กลับมาอีกครั้งกับเดือนกรกฎาคมที่ยังคงคุกรุ่นด้วยความทะมึนของไวรัสและวัคซีน เป็นอีกเดือนที่โรงหนังยังคงปิดเช่นเคยแถมร้านอาหารก็ยังมาปิด เราเลยไม่พลาดที่จะคัดโปรแกรมหนังเด็ด ๆ จาก Netflix ประจำเดือนกรกฎาคม 2021 ที่จะช่วยให้คุณลืมความเครียดในช่วงเวลานี้ไม่มากก็น้อย Kingdom: Ashin of the North กำหนดฉาย 23 กรกฎาคม เริ่มกันด้วยไฮไลท์ประจำเดือนนี้ จากซีรีส์ K-Zombie ชื่อดัง กับ Side Story ที่เล่าถึงมือปราบซอมบี้แห่งเผ่าเหนือ ที่กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตผีดิบออกอาละวาดไม่แพ้ตำหนักวังหลวง โดยหนังเรื่องนี้เล่าถึงเด็กสาวอาชิน ที่สูญเสียครอบครัวจากโศกนาฏกรรมปริศนา ทำให้เธอต้องเติบโตอย่างโดดเดี่ยวและแข็งแกร่ง พร้อมรอวันล้างแค้นและล้างบางกองทัพผีดิบนี้ สิ่งที่พิเศษสำหรับหนังภาคแยกนี้คือการมารับบทบาทของยัยตัวร้าย ชอน จี ฮยอน ที่ทั้งสวย เด็ด เผ็ด ดุ กับบทบาทมือปราบซอมบี้สาวสุดแกร่งที่พกแรงแค้นรอวันชำระ ซึ่งมั่นใจได้ว่า สนุก มันส์ ระห่ำ เลือดกระฉูดจอ อย่างแน่นอน Fear Street Trilogy (1994 / 1978 / 1666) กำหนดฉาย
นอกจากปี 2001 เป็นปีที่เริ่มต้นสหัสวรรษใหม่ สำหรับวงการหนังก็นับเป็นปีแห่งการเริ่มต้นของหนังหลายเรื่องที่กลายเป็นตำนาน UNLOCKMEN ขอนำคุณนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลา ในโลกแห่งความเร็ว / พ่อมดแห่งโลกเวทย์มนต์ / การผจญภัยของวงแหวน และหนังอีกมากมายที่มาร่วมเติมเต็มทุกความทรงจำสำหรับคุณ ที่ทุกคนรู้สึกว่ามันเหมือนเพิ่งเกิดเมื่อวาน The Fast and the Furious จุดเริ่มต้นของหนังเร็ว แรง แซงนรก จากหนังที่เล่าเรื่องราวของตำรวจที่แฝงตัวในแก๊งซิ่ง ที่ค่ายหนังอย่าง Universal เห็นค่าเพียงหนังฟอร์มเล็กคั่นโปรแกรม ใครเลยจะรู้ว่าอนาคตมันกลับกลายเป็นสุดยอดหนังเรื่องยิ่งใหญ่ ที่สร้างสาวกติดตามอย่างเหนียวแน่นได้ขนาดนี้ จนเกิดเป็นหนังภาคต่อ แจ้งเกิดนักแสดงมากมาย และกลายเป็นโปรแกรมยักษ์รับซัมเมอร์ที่ทุกคนรอคอยว่าภาคต่อไปจะมียานพาหนะไหนที่มาทดสอบความเร็วบ้าง นักแสดงคนไหนที่เคยถูกฆ่า จะถูกชุบชีวิตกลับมาโลดแล่นได้ใหม่ แม้กระทั่งนักแสดงผู้ล่วงลับอย่าง Paul Walker ที่จากไปด้วยอุบัติเหตุจากรถยนต์ ยังพร้อมถูกชุบชีวิตด้วยเทคนิค CGI บนจออยู่เสมอ ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ล้วนแล้วแต่สร้างจักรวาลอันแข็งแกร่งให้หนังเร็วแรงนี้มีอายุยืนยาวจวบจนปัจจุบัน 20 ปีต่อมา… แม้ Paul Walker จะจากไป แต่ Vin Diesel ก็ยังคงแบกหนังเรื่องนี้ไว้และไปต่อ ขณะเดียวกันก็มีภาคแยก Spin Off อย่าง
