สำหรับคนรักสุขภาพ คุณคิดว่า “การออกกำลังกาย” นำคุณไปสู่อะไรบ้าง เราเชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงร่างกายที่แข็งแรง ใจที่สงบผ่อนคลาย การฝึกฝนอย่างมีวินัย สังคมเพื่อนใหม่ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายเช่นเดียวกันหรือแม้กระทั่งการเริ่มต้นชีวิตใหม่เหมือนในภาพยนตร์เคยว่าไว้ แต่สำหรับผู้บริหาร Stadium One ทั้ง 4 ท่าน “การออกกำลังกาย” ทำให้พวกเขาได้พบกับ “ความฝันภายใต้จุดมุ่งหมายเดียวกัน” นั่นคือ การสร้างไลฟ์สไตล์ สปอร์ต คอมมูนิตี้แห่งแรกในประเทศไทย พื้นที่เพื่อให้คนรักการออกกำลังกายสามารถเข้าถึงสุขภาพที่ดี โดยยังทำกิจกรรมและใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างครบวงจร นอกจากความชื่นชอบในการออกกำลังกายเหมือนกัน เคยพบกันที่งานวิ่ง และมีความฝันร่วมกัน ผู้บริหารทั้งสี่ยังเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องร่วมสถาบันจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็น คุณสิทธิชัย ศรีสงวนสกุล (CEO) ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้บริหารกล้องวงจรปิด ฟูจิโกะ รวมทั้ง บริษัทโลจิสติกส์อีกหลายแห่ง และ คุณถนอมเกียรติ สัมมาวุฒิชัย (กรรมการบริหาร) ผู้ดูแลธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าบริษัท เอฟเวอร์เอ็นจ์ จำกัด ซึ่งทั้งสองท่านนับเป็นผู้บริหารที่คร่ำหวอดในวงการธุรกิจและสั่งสมประสบการณ์มานานกว่ายี่สิบปี ผนึกกำลังกับผู้บริหารรุ่นใหม่อย่าง คุณพงศ์วรรธน์ ติยะพรไชย (ผู้บริหารโครงการ) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านทางการตลาด และ คุณณัฐภัค รีกิจติศิริกุล (กรรมการบริหาร) ผู้ดูแลโครงสร้างและความสวยงามด้านสถาปัตยกรรมและการกำกับดูแลโครงการ ฟังแล้วหลายคนคงเริ่มสนใจ Stadium
ปัจจุบันนี้เราเห็น Clip VDO มากมายไปหมด ตามเว็บไซต์ที่บอกว่า เป็น VDO สามารถสร้างแรงจูงใจ หรือ สร้างแรงบันดาลใจให้คุณ แต่จะมีสักกี่ครั้งกันที่คุณจะเห็น VDO ที่ถูกสร้างมาเพื่อสร้างแรงจูงใจ หรือ สร้างแรงบันดาลใจให้กับ Entrepreneurs โดยเฉพาะบ้าง? คำตอบก็คือ มีน้อยมาก จนอาจจะแทบจะไม่เห็นเลยด้วยซ้ำ แต่นั่นคือ สิ่งที่เรามองเห็นว่ามันจะเป็นประโยชน์ไม่ใช่น้อยเลย ถ้าหากมีใครสักคนรวมเอา VDO ดี ๆ ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับเหล่าบรรดา Entrepreneurs ทั้งหลายเอาไว้ ให้ดูกันฟรี ๆ เพื่อจุดประกายในการทำงานกลับมาให้ไฟลุกโชนจนกลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในชีวิตกันต่อไปในอนาคต และต่อไปนี้คือ VDO ที่สามารถสร้าง Motivation ให้กับเหล่า Entrepreneurs รวมไปถึงคนอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี รับรองได้ว่า คุณจะได้รับทั้ง Inspiration และ Motivation ในการอยากที่จะก้าวไปสู่จุดที่เรียกได้ว่า ประสบความสำเร็จในชีวิตมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน 1#The Life of An Entrepreneur in
