ตอนนี้กระแส Cafe Hopping กำลังมา ผู้ชายหลายคนน่าจะมองหาคาเฟ่บรรยากาศดีสักที่ เพื่อพาสาวไปด้วยกันได้ ซึ่งคาเฟ่ที่เราจะมาแนะนำวันนี้ ไม่ได้มีดีแค่เรื่องของบรรยากาศเท่านั้น แต่เรื่องเมนูกาแฟก็โดดเด่นไม่แพ้กัน บางร้านอาจจะมาในสไตล์มินิมอล บางร้านอาจจะมาในสไตล์ย้อนยุค บางร้านอาจจะมาในสไตล์ดิบ ๆ เรียกได้ว่าครบรสในบทความเดียว ไปดูกันว่าจะมีร้านน่าสนใจอะไรบ้าง VAREN หากมีโอกาสได้ไปเดินเล่นแถวดิโอสยาม เราจะพบกับคาเฟ่สีขาวดำตั้งตระหง่านอยู่ริมถนน ความโดดเด่นของคาเฟ่แห่งนี้ คือ การดัดแปลงตึกเก่าให้กลายเป็นคาเฟ่มินิมอลสุดเรียบหรูที่ผสมผสานระหว่างความเป็นเมืองเก่าและใหม่ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็น กระจกใส ขอบกระจกโค้งมน กำแพงสีเรียบ เฟอร์นิเจอร์ลายหินอ่อน ทุกองค์ประกอบหลอมรวมให้เกิดสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นสะดุดตาในย่านเมืองเก่า ภายในร้านนี้จะมีทั้งหมด 3 ชั้น โดยชั้น 1 และ 2 จะเป็นส่วนของที่นั่งและคาเฟ่ ซึ่งจะมีทั้งแบบเป็นโซนธรรมดา และสโลว์บาร์ ส่วนชั้น 3 จะเป็นพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะ เรียกได้ว่า จิบกาแฟ ชมวิว เสพงานศิลปะ ได้ในแห่งเดียว นอกเหนือจากเรื่องความสวยงามของร้านแล้ว เมนูกาแฟของทางร้านก็มีความโดดเด่นไม่แพ้กัน เพราะเมล็ดกาแฟที่ร้านเลือกใช้ตอบโจทย์คนหลายกลุ่ม ทั้งคนที่ชอบกาแฟรสเข้ม และคนที่ชอบกาแฟรสเปรี้ยวผลไม้ และยังมีเมล็ดกาแฟ Special Blend ไว้สำหรับคนที่อยากลองทานกาแฟรสพิเศษที่ไม่เหมือนใครอีกด้วย
ถือเป็นข่าวการสูญเสียคนสำคัญในวงการฟุตบอลโลก เมื่อ ดิเอโก มาราโดนา อดีตนักเตะในตำนานจากทีมอาร์เจนตินา ได้จากไปด้วยโรคหัวใจล้มเหลวในวัย 60 ปี ส่งผลให้แฟนบอลทั่วโลกตกอยู่ในสภาวะโศกเศร้าต่อการจากไปของเขาในครั้งนี้ รวมถึง นักฟุตบอลชื่อดังหลายคนต่างแสดงความโศกเศร้าเสียใจต่อการสูญเสียเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ลิโอเนล เมสซี่, เปเล่ หรือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หากใครไม่รู้จัก ดิเอโก มาราโดนา เราอยากบอกว่า เขาถือเป็นนักฟุตบอลคนหนึ่งที่หลายคนเรียกว่าเป็นผู้เล่นอัจฉริยะ ซึ่งได้สร้างผลงานที่โดดเด่นมากมายให้กับวงการฟุตบอล นอกจากนี้ประวัติของเขายังมีความเทา ๆ ด้วย ซึ่งในบทความนี้ เราอยากพาทุกคนไปรู้จักกับ ดิเอโก มาราโดนา มากขึ้นกว่าเดิม ชีวิตของ ดิเอโก มาราโดนา ในวงการฟุตบอล พูดถึงประวัติของ ดิเอโก มาราโดนา เขาเกิดเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 1960 ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในเมืองลานุส ประเทศอาร์เจนติน่า เขาเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะยากจน มีพี่น้องที่เป็นนักบอลมืออาชีพ และได้เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุ 3 ขวบ เมื่ออายุได้ 8 ขวบ