เรียกได้ว่า มาแรงแซงทางโค้งกันไปเลย สำหรับสตริมมิ่งเจ้าใหม่ แม้กระทั่ง Netflix ที่ยึดหัวหาดมานานต้องมีร้อนหนาว กับสตูดิโอหนังยักษ์ใหญ่ที่ลงมาร่วมชิงชัย แย่งชิงเวลาอันมีค่าของคนดูที่ตอนนี้มีเวลากันเหลือเฟือ เพราะไม่กล้าจะออกไปไหนในช่วงไวรัสระบาด อย่างช่อง Disney+ Hotstar ที่แม้จะเป็นสตรีมมิ่งเจ้าใหม่ของเมืองไทย แต่สำหรับชื่อ Disney คือเจ้าแห่งคลังสมบัติความบันเทิงที่มีทั้งหนัง / การ์ตูน และสารคดีมากมายให้ดูกันจนตาแฉะ แต่วันนี้ Unlockmen ของเสนอในส่วนของ Disney+ Original Content ที่มีให้ชมแค่ในช่องนี้เท่านั้น ทั้งในส่วนหนังและซีรีส์ ว่าแต่จะมีเรื่องอะไร เรารู้ว่าเวลามีค่า รีบมาอ่านเพื่อตัดสินใจรับชมกันได้เลย หนังเจ๋ง Disney+ Original Films Cruella จากหนังใหญ่ที่ตอนแรกวางโปรแกรมฉายในโรงภาพยนตร์ เป็นการคอนเฟิร์มแล้วว่าหนังได้ถูกถอดโปรแกรมเป็นที่เรียบร้อย กับหนัง Side Story ของ Cruella de Vil วายร้ายสาวผู้เป็นไม้เบื่อไม่เมากับเจ้าจุดจำนวน 101 ตัว ในแอนนิเมชั่น 101 Dalmatians แต่ Cruella ในภาคนี้นั้นเลือกที่จะเล่าเรื่องราวที่เป็นจุดกำเนิดในยุค 1970s
“เพราะการเดินทาง คือการเติมเต็มชีวิต และค้นหาตัวตน” ใครบางคนเคยกล่าวคำเท่ ๆ เอาไว้ ถึงการเดินทางท่องเที่ยวไปยังถิ่นเมืองแปลก จะด้วยการไปเพื่อผ่อนคลายหรือไปเพื่อผจญภัยก็ตาม แต่คนที่กล่าวอาจจะไม่ทันได้คิดว่าโลกจะเข้าสู่วิกฤตโรคระบาด ที่รุนแรงถึงขั้นมนุษย์ไม่อาจจะเดินทางไปไหนได้ไกลจากรั้วบ้าน ซึ่งมันก็ผ่านไปปีกว่าแล้ว ยังคงไร้วี่แววที่เราจะแพ็คกระเป๋าออกเดินทางไหนได้เลย เราเข้าใจในความอึดอัดนี้ จึงขอแบ่งปันหนังเกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยวที่เราคิดว่ายอดเยี่ยมที่สุด อย่างน้อยก็ได้เที่ยวทิพย์ผ่านการดูหนังก็ยังดี โดยเราแบ่งเป็นหมวดหมู่ต่าง ๆ เพื่อความชอบตามไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันไป ถ้าพร้อมแล้วก็หยิบรีโมทค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวที่ใช่ แล้วออกเดินทางแบบเที่ยวทิพย์ไปพร้อมๆกันเลย Wild (2014) เรื่องราวที่สร้างจากชีวิตจริงของ Cheryl Strayed ผู้ทิ้งความหดหู่ของชีวิตในเมืองใหญ่ ตัดสินใจแบกเป้เดินเท้ากว่า 1,100 ไมล์ เพื่อออกตามหาความหมายของชีวิต