นอกจากรถยนต์แล้ว รถจักรยานยนต์จาก BMW ก็ถือว่ามีชื่อเสียงไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเฉพาะ BMW R Series ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ด้วยสมรรถนะยอดเยี่ยมบวกกับรูปลักษณ์ที่ผ่านการดีไซน์ออกมาได้ลงตัวสุด ๆ อย่าง R9T ที่ถือว่าเป็นรถจักรยานยนต์ที่ผู้ชายแทบจะทุกคนเห็นแล้วจะต้องเกิดความกระสันขึ้นมาทุกที ไม่เว้นแม้แต่คนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่เป็นก็ยังอยากได้ เพราะชื่นชอบในความสวยงามของมัน รถในตระกูล R Series ของ BMW นั้น เรียกได้ว่า ไม่มีรุ่นไหนเลย ที่ทำออกมาแล้วขัดตาขัดใจคนรักรถจักรยานยนต์ตั้งแต่สมัยอดีตกาล และถึงแม้ว่า R Series รุ่นเก่า ๆ ส่วนใหญ่ จะมีหน้าตาไปทาง Vintage Style แต่ถ้าหากถูกนำมาปัดฝุ่นและตกแต่งเพียงเล็กน้อย ความงามของมันก็ไม่ได้แพ้รถรุ่นใหม่ ๆ อย่าง R9T เลยเช่นกัน และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม รถจักรยานยนต์ R Series ของ BMW ถึงยิ่งเก่ายิ่งแพงและมีคนจ้องตามหาอยู่ตลอดเวลา ล่าสุดสำนักแต่งอย่าง IRONWOOD CUSTOM ที่ขึ้นชื่อในการจับรถจักรยานยนต์เจ๋ง ๆ มาทำใหม่ให้มีสไตล์ดุดันและสวยงามทันสมัยมากยิ่งขึ้นได้จับเอา 1985 BMW
ไม่ว่า Porsche จะมีรุ่นยิบย่อยออกมามากมาย จนหลายคนแยกความแตกต่างไม่ออก ถึงขั้นที่เราต้องทำ article สรุปความแตกต่างของ Porsche 911 มาแล้ว แต่ทุกรุ่นที่ Porsche ทำออกมาล้วนมีจุดเด่นที่น่าสนใจแตกต่างกันออกไป แม้ปัจจุบันวงการรถยนต์สมรรถนะสูงจะแข่งกันพัฒนา เพิ่มความแรง ลดน้ำหนัก เพื่อให้ได้ตัวเลขแรงม้าและแรงบิดที่เหนือกว่ากันอยู่ตลอดเวลา ซึ่งดูเหมือนสักวันการพัฒนาอาจจะถึงทางตันของมัน แต่อย่างน้อยวันนี้ Porsche ก็ได้ส่งผลงานระดับ Masterpiece ออกมาให้แฟน ๆ ได้น้ำตาไหลกัน นั่นคือ 2018 Porsche 911 GT2 RS กับหน้าตาสุดอลังการ และพละกำลังสุดประทับใจ 2018 Porsche 911 (991) GT2 RS คันนี้นับว่าเป็น the most powerful street-legal Porsche 911 ด้วยตัวเลขระดับ 700 แรงม้า และแรงบิด 553 lb-ft ฝีมือการเรียกพลังจากเครื่องยนต์ 3.8-liter 6 สูบเรียง
ถ้าพูดถึงรถยนต์อย่าง MINI Cooper คนที่หลงใหลในเรื่องของนวัตกรรมยานยนต์คงต้องตาลุกวาวเป็นแน่ โดยเฉพาะคนที่มีความชื่นชอบประวัติและรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ค่ายนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จะรู้ดีว่าเห็นคันเล็ก ๆ แบบนี้ แต่พิษสงนั้นร้ายกาจอย่าบอกใครเชียว โดยเฉพาะรถ MINI ที่ติดป้ายรับประกันความแรงอย่าง Cooper S ด้วยแล้วล่ะก็ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสมรรถนะไม่เป็นสองรองใคร แต่เหนือฟ้ายังมีฟ้า นอกจาก MINI Cooper S ที่ถือว่าสุดยอดในดวงใจแล้ว วันนี้เราอยากแนะนำชาว UNLOCKMEN ให้ได้รู้จักกับตำนานความแรงขั้นกว่า จนเรียกว่าเป็น MINI ในแบบฉบับรถแข่งก็ไม่ผิดนัก