แม้หนัง James Bond “No Time to Die” ลำดับที่ 25 จะโดนเลื่อนฉายไปนานแสนนาน คาดว่าไม่เกินเดือนหน้าอาจจะได้ดูพร้อมกันทั่วโลก ตอนนี้เราสามารถเสพความดุเดือดผ่าน Land Rover รุ่นพิเศษ “Defender V8 Bond Edition” สีดำสุดดุดันกันไปก่อน บอกเลยว่ามันเป็น edition ที่น่าเก็บสะสมมากจริง ๆ Land Rover Defender V8 Bond Edition รถที่แต่งเป็นพิเศษเพื่อฉลองการปรากฎตัวในภาพยนตร์ James Bond ตลอดระยะเวลา 38 ปี โดยในภาค No Time To Die นี้นอกจาก Defender ยังมี Range Rover Sport SVRs, Range Rover Classic และ Land Rover Series
Audemars Piguet เปิดตัวนาฬิการอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ ไดเวอร์ ขนาดหน้าปัด 42 มิลลิเมตรรุ่นใหม่ที่ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 300 เรือน เช่นเดียวกับนาฬิการอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ ไดเวอร์ 3 โมเดลที่เปิดตัวในช่วงต้นปีที่ผ่านมา นาฬิการุ่นลิมิเต็ดเรือนนี้ขับเคลื่อนด้วยคาลิเบอร์ 4308 ซึ่งเป็นกลไกเซลฟ์ไวนด์ดิ้ง (Selfwinding) ล่าสุดของโอเดอมาร์ ปิเกต์ อีกทั้งยังใช้ระบบถอดเปลี่ยนสายนาฬิกาด้วยตนเอง พร้อมดีไซน์หน้าปัดที่ตอบโจทย์ทุกการผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ไม่ว่าจะบนบกหรือใต้น้ำ กลไกที่พร้อมสำหรับทุกการผจญภัย นาฬิการอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ ไดเวอร์ รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น มาพร้อมกลไกอัตโนมัติแบบล่าสุดของโอเดอมาร์ ปิเกต์ พร้อมการแสดงวินาทีและการแสดงวันที่แบบ Instant-Jump คาลิเบอร์ 4308 ถูกติดตั้งพร้อมกลไกที่ช่วยมอบเสถียรภาพและความแม่นยำเมื่อปรับฟังก์ชันของนาฬิกา สเกลเวลาการดำน้ำที่แสดงอยู่บนวงแหวนด้านในที่สามารถหมุนได้ของหน้าปัดสามารถเปิดใช้งานด้วยกลไกการคลิกแบบทิศทางเดียวที่ถูกติดตั้งให้เชื่อมกับเม็ดมะยมตรงที่ตำแหน่ง 10 นาฬิกา ฝาหลังแซฟไฟร์เผยให้เห็นเทคนิคการตกแต่งสุดประณีตของคาลิเบอร์ 4308 ไม่ว่าจะเป็นลาย โกตส์ เดอ เฌอแนฟ (Côtes de Genève) เทคนิคเทรตส์ ทิเรส์
เชื่อว่าสาวกเรือนเวลาทั้งหลายที่ชอบแสวงหาความแปลกใหม่ไม่จำเจ คงคุ้นเคยกับชื่อของ ALBA แบรนด์นาฬิกาดีไซน์สวย ซึ่งมีจุดเด่นเรื่องราคาที่สามารถจับต้องได้ภายใต้คุณภาพการผลิตที่การันตีโดย SEIKO แบรนด์นาฬิกาชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่ง ALBA นั้นถือเป็นแบรนด์น้อง ที่รวมพลังร่วมบุกตลาดในไทย ยืนหยัดเคียงข้างแบรนด์พี่ใหญ่อย่าง SEIKO มายาวนาน ล่าสุดในปี 2021 นี้ ทาง ALBA ได้กลับมาอีกครั้งพร้อมคอนเซ็ปต์ “The Reflection Of Japan” ด้วยงานดีไซน์ที่สะท้อนถึงคุณภาพความเป็น Japan Product โดยเน้นไปที่รูปลักษณ์ของเรือนเวลา Sport Style ที่หนุ่ม ๆ อย่างเราสามารถหยิบมาสวมใส่ได้ในทุกโอกาส และในวันนี้เราได้คัดเลือกเรือนเวลา 5 โมเดลใหม่ที่น่าสนใจจาก ALBA มาอวดโฉมความเท่ ให้ชาว UNLOCKMEN ได้สัมผัส และทำความรู้จักกับจุดเด่นของทั้ง 5 เรือนนี้ ที่พร้อมประทับลงบนข้อมือในฐานะไอเทมบอกเวลาคู่ใจซึ่งช่วยอัพความเท่ให้กับคุณได้ในทุกสถานการณ์ เริ่มต้นที่เรือนแรกซึ่งต้องบอกเลยว่าใครเห็นเป็นต้องสะดุดตา กับความหรูหราที่ผสานความสปอร์ตได้อย่างลงตัวกับ ALBA Automatic รุ่น AL4185X ตัวท็อปแห่งเรือนเวลาดีไซน์สปอร์ตขับเคลื่อนด้วยระบบออโตเมติก มาพร้อมหน้าปัดซันเรย์สีน้ำเงิน มีหลักชั่วโมงแบบพรายน้ำเหลือบทอง