หนังกล่าวถึงการต่อสู้ในจิตใจสับสนจากอดีตอันแสนช้ำตรม เพื่อมาสัมผัสธรรมชาติที่แม้จะโหดร้าย แต่กลับช่วยเยียวยาจิตใจ และช่วยให้เข้าใจความหมายอันถ่องแท้ของชีวิต Wild สร้างและแสดงนำโดย Reese Witherspoon หลังจากที่เธอได้อ่านหนังสือ Wild: From Lost to Found on the Pacific Crest Trail บทบันทึกที่เล่าถึงการเดินทางไปยัง “แปซิฟิก เครสต์ เทรล” ซึ่งเป็นเส้นทางเดินป่าตามสันเขาที่ทอดยาวตามชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของสหรัฐ
หากช่วงนี้ใครติดตามชาร์ทดนตรีไม่ว่าจะฝั่งอังกฤษหรืออเมริกา ชื่อของ Olivia Rodrigo คงจะเป็นชื่อที่พาให้คุณต้องตะลึง เพราะ Sour อัลบั้มชุดแรกในชีวิตของเธอนั้น สามารถครองแชมป์อันดับ 1 ทั้ง UK Charts และ Billboards อย่างสวยสดงดงาม ไม่ใช่เพียงชาร์ทอัลบั้มเท่านั้น แต่ซิงเกิ้ล Good4U ก็ได้รับอานิสงส์ขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ทเพลงเช่นกัน เพราะอะไร โลกมหาอำนาจแห่งวงการบันเทิง ถึงยกย่องสาวน้อยคนนี้ว่าเป็นความหวังใหม่ล่าสุดของวงการเพลง UNLOCKMEN ขอเชิญคุณมาทำความรู้จักกับสาวน้อยอายุ 18 ที่ฉายแววประกายความเปรี้ยวซ่าส์ทั้งในฐานะนักแสดงและศิลปินเพลงอนาคตไกล มาดูกันว่า กว่าที่เธอจะมาถึงจุดนี้ ต้องผ่านอะไรมาบ้าง สำหรับเด็กผู้หญิงทั่วไป การเติบโตท่ามกลางศิลปินเพลงพ็อพไม่ว่าจะเป็นอิทธิพลจาก Britney Spears / Beyonce หรือ Alicia Keys คงเป็นเรื่องที่ปกติและธรรมดา แต่สำหรับ Olivia Rodrigo สาวน้อยลูกครึ่ง แม่เยอรมัน/ไอริช ส่วนพ่อมีเชื้อสายฟิลิปปินส์ ที่เกิดและเติบโตในเมืองเทเมคูลา รัฐแคลิฟอร์เนียนั้น กลับไม่ธรรมดาและมีความแตกต่างจากครอบครัวอื่น เพราะครอบครัวของเธอนั้นเลือกที่จะขับกล่อมเธอด้วยเพลงอินดี้ร็อคอัลเทอร์เนทีฟอันหนักหน่วง ไม่ว่าจะเป็น No Doubt
ชายหนุ่มร่างใหญ่ที่มาพร้อมถังออกซิเจนและทรงผมพะรุงพะรัง เพียงแว็บแรกคุณอาจจะรู้สึกขำมากกว่าหวาดกลัว แต่ใครเลยจะรู้ว่า ในมือที่ถือถังออกซิเจนดูไร้พิษภัยคู่นั้น กลับเป็นอาวุธที่สุดแสนอำมหิต และเขาคือวายร้ายสุดคลั่งแห่งโลกภาพยนตร์ทศวรรษที่ 2000s กระทั่งคนรับบทบาทยังรู้เกลียดกลัวคาแรคเตอร์นี้จนเกือบจะไม่รับเล่นมัน มาทำความรู้จักกับ Anton Chigurh วายร้ายอำมหิตแห่งหนังฟิล์มนัวร์ยุคใหม่ จากภาพยนตร์ No Country for Old Men ที่ร้ายจนทำให้เขาคว้ารางวัลนักแสดงสมทบฝ่ายชายยอดเยี่ยมไปครองได้สำเร็จ หนัง No Country for Old Men