นั่นคือ MINI John Cooper Works ที่หลายคนคุ้นชื่อกันดีถึงความยอดเยี่ยมในฐานะตัวแรงคู่สำนัก และวันนี้พวกเราจะได้รู้จักกับ John Cooper Works แบบเจาะลึกถึงที่มา ประวัติเจ้าของชื่อ รับรองได้เลยว่าเมื่ออ่านจบแล้ว คุณจะต้องเทใจให้ MINI JCW แบบไม่ทันตั้งตัวอย่างแน่นอน Who is John Cooper? หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของ John Cooper Works กันมาบ้าง หรืออาจรู้ว่าเป็นชื่อสำนักแต่งรถที่ขึ้นชื่อเรื่องการรีดสมรรถนะที่แท้จริงให้กับรถ
ถ้าพูดถึงหนึ่งในมอเตอร์ไซค์รุ่นที่มียอดจำหน่ายมากที่สุดตลอดกาล หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อ Honda Super Cub ติดโผอยู่แน่นอน ด้วยอายุที่เก่าแก่เกิดมาตั้งแต่ปี 1958 เก๋ามาถึงทุกวันนี้ก็ร่วมปีที่ 60 เข้าไปแล้ว โดยมีตัวเลขการผลิตสะสมถึงปี 2014 เป็นจำนวนมากถึง 87 ล้านคัน มากกว่าจำนวนประชากรไทยทั้งประเทศซะอีก จุดเด่นของ Honda Cub ทุก generation นั้นขึ้นชื่อเรื่องการออกแบบ ที่เก็บรายละเอียด จุดเด่นของ Cub ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น icon of 20th century เคียงข้าง VW Beetle หรือ Ford Model T ส่งต่อกันมาได้อย่างมีสไตล์ เรียกว่าทุกวันนี้ก็ยังดู Vintage ไม่เคยล้าสมัย และไม่เคยลดความน่าสนใจลงไปเลย จนกระทั่งในปี 2009 เป็นครั้งแรกที่ทุกคนได้เห็น Honda EV Scooter แบบ Cenceptual Version แต่ก็ไม่ได้มีข้อมูลอะไรเปิดเผยออกมามากมายนัก ปล่อยให้เวลาผ่านไปเนิ่นนานถึงปี 2015
คุณเคยคิดไหมว่า ถ้าหากจะมีรถที่มีสมรรถนะยอดเยี่ยมในระดับ Supercar แต่มีหน้าตาแบบรถเก๋งใช้งานธรรมดา ๆ มันจะมีใครยอมจ่ายเงินมหาศาลเพื่อมันบ้างรึเปล่า? ที่ถามแบบนั้นก็เพราะว่าคนแทบทุกคนที่ตัดสินใจซื้อ Supercar ก็มักจะชื่นชอบในสไตล์ของรถที่เป็น Sport 2 ประตู กันทั้งนั้น ดูเหมือนว่าเรื่องของความแรงจะเป็นส่วนประกอบในการตัดสินใจอันดับรองลงมาด้วยซ้ำ ดังนั้นคำตอบของคำถามข้อนี้ที่เราคิดไว้ก็คือ คงจะไม่มีใครอยากได้รถราคาหลัก 10 ล้าน แต่มีหน้าตาธรรมดา ๆ เหมือนรถเก๋ง 4 ประตู ทั่วไปอย่างแน่นอน แต่สำหรับผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากเกาะอังกฤษอย่าง Juguar Land Rover คงจะมีไอเดียที่แตกต่างออกไปจากเรา แม้ว่าอาจจะไม่ใช่ 100% แต่พวกเขาก็คิดว่า อย่างน้อย ๆ ก็น่าจะมีคนสัก 300 คน ที่จะยอมเสียเงินหลายล้าน เพื่อจะเป็นเจ้าข้อง Supercar ในร่าง Saloon หลังจากที่ได้มีการเปิดตัวโปรเจ็คใหม่อย่าง Jaguar XE SV Project 8 ออกมาให้เห็นกันแบบตัวเป็น ๆ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ Jaguar XE SV Project
วิถีแห่งงานดีไซน์ คือการนำเอาเรื่องของศาสตร์ และ ศิลป์ เข้ามารวมกันไว้ได้อย่างกลมกล่อม โดยมีจินตนาการและแรงบันดาลใจทำหน้าที่เป็นตัวผสานชั้นยอด ซึ่งเมื่อมองในแง่ของการออกแบบผลิตภัณฑ์ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่างานออกแบบที่สวยงามนั้นมีผลต่อการตัดสินใจ ไม่แพ้อรรถประโยชน์ที่จะได้รับจากชิ้นงานนั้น ๆ TOYOTA คืออีกหนึ่งแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับศาสตร์แห่งการดีไซน์มาโดยตลอด และได้มีการสื่อสารเรื่องราวของปรัชญาการออกแบบในแนวทางของ TOYOTA ผ่านแคมเปญ PAST FORWARD โดยจัดเป็นรูปแบบของกิจกรรมต่อเนื่อง ซึ่งทาง UNLOCKEN มีโอกาสได้เข้าร่วมซึมซับปรัชญาด้านการออกแบบของ TOYOTA ที่เล่าย้อนไปถึงความเป็นมาเมื่อครั้งอดีต พร้อมส่งต่อจิตวิญญาณแห่งดีไซน์ผ่านแนวคิดเพื่ออนาคต จากกิจกรรมที่ผ่านมาทั้ง 2 เฟส อย่าง BEGIN: Design Culture (Behind the Design) นำเสนอ History of TOYOTA’s Sport Car Design จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ควบคู่ไปกับ History of Sneakers ในเรื่องราว และแนวคิดของการออกแบบรองเท้า Sneakers วัฒนธรรมที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่น ต่อเนื่องมาจนถึงเฟส 2 BEYOND: Design for
ห่างหายไปจากตลาดนานพอสมควร สำหรับแบรนด์คุ้นหูอย่าง Vaio ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นแบรนด์ระดับ Hi-End ตัวบน ๆ ของตลาด Laptop ที่มักจะขายประสิทธิภาพที่มาคู่กับดีไซน์สวยล้ำกว่าเจ้าอื่นอยู่เสมอ น่าเสียดายมากที่ ณ วันนี้ แบรนด์ไม่ได้มี Product อะไรออกมาใหม่ เพื่อดึงลูกค้าในบ้านเราเหมือนแต่ก่อน ซึ่งเหตุผลก็น่าจะเป็นเพราะ Sony ได้ขายแบรนด์ Vaio ออกไปแล้วเรียบร้อย และถึงแม้บ้านเราจะเงียบเหงา ไม่ได้มีรุ่นใหม่ออกมาให้ติดตามกัน แต่ที่ญี่ปุ่นกลับไม่เป็นแบบนั้น เพราะล่าสุด Vaio ได้เปิดตัวรุ่น Z ที่หันหน้ามา Collab กับแบรนด์รถยนต์ชื่อดังอย่าง Mercedes-Benz ที่เรียกว่าเป็นสุดยอด Special Edition บันเทิงใจ ของคนรักรถกันเลย ซึ่งการเปิดตัวครั้งนี้เรียกว่าสร้างความแตกต่างอย่างลงตัว ได้แบบชัดเจน นอกจากตัว Laptop Mercedes-Benz x VAIO Z เป็นการดึงเอกลักษณ์ของความเป็น Luxury ที่โดดเด่นไม่เหมือนใครแล้ว ยังเอาใจคนรักการขับรถแบบสุด ๆ ด้วยการติดตั้งเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ “Vroom Vroom” (การเบิ้ลเครื่อง)
สำหรับแบรนด์ BMW นั้น คงไม่ต้องอธิบายอะไรให้มากความว่า เป็นแบรนด์ที่ผลิต หรือจำหน่ายอะไร ด้วยชื่อชั้นประวัติศาสตร์ และสมรรถนะในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ทำให้ BMW เป็นหนึ่งในรถที่ผู้ชายหลายต่อหลายคนหมายปอง ถึงขั้นยกให้เป็นรถในฝันกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น BMW 1 Series , BMW 2 Series, BMW 3 Series, BMW 5 Series, BMW 6 Series รวมถึงรุ่นใหญ่ซึ่งเป็นรุ่นยอดฮิตของเหล่าผู้บริหารทั้งหลายอย่าง BMW 7 Series ซึ่งทุก Series ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เราคงจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดีอยู่แล้ว แต่ในความเป็นจริง ทาง BMW ยังมี 8 Series อยู่ด้วย แต่มันมีการผลิตออกมาเพียงช่วงสั้นๆ (2000-2003) ก่อนที่จะหยุดสายพานการผลิตไปกว่า 20 ปี ทำให้หลายคนอาจไม่รู้มาก่อนว่า มี BMW Series นี้อยู่ด้วย โดยเฉพาะในประเทศไทยของเรานั้น
