Rolex Submariner หนึ่งในเบญจภาคีของ Rolex ที่นักสะสมทุกคนต้องมี แต่ย้อนไปในปี 1953 ปีที่ Rolex Submariner Reference 6204 วางขายเป็นครั้งแรกในฐานะนาฬิกา Dive watches ธรรมดาที่พัฒนาต่อยอดมาจาก Rolex Datejust Turn-O-Graph 6202 ปีนั้นมี Rolex Submariner ออกมาทั้งหมด 3 Reference ในเวลาไล่เลี่ยกัน คือ Reference 6200, Reference 6204, Reference 6205 ซึ่งแม้จะไม่เป็นทางการ แต่มีการฟันธงว่า Ref 6204 น่าจะเป็นรุ่นแรกสุดที่วางขายแบบ commercial release เพราะมี serial number บนเคสระบุช่วงเวลา “II.53” แต่จะไม่มีการระบุความสามารถในการกันน้ำ เพราะเข้าใจว่ายุคนั้น Rolex ยังไม่สามารถพิสูจน์ depth rating ของ Ref 6204
อุปกรณ์ทำมาหากินที่สำคัญไม่แพ้อวัยวะในร่างกายของเราได้เดินทางมาพร้อมชิปตระกูล M3 แบบใหม่หมด นั่นคือ M3, M3 Pro และ M3 Max ซึ่งโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรม GPU เจเนอเรชั่นถัดไปและ CPU ที่เร็วขึ้น จึงทำให้ชิปตระกูล M3 มีประสิทธิภาพที่สูงยิ่งขึ้นและนำความสามารถใหม่ๆ มาสู่ MacBook Pro MacBook Pro รุ่น 14 นิ้ว ใหม่ พร้อมชิป M3 นั้นไม่เพียงแค่เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน แต่ยังคงประสิทธิภาพที่เหนือชั้นได้ต่อเนื่องขณะใช้งานแอปและเล่นเกมระดับโปร จึงเป็นคำตอบที่ใช่สำหรับครีเอทีฟไฟแรง นักเรียนนักศึกษา และเจ้าของธุรกิจด้วยราคาเริ่มต้น 59,900 บาท MacBook Pro รุ่น 14 นิ้ว และ 16 นิ้ว พร้อมชิป M3 Pro มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นและรองรับหน่วยความจำแบบรวมเพิ่มมากขึ้น จึงสามารถรับมือกับเวิร์กโฟลว์ที่หนักขึ้นสำหรับผู้ใช้ในกลุ่มนักเขียนโค้ด ครีเอทีฟ และนักวิจัย ในขณะที่ MacBook Pro รุ่น
บอกเลยว่าใครถูกใจในงานดีไซน์ และ UI สไตล์ Minimal จากแบรนด์ Nothing น่าจะหลงรัก Smart Watch เรือนนี้ได้ไม่ยาก โดย Watch Pro เป็นผลงานล่าสุดจาก CMF แบรนด์ย่อยของ Nothing มาพร้อมเฟรมตัวเรือน aluminum-alloy ทรงสี่เหลี่ยมขอบมน ใช้จอสัมผัสแบบ AMOLED ขนาด 1.96 นิ้ว ติดตั้งลำโพง และไมโครโฟนมาให้ในตัวเรียบร้อย รองรับการคุยโทรศัพท์แบบคล่อง ๆ นอกจากนี้ยังจัดเต็มฟังก์ชันสุขภาพ ติดตามการออกกำลังได้ 110 ชนิดกีฬา ทนน้ำทนฝุ่นระดับ IP68 มี GPS มาให้ครบ พร้อมเซ็นเซอร์วัด Heart Rate แบบออโต้ 24 ชั่วโมง, เซ็นเซอร์วัดความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือด, ระบบตรวจสอบความเครียด, เช็คคุณภาพการนอนหลับ, รวมถึงวิดเจ็ตและความสามารถด้านการแจ้งเตือนอื่น ๆ อีกมากมาย ตามมาตรฐานที่ Smart Watch ยุคนี้พึงมี
หลายคนน่าจะได้ครอบครอง iPhone 15 อยู่ในมือกันเรียบร้อยแล้วตอนนี้ แต่หลายคนอาจยังลังเลว่าจะไปต่อหรือรอก่อนดี วันนี้เราขอมาแชร์ประสบการณ์ที่ได้รับจากการใช้งาน iPhone 15 Pro Max หลังจากผ่านไป 72 ชั่วโมงให้ดูกันแบบไว ๆ จากการใช้ทำงานเน้นถ่ายรูป แต่งรูป และอัพโหลดขึ้น Social Media เท่านั้น ซึ่งน่าจะใกล้เคียงกับหลายคนที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ถือใช้งานรู้สึกได้ว่าน้ำหนักเบาลง ขอบทนต่อการขูดขีดกว่าวัสดุเดิมอย่างเห็นได้ชัดเจน สมแล้วที่ใช้ไทเทเนียมเกรดเดียวกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมอวกาศ และใช้โลหะผสมแบบเดียวกับที่ใช้ในยานอวกาศสำหรับภารกิจดาวอังคาร แต่รู้สึกว่าจะร้อนกว่า 14 Pro Max หลังจากใช้ไปนาน ๆ กล้องและเลนส์พัฒนาดีขึ้นมาก กล้องหลัก 48MP บวกกับ sensor ที่ใหญ่ขึ้น (ใหญ่กว่า 15 Plus และ 14 Pro Max) ให้ resolution สูงขึ้น รายละเอียดของรูปที่ครบและคมชัด สามารถ crop ใช้งานได้ลึกสุดใจโดยภาพไม่แตก ถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีขึ้นด้วย (ดูได้จากรูปงาน Negroni Week
Apple เปิดตัว iPhone 15 Pro และ iPhone 15 Pro Max ที่ได้รับการออกแบบมาด้วยไทเทเนียมเกรดเดียวกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมอวกาศที่ทั้งแข็งแกร่งและเบา จนได้เป็นรุ่น Pro ของ Apple ที่เบาที่สุดเท่าที่เคยมีมา ดีไซน์ใหม่ดังกล่าวยังมาพร้อมขอบมนและปุ่มแอ็คชั่นที่ปรับแต่งได้ ผู้ใช้จึงปรับแต่งประสบการณ์ iPhone ได้ตรงความต้องการ การอัปเกรดกล้องที่ทรงพลังมอบคุณสมบัติเทียบเท่าเลนส์ระดับโปร 7 ตัว ที่ให้คุณภาพของภาพอันน่าทึ่ง รวมทั้งระบบกล้องหลัก 48MP ที่ล้ำยิ่งขึ้นไปอีกที่ตอนนี้รองรับค่าเริ่มต้นความละเอียดสูงเป็นพิเศษแบบใหม่ที่ 24MP และยังรองรับการถ่ายภาพบุคคลเจเนอเรชั่นถัดไปที่มีคุณสมบัติการควบคุมโฟกัสและระยะชัดลึก มีการปรับปรุงโหมดกลางคืนและ HDR อัจฉริยะ และยังมีกล้องเทเลโฟโต้ 5 เท่าแบบใหม่หมด พิเศษเฉพาะใน iPhone 15 Pro Max นอกจากนี้ชิป A17 Pro ยังปลดล็อคประสบการณ์การเล่นเกมและประสิทธิภาพระดับโปรให้เหนือไปอีกขั้น เช่นเดียวกับขั้วต่อ USB‑C ใหม่ที่เร็วสุดแรงด้วยความเร็วของ USB 3 ที่เร็วกว่า USB 2 สูงสุด 20 เท่า
AirPods Pro (รุ่นที่ 2) ที่มาพร้อมการชาร์จด้วย MagSafe (USB-C) ซึ่งทำให้หูฟังที่ได้รับความนิยมที่สุดในโลกดียิ่งขึ้นไปอีก AirPods Pro (รุ่นที่ 2) ยังคงพัฒนาระบบการฟังเสียงส่วนบุคคลอย่างต่อเนื่อง โดยถ่ายทอดคุณภาพเสียงที่น่าทึ่ง พร้อมการตัดเสียงรบกวนแบบแอ็คทีฟที่ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนถึงสองเท่า โหมดฟังเสียงภายนอกสุดล้ำ ประสบการณ์ระบบเสียงตามตำแหน่งที่เต็มอิ่มสมจริงยิ่งขึ้น และจุกหูฟังหลายขนาดเพื่อให้สวมใส่ได้พอดียิ่งขึ้น AirPods Pro (รุ่นที่ 2) ได้รับการอัปเกรดให้มีความสามารถในการชาร์จด้วย USB-C การทนฝุ่นเพิ่มเติม และเสียงแบบ Lossless บน Apple Vision Pro iOS 17 ยังช่วยยกระดับ AirPods Pro (รุ่นที่ 2) ทั้งหมด ให้คุณสัมผัสประสบการณ์การฟังเสียงแบบใหม่ด้วยคุณสมบัติเสียงที่ปรับตามสภาพแวดล้อม และ Conversation Awareness1 ความสะดวกสบายและความทนทานที่เพิ่มขึ้น AirPods Pro รุ่นใหม่ได้รับการอัปเดตให้มีขั้วต่อ USB-C จึงสามารถชาร์จกลุ่มผลิตภัณฑ์ Mac, iPad, AirPods และ iPhone 15 ได้อย่างง่ายดายโดยใช้สายเดียว
