บทประโยคเปิดคลิปที่คุ้นเคยหากว่าเพื่อน ๆ (ชื่อด้อมชาวช่องของพวกเขา) ติดตามช่องยูทูปที่ใช้ชื่อว่า Signore Closet กันอยู่แล้ว แต่สำหรับคนที่อ่านแล้วสงสัยว่าพวกเขาเป็นใคร เราขอรีแคปสั้น ๆ ไว้ในบรรทัดถัดไป Signore Closet คือช่องยูทูปของชายหนุ่มสองคน ‘เป้’ และ ‘แมค’ ที่จะพาเพื่อน ๆ ไปรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับแฟชั่นซึ่งเรียกว่า Classic Menswear อันเป็นสไตล์การแต่งตัวที่ทั้งคู่หลงใหล ไม่ว่าจะคอนเทนต์อย่าง สูทเบลเซอร์กับสปอร์ตแจ็คเก็ตต่างกันอย่างไร หรือชวนทุกคนรู้จักแบรนด์ที่ทำรองเท้า Penny Loafer เจ้าแรกของโลก ก็จะเห็นว่าเป็นคอนเทนต์ระดับ Geek มาก ๆ อย่างที่คำโปรยช่องเขียนเอาไว้ไม่มีผิด “ทุกอย่างที่คุณสุภาพบุรุษสาย Sartorial และ Classic Menswear ควรรู้เกี่ยวกับการแต่งตัว ตั้งแต่สูท แจ็คเก็ต กางเกง รองเท้า เสื้อเชิ้ต เนคไท การเลือกผ้า รู้จักช่างผ้า ร้านตัดสูท และอีกมากมายที่จะทำให้เข้าใจการแต่งตัวในสไตล์ Sartorial หรือ Classic Menswear มากยิ่งขึ้น”
แสนสิริเปิดตัว BuGaan Pattanakarn (บูก้าน พัฒนาการ) ความภาคภูมิใจล่าสุดใน Sansiri Luxury Collection เจ้าของตำแหน่งแฟล็กชิพซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่บ้านเดี่ยวโครงการแรก บนทำเลที่ดีที่สุดของพัฒนาการ รองรับการเดินทางสู่ย่านไลฟ์สไตล์ชั้นนำและย่านธุรกิจได้สะดวกรวดเร็ว ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่กลุ่ม Young Successor ซึ่งมีรสนิยมและไลฟ์สไตล์ชัดเจน ด้วยบ้านที่มีเอกลักษณ์และสเปซที่มอบความส่วนตัวสูงสุด รวมถึงฟังก์ชั่นที่ตอบสนองรูปแบบชีวิตที่แตกต่างได้อย่างลงตัว โดย BuGaan Pattanakarn เป็นเอ็กซ์คลูซีฟ เรสซิเดนท์ 3 ชั้น ที่ถูกรังสรรค์ผ่านแนวคิด “My Home Speaks for Myself – ให้บ้านบ่งบอกความเป็นตัวตนของคุณ” มากกว่าความเป็นบ้าน แต่คือ พื้นที่สะท้อนรสนิยมและความหลงใหลของผู้อยู่อาศัย ผ่านดีไซน์ที่บ่งบอกไลฟ์สไตล์ ภายใต้ 3 กลยุทธ์หลัก อย่าง Limited Edition & Rare Item: ดีไซน์พิเศษเพียงหนึ่งเดียว เฉพาะ 17 ครอบครัวเท่านั้น The Best Location:ในย่านพัฒนาการ เป็นบ้านเดี่ยวที่อยู่ใกล้เมืองมากที่สุด รายล้อมด้วยสังคมคุณภาพระดับลักซ์ชัวรี่
เมื่อพูดถึงสกู้ตเตอร์ที่ขึ้นชั้นตำนานระดับโลก ชื่อของสกู้ตเตอร์สัญชาติอิตาเลียนอย่าง LAMBRETTA เป็นต้องโผล่มาในห้วงความคิดของใครหลายคนอย่างไม่ต้องสงสัย และภายใต้ความเท่คลาสสิกที่มีประวัติยาวนานกว่า 76 ปี นับตั้งแต่ได้ถือกำเนิดมาในปี 1947 ยังมีข้อมูลน่าสนใจอีกหลายสิ่งที่เราเชื่อว่าชาวแลมทั้งรุ่นเก่า และรุ่นใหม่อาจยังไม่รู้ วันนี้ UNLOCKMEN