ขอบคุณเทคโนโลยีและความยืดหยุ่นในปัจจุบันที่ทำให้เราสามารถทำงานจากที่บ้านได้ แม้การทำงานที่บ้านจะเต็มไปด้วยความสะดวกสบาย แต่ถ้าสบายเกินไป เราอาจทำงานไม่เสร็จได้ นี่จึงเป็น 5 วิธีที่จะช่วยให้คุณทำงานอย่างมีประสิทธิภาพแม้จะอยู่ภายใต้บรรยากาศสุดสบายอย่างการทำงานที่บ้านก็ตาม 1.สบายได้ แต่ให้พอดี สิ่งที่ดีที่สุดของการได้ทำงานอยู่ที่บ้านก็คือความสบาย สบายไปหมดตั้งแต่ได้อยู่ในพื้นที่ที่เราคุ้นเคย ได้สวมใส่เสื้อผ้าสบาย ๆ ไม่ต้องเป็นทางการมาก จะนั่งทำงาน นอนทำงานก็สบายไปหมดทุกสิ่งอย่าง ความสบายเป็นสิ่งที่ดีแต่ถ้ามากเกินไป แทนที่จะทำงานก็อาจจะกลายเป็นนอนกลิ้งไปกลิ้งมาได้ ดังนั้นจัดท่าทาง พื้นที่ของตัวเองให้สบายได้ แต่อย่าสบายเกินไปจนไม่เป็นอันทำงาน 2.จัดพื้นที่ให้เหมาะสม การทำงานที่บ้านเต็มไปด้วยความสะดวกสบาย และสิ่งรบกวน ทั้ง ๆ ที่กำลังจะตั้งใจทำงานอยู่ดี ๆ หันไปเจอตู้เย็นที่เต็มไปด้วยของกินก็เสียสมาธิเสียแล้ว หรือหันไปเจอโทรทัศน์พร้อมกับจินตนาการถึงหนังเรื่องโปรดก็พร้อมจะปรี่เข้าไปหา สิ่งเหล่านี้ควรถูกกำจัดให้พ้นทางด้วยการหาโต๊ะทำงาน จัดบรรยากาศให้เหมาะแก่การทำงานที่ห่าง หรือให้สิ่งรบกวนอยู่พ้นสายตาออกไปหน่อย จะได้มีสมาธิจดจ่ออยู่กับงานมากขึ้น 3.จัดลำดับความสำคัญของงานที่ต้องทำ พอไม่ต้องเดินทางไปกลับจากที่ทำงาน เวลาที่มีเท่าเดิมก็ดูเหมือนมีเพิ่มจนมากมายแบบไม่มีที่สิ้นสุด ยิ่งเรารู้สึกว่ามีเวลาเหลือมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งรู้สึกว่าเดี๋ยวค่อยทำนั่น เดี๋ยวค่อยทำนี่ก็ได้ ซึ่งสุดท้ายจะทำให้งานไม่เสร็จโดยไม่รู้ตัว หรือถ้าเสร็จก็เสร็จแบบไม่ทันเวลา ดังนั้นคุณควรจัดลำดับความสำคัญว่างานไหนที่ต้องทำเสร็จเป็นลำดับแรก ๆ และต้องเสร็จภายในเวลาเท่าไหร่ เป็นการกำหนดเดดไลน์ให้ตัวเอง 4.จัดเวลา ทำงานที่บ้านก็ยังแปลว่าทำงาน ถ้าคุณไม่ได้ทำงานเสร็จเร็วในเวลาไม่กี่ชั่วโมง การแบ่งสัดส่วนเวลาทำงานก็เป็นสิ่งที่ดี เพื่อไม่ให้ตัวเองทำงานมากเกินไป หรือมัวแต่พักผ่อนเพลินเกินไป โดยคุณอาจแบ่งเวลา 6-8 ชั่วโมงว่านี่เป็นเวลาทำงาน