ในด้านการตลาด กลุ่มเป้าหมายที่สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก ไม่สะเทือนในทุกสภาพเศรษฐกิจ ก็คือกลุ่ม Upper Upper ที่มีเงินถุงเงินถังมากมายพร้อมใช้อัพเกรดไลฟ์สไตล์สะท้อนสถานะทางสังคม เราจึงได้เห็นการแข่งขันที่ดุเดือดเพื่อแย่งเงินจากกระเป๋าลูกค้ากลุ่มนี้มากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะวงการยานยนต์ ที่มีการอัพเกรดรุ่นใหม่ ๆ โมเดลแรง ๆ ออกมาแบบปีต่อปี แบรนด์รถยนต์หรูพากันนำเสนอโมเดลรองรับทุกการใช้งาน โดยเฉพาะ BMW ที่ปัจจุบันมีโมเดลหลักเรียงตั้งแต่ 1 ถึง 7 และยังไม่พอ เราได้เห็น BMW เปิดตัว teaser ของ 8-Series ใหม่ล่าสุดไปไม่นาน ขณะที่เรากำลังวิเคราะห์คาดเดาหน้าตาของ 8-Series อยู่ ก็มี Photoshop-God สะบัดมือ Render ภาพให้เราดูเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องรอถึงงาน Concorso d’Eleganza Villa d’Este ที่ BMW ประกาศว่าจะเปิดตัว 8-Series concept ถึงวันที่ 26 พฤษภาคม Graphic Designer “Peisert Design” ก็ได้จัดการนำภาพ Teaser
เมื่อพูดถึง Supercar ผู้ชายร้อยทั้งร้อย ต้องมีความใฝ่ฝันที่จะได้มาครอบครอง หรือขอแค่ได้ลองขับขี่เพื่อสัมผัสความคลั่งของขุมพลังจากม้าคอกใหญ่สักครั้งหนึ่งในชีวิต แต่วันนี้เราไม่ได้มาพูดถึงหนทางในการได้เป็นเจ้าของ Supercar เพราะสิ่งที่น่าค้นหามากกว่าคือ เรื่องราวความหลงใหลในสุดยอดยนตรกรรมมูลค่าสูง ว่าเหตุใดมันจึงสามารถครองใจชายอย่างเราได้ทุกยุคทุกสมัย จนหลายคนยอมจ่ายโดยไม่เกี่ยงราคาเพื่อให้ได้มา และการเป็นเจ้าของ Supercar สักคัน จะต้องโฟกัสจุดไหนบ้างถึงจะเรียกได้ว่าเป็นผู้ที่หลงใหลอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่ประดับบารมี ก่อนอื่นเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าบรรดาผู้ครอบครอง Supercar อย่าง Porsche, Ferrari, Lamborghini, Bugatti ฯลฯ นั้นต่างก็มีความหลงใหลในดีไซน์ และสมรรถนะ ซึ่งมีความเหนือชั้นเกินกว่าที่ยานยนต์ทั่วไปบนท้องถนนจะสามารถเทียบเคียงได้ อีกทั้งยังต้องเป็นผู้ที่ชื่นชอบการเสพสุนทรียภาพความสนุกสนานแห่งการขับขี่ด้วยตนเอง แม้หลายคนจะมองว่าถนน และสภาพการจราจรของเมืองไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ นั้นไม่เอื้อต่อการปลดปล่อยศักยภาพความเป็น Supercar ออกมาได้อย่างเต็มที่นัก แต่จากการที่เรามีโอกาสได้พูดคุยกับบรรดาเจ้าของ Supercar ในเมืองไทย แทบทุกคนต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า เหตุผลในการเลือกขับ Supercar บนท้องถนนทั่วไปนั้นไม่ได้มีเป้าหมายอยู่ที่ความเร็วสูงสุด แต่เป็นความหลงใหลในอารมณ์ที่ได้จากการขับขี่ด้วยอัตราเร่งที่สั่งได้ดั่งใจ ทุกความรู้สึกจากพื้นถนนสู่ล้อ ผสานกับแรงบิดมหาศาล และเสียงคำรามของเครื่องยนต์ซึ่งถูกส่งผ่านขึ้นมายังตัวเราที่นั่งควบคุมอยู่หลังพวงมาลัย คือสิ่งที่กระตุ้นอะดรีนาลีนให้พลุ่งพล่าน ตอบสนองต่อสัญชาตญาณดิบที่ซ่อนอยู่ในใจทุกคน นอกเหนือจากเรื่องของดีไซน์โดดเด่นสวยงามสะดุดตา และสุดยอดสมรรถนะที่เร่งเร้าอะดรีนาลีนของผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี ยังมีอีกจุดสำคัญที่ผู้หลงใหล Supercar ไม่ควรมองข้าม นั่นก็คือยาง ซึ่งถือเป็นจุดละเอียดอ่อนที่สุด เพราะเป็นจุดเดียวของตัวรถที่สัมผัสกับพื้นถนนอยู่ตลอดเวลา
สำหรับผู้ชายส่วนใหญ่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีนิสัยชอบความเร็วหรือไม่ก็ตาม เราเชื่อว่า ทุกคนคงต้องเคยผ่านการลงสนามแข่งขับ Go-Kart กันมาบ้างอยู่แล้ว และยิ่งถ้าได้ขับแข่งกับเพื่อนๆ เป็นกลุ่มด้วยแล้วล่ะก็ การขับ Go-Kart ก็ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ให้ความบันเทิงกับผู้ชายได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ในคนที่เคยขับรถ Go-Kart คงจะรู้ดีว่า เห็นรถคันเล็กๆ แบบนั้น เวลาวิ่งอยู่ในสนามอาจดูเหมือนไม่เร็วนัก แต่ถ้าได้ลองขับเอง รถจิ๋วแบบนี้ก็มีพิษสงมากพอจะทำให้อดีนารีนสูบฉีดไปทั่วทั้งร่างได้อยู่เหมือนกัน แต่ไม่ว่าจะเคยสัมผัสประสบการณ์ความแรงจากไหนมา ก็ต้องลดหดตัวกลายเป็นเพียงอารมณ์จักรยานเด็กเล่น เพราะสำหรับ Go-Kart คันนี้ เรียกได้ว่า เปิดตัวมาไม่ทันไร ก็กลายเป็นตำนานบทใหม่ Run วงการไปเป็นที่เรียบร้อย มันคือ Go-Kart ที่มีชื่อเต็มๆ ว่า “The Daymak C5 Blast” คันนี้ ได้เปิดตัวออกมาอย่างยิ่งใหญ่ แถมยังพ่วงคำต่อท้ายเป็นลายสักเสือเผ่นว่า ‘เร็วที่สุดบนโลกเท่าที่เคยมีมา’ อีกด้วย หลายคนคงสงสัยว่า จะไม่มีรถ Go-Kart คันไหน จะเร็วไปกว่าคันนี้อีกแล้วจริงหรือ? คำตอบที่ได้ก็ต้องทำให้ข้อสงสัยทั้งหมดจบลง เมื่อมีการเผยสถิตความแรงของมันออกมาว่า Super Go-Kart คันนี้สามารถทำความเร็วจาก 0-100 km/h ได้ ภายในเวลา
“อยากได้รถลุคโหด ดิบ หรู แรง เรื่องเงินไม่มีปัญหา” ประโยคจากลูกค้าที่เจ้าของร้าน Custom Bike ชื่อดัง Diamond Atelier ได้ยินเป็นประจำ แต่น้อยครั้งที่บทสนทนาสวยหรูจะกลายเป็นโปรเจคจริงได้ บ้างก็หายไปกลางคัน บ้างก็ใจไม่ถึงมากพออย่างที่เคยคุยโตเอาไว้ แต่สำหรับโปรเจค BMW R nine T Neo-Racer คันนี้ เจ้าของเปิดโอกาสให้ Tom และ Pable สองคู่หูนัก Custom แห่ง Diamon Atelier ได้แสดงฝีมือเต็มที่ ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ออกมานั้นเข้าขั้น World Class ไม่น้อยหน้า R nine T คันไหนในโลกนี้แน่นอน ดูจากผลงานที่ผ่านการตกแต่งแล้วเสร็จ อาจจะไม่คุ้นตาเหมือน R nine T ที่เคยเห็นกันมาก่อน เพราะ Diamond Atelier ได้จัดการออกแบบใหม่หมดเกือบทุกส่วนทั้งคัน จากรถ Cafe’ Bike กลายเป็น Streetfighter


