ถึงจะเป็นผู้ชายอกสามศอกแต่หลายครั้งเราก็มีน้ำตา เพราะน้ำตาไม่ได้แปลว่าอ่อนแอเสมอไป มันมีทั้งน้ำตาแห่งความโศกเศร้า น้ำตาแห่งความปลื้มปิติ หรือบางทีถูกแฟนสั่งให้ทำกับข้าว หั่นหัวหอมแล้วน้ำตาไหลก็มีถมไป ประเด็นมันจึงอยู่ตรงนี้นี่แหละ ในเมื่อน้ำตามันมีที่มาอันหลากหลาย แล้วมันจะมีความแตกต่างกันในรายละเอียดที่เป็นรูปธรรมไหมล่ะ? เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เราสงสัยอยู่คนเดียว แต่ Rose-Lynn Fisher ก็สงสัยเหมือนกัน จึงเกิดโปรเจกต์ส่องกล้องจุลทรรศน์ดูน้ำตา The Topography of Tears ขึ้น โดยเธอศึกษาน้ำตาที่มีที่มาแตกต่างกันมากถึง 100 แบบ จนออกมาเป็นภาพผลึกน้ำตาที่แตกต่างกันไปตามอารมณ์และที่มาอีกด้วย จะคูล จะเท่ จะมีรูปแบบเป็นแบบไหนบ้าง วันนี้ UNLOCKMEN ชวนมาดูพร้อม ๆ กัน Joseph Stromberg จาก Smithsonian’s Collage of Arts and Sciences อธิบายว่าน้ำตามีอยู่ 3 ประเภทด้วยกันคือ basal tears, reflex tears, และ psychic tears โดย basal tears เป็นน้ำตาพื้นฐานที่เกิดจากการที่ตาผลิตน้ำออกมาเพื่อหล่อเลี้ยงดวงตา
ชาว UNLOCKMEN ที่ติดตามข่าว AI เชื่อว่าเรื่องของ DeepMind กับ Alphago ที่โด่งดังไปในปีที่แล้วและทำหลายคนลุ้นตัวโก่งคงยังอยู่ในความทรงจำ การตีแสกหน้าเซียนโกะมีลมหายใจทั้งหลายด้วยการเอาชนะจากการใช้เวลาช่วงสั้นเพียง 40 วัน เขย่าวงการ boardgame กลับมาหนนี้ AI ขอบุกวงการแพทย์กับเขาบ้าง จับมือกับแพทย์ชั้นนำหัตถ์เทวดาสอนมวย AI เพื่อก่อการดี ให้สามารถใช้อัลกอริทึมเล่นบทคุณหมอตรวจอาการล่วงหน้าได้ว่าใครกำลังจะหมดลมหายใจ DeepMind คืออะไร ? Beginner ที่เพิ่งจะหันมาสนใจเรื่อง AI บริษัท DeepMind คือบริษัทลูกที่ Google เห็นแววปล่อยแสงตั้งแต่ยังเป็น Startup ของอังกฤษในชื่อ “Deep Mind Technology” ที่พัฒนาด้าน AI อย่างเดียวเท่านั้น และมีเป้าหมายให้เจ้า AI เข้าใจวิธีคิดของเราชาวมนุษย์ได้อย่างถ่องแท้ การ take over ของลูกพี่ใหญ่ก็เลยยังเน้นสานต่อความต้องการของบริษัทรุ่นน้อง ส่งเสริมกันไปแบบไม่หวังให้ DeepMind ลุกมาทำหุ่นยนต์หรืออะไรที่ไม่ได้ต้องการ แต่ให้ใจเรื่องปัญญาประดิษฐ์อย่างเดียวแล้วปลุกนวัตกรรมล้ำ ๆ ช่วยสังคม