ออกฉายในปี 2007 สามารถสะกดคนดูด้วยการเล่าเรื่องผ่านตัวละคร 3 ตัว โดยจุดเริ่มต้นมาจากการปะทะกันของ 2 แก๊งค้ายาที่นำพาให้เกิดการยิงกันและตายเกลื่อน Llewelyn Moss (นำแสดงโดย Josh Brolin) นักล่าสัตว์พบเจอศพคนโฉดนอนเรี่ยราดบนพื้น เขาสำรวจตรวจตราก็พบว่ามีกระเป๋าเงินจำนวน 2 ล้านเหรียญซุกซ่อนอยู่ท่ามกลางกองเลือดที่นองพื้นนั้น ไม่รอช้า เขาหยิบมันและจัดการนัดแนะแฟนสาวให้ออกจากบ้านไป เพราะมั่นใจว่าเจ้าของเงินน่าจะตามมาหาเขาในไม่ช้า ขณะเดียวกันหนังก็เล่าถึง Ed Tom Bell (นำแสดงโดย Tommy Lee Jones) นายอำเภอสุดเก๋าล้นประสบการณ์ แม้อายุอานามของเขาจะมากจนอยากเกษียณ
ก่อนที่โลกจะเข้าสู่ยุคแห่งการล็อคดาวน์ มีหนังเกี่ยวกับการอยู่ในที่แคบหรือพื้นที่จำกัดมากมายที่แสดงให้เห็นสภาวะอันอึดอัด และการต้องหาทางรอดของตัวละครในหนัง ซึ่งการทำหนังที่เกี่ยวกับพื้นที่แคบนั้นเต็มไปด้วยอุปสรรคการทำงานมากมาย ไม่ว่าจะในเรื่องของเนื้อหา การสื่อสารกับคนดู ทุนสร้าง หรือจำนวนบุคลากรที่ต้องลดจำนวนลง ดังนั้นเวลาเราดูหนังยิ่งมีพื้นที่แคบอยู่ในไม่กี่สถานที่ กลับเป็นการท้าทายไอเดียที่ยากยิ่งกว่าสำหรับผู้สร้างเพื่อจะก้าวข้ามขีดจำกัดต่าง ๆให้ได้ ไม่ใช่หนังที่ถ่ายง่าย ๆ อย่างที่หลายคนคิด มาดูกันว่ามีหนังในที่แคบเรื่องอะไรกันบ้าง แล้วเขามีเทคนิคในการถ่ายทำอย่างไร Rear Window (1954) Directed by Alfred Hitchcock ถือเป็นหนังต้นตำรับบิดาแห่งการกักตัวของตำนานภาพยนตร์อย่างแท้จริง เรื่องราวของพระเอก James Stewart ตากล้องผู้โชคร้ายที่ต้องใช้ชีวิตวนเวียนอยู่บนรถเข็นเนื่องจากประสบอุบัติเหตุเดินไม่ได้ เขาจึงต้องหาอะไรทำแก้เซ็งด้วยการส่องดูชีวิตคนที่อพาร์ทเมนท์ฝั่งตรงข้าม แต่ด้วยความสอดรู้สอดเห็น มันนำพาให้เขาได้พบเห็นความน่าสงสัยของใครบางคน จากนั้นเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือของหญิงสาวในค่ำคืนหนึ่ง ก็ทำให้ชายหนุ่มบนรถเข็นเชื่อมโยงปะติดปะต่อเรื่องราวว่าสิ่งที่เขาได้พบเห็นนั้นมีความไม่ชอบมาพากลอย่างแน่นอน อย่างที่รู้กันว่า Alfred Hitchcock คือราชาหนังที่เล่นแร่แปรธาตุในการสร้างความแปลกและแตกต่างให้กับภาษาหนังมือต้น ๆ ของโลก และในเรื่องนี้ Hitchcock ได้ทำการทดลองสถานการณ์ในพื้นที่จำกัด ด้วยการให้พระเอกของเรานั่งอยู่บนรถเข็นตลอดเวลา เน้นแสดงออกทางสายตาเพื่อให้สื่อสารอากัปกิริยาที่แตกต่างไป หนังวนเวียนอยู่แค่ในบ้านและวิวนอกหน้าต่าง แต่ถึงกระนั้น Hitchcock ก็ได้ให้ทีมงานออกแบบห้องพัก และด้านนอกของตึกแถวจำนวน 7 ชั้นสร้างใน Paramount Studio โดยออกแบบเสมือนจริงที่สุด และใช้ความระทึกขวัญสั่นประสาท