ปวดนิ้ว ขยับนิ้วไม่คล่อง เป็นส่วนหนึ่งของอาการนิ้วล็อคที่เกิดขึ้นได้จากการใช้งานมือหนักเกินไป ซึ่งผู้ชายวัยทำงานอย่างเรา ๆ อาจมีอาการนิ้วล็อคกันง่าย เพราะเราต้องเกร็งมือกันบ่อย และต้องจับ ถู ไถโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน ๆ อีกด้วย เราเข้าใจดีว่าเวลานิ้วล็อคมันเจ็บปวดและทรมานมากแค่ไหน ในบทความนี้เราเลยอยากมาแนะนำท่าออกกำลังกายที่จะช่วยคลายอาการนิ้วล็อค ซึ่งสามารถทำได้ทุกที่ และจะช่วยให้เรากลับมาใช้งานนิ้วได้อย่างแคล่วคล่องเหมือนเดิม WHAT IS TRIGGER FINGER? ก่อนอื่นเราอยากอธิบายก่อนว่า อาการนิ้วล็อค (Trigger Finger) คือ อาการปวดแสบปวดร้อนบริเวณนิ้ว ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ เมื่อปลอกเอ็นยึดกล้ามเนื้อของนิ้วมือเกิดอาการอักเสบ ส่งผลให้เส้นเอ็นของนิ้วไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ ซึ่งอาการนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับนิ้วมือทุกนิ้ว ไม่ว่าจะเป็นนิ้วโป้ง นิ้วชี้ หรือ นิ้วก้อย โดยอาจจะเกิดกับแค่นี้วเดียว หรือ หลายนิ้วพร้อมกันก็ได้ ซึ่งสาเหตุที่อาการนี้เกิดขึ้นอาจมาจากการทำกิจกรรมที่ต้องกำมือบ่อย ๆ รวมถึง ปัญหาด้านสุขภาพ เช่น เบาหวาน หรือ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ และส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิตของเราได้เป็นอย่างมาก เพราะมันก่อให้เกิดอาการนิ้วฝืด เคลื่อนไหวนิ้วไม่คล่อง ไม่สามารถเหยียดนิ้วให้ตรงได้ ฯลฯ ทำให้เราไม่สามารถจับช้อนส้อม หรือ พิมพ์งานหน้าคอมได้อย่างสะดวกเหมือนเดิม 5 TRIGGER
ถือเป็นนาฬิกาเรือนหนึ่งที่มีความแปลกใหม่ในเรื่องของดีไซน์กับ True Square Undigital ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง Rado แบรนด์นาฬิกาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และ YOY ชื่อแบรนด์ของคู่หูดีไซน์เนอร์ชาวญี่ปุ่นในโตเกียว นาโอกิ โอโนะ และ ยูกิ ยามาโมโตะ โดยนาฬิกาเรือนนี้จะมีความพิเศษตรงที่ดีไซน์ภายนอกจะคล้ายกับนาฬิกาดิจิตอล แต่การทำงานของมันจะเป็นแบบอนาล็อกทั้งหมด เราสามารถสัมผัสความแหวกแนวของนาฬิกาเรือนนี้ได้ตั้งแต่การนำ ‘บาร์ฉาก’ วัสดุที่ใช้ในหน้าปัดแสดงตัวเลขเวลาของนาฬิกาดิจิตอล (seven-segment display) มาประกอบร่างเป็นเข็มนาฬิกาแทน โดยส่วนนี้จะมีความโดดเด่นมากที่สุดด้วย เพราะมาในสีขาวสว่าง ในขณะที่ส่วนอื่นของนาฬิกาจะเป็นสีดำด้านทั้งหมด นอกเหนือจากมีลักษณะคล้ายกับนาฬิกาดิจิตอลแล้ว True Square Undigital ยังมาพร้อมกับดีไซน์หน้าปัดนาฬิกาแบบสีเหลี่ยมจัตุรัสขอบมน ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของนาฬิกาในคอลเลคชั่น True Square ของ Rado ลักษณะเด่นอื่น ๆ ของนาฬิกาเรือนนี้ จะประกอบไปด้วย โครงสร้างแบบโมโนบล็อกซึ่งมีความบางแบบซูเปอร์สลิมด้วยความหนาเพียง 9.6 มิลลิเมตร ในส่วนของด้านหลังของเรือนนาฬิกาทำมาจากวัสดุไทเทเนียมเคลือบ PVD และสายรัดข้อมือที่ทำมาจากเซรามิก ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยให้ตัวนาฬิกามีน้ำหนักเบาและทนทาน สุดท้าย คือ การทาพรายน้ำชนิด Super-LumiNova บนหน้าปัด เพื่อทำให้นาฬิกาสามารถใช้งานได้ในทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นตอนกลางวันหรือตอนกลางคืน สำหรับ