ยุทธวิธีทางการตลาดในปัจจุบัน การสื่อสารตัวตนของแบรนด์ออกไปให้กับผู้บริโภคได้รับรู้ ถือเป็นอีกแนวทางสำคัญ เพราะคาแรคเตอร์ของแบรนด์ที่ชัดเจนนั้น สามารถส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค ที่แม้ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกัน แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่มักจะเลือกผลิตภัณฑ์ซึ่งมีคาแรคเตอร์ที่คล้ายคลึง และเข้ากันได้กับไลฟ์สไตล์ของตัวเองเป็นหลัก ด้วยเหตุผลง่าย ๆ จากความรู้สึกพื้นฐานของมนุษย์ ที่เชื่อมั่นว่าสิ่งที่มีความใกล้เคียงกับตัวเอง คือสิ่งที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งแบรนด์คอนโดมิเนียม The Reserve จากค่ายพฤกษา เป็นแบรนด์อสังหาฯ ที่เรามองว่า สามารถหยิบยกเอาแนวทางสื่อสารการตลาด ซึ่งเน้นการถ่ายทอดตัวตนของแบรนด์มาปรับใช้ได้อย่างน่าสนใจ แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ทางการตลาด ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างคาแรคเตอร์แบรนด์ที่ชัดเจน ควบคู่ไปกับความต้องการที่จะเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคอย่างตรงจุด จนกลายมาเป็นแนวคิดใหม่ในการสื่อสารแบรนด์โดยใช้สัตว์เป็นสัญลักษณ์ เป็นตัวแทนของไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างตามจุดเด่นของแต่ละโครงการ เพื่อสร้างภาพจำ และความคุ้นเคย รวมถึงเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับรูปแบบการใช้ชีวิตให้กับผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี แนวคิดการเลือกใช้สัตว์เพื่อสื่อสารคาแรคเตอร์ของโครงการที่ชัดเจนนั้นเริ่มมาตั้งแต่ The Reserve Thonglor 2 ที่เลือกใช้หมาป่าเป็นสัญลักษณ์ พร้อม Tagline “Reserve Your Nature” สื่อถึงไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ชีวิตในย่านทองหล่อ ที่มักรวมกลุ่มแบบ Wolfpack เพื่อ Hangout ท่ามกลางแสงสี และความมีชีวิตชีวายามค่ำคืนในย่านนี้ ต่อเนื่องมาจนถึงโครงการล่าสุดอย่าง The Reserve Phahol-Pradipat ซึ่งใช้ “เสือหิมะ” เป็นตัวแทนของนักล่าที่มีความทะเยอทะยานมุ่งมั่น และชื่นชอบการอาศัยอยู่บนที่สูง
ในยุคที่การทำธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงจากรูปแบบ Brick and Mortar เข้าสู่ยุคออนไลน์ในโลกดิจิตัลแบบเต็มรูปแบบ ต้องบอกเลยว่าใครปรับตัวได้ก่อนย่อมได้เปรียบ เพราะในยุคที่ Digital Disrupt เทคโนโลยีมีบทบาทเข้ามาสู่ชีวิตประจำวัน เรียกได้ว่าตั้งแต่ตื่นนอนก็เปิดเฟสบุ๊คอัพเดทข่าวสาร กดเรียก Uber ไปทำงาน ซื้อของผ่านออนไลน์ และการทำธุรกรรมอีกมากมายผ่านทางอินเทอร์เน็ต ยุคที่ต้องมีการปรับตัวอย่างมากเพื่อให้ธุรกิจตอบโจทย์กับความต้องการที่ไร้ขอบเขต เป็นโอกาสอันดีที่ทีมงาน UNLOCKMEN มีโอกาสได้เข้าร่วมงาน THE PREMIER Success Forum 2017 : BEHIND the PRidE-TITUDE ที่จัดโดย บริการเดอะพรีเมียร์ ธนาคารกสิกรไทย ได้เปิดเวทีเล่าแนวคิดและแรงขับเคลื่อนชีวิตสู่เป้าหมายของ 4 