สำหรับคอเพลงที่รักการสะสม โดยเฉพาะคนที่หลงไหลในความสวยงามของแผ่นเสียงนั้น น่าจะรู้จักวันแห่งการอุดหนุนแผ่นเสียงในร้านโลก หรือ Record Store Day ซึ่งครั้งนี้ก็จัดมาเป็นครั้งที่ 14 แล้ว สำหรับคอเพลงที่ยังไม่รู้จักวันนี้ดี Unlockmen ขอพาคุณสู่โลกที่คุณจะได้เป็นแฟนตัวยงของการเล่นแผ่นเสียงอีกขั้น ส่วนคอเพลงที่รู้จักวันสำคัญแห่งชาติวันนี้แล้ว ก็เตรียมกระเป๋าสตางค์ฉีกได้เลย เพราะคอลเล็คชั่นของปีนี้ เรียกได้ว่าจัดหนักจัดเต็มกันเลยทีเดียว THE BIRTH OF RECORD STORE DAY หลายคนคงเดาไปต่าง ๆ นานาว่า วันชาติสำหรับนักฟังเพลงวันนี้ คงจะเกิดมาจาก MP3 นวัตกรรมที่มีทั้งประโยชน์ และโทษมหันต์ ได้ถือกำเนิดขึ้นและทำลายอุตสาหกรรมเพลงยุคเก่าจนย่อยยับ แต่ถึงกระนั้นก็ตาม MP3 หาได้เป็นต้นตอสำคัญในการเกิดวันสำคัญวันนี้ไม่ เพราะเอาเข้าจริงนักฟังเพลงตัวยงก็ยังคงสนับสนุนผลงานของศิลปินที่เขารักอยู่ หากแต่สาเหตุหลักที่เกิดวัน RSD หรือ Record Store Day นั้นมาจากที่ร้านค้าย่อยที่มักจะถูกละเลยจากแฟนเพลง เพราะธุรกิจร้านแผ่นเสียงซีดีในยุคหนึ่งนั้นมักจะผูกขาดกับร้านค้ารายใหญ่ หรือแฟรนไชส์ที่มีกำลังทรัพย์ และสาขาที่เยอะกว่า ร้านค้าย่อย และร้านแผ่นเสียงอินดี้จึงประสบสภาวะฝืดเคือง แถมเคราะห์ซ้ำกรรมซัดที่การมาของดิจิตอลมิวสิคในยุคมิลเลนเนียมนั้น ยิ่งทำให้ร้านแผ่นเสียงมากมายจำต้องปิดกิจการลง ซึ่ง Chris Brown แห่ง
แม้สถานการณ์ COVID-19 ในเดือนมิถุนายน จะยังทรงตัวจนไม่สามารถไปดูหนังในโรงหนังได้ (แต่เมืองนอกตอนนี้ได้ดูยัน Fast 9 แล้ว) แต่ถึงกระนั้นความบันเทิงในจอสตริมมิ่งโดยเฉพาะ Netflix ยังคงคึกคักและมีหนังเจ๋ง ๆ ไอเดียแจ่ม ๆ ให้ดูมากมายเช่นเคย และเหมือนเดิมที่ UNLOCKMEN ก็ขอเสนอหนังเจ๋ง ๆ ทั้งแมสและไม่แมสให้ดูทุก ๆ เดือน มาดูกันว่าเดือนมิถุนายนนี้ที่อุณหภูมิข้างนอกร้อนระอุแบบนี้ จะมีหนังเรื่องอะไรมาแนะนำกันบ้าง Skater Girl มาเริ่มต้นด้วยหนัง Coming-of-Age สัญชาติอินเดีย/อเมริกันเรื่องนี้ ที่เข้ากับยุคสมัยที่การไถสเก็ตยังคงเป็นกิจกรรมสุดคูล แต่สาวน้อยชาวอินเดียในเมืองที่ห่างไกลความเจริญผู้นี้ กลับเลือกไถสเก็ตเพื่อจุดประกายความกล้าหาญ หนังเล่าถึง Prerna (Rachel Saanchita Gupta