เดินทางเข้าสู่เดือนธันวาคม เดือนส่งท้ายปีที่มาพร้อมงานหนักและวันหยุดยาว อย่างไรก็ตามสำหรับใครที่มีแผนจะเดินทางไปรับลมหนาวตามสถานที่ต่าง ๆ ในช่วงนี้ เราก็ขออวยพรให้เดินทางอย่างปลอดภัยกันทุกคน แต่สำหรับคนที่ไม่มีแผนรวมถึงคนเลือกที่ใช้เวลาพักผ่อนอยู่บ้านก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะโปรแกรมความบันเทิงในแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอย่าง Netflix ของเดือนธันวาคมนี้ อัดแน่นไปด้วยภาพยนตร์ ซีรีส์ รวมไปถึงสารคดีห้ามพลาดหลายต่อหลายเรื่อง ซึ่งจะวันนี้เราได้คัดสรรเรื่องไหนมาแนะนำให้กับทุกคนบ้าง มาชมไปพร้อมกันเลยครับ Ma Rainey’s Black Bottom ภาพยนตร์เรื่องแรกที่เราอยากแนะนำคือ Ma Rainey’s Black Bottom ผลงานการแสดงภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายในของ Chadwick Boseman ก่อนที่ตัวเขาจะเสียชีวิต ซึ่งได้รับเสียงตอบรับจากนักวิจารณ์จากรอบสื่อมวลชนอย่างท่วมท้นทั้งเส้นเรื่องและฝีมือการแสดงอันเนียนตา เรื่องราวของ Ma Rainey’s Black Bottom จะพาเราย้อนกลับไปในปี 1927 เพื่อทำความรู้จักกับชีวิตของ Ma Rainney (รับบทโดย Viola Davis) ราชินีแห่งเพลงบลูส์กับสมาชิกวงดนตรีของเธอ ระหว่างทำการบันทึกเสียงในชิคาโก โดยหนึ่งในนั้นคือมือทรัมเป็ตที่มีความสามารถและเป้าหมายเป็นของตัวเองที่ชื่อว่า Levee (รับบทโดย Chadwick Boseman) อย่างไรก็ตามทั้ง 2 คนจะต้องพบกับปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวระหว่างการทำเพลง การถูกเอาเปรียบทางธุรกิจ
‘แม้ยากูซ่าคือกลุ่มคนที่มีจำนวนไม่น้อยในสังคมญี่ปุ่น แต่คนญี่ปุ่นที่มีอาการฮิคิโคโมริ มีมากกว่ายากูซ่าถึง 10 เท่า’ ฮิคิโคโมริ ซินโดรม (Hikikomori Syndrome) หมายถึง ชื่อที่นิยามถึงบุคคลผู้ปฏิเสธการเข้าสังคม เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน ไม่ออกไปใช้ชีวิต ไม่ไปโรงเรียน ไม่ไปทำงาน บางคนจะไม่สุงสิงกับคนอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัว บางคนหนักข้อถึงขั้นไม่คุยกับใครเลยแม้กระทั่งพ่อแม่พี่น้อง โดยระยะเวลาการตัดขาดที่จะทำให้ถูกนับว่าเป็นฮิคิโคโมริจะเริ่มต้นจาก 6 เดือน จนถึงตลอดชีวิต ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขคาดว่าทั่วประเทศญี่ปุ่น มีคนเป็นฮิริโคโมริมากถึง 1.15 ล้านคน ถือว่าเป็นจำนวนที่มากจนรัฐบาลต้องกลับมาถามตัวเองซ้ำ ๆ ว่า ความผิดพลาดอะไรที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นนับล้านเลือกปิดกั้นตัวเองออกจากผู้คน ตัวเลข 1.15 ล้านคน คือจำนวนคร่าว ๆ ที่ทางกระทรวงสาธารณสุขคาดการณ์ ทว่า จิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องคิโคโมริ ซินโดรม มองว่า ตัวเลขดังกล่าวคือเสี้ยวเดียวของชาวญี่ปุ่นที่กำลังเผชิญกับอาการนี้ โดยเขาคิดว่าน่าจะมีคนญี่ปุ่นกว่า 2 ล้านคนที่ประสบอาการดังกล่าว และตัวเลขนี้จะพุ่งขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี จนถึงหลักสิบล้านคน จุดเริ่มต้นของการเกิดอาการฮิคิโคโมริมีหลายสาเหตุด้วยกัน แต่ละคนก็มีเรื่องราวต่างกันออกไปโดยเฉพาะกับความผิดหวังขั้นรุนแรง เด็กบางคนตัดสินใจเลือกเก็บตัวอยู่แต่ในห้องเพราะผลคะแนนสอบไม่เป็นอย่างหวัง บางคนผิดหวังเรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัย หรือสะเทือนใจจากการถูกเพื่อนร่วมชั้นรังแก ผู้ใหญ่ที่ตกงานมาเป็นเวลานานบางคนอาจรู้สึกหมดกำลังใจจะใช้ชีวิตต่อ หมดกำลังใจ รู้สึกด้อยค่าในตัวเอง