บุคคลที่ประสบความสำเร็จบนโลกดิจิทัลในแต่ละสายงาน ซึ่งต้องบอกว่าแต่ละคนมีแนวคิดที่เจ๋ง และสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนยุคใหม่ เราจึงไม่พลาดที่จะนำแนวคิดดี ๆ ของเขาเหล่านั้นมาแบ่งปันกัน ยอด ชินสุภัคกุล ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น “วงในดอทคอม” (wongnai.com) ถ้าพูดถึงเรื่องการหาที่กินใหม่ ๆ เรามั่นใจว่าใคร ๆ ก็ต้องรู้จัก ”wongnai.com” เว็บไซด์ที่รวมรวมร้านอาหารอร่อย สถานที่เจ๋ง ๆ มาไว้ในที่เดียว
ลาออกจากงานประจำแล้วไปเริ่มทำธุรกิจซะ! เรามักได้ยินประโยคทำนองนี้จนชินหูในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนเราอาจหลงลืมไปว่าการทำธุรกิจ การเป็นผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องมีสูตรสำเร็จที่ตายตัว และคุณอาจไม่จำเป็นต้องลาออกทันทีเหมือนที่ใครว่าไว้ แต่เรียนรู้จากการทำงานประจำ เพราะงานประจำนี่แหละที่แอบซ่อนบทเรียนธุรกิจไว้ให้เราเรียนรู้แบบที่เราคาดไม่ถึงมาก่อน Steve Tobak ที่ปรึกษาด้านการจัดการกล่าวถึงการเรียนรู้จากงานประจำที่ใคร ๆ ก็คิดว่าน่าเบื่อไว้ว่า “ความจริงก็คือ ผมเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับการเป็นผู้ประกอบการและการทำธุรกิจจากการทำงานให้คนอื่น” เขายังบอกเพิ่มเติมอีกว่า “ผมเริ่มต้นจากการเป็นปลาตัวเล็ก ๆ ในบ่อใหญ่ จากนั้นค่อยเป็นปลาใหญ่ในบ่อเล็ก ๆ แล้วค่อยกลายเป็นปลาใหญ่ในบ่อใหญ่ จนตอนนี้ผมได้แหวกว่ายในบ่อเล็ก ๆ ของตัวเองลำพัง มันรู้สึกดีมากเลยล่ะ” แล้วเราจะเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการที่ดีจากงานประจำได้อย่างไรบ้าง? เรียนรู้จากโครงสร้างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ การได้ทำงานในองค์กรสักองค์กรหนึ่งนั่นแปลว่าองค์กรธุรกิจนั้นต้องประสบความสำเร็จแล้วระดับหนึ่ง นี่จึงเป็นอีกที่ที่เราจะได้เรียนรู้พื้นฐานและโครงสร้างธุรกิจที่ดีที่สุด โดยคุณต้องสังเกตว่าโครงสร้างองค์กรเป็นอย่างไร ใครทำอะไรบ้าง แต่ละแผนกติดต่อสื่อสารกันอย่างไร แต่ละคนมีแรงบันดาลใจในการทำงานอย่างไร โดยเฉพาะคนที่คุณมองว่าประสบความสำเร็จที่สุดในบริษัท คุณต้องสังเกตว่าเขาทำอะไร มีเส้นทางอย่างไรตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงจุดที่คุณคิดว่าเขาประสบความสำเร็จ เรียนรู้จากหัวหน้างานของคุณ ในองค์กรธุรกิจเต็มไปด้วยหัวหน้างานจากหลากหลายฝ่าย สิ่งที่ดีที่สุดคือการเรียนรู้จากหัวหน้างานเหล่านั้น โดยหัวหน้างานแต่ละคนย่อมมีจุดเด่นและข้อดีที่เราสามารถเรียนรู้และนำไปใช้ในธุรกิจตัวเองในอนาคตได้ แบกรับความเสี่ยงต่ำ(กว่า) การทำงานประจำช่วยให้คุณเรียนรู้ที่จะบริหารความเสี่ยงจริง ๆ แต่คุณไม่ได้รับผลของความเสี่ยงโดยตรงเท่าเจ้าของธุรกิจหรือองค์กรที่คุณทำงานอยู่ด้วย เราไม่ได้กำลังบอกให้คุณทำอะไรเสี่ยง ๆ อย่างไรก็ได้แบบไม่แคร์เพราะนี่ไม่ใช่ธุรกิจของคุณ แต่เรากำลังจะบอกให้คุณเรียนรู้และพัฒนาตัวเองให้เต็มที่ ถ้าผิดพลาดคุณก็รับผิดชอบเฉพาะตำแหน่งที่คุณทำ แต่ไม่ต้องรับผิดชอบถึงระดับองค์กร และรีบเรียนรู้จากความผิดพลาดนั้นเพื่อเป็นบทเรียนให้กับธุรกิจของตัวเองในอนาคต เรียนรู้ข้อผิดพลาดขององค์กร เมื่อสังเกตและเรียนรู้ข้อดี โครงสร้าง และแนวทางที่ประสบความสำเร็จแล้ว
การเป็นนักลงทุนคือสิ่งที่ใครก็ใฝ่ฝัน แต่การเป็นนักลงทุนที่ดีนั้นคือสิ่งที่ยากยิ่งกว่า ทำอย่างไรเราถึงจะรักษาสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิตเพื่อเป็นนักลงทุนที่ดีได้ วันนี้ UNLOCKMEN มีนิสัย 6 อย่างที่ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนหรือยังไม่เป็นนักลงทุนก็สามารถเอาไปปรับใช้ได้ เผื่อวันหนึ่งที่เราได้เป็นนักลงทุน เป็นเจ้าของกิจการของตัวเองจะได้ทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุด เก็บเงินให้มากขึ้น ใคร ๆ ก็เก็บเงิน แต่การจะเป็นระดับเจ้าของกิจการ หรือการเป็นนักลงทุนยิ่งทำให้คุณควรต้องเก็บเงิน และประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนที่ไม่จำเป็นมากกว่าเดิม เพื่อเอาไปใช้ในการลงทุนต่อไปในอนาคคต เชื่อเถอะว่าปลูกฝังนิสัยนี้ไว้ ไม่ผิดหวัง เพื่ออิสรภาพทางการเงินที่สดใสวันข้างหน้า เข้านอนเร็วขึ้นเพื่อตื่นเร็วขึ้น เรามักเข้าใจว่านักลงทุนต้องงานยุ่งจนไม่เป็นอันหลับอันนอนแน่ ๆ แต่การเข้านอนเร็วและการตื่นเช้าจะทำให้คุณทึ่งมากว่าในวัน ๆ หนึ่งคุณมีเวลาให้ทำอะไรมากขนาดไหน แถมการตื่นก่อนคนอื่นยังทำให้คุณได้ใช้เวลาส่วนตัวทำอะไรต่อมิอะไร ได้อยู่กับตัวเอง ทำสมาธิกับตัวเองอย่างปลอดโปร่งจนคุณคาดไม่ถึงทีเดียว อย่ามัวแต่ทำธุรกิจ จนลืมความสัมพันธ์ แม้ธุรกิจและการลงทุนจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่ความสัมพันธ์กับผู้คนกลับเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่า เพราะคอนเนคชั่นและคนรอบตัวเราคือใจความสำคัญของความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นแบ่งเวลา 2-3 ครั้งต่ออาทิตย์ในการส่งเมสเสจหรือโทรหาคนสำคัญ ๆ ที่เราไม่ได้ติดต่อหาเขานานแล้วเสียบ้าง โฟกัสกับสิ่งที่ทำ การโฟกัสกับสิ่งที่ทำไม่ได้แปลว่าต้องโฟกัสกับอะไรแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง คุณอาจจะลงมือทำหลาย ๆ อย่างพร้อมกันก็ได้ เพราะนั่นคือส่วนหนึ่งของการเติบโตเป็นนักลงทุนที่ดีในอนาคต แต่คุณต้องมั่นใจว่าทุกสิ่งที่คุณทำนั้นคุณทำมันด้วยความตั้งใจจริง ๆ ไม่ใช่สักแต่ว่าทำให้มันผ่าน ๆ ไป หาต้นแบบสักคน เราไม่จำเป็นต้องหาคนที่สำเร็จระดับโลกเพื่อมาเป็นครูหรือต้นแบบให้ตัวเอง แต่หาใครสักคนที่คุณเชื่อถือ เคารพ