ในการแสดงครั้งแรกของเธอ) สาววัยรุ่นที่ชีวิตอยู่ในกรอบระเบียบประเพณีที่เคร่งครัดในรัฐราชสถาน ประเทศอินเดีย จนเธอได้รู้จักกับสาวลอนดอนผู้มาเรียนรู้ชีวิตท้องถิ่น แลกกับการได้รู้จักกับสเก็ตบอร์ด ที่เปลี่ยนชีวิตของ Prerna และเด็ก ๆ ในหมู่บ้าน ท่ามกลางการคัดค้านของเหล่าผู้ใหญ่ที่เคร่งในประเพณีโบราณ เจ้าบอร์ดติดล้อนี้ มันได้เปลี่ยนวิถีชีวิตของ Prerna อย่างสิ้นเชิง จากที่คิดว่าชีวิตจะต้องจมปรักอยู่กับประเพณีอันคร่ำครึ สเก็ตบอร์ดได้นำพาความฝันอันยิ่งใหญ่ และความหวังที่ไปไกลในระดับอินเตอร์ด้วยการที่เธอหวังไปชิงชัยในการแข่ง
10 ปีที่แล้ว หรือปี 2011 วงการดนตรีอาจจะไม่ได้แตกต่างจากยุคปัจจุบันมากนัก เราเริ่มทำความรู้จักกับการฟังเพลงผ่านสตรีมมิ่ง ขณะเดียวกัน CD เริ่มเทอะทะไปแล้วสำหรับนักฟังเพลง โลกของดนตรีร็อคเริ่มถูกสั่นคลอนจากดนตรีแนวอื่น ส่วนดนตรีพ็อพก็มีความกล้าและบ้าบิ่นยิ่งขึ้น เรามาย้อนรำลึกถึงช่วงเวลาของดนตรียุคนี้ ว่าปี 2011 วงการดนตรีมีอัลบั้มไหนที่เด็ดจนถูกกล่าวขวัญถึงมาจนปัจจุบันกันบ้าง พร้อมอัพเดทผลงานว่าปัจจุบันศิลปินเหล่านี้กำลังทำอะไรกันอยู่ Noel Gallagher’s High Flying Birds – Noel Gallagher’s High Flying Birds การประกาศออกอัลบั้มเดี่ยวของ Gallagher ผู้พี่ นับเป็นการดับฝันแฟนเพลงอย่างเป็นทางการว่า Oasis จะเป็นเพียงตำนานที่ไม่มีวันหวนกลับมาอีกแล้ว (โดยที่ Gallagher ผู้น้อง อย่าง Liam ได้ชิงออกอัลบั้มก่อนในนาม Beady Eye ซึ่งกลายเป็นตราบาปมาจนถึงทุกวันนี้…เพราะแป๊ก) แม้ว่าอัลบั้มชุดแรกของ Noel Gallagher จะยังคงไว้ซึ่งกลิ่นไอของ Oasis ไม่ว่าจะเป็นซาวด์กีตาร์ที่แสนจะ Noel Rock เพราะเป็นความตั้งใจที่จะทำเพลงสำหรับอัลบั้มใหม่ของ Oasis แต่ Noel
จากซากศพเดินอย่างเชื่องช้าที่ปล่อยเชื้อร้ายด้วยการกัดกินมนุษย์ สู่สิ่งมีชีวิตร้ายกาจที่วิ่งเร็วและอันตรายจนยึดครองโลก หนังซอมบี้มีวิวัฒนาการอันน่าทึ่งและยาวนาน นอกจากสร้างความสยองที่ค่อยๆอัพเกรดไปตามยุคสมัยแล้ว ยังทำหน้าที่วิพากษ์วิจารณ์สังคมและสะท้อนความดำมืดในจิตใจมนุษย์อีกด้วย เราย้อนไปดูไทม์ไลน์ของหนังตระกูลซอมบี้ ว่ามีที่มาและพัฒนาการอย่างไรกันบ้าง The Beginning of Zombies “ความหวาดกลัว และคำสาปแช่ง คือแรงกำเนิดซอมบี้” ในประวัติศาสตร์ เรื่องราวของศพเดินได้นั้นถูกเล่าขานมานับพันปี จากการค้นพบซากกระดูกสมัยยุคกรีกโรมัน เมื่อได้ขุดพบซากศพที่มีหินถ่วงเพื่อไม่ให้ศพเหล่านั้นลุกขึ้นมา