ปฏิเสธไม่ได้ว่า สีสัน กลายมาเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญกับชีวิตของคนเราในหลายด้านและมนุษย์แต่ละคนต่างมีโทนสีที่ชื่นชอบเป็นของตัวเอง ซึ่งสามารถสังเกตได้จากสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า, รองเท้า, เฟอร์นิเจอร์ในบ้านไปจนถึงสีสันของรถคู่ใจที่เลือกใช้งาน นอกจากความสวยงาม สีของรถยนต์ยังสะท้อนคาแรคเตอร์ของรถยนต์และผู้ขับได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม หากพูดถึงเรื่องสีสันบนพาหนะ ค่ายรถสัญชาติเยอรมันอย่างบีเอ็มดับเบิลยู (BMW) ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ให้กำเนิดสีรถที่มีเอกลักษณ์ออกมาเป็นจำนวนมาก และมีจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจ เกิดจากความหลงใหลในสังเวียนมอเตอร์สปอร์ตที่อยู่ใน DNA ของพวกเขา โดยเฉพาะรถยนต์ในตระกูล BMW M ที่ถูกตั้งชื่อสีสันให้เหมือนกับสนามแข่งรถ Formula 1 ซึ่งต่อมากลายเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของ BMW ในวงการรถสูตร 1 และวันนี้ เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับจุดเริ่มต้นรวมถึงความพิเศษของโทนสีเหล่านี้ไปพร้อมกัน สีที่ดุดันจาก BMW M สีแรกที่เราอยากแนะนำให้ทุกคนรู้จักคือ สีแดง Imola Red โทนสีแดงที่โดดเด่นมีจุดเริ่มต้นมาจากการฉลองชัยชนะบนสังเวียน F1 ของทีม BMW Williams เมื่อปี 2001 ในแข่งขัน San Marino Grand Prix ซึ่งจัดขึ้นที่สนาม Autodromo Internazionale Enzo
รองเท้า คือหนึ่งในไอเทมสำคัญที่ผู้ชายอย่างเราให้ความสำคัญ จึงไม่แปลกที่หนุ่ม ๆ แต่ละคนจะมีรองเท้าหลากรุ่นหลายสไตล์เก็บเอาไว้ในครอบครองสำหรับสวมใส่ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นรุ่นใหม่หรือรองเท้ารุ่นคลาสสิก ขณะเดียวกัน ทุกคนคงทราบดีว่ารองเท้ารุ่นคลาสสิกที่เราเห็นในปัจจุบันหลายรุ่น ต่างมีจุดเริ่มต้นมาจากการเป็น “รองเท้ากีฬา” ไม่ว่าจะเป็น Converse Chuck Taylor Allstar ที่มีพื้นฐานจากการเป็นรองเท้าบาสเกตบอล หรือ Adidas Stan Smith ที่พัฒนามาจากรองเท้าเทนนิส ซึ่งต่อมารองเท้าทั้ง 2 รุ่นก็ปรับตัวเข้ากับยุคสมัยและกลายมาเป็นโมเดลรองเท้าที่อยู่เหนือกาลเวลาไปแล้ว อย่างไรก็ตาม นอกจากรองเท้าที่มีพื้นฐานมาจากกีฬาอย่างบาสเกตบอลหรือเทนนิสแล้ว ยังมีรองเท้าอีกหนึ่งรุ่นที่มีจุดเริ่มต้นมาจากการแข่งขันในโลกความเร็วอย่าง Formula1 กับรองเท้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่าง “Puma SpeedCat” และวันนี้เราจะพาทุกคนไปกับความรู้จักกับ Racing Shoe คู่นี้ให้ดีขึ้นกว่าเดิมไปพร้อมกัน ! กำเนิด Racing Shoes ก่อนจะพูดถึงรองเท้าสำหรับสวมใส่ขับรถที่มีชื่อเสียงมากที่สุด เราขอพาทุกคนย้อนกลับไปทำความรู้จักกับรองเท้าสำหรับแข่งรถ (Racing shoe) คู่แรกของโลกกันก่อน โดยต้องย้อนกลับไปในปี 1963 เมื่อ Gianni Mostile ช่างทำรองเท้าชาวอิตาลีได้ทำการจดสิทธิบัตรรองเท้าสำหรับแข่งรถที่ตัวเขาออกแบบขึ้นมาเองกับมือ งานดีไซน์ของรองเท้าคู่ดังกล่าว ถูกออกแบบให้ส่วน Outsole โอบรัดเท้าไปบรรจบกันด้านหลังตัวรองเท้าเพื่อป้องกันส้นเท้าผู้สวมใส่จากแรงกระแทกระหว่างขับรถ ขณะเดียวกันยังออกถอดพื้นด้านในออก