Apple Watch Ultra 2 พัฒนาไปอีกขั้นสำหรับสายลุย นำคุณสมบัติใหม่ๆ มาสู่สมาร์ทวอตช์ที่มากความสามารถและสมบุกสมบันที่สุดของ Apple อีกทั้งยังรุดหน้าในเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม Apple Watch Ultra 2 มาพร้อมกับคุณสมบัติต่างๆ ที่ผู้ใช้จะชื่นชอบในรุ่น Ultra รวมถึง SiP รุ่น S9 อันทรงพลังใหม่, คำสั่งนิ้ว “แตะสองครั้ง” อันน่าทึ่ง, จอภาพสว่างที่สุดของ Apple, ช่วงระดับความสูงที่เพิ่มขึ้น, Siri ในตัว, คุณสมบัติค้นหาตำแหน่งที่ตั้งจริงสำหรับ iPhone และความสามารถล้ำหน้าสำหรับการผจญภัยทางน้ำ Apple Watch Ultra 2 ใช้ watchOS 10 ที่มีแอปซึ่งได้รับการออกแบบใหม่, Smart Stack แบบใหม่ ประสบการณ์การปั่นจักรยานรูปแบบใหม่และคุณสมบัติที่จะช่วยในการสำรวจที่ต่างๆ และหน้าปัด Modular Ultra ใหม่ นอกเหนือจากคุณสมบัติล้ำหน้าต่างๆ แล้ว Apple Watch Ultra 2 ยังมีระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนาน
หลายคนชอบในความคลาสสิคและอารมณ์ของรูปที่ได้จาก Polaroid แต่ของเดิมอาจจะใช้งานและดูแลรักษายาก ล่าสุด Polaroid ได้เพิ่มความทันสมัยให้กล้อง Analog Instant Camera ในรุ่น I-2 ใหม่ ที่ยังใส่ฟีเจอร์ทันสมัยให้ปรับตั้งค่าต่าง ๆ รวมถึง filter หลากหลายเพิ่มเข้ามาให้ตอบโจทย์การใช้งานสำหรับคนรุ่นใหม่ได้ง่ายขึ้น Polaroid I-2 ใหม่มาพร้อม shooting mode ให้เลือกถึง 6 รูปแบบ (Manual, Automatic, Aperture Priority, Shutter Priority, Self-timer, Multiple Exposure) สามารถปรับค่า Shutter speed, Aperture และระบบ AutoFocus ที่ใช้ LIDAR ranging system ทั้งล้ำและแม่นยำเทียบเท่ากล้อง digital รุ่นใหม่ในปัจจุบัน ด้านบนมีจอ OLED display แสดงค่า setting และค่าแสงจาก built-in light
Blancpain X Swatch “Scuba Fifty” เผยโฉมแล้วสำหรับการ collaboration ครั้งยิ่งใหญ่ของสองแบรนด์ในเครือ Swatch Group หลังประสบความสำเร็จอย่างสูงจาก Omega x Swatch เรียกว่าเป็น Blancpain Fifty Fathoms ในรูปแบบของ Swatch Blancpain X Swatch สดุดีนาฬิการุ่น Fifty Fathoms นาฬิกาเพื่อนักดำน้ำเรือนแรกที่แท้จริง นาฬิการุ่นนี้รังสรรค์โดยนักดำน้ำลึกที่มีใจรักเมื่อ 70 ปีที่แล้ว นับเป็นการปฏิวัติวงการการทำนาฬิกา ด้วยการเป็นเรือนแรกที่ตอบโจทย์ความต้องการทั้งหมดของนักสำรวจใต้น้ำได้สำเร็จ นาฬิการะบบจักรกลทั้งห้ารุ่นในคอลเลกชัน Bioceramic Scuba Fifty Fathoms คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของตำนานแห่งวงการการทำนาฬิกาแบบสวิสอย่างครบถ้วน พร้อมหยิบยืมจุดเด่นของนาฬิกา SCUBA ตระกูลนาฬิกาเพื่อการดำน้ำของเราเอง นาฬิกาแต่ละรุ่น ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากใต้ท้องทะเลลึก เป็นการสดุดีมหาสมุทรทั้งห้า รวมถึงสิ่งมีชีวิตอันสวยงาม สีสันสดใสอย่างทากทะเล (nudibranch) ที่อาศัยอยู่ในใต้ทะเลลึก โดยมีทั้งหมด 5 สีจาก 5 ocean-themed The Atlantic