จึงอยากชวนทุกท่านไปสัมผัสเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในหน้าประวัติศาสตร์ของ LAMBRETTA เพื่อดื่มด่ำกับความเก๋าที่ยังคงสานต่อเรื่องราวมาถึงปัจจุบัน เริ่มต้นด้วยการย้อนเวลาไปสู่จุดเริ่มต้นของ LAMBRETTA กับบริษัท Innocenti ที่ก่อตั้งโดย Ferdinando Innocenti เมื่อปี 1922 ซึ่งทำธุรกิจท่อเหล็กอย่างเป็นล่ำเป็นสัน รวมถึงการผลิตชิ้นส่วนท่อเหล็กให้กับเครื่องบินรบของกองทัพอิตาลีในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้โรงงานผลิตตกเป็นเป้าหมายที่ฝ่ายตรงข้ามทิ้งระเบิดโจมตีอย่างหนัก หลังสงครามจบลง โรงงาน Innocenti จึงเหลือแต่เศษซากความเสียหาย แต่แทนที่จะท้อใจหมดหวัง Ferdinando Innocenti กลับมองเห็นโอกาสที่จะทำธุรกิจพร้อมไอเดียที่จะช่วยให้ชาว Italian สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกมากขึ้นแม้ในภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่และถนนที่พังเสียหาย เหลือเพียงทางเล็ก ๆ ให้วิ่ง เป็นที่มาของการสร้างยานพาหนะสองล้อที่ราคาไม่แพง ทนทาน ดูแลรักษาง่าย สวยงาม และต้องขับขี่ได้อย่างยอดเยี่ยมในทุกสภาวะถนนและอากาศ ซึ่งเจ้าตัวได้แรงบันดาลใจจาก Cushman Scooters ซึ่งเป็น Military motor bikes
ถ้าลองหลับตาลงนึกถึงแบรนด์กระเป๋าที่ทั้งตอบโจทย์การใช้งานในการเป็น Everyday Bag เหมาะกับกิจกรรม Outdoor Activity โดดเด่นด้วยความเป็นแฟชั่น ด้วยโจทย์นี้เราอาจจะนึกถึงแบรนด์ที่เป็น Work Wear จากฝั่งยุโรปกันเป็นส่วนใหญ่ แต่ ! รู้รึเปล่าว่าฝั่งญี่ปุ่นเองมีตัวตึงของสายนี้ที่ก่อตั้งแบรนด์มาตั้งแต่ปี 2013 เป็นแบรนด์สุดไฮป์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กิจกรรมนอกบ้านของคนญี่ปุ่นมาโดยเสมอ แบรนด์นั้นมีชื่อว่า MAKAVELIC บทความนี้ UNLOCKMEN พาทุกคนไปรู้จักเรื่องราวของแบรนด์จากโตเกียวที่มีจุดหมายในการเป็นกระเป๋าเบอร์หนึ่งซึ่งตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ชีวิตในทุกรูปแบบของผู้คน MAKAVELIC From Tokyo To The World “MAKAVELIC จะพัฒนาตัวเองไปพร้อมกับการเติบโตของมนุษย์ ” นั่นคือคำโปรยบน Official Website ของ MAKAVELIC ที่ใช้นิยามความเป็นตัวเอง ประโยคสั้น ๆ ที่เรายกมามีคำอธิบายเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย ซึ่งมีใจความประมาณว่าพวกเขาต้องการเป็นกระเป๋าที่ต้องการอยู่ในชีวิตประจำวันของทุกคน ทั้งในวันดี ๆ ที่กำลังเดินเล่นอยู่ในเมืองใหญ่ หรือวันที่ทุกคนตัดสินใจวางแผนออกไปโรดทริปกับเพื่อน ๆ บนจุดหมายที่ไกลแสนไกล … ทำความรู้จัก MAKAVELIC ให้มากขึ้น ต้นกำเนิดของแบรนด์เกิดขึ้นในปี 2013 ในกรุงโตเกียว โดยตั้งเป้าเลยว่าจะเป็น Japanese Backpack
ปัจจุบันกระแสความนิยม Lambretta กำลังพุ่งแรงไม่หยุด วันนี้เราเลยอยากมาแนะนำสายลึกน่าสะสมอีกรุ่นที่น้อยคนจะรู้จัก สกู๊ตเตอร์คันเล็กพิกัดน่ารักมีชื่อว่า Lambretta Lui หรือบางตลาดอาจใช้ชื่อว่า Luna, Vega หรือ Cometa เป็นสกู๊ตเตอร์ที่ Lambretta ทำออกมาในปี 1968 – 1969 เพื่อตอบโจทย์ตลาดความจุ 50cc ประหยัดทั้งน้ำมันและราคาขาย เน้นความเรียบง่ายเพื่อการเดินทางใกล้ ๆ ในยุคที่เศรษฐกิจโลกกำลังทรุดหนัก แม้จะเป็นสกู๊ตเตอร์ราคาประหยัด แต่ Lambretta ก็ไม่อยากให้ดีไซน์ดูราคาถูกจนเกินไป จึงส่งหน้าที่ออกแบบให้กับสุดยอดดีไซน์เนอร์ Nuccio Bertone ชายผู้อยู่เบื้องหลังดีไซน์ Supercar ระดับโลกนับไม่ถ้วน หลังเวลาผ่านไป 3 ปี Bertone ก็นำเสนอดีไซน์ที่ทำให้สกู๊ตเตอร์ 50cc มีความหรูเท่และสปอร์ต ถูกใจวัยรุ่น Italian Lambretta ตั้งชื่อให้มันว่า LUI โดยมีสโลแกนว่า “All for Lui, and Lui for all,” ในการทำตลาด
ปัจจุบันคงเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะเห็นแบรนด์สินค้าทำนาฬิการุ่นพิเศษร่วมกับ Rolex เหมือนในยุค ’80s ได้ แต่หากย้อนไปในปี 1977 นาฬิกา Rolex Air-King Ref 14000 เคยถูก Domino’s Pizza สั่งทำพิเศษเพื่อใช้เป็นของแจกพนักงาน !!! โดยมีการเพิ่มโลโก้ Domino’s Pizza เข้าไปบนหน้าปัดบริเวณ 6 นาฬิกา นาฬิกา Rolex x Domino’s Pizza ถูกใช้เพื่อกระตุ้นสาขาที่ทำยอดขายเข้าเป้า ไอเดียสุดบรรเจิดของ Thomas Stephen Monaghan, Domino’s Pizza CEO ในยุคนั้น สาขาไหนทำยอดขายได้ถึง $20,000 ต่อสัปดาห์ ผู้จัดการสาขานั้นรับไปเลย Rolex Air-King’s Domino’s Pizza แน่นอนว่าแต่ละสาขาขายกันแบบไม่คิดชีวิต จนยอดเป้าหมายแตกต้องแจกนาฬิกากันรัว ๆ ต่อมาจึงมีการขยับเงื่อนไขใหม่ว่า สาขาต้องขายให้ได้สัปดาห์ละ $25,000 อย่างน้อย 4 สัปดาห์ต่อเนื่องจึงจะได้รับรางวัลนาฬิกาเรือนนี้ไป โดยรวมแล้ว
จากการผนึกกำลังอันน่าจดจำที่ได้เริ่มขึ้นเมื่อปี 2021 TAG Heuer และ Porsche ร่วมกันเป็นหุ้นส่วนระดับโลก เพื่อเฉลิมฉลองประวัติศาสตร์และคุณค่าในคุณภาพ นวัตกรรม และศักดิ์ศรี ซึ่งได้จับมือกันอย่างภาคภูมิใจในการนำเสนอนาฬิการุ่นใหม่อย่าง TAG Heuer Carrera Chronosprint x Porsche ที่มาพร้อมกับดีไซน์ 2 รูปแบบ การเปิดตัวครั้งนี้นับว่าเป็นการแสดงความเคารพในช่วงวาระแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีของคอลเล็กชั่น TAG Heuer Carrera และ Porsche 911 (เดิมถูกเรียกว่า 901) การผนวกรวมองค์ประกอบต่าง ๆ ทั้งจากนาฬิกาและรถยนต์ ทำให้ออกมาเป็นนาฬิกาเหล่านี้ ที่จะมอบประสบการณ์การบอกเวลาที่ไม่มีใครเทียบได้ โดยการเผยโฉมครั้งใหม่นี้ รวมถึงการนำความเร็วและความแม่นยำมาบรรจบกัน ได้เป็นการจารึกถึงแก่นแท้ของความสำเร็จที่น่าประทับใจของ Porsche 901 รุ่นดั้งเดิม จากอัตราเร่งถึง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 9.1 วินาที นับเป็นก้าวสำคัญที่เพิ่มขึ้นในขณะที่ประวัติศาสตร์ของ 911 ได้รับการเปิดเผยมา พลังแห่งความแม่นยำ นับตั้งแต่การเปิดตัวอย่างทลายขีดจำกัดในปี 1963 Porsche
