ผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็น Alienist กับคู่หูนักวาดภาพประกอบฝีมือเยี่ยมอย่าง John Moore (Luke Evans) ที่มาช่วยเขาไขความลับของคดีฆาตกรรมเด็กชายขายบริการ แม้จะฟังดูเหมือนเรื่องราวการสืบสวนทั่วไป แต่บรรยากาศ ความสมจริงของศพ ความเลือดสาดที่โผล่ออกมาให้ชวนอ้วกเป็นระยะ ยิ่งบีบให้เรื่องนี้ตึงเครียดมากกว่าเดิม แม้ว่าจะไม่ได้เป็นการแพทย์ในโรงพยาบาลโดยตรง แต่การไขปริศนาของเรื่องยังใช้ความรู้ทางการแพทย์แบบเต็มเปี่ยม บอกเลยว่าเป็นอีกเรื่องที่โปรดักชั่นสวยงามคุ้มค่าการอดนอนเสียจริง House M.D. สารพัดเคสผู้ป่วยอาการประหลาด ที่ทุกแผนกไม่สามารถรับมือได้ไหว หรือหาสาเหตุไม่เจอ จะตกมาอยู่ภายใต้การดูแลของ Dr. Gregory House (Hugh Laurie) หมอที่จะทำให้เราโยนภาพของหมอแบบเดิม ๆ ทิ้งไป
ไม่ว่าคุณจะเป็นเด็กมัธยมปลายที่กำลังไปเรียนพิเศษ เป็นหนุ่มมหาวิทยาลัยที่กำลังหัวหมุนกับการสอบไฟนอล หรือหนุ่มออฟฟิศที่กำลังเหนื่อยล้า เมื่อถึงวันหยุดประจำ ไม่ว่าจะเป็นเสาร์อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือวันหยุดพิเศษใด ๆ ล้วนแต่ทำให้เราลุกขึ้นส่งเสียงเฮดัง ๆ ให้กับการปลดเปลื้องความเหนื่อยล้าที่เกาะหลังเรามาทั้งสัปดาห์ แต่ใช่ว่าถึงเวลาจริง เราจะใช้มันได้คุ้มค่าอย่างที่คิดไว้ หลายครั้งถึงวันหยุด กลับมีเรื่องราววุ่นวายให้ต้องทำ จนลืมไปเลยว่านี่วันหยุด นึกว่าวันทำงานที่เปลี่ยนโลเกชั่นเฉย ๆ หากคุณคือหนึ่งในคนที่รู้สึกว่าใช้วันพักผ่อนของตัวเองไม่คุ้มเอาเสียเลย UNLOCKMEN ขอแนะนำ 5 เทคนิคดี ๆ ที่จะเนรมิตวันหยุดให้มันกลายเป็นวันหยุดที่คุ้มค่า จนรู้สึกได้ว่า นี่สิวะ! การพักผ่อนที่แท้จริง หลับแล้วต้องลึก การได้นอนมันคือสวรรค์สำหรับคนที่เหนื่อยกับชีวิตประจำวัน เพราะมันคือช่วงเวลาที่เราไม่ต้องคิดอะไรมากมาย ชาร์จแบตให้ตัวเองสำหรับวันต่อไป อย่างไรก็ตามการนอนของเรา แม้เราจะรู้สึกว่าเราหลับแล้ว แต่มันอาจจะไม่ได้เข้าสู่ Stage ที่ลึกมากพอที่ให้ร่างกายได้พักผ่อนจริง ๆ ก็ได้ รวมถึงเวลาการนอนอันน้อยนิด การอดหลับอดนอน ของคนบ้างาน ก็ยังคงเป็นปัญหาที่เราไม่ได้มองข้าม แต่มันอาจแก้ไม่ได้เพราะงานที่ค้างมันบังคับ สภาพแวดล้อมของห้องนอนเป็นอีกสิ่งสำคัญที่เรามองข้าม อุณหภูมิที่เหมาะสม ห้องที่ไม่มีแสงลอดเข้ามาให้กวนใจ ถึงจะส่งผลให้การนอนของเรามีประสิทธิภาพ อีกอย่างคืออารมณ์ของเราก่อนนอน ที่ควร Relax ให้มาก ไม่เอาเรื่องเครียด ๆ มาคิดก่อนนอนจนเก็บเอาไปฝัน ไม่งั้นก็เหมือนได้ทำงานทั้งกลางวันและกลางคืนเลยล่ะ
บทความนี้เหมาะสำหรับผู้มีความรู้พื้นฐานในเกมโป๊กเกอร์ ในบรรดาเกมการพนันมากมายในโลก ‘โป๊กเกอร์’ ดูจะมีเสน่ห์ดึงดูดที่สุด เพราะมันไม่ใช่เกมที่อาศัยดวงเพียงอย่างเดียว แต่ฝีมือการเล่นคือสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน ต้องใช้ทักษะหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการอ่านใจอ่านภาษากายคู่ต่อสู้ คำนวณอัตราความน่าจะเป็น สร้างภาพลักษณ์ของตัวเอง กล้าเสี่ยงในเวลาที่จำเป็น และอีกมากมาย จึงไม่แปลกเลยที่ผู้คนนับล้านทั่วโลกต่างตกหลุมรักโป๊กเกอร์ มันคือเกมที่อยู่กึ่งกลางระหว่างการพนันและกีฬา