Vision Neue Klasse ใช้แนวทางการดีไซน์ใหม่ทั้งหมด เน้นความเป็นอนาคตที่ลดทอนเส้นสายความเป็นสปอร์ตลงซึ่งชาว bimmer หลายคนน่าจะไม่คุ้นตากันแน่นอน โดยเฉพาะไตคู่หน้าที่ยืดเต็มกระจังหน้าและมีเส้นไฟ LED แนวตั้งอยู่บริเวณมุม เป็นการตีความใหม่ของ 3-series ที่ชูความล้ำสมัยให้อารมณ์แบบ retro-modern แบบรถ EV เต็ม ๆ ซึ่งมีผลกับการออกแบบเช่นตัวถังซีดานทรง 3 กล่องที่ยืดระยะ overhang และฐานล้อหน้าและหลังได้เต็มที่เพราะไม่ต้องแชร์เผื่อระบบ ICE อีกต่อไป รวมถึงการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์เช่นช่อง shark nose บนฝากระโปรงหน้า เส้นหลังคาที่เรียบ กระจกข้างถูกแทนที่ด้วยกล้อง รวมถึง diffuser รอบคันที่ดูเหมือนจะเป็น forged carbon เพื่อ aerodynamic ที่ดีขึ้น ในขณะที่ดีไซน์อาจยังไม่ถูกใจใครหลายคน แต่ด้านความเป็นรถ EV ถือว่าพัฒนาได้ดี BMW เคลมว่าดีไซน์ของ Vision Neue Klasse บวกกับแบตเตอรี่ และ eDrive geneeration ที่ 6 จะช่วยเพิ่มระยะทางในการขับไดัถึง
เปิดตัวใหม่เรียบร้อยแล้ว New Tesla Model 3 Highland หลังโมเดลปัจจุบันทำตลาดมานานถึง 6 ปี โดยรุ่นใหม่นี้ผ่านการอัพเกรดใหม่ทั้งด้านดีไซน์ภายนอกภายใน ระยะทางที่ได้ รวมถึงฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่ใส่เข้าไปอีกเพียบ ตอนนี้มีเพียงรุ่น RWD และ LR เท่านั้น ใครต้องการรุ่น Performance ต้องนั่งทับมือไปก่อนระหว่างนี้ Sleeker Design : โดยรวมมิติรถใกล้เคียงกับรุ่นปัจจุบัน ยาวขึ้น 1 นิ้ว ความสูงลดลงเล็กน้อย และเตี้ยลง 5.5 นิ้ว ดีไซน์โดยรวมถูกปรับให้ลงตัวและเฉียบคมมากขึ้น ซึ่ง Tesla บอกว่าดีไซน์นี้ผ่านการปรับปรุง aerodynamics ที่นอกจากจะเท่แล้วยังช่วยให้รถขับดีขึ้น ลดเสียงลมปะทะเข้ามาในห้องโดยสาร และยังได้ระยะทางในการขับเพิ่มมากขึ้นด้วย ด้านหน้าคมคายดูเป็นผู้ใหญ่ที่สปอร์ตและ luxury ขึ้นอย่างชัดเจน โคมไฟหน้าและเส้นไฟ LED ใหม่เพิ่มความดุดันทันสมัย ด้านท้ายปรับทรงไฟ C-shaped ใหม่ โลโก้ Tesla ใหม่ถูกย้ายมาด้านบนกลางฝากระโปรง ล้อ 18
PICO 4 VR HEADSET entry-level VR ที่เด่นทั้งเรื่องความคุ้มค่า ได้ของครบเซ็ทแบบไม่ต้องซื้อเพิ่ม น้ำหนักเบาสบายหัวกว่า Oculus Quest 2 ภาพคมชัด controller ควบคุมได้แม่นยำ เป็น VR ทั้งตัวเริ่มต้นและตัวจบครบได้ในเครื่องเดียว เดิมทีรู้จักแค่ Oculus Quest พึ่งมารู้จักแบรนด์ PICO หลังจากเห็นคนรีวิวกันเยอะจนต้องไปหามาเล่นบ้าง หลายคนเทียบราคากันอาจจะดูเหมือนห่างกันไม่มาก แต่ของ Oculus ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมอย่างเช่น Head Strap สายรัดปรับระดับแยกเอง หรือจะเทียบกับรุ่นใหม่อย่าง Meta Quest Pro ก็ราคาโดดไปไกล ในด้านความคุ้มค่าของ PICO 4 ที่จ่ายเงินน้อยกว่า แต่ได้ของครบกว่า ประหยัดทั้งเงินและเวลาสั่งของ ซึ่งจุดนี้ถือว่าทำได้ดีมาก จากที่เล่นมาพักใหญ่ ๆ ด้านประสิทธิภาพไม่แพ้ Oculus Quest 2 แน่นอน เพราะแม้แต่ processor ก็ใช้ Qualcomm Snapdragon