ณ เวลานี้ เมื่อพูดถึงแหล่งรวมตัวของแบรนด์ Street Fashion และดินแดนที่เป็นสวรรค์ของเหล่า Sneakerhead อาจไม่ต้องดั้นด้นเสาะหาไอเทมเด็ด ๆ ไกลถึงต่างประเทศอีกต่อไป เพราะต้องบอกว่าพิกัดใจกลางกรุงฯ ที่พวกเราคุ้นเคยอย่าง SIAM CENTER นอกจากจะเป็นศูนย์รวมแห่งไอเดียสร้างสรรค์แล้ว ยังเป็นพื้นที่สำหรับไลฟ์สไตล์ของผู้คนที่หลากหลาย โดยเฉพาะเรื่องของ Street Fashion ที่แบรนด์ดังระดับโลกมากมาย พร้อมใจมารวมตัวกันในพื้นที่ของ SIAM CENTER ไม่ว่าจะเป็น PUMA, NIKE, ADIDAS, VANS, UNDER ARMOUR, NEW ERA, DR. MARTENS, JD SPORTS, SAUCONY, DICKIES, XLARGE ฯลฯ เรียกได้ว่ามาครบตอบโจทย์ทั้งสาย Performance กับไอเทมเฉพาะสำหรับการเล่นกีฬา รวมถึง Fashion Sportwear เท่ ๆ เติมเต็มสไตล์ที่โดดเด่นในชีวิตประจำวัน ยิ่งในฟากฝั่งของ Sneakers บอกเลยว่า SIAM CENTER นั้นยืนหนึ่ง
ต้องบอกว่าการฉลองครบรอบ 55 ปีของแบรนด์ Seiko นั้น มีไฮไลต์อยู่ตรงจุดที่แบรนด์จะพาทุกคนไป Nostalgia ให้รู้สึกถึงความสำเร็จอันงดงามในอดีตของ Seiko ด้วยเรือนเวลาคู่ไหนกันนะ ? และ Seiko 5 Sports “Retro Color” Special Edition เองก็ไม่ต่างกัน เตรียมตัวซึมซับความรู้สึกเรโทร (Retro) ที่มีความหมายตามพจนานุกรมของ Seiko ว่า ‘สไตล์’ ที่มีเรื่องราวและกลิ่นอายจากยุค 60s-80s อย่างเต็มเปี่ยม ผ่านงานดีไซน์ และประวัติศาสตร์ของแบรนด์ เป็นที่รู้กันว่าหลังจากนาฬิกาคอลเลกชั่นแรกสุดของ Seiko 5 Sports ที่ถูกสร้างขึ้นในปี 1969 เราก็เข้าสู่ยุคทองของซีรีส์ที่ว่าโดยทันที และในปี 1969 นั่นเอง ก็มีรุ่นจักพรรดิ์ตัวท็อปมากถึง 3 รุ่นที่ผู้ใส่ไม่เคยลืมเลย Seiko 5 Sport 5126-8130 (Rally Diver) / Seiko 5 Sport 6119-6050
Blancpain X Swatch “Scuba Fifty” เผยโฉมแล้วสำหรับการ collaboration ครั้งยิ่งใหญ่ของสองแบรนด์ในเครือ Swatch Group หลังประสบความสำเร็จอย่างสูงจาก Omega x Swatch เรียกว่าเป็น Blancpain Fifty Fathoms ในรูปแบบของ Swatch Blancpain X Swatch สดุดีนาฬิการุ่น Fifty Fathoms นาฬิกาเพื่อนักดำน้ำเรือนแรกที่แท้จริง นาฬิการุ่นนี้รังสรรค์โดยนักดำน้ำลึกที่มีใจรักเมื่อ 70 ปีที่แล้ว นับเป็นการปฏิวัติวงการการทำนาฬิกา ด้วยการเป็นเรือนแรกที่ตอบโจทย์ความต้องการทั้งหมดของนักสำรวจใต้น้ำได้สำเร็จ นาฬิการะบบจักรกลทั้งห้ารุ่นในคอลเลกชัน Bioceramic Scuba Fifty Fathoms คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของตำนานแห่งวงการการทำนาฬิกาแบบสวิสอย่างครบถ้วน พร้อมหยิบยืมจุดเด่นของนาฬิกา SCUBA ตระกูลนาฬิกาเพื่อการดำน้ำของเราเอง นาฬิกาแต่ละรุ่น ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากใต้ท้องทะเลลึก เป็นการสดุดีมหาสมุทรทั้งห้า รวมถึงสิ่งมีชีวิตอันสวยงาม สีสันสดใสอย่างทากทะเล (nudibranch) ที่อาศัยอยู่ในใต้ทะเลลึก โดยมีทั้งหมด 5 สีจาก 5 ocean-themed The Atlantic
ใหม่ล่ามาแรง กับออโตเมติกสกู้ตเตอร์เซกเม้นต์ใหม่ล่าสุดของ Honda โดย ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย ได้เปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด New Honda Giorno+ เป็นครั้งแรกในโลกเมื่อวันอังคารที่ 29 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา ซึ่ง New Honda Giorno+ ได้ถูกสร้างสรรค์พัฒนาต่อยอดแรงบันดาลใจจากตัวแทนความเท่ของวัยรุ่นยุค 90s อย่าง Giorno 50cc ปี 1992 สู่ภาษางานออกแบบใหม่ผสานอดีตและอนาคตเอาไว้ในแนวทางโมเดิร์นคลาสสิก ลงตัวกับงานดีไซน์ที่แมทช์กันได้กับทุกลุค ปลุกเร้าจิตวิญญาณ High Fashion Scooter ด้วยชุดไฟหน้า – ไฟท้าย LED ที่โดดเด่น การออกแบบของ New Honda Giorno+ได้เลือกใช้เส้นสาย Horizontal Line สื่อถึงความล้ำสมัย ผสานกับเส้นโค้งมนที่สื่อถึงความเรียบง่าย คลาสสิก พร้อมพื้นผิว รวมถึงสีสันที่ดูพรีเมียมสวยงาม พร้อมให้พวกเราได้บ่งบอกสไตล์ที่แตกต่างผ่านสีสันทั้ง 6 สี ไม่ว่าจะเป็น ขาว / เทา
ว่ากันว่ารถที่ใช้ สามารถบ่งบอกตัวตน และไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ออกมาได้เป็นอย่างดี และ New Honda Giorno+ คือการเปิดมิติใหม่ด้วยนิยามความเป็น High Fashion Scooter ที่พร้อมสะท้อนทุกสไตล์ให้ทะลุระดับ New High ยิ่งกว่าเดิม เรียกได้ว่าเปิดตัวกันไปแบบสด ๆ ร้อน เมื่อวานนี้ กับออโตเมติกสกู้ตเตอร์รุ่นล่าสุด และถือเป็นเซกเมนต์ใหม่สุดของ Honda กับ Giorno+ ที่ถูกสร้างสรรค์พัฒนาต่อยอดแรงบันดาลใจจากตัวแทนความเท่ของวัยรุ่นยุค 90s อย่าง Giorno 50cc ปี 1992 สู่ภาษางานออกแบบใหม่ผสานอดีตและอนาคตเอาไว้ในแนวทางโมเดิร์นคลาสสิก ลงตัวกับงานดีไซน์ที่แมทช์กันได้กับทุกลุค ปลุกเร้าจิตวิญญาณ High Fashion Scooter ด้วยชุดไฟหน้า – ไฟท้าย LED ที่โดดเด่น และการเลือกใช้เส้นสาย Horizontal Line สื่อถึงความล้ำสมัย ผสานกับเส้นโค้งมนที่สื่อถึงความเรียบง่าย คลาสสิก พร้อมพื้นผิว รวมถึงสีสันที่ดูพรีเมียมสวยงาม พร้อมให้พวกเราได้บ่งบอกสไตล์ที่แตกต่างผ่านสีสันทั้ง 6 สี ไม่ว่าจะเป็น ขาว