สวัสดีครับเพื่อนๆชาว UNLOCKMEN ทุกคน นอกเหนือจากแฟนเพจ THINKต่าง by เธมส์ และงานเขียนหนังสือ เธมส์เองก็เป็นพนักงานประจำคนหนึ่งซึ่งปัจจุบันได้รับหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมวิศวกรที่ดูแลด้านการวางกลยุทธ์สินค้าให้กับบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งครับ ตอนนี้ผมทำงานมาทั้งหมด 7 ปีแล้ว จะว่านานก็นานมาก จะว่าเร็วก็เร็วมาก เมื่อมองย้อนกลับไป ผมค้นพบว่างานประจำสอนบทเรียนสำคัญซึ่งมีค่ามากๆให้กับชีวิตของผมซึ่งสรุปออกมาได้ 30 ข้อ! และนี่คือสิ่งที่ผมอยากจะเอามาแบ่งปันให้เพราะเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆชาวพนักงานประจำทุกคน กระทั่งนักศึกษาจบใหม่ที่กำลังจะก้าวเข้าไปสู่ชีวิตวัยทำงานอย่างแน่นอน เกรดดีไม่ได้หมายความว่าอนาคตจะดี อันนี้ใช่ แต่มันคือใบเบิกทางให้เราได้รับโอกาสการทำงานในที่ดีๆ 2. หัวหน้าเป็นแบบไหน ลูกน้องมีโอกาสที่จะกลายเป็นคนแบบนั้น ในฐานะที่ยังเป็นลูกน้องใคร จงเลือกแค่สิ่งดีๆจากหัวหน้ามาใช้ สิ่งไหนไม่ดีก็ไม่ต้องทำตาม 3. เป็นมิตรกับทุกคนอย่างจริงใจ เพราะเวลาคุณไปขอคำแนะนำหรือความช่วยเหลือจากใคร จะมีแต่คนยินดีช่วยเหลือคุณ 4. อย่าคิดมาก อย่าคิดว่าตัวเองสำคัญเกินไป มึงไม่ได้สำคัญมากขนาดนั้นหรอก ทำให้ดีที่สุดก็พอ จริงๆนะ ทำงานหนักไม่ได้หมายความว่าทำงานดี มันคนละเรื่องกัน ทำงานดี ก็ไม่จำเป็นต้องได้ดี มันก็คนละเรื่องกันอีกนั่นแหละ แต่ไม่ว่าผลจะเป็นยังไง คุณรู้ดีว่าคุณเป็นคนที่ดีกว่าเดิมตั้งแต่ที่ได้ทำมันให้ดีแล้ว อย่าให้ใครหรืออะไรมาลดคุณค่าในตัวคุณเด็ดขาด ถ้าเจอปัญหาแล้วรู้ว่าจะแก้ยังไง ก็ดีแล้ว จะเครียดทำไม ก็ไปแก้สิ ยิ่งถ้าเป็นปัญหาที่อยู่นอกเหนือขอบเขตการควบคุมซึ่งแก้ไม่ได้ ก็ยิ่งไม่ต้องเครียดไปใหญ่ จะเครียดทำไม ก็มึงแก้ไม่ได้อยู่ดี
โลกหมุนเปลี่ยนแปลงทุกวัน ทำให้คนต้องเปลี่ยนการดำเนินชีวิตให้ทันโลกอยู่ตลอดเวลา ด้วยการใช้ไลฟ์สไตล์ผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อมารองรับและสร้างความสะดวกสบาย แถมยังมีรูปแบบการลงทุนใหม่ๆ เพื่อต่อยอดการทำธุรกิจ สร้างโมเดลทางธุรกิจใหม่ๆ ป้อนเข้าสู่ตลาด และเท่าทันการเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจไทย ภายใต้โมเดล “ไทยแลนด์ 4.0” สู่เป้าหมายสูงสุดในการดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน ทีมงาน UNLOCKMEN มีโอกาสได้รับเชิญจาก “กรุงศรีไพรม์” เข้าร่วมงานสัมมนาพิเศษ “วางแผนการเงิน 4.0” โดยงานนี้มีแขกรับเชิญพิเศษมากมายมาให้ความรู้กัน