ผู้ชายอย่างเราคงคุ้นเคยกับ Johnnie Walker ดีอยู่แล้ว โดยเฉพาะโลโก้ผู้ชายก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างมาดมั่น แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าผู้หญิงจะก้าวขึ้นมาอยู่บนขวดวิสกี้กับเขาบ้าง แล้วมันเป็นเพราะอะไร ทำไมผู้หญิงต้องก้าวขึ้นมาบนขวดวิสกี้กันล่ะ? UNLOCKMEN เอาปริศนามาไขให้ Diageo Plc ซึ่งเป็นบริษัทแอลกอฮอล์ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิต Johnnie Walker กำลังจะเปิดตัวโลโก้ใหม่บนขวดวิสกี้ที่มีสัญลักษณ์เป็นหญิงสาว โดยการเปิดตัวครั้งนี้ถือว่าเป็นความพยายามครั้งสำคัญที่จะดึงดูดผู้หญิงให้มาสนใจเจ้าสก๊อตช์วิสกี้ที่ขายดีที่สุดระดับโลกตัวนี้มากขึ้น ที่สำคัญโลโก้ใหม่อย่าง Jane Walker ยังมีเป้าหมายพีค ๆ ที่อยากให้ผู้คนรับรู้กันอย่างกว้างขวางเรื่องความเท่าเทียมทางเพศอีกด้วย (ทั้งคูล ทั้งเท่ ทั้งได้สาระจริง ๆ ) วิสกี้ limited U.S. edition ที่จะออกมาครั้งนี้นั้นจะเป็นรูปผู้หญิงกำลังก้าวเท้าอย่างมาดมั่นแทนที่จะเป็นผู้ชายแบบเดิม และผู้หญิงคนนี้มีชื่อชิค ๆ ล้อไปกับชื่อ Johnnie Walker ว่า Jane Walker Stephanie Jacoby รองประธานของ Johnnie Walker เปิดเผยว่าเจ้าของแบรนด์ Diageo Plc หวังให้การเปิดตัวโลโก้ Jane Walker จะสามารถดึงดูดความสนใจในตัวผลิตภัณฑ์มากขึ้น รวมถึงเป็นการเฉลิมฉลองให้กับผู้หญิงทุกคนด้วย Jacoby
ในยุคที่การเดินทางไม่ได้มีจุดประสงค์แค่เรื่องจุดหมายปลายทางอย่างเดียว แต่รวมไปถึงการได้พบเจอเรื่องราวและประสบการรณ์ต่าง ๆ ระหว่างทางด้วย มอเตอร์ไซค์ จึงกลายเป็นหนึ่งพาหนะที่หลายคนเลือกใช้กัน ด้วยความคล่องตัว ตอบโจทย์ผู้รักการเดินทางอย่างอิสระ ความรู้สึกได้ใกล้ชิดกับความสวยงามตลอดสองข้างทางที่ได้ไปเยือน เหนือสิ่งอื่นใดมันคือตัวแทนที่สามารถบอกเล่าถึงตัวตนของผู้ขับได้เป็นอย่างดี ปู จิรัฏฐ์ พรพนิตพันธุ์ แห่ง Cheeze นับเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่เราพูดถึง เขาคือเจ้าพ่อแฟชั่น ผู้หลงใหลมอเตอร์ไซค์ และน่าจะเป็นคนแรก ๆ ของประเทศไทยที่ได้รวมเอาแฟชั่นและรถมอเตอร์ไซค์มาจัดเป็นงานที่เรียกว่า Cheeze Carbootsale Festival ทุกต้นปี Cheeze Carbootsale Festival จะกลายเป็นงานที่เหล่าคนรักในแฟชั่นและมอเตอร์ไซค์มารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก แต่ดูเหมือนว่าปีที่ผ่านมาจะมีความพิเศษกว่าทุกปีตรงที่เขาได้ชวนเหล่าเพื่อน ๆ ไบค์เกอร์ที่แต่งตัวสไตล์จัดจ้านมาร่วมกันแต่งรถ Honda CB150R ให้เป็นสไตล์ตัวเองแล้วขี่ไปโชว์ตัวกันในงาน Cheeze Carbootsale Festival 2018 ซึ่งภายในงานนี้เหล่าเพื่อน ๆ ของเขาจะมีใครบ้าง รถแต่ละคันจะสวยเด็ดและบรรยากาศเป็นอย่างไรบ้าง ตามไปดูกันได้เลย ขบวน Honda CB150R เริ่มทยอยขับถึงงาน นำโดย คุณปู จิรัฏฐ์ และเหล่าไบค์เกอร์ในโปรเจกต์ Honda x Looker บูท