รวมไปถึงยุคสมัยทศวรรษที่ 17 ที่ชาวแอฟริกันตะวันตกถูกชาวเฮติไล่ล่ามาเป็นทาสในไร่อ้อย ท่ามกลางความอดอยากยากแค้น สภาพอันซูบผอมของทาสเหล่านั้นแทบไม่ต่างกับซากศพที่ยังมีชีวิต ซอมบี้จึงถูกสะท้อนในฐานะชีวิตอันสิ้นหวัง และความผุพังของชนชั้นที่เต็มไปด้วยแรงแค้นและแรงอาฆาต ขณะเดียวกัน ซอมบี้ ก็เกิดจากความเชื่อของ ลัทธิวูดู ลัทธิโบราณแห่งกาฬทวีป ที่สืบทอดพิธีกรรมความเชื่อที่ต้องการปลุกสัญญาณชีพของคนที่ตายไปให้ฟื้นคืนด้วยการใช้สมุนไพรอันหลากหลายจากธรรมชาติ นำมาบดรวมกันจนกลายเป็น “ผงซอมบี้” ที่เป็นสารพิษที่ส่งผลต่อระบบประสาท บ้างก็ใช้กับคนเป็นเพื่อยับยั้งความเจ็บปวด แต่ฤทธิ์ของมันก็รุนแรงจนส่งผลให้ผู้ที่ได้รับสารพิษนั้นขาดซึ่งสติสัมปชัญญะ สภาพของคนที่ได้รับผงซอมบี้จึงไม่ต่างกับศพที่ชักเกร็งอย่างน่าสยดสยอง และด้วยความเชื่อ คำสาปแช่ง และแรงแค้นที่ถูกกดทับของพวกเขานั้นเอง ก็กลายเป็นจุดเริ่มแห่งตำนานความสยองครั้งใหม่แห่งโลกภาพยนตร์ ที่มีจุดเริ่มน่าสนใจไม่ใช่น้อย 1930s to 1950s – Early Zombie Movies “ซอมบี้ยุคบุกเบิก” ตระกูลหนังซอมบี้นั้น อาจจะไม่ได้เริ่มต้นอย่างยิ่งใหญ่ เฉกเช่นหนังสยองขวัญ หรือหนังผีทั่วๆไป เพราะมันไม่ได้มีคนเขียนตำนานในแบบที่
ขณะนี้คงไม่มีกระแสไวรัลไหนที่ดังกระฉ่อนโลกไปกว่าการแสดงสด และบทสัมภาษณ์ความยาว 40 นาที ของสาวน้อยทั้ง 4 ในนาม ‘The Linda Lindas’ อีกแล้ว เพราะอะไรวงดนตรีวงนี้ถึงกลายเป็นกระแสกระฉ่อนโลก? เรามาทำความรู้จักวง Pop Punk ที่โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืนจากบทเพลงที่เตะผ่าหมากผู้ชายเหยียดเชื้อชาติให้กองจมกับพื้น ที่ความไร้เดียงสานำพาให้รุ่นใหญ่อย่าง Tom Morello แห่งวง Rage Against the Machine ยังต้องซูฮก มาทำความรู้จักกับพวกเธอไปพร้อมๆกัน The Linda Lindas คือใคร The Linda Lindas คือ Punk Band ที่ภาพลักษณ์ดูแสนจะธรรมดา แต่สิ่งที่พวกเธอไม่ธรรมดาคือนี่คือวงหญิงล้วน…ก็ไม่แปลกใช่มั้ย งั้นถ้าพวกเธออายุน้อยล่ะ…แล้วถ้าพวกเธอคือลูกครึ่งเอเชียครึ่งละติน ที่ทำเพลงที่เป็นกระบอกเสียงให้กับคนที่ถูกเหยียดเชื้อชาติที่ตอนนี้ลุกลามใหญ่โตในอเมริกาล่ะ เริ่มจะน่าสนใจใช่มั๊ยล่ะ ใช่แล้ว พวกเธอคือ 2 ศรีพี่น้อง ที่ชวนลูกพี่ลูกน้องและเพื่อนสนิทของเธอมาทำวงด้วยกัน จากความชอบในดนตรีพังค์ของสมาชิกทั้งสี่ Mila มือกลอง อายุ 10 ปี, Eloise มือเบส อายุ