นำโดยกูรูทางการเงิน คุณกรณ์ จาติกวณิช ประธานสมาคม ฟินเทคแห่งประเทศไทย ผู้คร่ำหวอดในวงการการเงินกว่า 20 ปี และประสบการณ์จากการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่ากระทรวงการคลังในช่วงปี 2551-2554 มาร่วมแชร์ประสบการณ์และมุมมองความคิดในการปรับตัวรับไทยแลนด์ 4.0 พร้อมแขกรับเชิญพิเศษที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน และการบริหารการเงิน ตลอดจนการบริหารคน เข้ามาเป็นตัวช่วยสำคัญเพื่อพัฒนารูปแบบธุรกิจสู่ความเป็นหนึ่งอย่าง คุณรวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทธุรกิจรุ่นที่สามผู้ปลุกชีวิตแป้งศรีจันทร์ คุณรรินทร์ ทองมา เจ้าของแบรนด์ O&B กระเป๋าและรองเท้าออนไลน์ชื่อดัง และ คุณชุติมา สีบำรุงสาสน์ ผู้อำนวยการสายงานทรัพยากรบุคคล บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด มาร่วมเผยวิธีการวางแผนการเงิน
การเจอใครสักคนเป็นครั้งแรกไม่ใช่เรื่องง่ายโดยเฉพาะการเจรจาทางธุรกิจที่ไม่ว่าแมนแค่ไหนก็ต้องมีหวั่น ๆ กันบ้าง แค่จะคุยให้ราบรื่น ไม่มือไม้สั่นก็ยากแล้ว แต่จะคุยอย่างไรให้คนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกชอบคุณได้ใน 5 นาที? ไม่ต้องคิดเองให้สมองระเบิด UNLOCKMEN มี 5 ข้อง่าย ๆ ทำได้จริง ที่ไม่ว่าเจรจากับใคร คนที่คุยด้วยก็จะชอบคุณได้ใน 5 นาที 1.ถามคำถามปลายเปิด คำถามปลายปิด หรือการเปิดโอกาสให้คู่สนทนาที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกตอบได้แค่ใช่หรือไม่ใช่นั้นทำให้บทสนทนาสั้นลงกว่าที่ควรเป็นหลายระดับ แต่การถามคำถามปลายเปิดให้คู่สนทนามีโอกาสคิดคำตอบกว้าง ๆ เป็นการทำให้เขารู้สึกว่าเราอยากรับฟังเขา เปิดโอกาสให้เขาได้แสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ ที่สำคัญยังทำให้เราสามารถต่อบทสนทนาให้ยาวขึ้นอีก ด้วยการถามคำถามเพิ่มเติมจากคำตอบที่เขาให้กลับมา 2.นิ่งฟังอย่างตั้งใจ แม้ว่าเราจะอยากนำบทสนทนาไปสู่กาเจรจาอันสมบูรณ์แบบที่เราตั้งความหวังไว้ต้งแต่แรก แต่คุณควรนิ่ง ตั้งใจฟัง สบตาคู่สนทนา พยักหน้าแสดงความสนใจเพื่อแสดงให้เห็นว่าคุณกำลังตั้งใจฟังอยู่ เมื่อฟังไปสักพัก ค่อยตั้งคำถามกลับจากเรื่องที่คู่สนทนากำลังเล่า แต่ไปในทิศทางที่คุณต้องการ เพื่อให้เขารู้สึกว่าคุณไม่ได้จงใจมาสื่อสารแค่เรื่องของคุณ แต่ตั้งใจฟังเรื่องของเขามากกว่า 3.หาอะไรที่คุณกับอีกฝ่ายมีเหมือนกัน การมีความสนใจคล้าย ๆ กัน การมีะไรเหมือน ๆ กัน จะยิ่งทำให้คุณสองคนหาเรื่องคุยได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเสแสร้ง แต่ความสนใจที่เหมือนกันจะทำให้คุณหาเรื่องมาคุยได้ไม่รู้จบ ยิ่งทำให้ทั้งคุณและคู่สนทนาไม่รู้สึกดดันกับการคุยกับคนคนนั้นเป็นครั้งแรก ดังนั้นพยายามชวนคุยด้วยคำถามปลายเปิดเยอะ ๆ เพื่อที่จะรู้ว่าคนคนนั้นชอบอะไรบ้าง และมีอะไรที่เราชอบเหมือนกัน ถ้าเจอแล้วคุยถูกคอ