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา มีเรื่องราวของคนที่ประสบความสำเร็จให้ได้รับรู้แทบทุกวัน จนบางครั้งหลายคนคงสงสัยว่าอะไรทำให้คนหนึ่งไปได้ไกลขนาดนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เรามักจะคิดถึงเรื่องเกี่ยวกับโชคชะตา หรือบุญวาสนาที่ส่งผลให้พวกเขาเหล่านี้ประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงมีการยอมรับ แต่ยังมีเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่หลายคนมองข้ามไป นั่นก็คือ อุปนิสัย ประจำวัน ที่คนประสบความสำเร็จนั้นมีต่างจากคนที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง วันนี้ทาง UNLOCKMEN จึงได้เอาลักษณะนิสัยที่คล้ายกันของนักธุรกิจผู้ที่ประสบความสำเร็จระดับโลก 8 ข้อ มาให้คุณลองไปดูว่ามีคุณสมบัติเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน เพื่อเป็นอีกหนทางปลดล็อคศักยภาพตัวเอง ด้วยการปรับเปลี่ยนอุปนิสัย พฤติกรรมต่าง ๆ ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกับที่ผู้ประสบความสำเร็จเขาทำกัน จง “ฟัง” ให้มากกว่าพูด ทุกวันนี้มีคนพร้อมจะแสดงความคิดเห็นของตัวเองมากกว่ายอมรับฟังคนอื่น เพราะต้องการแสดงให้โลกรู้ถึงความสามารถ ทั้งที่จริงแล้วการฟังส่งผลให้คุณแตกฉานและต่อยอดไอเดียใหม่ ๆ ได้อย่างเหลือเชื่อ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าภาพลักษณ์ของหัวหน้าในองค์กรที่สุดท้ายก็ไปไม่ถึงไหน ด้วยการยึดมั่นตามความคิดของตัวเองโดยไม่สนใจเสียงของคนรอบข้างที่คอยบอกเรื่องต่าง ๆ สุดท้ายก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า ซึ่ง Richard Branson คงเป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องการเป็นผู้ฟังที่ดี เพราะเชื่อว่าการฟังเป็น 1 ใน 3 เสาหลักของการเป็นผู้นำที่สำคัญสุด “เขาพูดว่าการฟังโดยเฉพาะกับผู้บริโภคทำให้รับรู้ความต้องการของตลาดจริง ๆ เพื่อให้ทราบต้นเหตุความผิดพลาดที่แท้จริงเพื่อการแก้ไขและพัฒนาต่อไป ” เปิดรับความล้มเหลว กลัวแค่ไหนก็หลีกเลี่ยงความล้มเหลวไม่ได้มันเหมือนเป็นส่วนประกอบสำคัญถ้าหากคุณต้องการประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง จุดนี้เองคือสิ่งที่ทำให้หลายคนไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรเพราะมัวแต่ Play safe ดังนั้นคุณจำเป็นต้องเสี่ยงไปพร้อมกับการยอมรับความล้มเหลวที่พร้อมตามมา นักธุรกิจระดับโลกที่ประสบความสำเร็จล้วนล้มเหลวในชีวิตมาก่อนหน้านี้ทั้งนั้น ความต่างของคนแบบนี้กับคนทั่วไปคือเรียนรู้และเอามันมาเป็นแรงผลักดัน ในการก้าวไปข้างหน้าอีกครั้ง กระตุ้นให้ตัวเองอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น
นับว่าเป็นวาระแห่งชาติสำหรับการปวดห้องน้ำบนรถไฟฟ้า BTS ที่อย่างน้อยครั้งหนึ่งหนุ่ม ๆ ต้องมีโอกาสเจออย่างแน่นอน โดยหลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมบางสถานีถึงมีห้องน้ำให้บริการ แต่บางสถานีไม่เห็นยักมีห้องน้ำแล้วถ้าเกิดฉุกเฉินขึ้นมาเราจะต้องทำอย่างไร เนื่องด้วยทีมงาน UNLOCKMEN ถือเป็นขาประจำสำหรับการใช้ BTS เดินทางในกรุงเทพ แล้วก็เคยตกอยู่สถานการณ์อยากเข้าห้องน้ำมากแต่ไม่รู้จะทำอย่างไรเช่นกัน ดังนั้นเราจึงได้ลงพื้นที่สำรวจห้องน้ำทุกสถานี BTS ว่าอยู่ตรงไหนพร้อมกติกามารยาทในการเข้าใช้ว่าต้องทำอย่างไรบ้าง ถือว่าคอนเท้นท์นี้เป็นไกด์บุ๊คเอาตัวรอดชีวิตกรุงเทพอีกหนึ่งสิ่งแล้วกัน 1.มีห้องน้ำบนสถานี สำหรับสถานีที่มีห้องน้ำให้เข้าอย่างแน่นอนแบบไม่ต้องลุ้นให้เหนื่อยคือสถานีส่วนต่อขยายต่าง ๆ ซึ่งน่าจะเกิดจากการร้องเรียนของผู้โดยสารว่า BTS ไม่มีห้องน้ำให้ใช้บริการ ดังนั้น BTS เลยจัดสร้างห้องน้ำสาธารณะบนสถานีมันซะเลยโดยมี กทม. เป็นผู้ดูแล ทว่าจะมีระเบียบช่วงเวลาเปิดปิดคือ 07.00-09.00 น. และ 17.00 -20.00 น. ถ้านอกเหนือเวลาดังกล่าวเราสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ประจำสถานีเพื่อขอเข้าใช้ได้เลย และสำหรับรายชื่อสถานีที่มีห้องน้ำพร้อมให้บริการจะมีดังนี้ สายสีลม กรุงธนบุรี วงเวียนใหญ่ โพธิ์นิมิตร ตลาดพลู วุฒากาศ บางหว้า สายสุขุมวิท อ่อนนุช บางจาก ปุณวิถี อุดมสุข บางนา 2.ห้องน้ำของเจ้าหน้าที่สามารถขอเข้าได้ ความจริงแล้วบน BTS
ถ้าแต่ละประเทศมีกระทรวงและรัฐมนตรีดูแลสิ่งที่โคตรจะสำคัญสำหรับประเทศตัวเอง ไม่ว่าจะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือจะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แล้วทำไมจะมี “รัฐมนตรีความเหงา” (Minister for loneliness) ด้วยไม่ได้ โดยรัฐมนตรีกำกับดูแลปัญหาความเหงาของประชาชน เป็นรัฐมนตรีของรัฐบาลอังกฤษ เชื่อว่าผู้ชายสายหว่องสายเหงาชาว UNLOCKMEN ทั้งหลายคงกึ่งดีใจกึ่งขำ ๆ ว่า WHAT THE F*** ความเหงามันต้องสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอวะ? จะสำคัญขนาดไหน UNLOCKMEN จะมาไขปริศนาให้ Tracey Crouch คือรัฐมนตรีคนแรกที่ต้องรับมือกับการแพร่ระบาดของความเหงา (อ่านแล้วรู้สึกเหมือนอยู่ในนิยายมุราคามิอย่างไรอย่างนั้น) โดยรัฐบาลอังกฤษเขาก็ไม่ได้แต่งตั้งรัฐมนตรีกำกับดูแลปัญหาความเหงาขึ้นมาเพื่อความคูล ๆ เท่ ๆ ให้เป็นข่าวดังไปทั่วโลกเล่น ๆ เท่านั้น เพราะความเหงากลายเป็นปัญหาสุดจริงจังในสหราชอาณาจักรเลยทีเดียว ปัญหาความเหงาส่งผลกระทบต่อประชากรกว่า 9 ล้านคนในสหราชอาณาจักร ผู้สูงอายุราว ๆ 2 แสนคนไม่ได้คุยกับญาติหรือเพื่อนตัวเองมากกว่า 1 เดือน! และคาดว่าครึ่งหนึ่งของคนที่อายุตั้งแต่ 75 ปีขึ้นไปประมาณ 2 ล้านคนต้องอาศัยอยู่ตัวคนเดียว ปัญหาความเหงาแพร่ระบาดไม่ได้จบแค่เพียงผู้สูงอายุเท่านั้น เพราะ 85% ของวัยหนุ่มสาวและผู้ใหญ่ต่างอยู่อย่างโดดเดี่ยว บางคนไม่มีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมเลยเป็นวัน
ครั้งหนึ่งในชีวิตเราอาจได้รู้จักผู้หญิงที่ชื่นชอบรองเท้า กระเป๋า ที่พร้อมจ่าย กี่คู่กี่ใบก็สู้ เท่าไหร่ก็เท่ากัน แต่คงไม่ค่อยได้เจอกับสาวที่มีรองเท้าหนังหลายร้อยคู่และกระเป๋าหนังหลายใบที่เก็บไว้ที่บ้าน แต่ไม่ได้ใช้งานเองและไม่ได้เก็บไว้ดูเล่น หากอยู่ในฐานะของ “ไฟ” หรือ “แรงบันดาลใจจากความรัก” ที่เธอออกแบบไว้ส่งต่อให้ลูกค้าคนสำคัญจากแบรนด์ Oyster Footwear แบรนด์ที่เธอปลุกปั้นเอง และถ้า Sterilization เป็นคำใช้กำกับกระบวนการผ่านความร้อนปลอดเชื้อที่ทำให้อาหารอยู่ได้นานคงทน สิ่งที่ วรามล ชนะกิจการชัย หรืออ๊อยซ์ สาวนักดีไซน์น่าค้นหาคนนี้ใช้เป็นกระบวนการพาแบรนด์ให้เติบโตยาวนานหลายปีคงต้องยกให้กับคำใหม่นอกพจนานุกรมคือ “Leatherization” หรือ การใช้ “ความรักหนัง” บ่มเพาะแบรนด์ หลายประเด็นที่เราเลือกมาฟอกผ่านการสนทนาจะเผยมุมลึกชวนให้คุณต้องหลงรัก แม้เครื่องหนังรองเท้ากระเป๋าที่เป็นโปรดักส์ส่วนใหญ่ของเธอจะเป็นของใช้ของผู้หญิงก็ตาม ทำเพาะรัก ทำเพราะรัก ออกจะเป็นคำถามสามัญทุกบทสัมภาษณ์ เมื่อเราถามถึงบทบาทของอ๊อยซ์ก่อนจะก้าวมาเป็นผู้ก่อตั้ง “Oyster Footwear” อย่างที่เราบอกว่าผู้ชายส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจของพวกนี้เท่าไหร่ แต่ก็ละสายตาไม่ได้ในเสน่ห์ของความดิบกับคำพูดที่ออกมาจากเสียงนวล ๆ เพราะทุกคำพูดจริงใจ กระแทกใจจากเหตุผลสองอย่าง คือ “อิ่มแล้วงานประจำและโหยหาแพชชั่นภายใน” “จริง ๆ เริ่มทำรองเท้าที่เริ่มทำมาได้เพราะมี 2 อย่างคือ ค่อนข้างเบื่องานประจำแล้ว ตอนแรกเราเป็นกราฟิกดีไซเนอร์มาก่อน ก็ทำงานมาอยู่ประมาณ 5 ปีเนี่ยแหละ มันก็เริ่มเบื่อ เริ่มถึงจุดอิ่มตัว
ถ้าจะให้นึกถึงหนึ่งในภาพยนตร์ไตรภาคที่สร้างปรากฏการณ์บนจอเงินในปี 1999 และ 2003 แถมยังเท่สุด ๆ ชื่อของ The Matrix ก็ยังคงอยู่ในใจเสมอ ภาพการแสดงฉากบู๊สุดล้ำยุคของ Keanu Reeves ในบทบาทของ Neo ใน The Matrix, The Matrix Reloaded และ The Matrix Revolutions ยังคงติดตาพวกเราราวกับว่าหนังเรื่องนี้เพิ่งจะเข้าฉาย และไม่ใช่แค่เรื่องราวล้ำ ๆ มันส์ ๆ ที่เป็นจุดเด่นของหนังเรื่องนี้เท่านั้น ยังมี gadget อีกหลายชิ้นที่ดูแล้วน่ามีไว้ครอบครอง หากใครจำกันได้ ใน The Matrix ภาคแรก จะมีฉากที่ Thomas Anderson พระเอกของเราตอนที่ยังไม่ได้ถูกเรียกว่า Neo รับซองพัสดุจากแมสเซ็นเจอร์ ก่อนแกะซองออกมาเจอโทรศัพท์มือถือ Nokia รุ่น 8110 เขารับสายที่โทรเข้ามาและได้พูดคุยกับ Morpheus เป็นครั้งแรก จากนั้นเรื่องราวสุดมันส์ก็ดำเนินต่อแบบพัลวัน มาถึงวันนี้ HMD ได้ปลุกชีพ Nokia
แม้ว่าจะจากไปนานกว่า 37 ปีแล้ว แต่ยังคงเป็นที่จดจำสำหรับแฟน ๆ และทั่วโลกอยู่เสมอกับ Bob Marley นักร้อง Reggae ที่นอกจากจะฝากผลงานไว้ในความทรงจำของทุกคนแล้ว เขายังพยายามสร้างกระแสของความสันติสุขให้กับโลกใบนี้อีกด้วย แม้แต่ไอศกรีมก็สร้างสันติสุขได้เมื่อ Ben and Jerry’s เล็งเห็นถึงอุดมการณ์อันน่ายกย่องของเขา จึงเกิดไอศกรีมรสใหม่เอามา Tribute ให้กับความสันติสุขนี้ UNLOCKMEN จะพามาดูกันว่ามันมีดีเทลยังไง เชิญอ่านไปพร้อม ๆ กัน ไอศกรีมรสที่ว่านั่นคือรส Bob Marley’s One Love โดยเบสของไอศกรีมจะเป็นรสกล้วยและคาราเมล มีแคร็กเกอร์และช็อกโกแลตให้เคี้ยวกันกรุบ ๆ ให้สัมผัสคล้าย ๆ รส Cookie n’ Cream โดยวัตถุดิบที่เลือกมาก็ไม่ได้มามั่ว ๆ แบบเดาสุ่มเลือกเอา แต่มีความหมายอยู่ด้วย Ziggy Marley หนึ่งในสมาชิกครอบครัว Marley ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “ชาวจาไมก้าชอบกินกล้วยเอามาก ๆ แล้วพวกเขาก็กินมันทุกวันด้วย” Jerry Greenfield จาก Ben and Jerry’s ได้พูดต่อจากนั้นว่า “ที่เราเลือกรสกล้วยมาเป็น Base ของไอศกรีมเพื่อเป็นการ Tribute