“เราเตรียมตัวมากพอรึยังนะ” “วันนั้นจะมีเหตุการณ์อะไรร้าย ๆ เกิดขึ้นรึเปล่านะ” “เราจะทำอะไรผิดพลาดรึะเปล่านะ” ฯลฯ หลายคนน่าจะเคยคิดมากเรื่องอนาคต เพราะเรามักไม่รู้ว่าจะมีสิ่งใดเกิดขึ้นได้บ้างเมื่อเหตุการณ์ต่าง ๆ มาถึง จึงเป็นกลไกของสมองที่สร้างความกังวลขึ้นมา เพื่อปกป้องเราจากภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และเป็นตัวกระตุ้นให้เราเตรียมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้ดีที่สุด แต่สำหรับบางคน ความกังวลที่เกิดขึ้นอาจรุนแรง จนกระทบต่อการใช้ชีวิต บทความนี้เราเลยอยากมาพูดถึงวิธีการรับมือกับความกังวลเรื่องอนาคต ซึ่งจะช่วยให้ทุกคนคิดมากน้อยลง และมีความสุขกับชีวิตมากขึ้นได้ ทำไมเราถึงไม่ควรกังวลเรื่องอนาคตมากเกินไป ? วิตกกังวลเรื่องอนาคต ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Anticipatory Anxiety ขยายความได้ว่า เป็นภาวะที่เราเครียดและกังวลกับเหตุการณ์ที่ยังมาไม่ถึงและกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยเหตุการณ์เหล่านั้นอาจจะเป็นได้ทั้งเรื่องใหญ่ ๆ อย่างเช่น การนำเสนอแผนธุรกิจต่อหน้านักลงทุน หรือ เรื่องเล็ก ๆ อย่าง การขับรถไปทำงาน การพูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน ฯลฯ ซึ่งความเครียดความกังวลที่เกิดขึ้นมักเกี่ยวข้องกับความคิดที่ว่าเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นนั้นเลวร้าย ปกติเราจะวิตกกังวลเรื่องอนาคตในระดับหนึ่ง แต่ถ้าเราเป็นโรคแพนิก (Panic Disorder) หรือ โรควิตกกังวลทั่วไป (Generalized Anxiety Disorder) เราอาจวิตกกังวลหนักกว่าคนอื่น เพราะคนเป็นโรคแพนิกมักจะโฟกัสไปที่เรื่องแย่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ซึ่งอาจมีอาการคิดซ้ำ ๆ ควบคู่กับการวาดภาพเหตุการณ์เหล่านั้นในหัวซ้ำ
สำหรับใครที่ชื่นชอบเล่นกีฬาท้าทายความสามารถ ค่อนข้างจะผาดโผน และที่สำคัญคือต้องเปียก วันนี้เราจะขอพาทุกคนไปรู้จัก Skim Cafe สถานที่จิบกาแฟ Hang Out พบปะผู้คนเจ๋ง ๆ ที่มีพื้นที่เล่นกิจกรรมมันส์ ๆ อย่าง Skim Board เอาไว้รองรับมาฝากกัน บอกเลยว่า สำหรับคนที่กำลังมองหากีฬาใหม่ ๆ ที่ได้ออกแรงทุกส่วนของร่างกาย แถมยังได้ความเร้าใจห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง ก่อนอื่นเรามารู้จักกับกีฬา ‘Skim Board’ ที่ว่ากันนี่ก่อนเลยดีกว่า โดยคุณโจ้เจ้าของร้าน Skim Cafe เล่าว่า “จริงๆ แล้ว Skim Board เริ่มต้นครั้งแรกที่ Laguna Beach, California โดยเริ่มจาก Lifeguard (ยามชายฝั่ง) ใช้แผ่นไม้ทรงกลม ๆ หรือวงลี เป็นพาหนะไถเรื่อย ๆ ในการตรวจตราตามหาด ส่วนในประเทศไทยเนี่ย จริง ๆ ก็มีมาประมาณ 10 ปีแล้ว และเหมือนจะได้รับความนิยมมาช่วงนึง แต่มันก็ไม่ได้มีการโปรโมทจริงจัง”