“You have to learn to be an investor if you want to become wealthy” คำพูดสอนสั่งของปู่ Warren Buffet ที่สอนให้เรารู้ว่า ถ้าเราอยากที่จะประสบความสำเร็จ มีความมั่งคั่งในชีวิต เราต้องเรียนรู้ที่จะเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งต้องบอกว่ามันไม่ง่ายเลย ที่จะรวย มั่งคั่ง ประสบความเสร็จได้ ง่าย ๆ อย่างที่เห็นบนแผงหนังสือรวยหุ้นที่เค้าว่ากัน แต่ถ้ามัวอยู่เฉย ๆ ไม่ทำอะไร เงินมันก็ไม่อาจงอกเงยขึ้นมาได้ หลายคนติดว่าแล้วจะเริ่มยังไง มันยากวุ่นวายเหลือเกิน วันนี้ทีมงาน UNLOCKMEN จึงอยากมาแชร์ไอเดียเริ่มต้นเตรียมพร้อมลงทุนให้เงินงอกเงยไปพร้อมกัน ก่อนอื่นเลย หลายคนอาจคิดว่า แค่มีเงินก้อนแรกก็ลงทุนได้แล้ว สบายใจได้ แต่ปู่ Warren Buffet ยังสอนเอาไว้อีกว่า “Risk comes from not knowing what you’re doing” ความเสี่ยงที่โหดร้ายที่สุดคือ ไม่รู้ว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่
เราต่างมีเวลาในหนึ่งวันเท่า ๆ กัน แต่การจัดการและการเลือกใช้เวลาไม่เหมือนกัน คนประสบความสำเร็จเขาทำอะไรในหนึ่งวันเราคงพอจะรู้กันมาบ้าง แต่สิ่งสุดท้ายที่พวกเขาทำก่อนนอนคืออะไรบ้าง ทำแล้วจะช่วยให้นอนอย่างมีประสิทธิภาพขึ้นไหม? หรือทำแล้วชีวิตวันต่อไปจะง่ายขึ้นบ้างหรือเปล่า? เรามาดูกันว่าคนประสบความสำเร็จระดับโลก 7 คนเขาทำอะไรก่อนเข้านอนกัน 1.Bill Gates: อ่านหนังสือก่อนนอน เจ้าพ่อไมโครซอฟต์อย่าง Bill Gates มักจะเผื่อเวลาก่อนเข้านอนของตัวเองไว้สำหรับการอ่านหนังสือเสมอ โดยเขาจะอ่านหนังสือก่อนเข้านอนเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ไม่ว่าคืนนั้นเขาจะนอนดึกขนาดไหน 2.Sheryl Sandberg: ตัดขาดการติดต่อสื่อสาร Sheryl Sandberg คืออดีตกรรมการอำนวยการฝ่ายปฏิบัติการของโซเชียลมีเดียชื่อก้องโลกอย่างเฟซบุ๊ก เธอเลิกที่จะชัตดาวน์การสื่อสาร ด้วยการปิดโทรศัพท์มือถือคู่กายลงเมื่อเธอจะต้องเข้านอน โดยเธอยอมรับว่าแม้มันจะเจ็บปวดมากเมื่อต้องปิดมือถือแต่ละที แต่ก็คุ้มค่ากับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ 3.Oprah Winfrey: นั่งสมาธิ ถ้าจะให้บอกว่า Oprah Winfrey เป็นใคร ก็คงต้องไล่กันยาว เพราะเธอเป็นทั้งนักธุรกิจ นักแสดง โปรดิวเซอร์ และพิธีกรชื่อดัง แต่ไม่ว่าในแต่ละวันเธอจะยุ่งมากขนาดไหน ก่อนนอนเธอก็จะแบ่งเวลาให้กับการทำสมาธิเสมอ ๆ 4.Elon Musk: หยุดกินกาแฟ CEO ระดับโลกที่กำลังมาแรงที่สุดขณะนี้อีกคนหนึ่งคงหนีไม่พ้น Elon Musk ที่ปกติเขาต้องดื่มกาแฟ