ดังนั้นตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันจึงมีสุดยอดนักโป๊กเกอร์ปรากฏตัวขึ้นมากมาย พวกเขาใช้ความฉลาดและการอ่านใจอันยอดเยี่ยมกวาดเงินเข้ากระเป๋านับล้านเหรียญ ถ้าจะพูดถึงยุคบุกเบิกคงหนีไม่พ้น Doyle Brunson ตำนานนักโป๊กเกอร์ที่ยังมีลมหายใจ เจ้าของฉายา Texas Dolly กว่า 60 ปีที่เขาอยู่ในวงการโป๊กเกอร์ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาคือ Iconic ของเกมนี้ และเป็นแบบอย่างแก่นักโป๊กเกอร์รุ่นหลังมากมาย ยุคต่อมาคือยุคของ Stu Ungar นักโป๊กเกอร์อัจฉริยะระดับปรากฏการณ์ เจ้าของฉายา The Kid น่าเสียดายที่เขาด่วนจากไปก่อนเวลาอันควร แต่ในยุคปัจจุบันยังไงก็ต้องพูดถึง Daniel ‘Kid Poker’ Negreanu ซูเปอร์สตาร์นักโป๊กเกอร์ผู้มีลีลาการเล่นสุดเร้าใจ ขวัญใจแฟนโป๊กเกอร์ทั่วโลก อย่างไรก็ตามกว่าจะมาถึงวันนี้ Daniel ก็ผ่านมาเยอะ เจ็บมาเยอะ เขาเข้าใจดีว่าความพ่ายแพ้และรู้สึกว่าตัวเองเป็นไก่อ่อนในโต๊ะมันรู้สึกอย่างไร เขาจึงออกมาแนะนำกฎเหล็ก 7 ข้อสำหรับนักโป๊กเกอร์มือใหม่ ที่รับรองว่าถ้าทำตามอย่างเคร่งครัดอย่างน้อยคุณก็จะไม่ใช่ ‘Fish’ ให้ใครขโมยเงินไปได้ง่าย ๆ แน่นอน Don’t Show if You
TGIF แบบนี้เราเลิกพูดเรื่องกระตุ้นแพสชันกันสักพัก แต่ขอหันมาพูดเรื่อง Planner หรือการวางแผนการลงทุนในชีวิตบ้าง เพราะหลายคนมักจะพูดว่าเราไม่มีต้นทุนอะไรติดตัวมาก็ไม่จำเป็นต้องวางแผนอะไร ถ้าคุณบอกว่า ผมไม่มีเงินติดบัญชี ชีวิตนี้ไม่เคยลงทุนอะไรกับเขา หุ้นไม่ได้เล่น กองทุนไม่ได้ซื้อ เลยไม่มีเงินเก็บสักกะบาทกับเขา นั่นแปลว่าคุณกำลังลืมอะไรบางอย่าง เพราะหน่วยการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดของวันนี้และอนาคตคือชีวิตของคุณ ยังจำได้อยู่ไหมว่าการลงทุนครั้งแรกในชีวิตของคุณคืออะไร แล้วผลตอบแทนที่ได้กลับมาจากสิ่งนั้นคุ้มค่าหรือเปล่า ถ้าลืมมันไปแล้ว วันนี้ใช้ชีวิตแบบไหลไปเรื่อย ๆ เราอยากให้ลองกลับมาค้นกันดูอีกสักครั้ง จะได้มีทรัพย์ตุงกระเป๋า เพราะไม่ว่าสุดท้ายสิ่งที่คุณลงทุนลงแรงกับมันไปคืออะไร มันคือส่วนหนึ่งของการวางแผนในอนาคต และนี่คือ 3 สิ่งที่พวกเราลงทุนไปทั้งชีวิต แต่บางคนก็ลืมนับมันเป็นต้นทุน เวลา วันที่เรายังเป็นมนุษย์ตัวเล็ก ๆ ที่ไม่ได้เก่งหรือมีสกิลติดตัวอะไรมาสักอย่าง สิ่งแรกที่เราต้องใช้เพื่อลงทุนกับมันคือ “เวลา” ในชีวิต เพราะชั่วโมงบินของเราจะนำไปแลกกับสกิลที่ฝึกฝน ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตาม แม้แต่ภาษาที่คุณพูดอยู่ สิ่งนั้นก็เกิดจากการฝึกฝนที่แลกไปด้วยวันเวลาและการทำซ้ำ HOW TO PLAN: เมื่อเวลาเป็นการลงทุนที่มีค่าไม่แพ้เงิน และ “เวลา” นี่แหละเป็นส่วนสำคัญของการสร้างเงินทอง ก้าวแรกของการลงทุนจึงเป็นการจัดการเวลาของเราให้มีค่าสูงสุด ดังนั้น แผนแรกและตลอดชั่วอายุขัยที่ต้องทำคือการเริ่มต้นลำดับความสำคัญของสิ่งที่ทำในวันนี้เพื่อใช้เวลาให้มีค่าสูงสุด แม้เวลาจะนำมาแลกกับสกิลอย่างที่เราบอกด้านบน แต่ก็อย่าเหมารวมว่าเราให้คุณโหมใช้มันไปกับการเริ่มต้นฝึกฝนสกิลเอาเป็นเอาตายเพื่อสร้างคุณค่า หรือกระตุ้นให้มัวแต่มุ่งหน้าทำตามความฝันเท่านั้น เวลาสำหรับการพักผ่อน หรือเวลาสำหรับการปาร์ตี้เองก็มีค่ากับการเติมเต็มคุณภาพชีวิตด้านอื่น ๆ เหมือนกัน