งานดีไซน์ที่ดีต้องช่วยส่งเสริมชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนให้ดีขึ้นได้ด้วย นี่คือ “UNAwheel maxi” ตัวอย่างสุดยอดงานดีไซน์จาก SupremeMotors บริษัทสัญชาติ Russian ที่ถูกพูดถึงมากจาก iF Design Award 2021 ไอเดียที่ช่วยเปลี่ยนรถเข็นคนพิการให้สามารถเดินทางช่วยเหลือตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการเปลี่ยนให้เป็นยานพาหนะพลังงานไฟฟ้าด้วย design concept ที่เรียบง่ายและใช้ได้กับรถเข็นที่มีอยู่ทั่วไป ไอเดียของ UNAwheel maxi คือการออกแบบส่วนขับเคลื่อนด้านหน้า เป็นส่วน add-on ที่เชื่อมต่อกับรถเข็นคนพิการได้ทุกรูปแบบ ส่วน Hardware ประกอบไปด้วยแฮนด์สำหรับบังคับทิศทาง สามารถปรับระดับได้ตามรูปร่างของผู้ใช้งาน และส่วนขับเคลื่อนที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า ดึงพลังงานจาก built-in battery สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยความเร็วสูงสุด 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้งานได้ระยะทาง 30 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้ง วัสดุผลิตจากการผสมผสานเหล็กและพลาสติก รวมน้ำหนักเพียง 12 กิโลกรัม ขึ้นรูปด้วยเทคโนโลยีการตัดแต่งที่ทันสมัย บริเวณแฮนด์ผลิตจากยาง บอดี้ด้านหลังผลิตจากพลาสติกที่ปราศจากส่วนคมและดูดซับแรงกระแทกได้ดีในกรณีเกิดอุบัติเหตุ สามารถประกอบและถอดแยกออกจากรถเข็นได้อย่างง่ายดายภายใน 30 วินาที UNAwheel maxi มีหลากหลายดีไซน์ ซึ่งเวอร์ชันที่เราเห็นเป็นไอเดียการออกแบบล่าสุดของ SupremeMotors และไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ไหน
ถ้าพูดถึงมอเตอร์ไซค์จาก BMW Motorrad ที่สำนัก custom นิยมเลือกมาจัดทรงแต่งได้หล่อหลากหลายสไตล์ ต้องยกให้ BMW R nineT รถที่แต่งยังไงก็เท่โดนใจชาวสองล้อทั่วโลก แต่ถ้าได้เห็นผลงาน Custom BMW R1250 R จาก Renard คันนี้ บอกเลยว่ามีเปลี่ยนใจแน่นอน Renard Speed Shop เลือกใช้ BMW R1250 R รุ่นใหม่ล่าสุดเป็นพื้นฐานในการสร้างสรรค์ดีไซน์ที่เรียกว่าสุดล้ำอาจจะยังน้อยเกินไป ต้องบอกก่อนว่ารูปทรงเดิม ๆ ของ R1250 R ก็เท่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ด้วยรูปทรงสัดส่วนที่บึกบึนชัดเจน มันจึงมีพื้นฐานที่ดีไม่แพ้ R nineT ในการนำมาสร้างสรรค์ใหม่ตามสไตล์ของใครของมัน แต่สำหรับ Renard จะแต่งทั้งทีต้องไปให้สุดชนิดคนจำรถ donor ไม่ได้ ด้วยการออกแบบทั้งชุดบอดี้ทรงโค้งมนที่อวบขึ้นกว่าเดิมเยอะ แต่จัดจ้านจากชิ้น aluminum bodywork ที่ผลิตแบบประณีตด้วยกรรมวิธี handmade ทั้งคัน มีช่องดักอากาศขนาดใหญ่ที่ได้แรงบันดาลใจจากไตคู่หน้าแบบใหม่ของ BMW M4 นอกจากจะเสริมความโหดแล้วยังช่วยระบายความร้อนได้ดีขึ้นอีกด้วย
ช่วงนี้เรากำลังนิยมนาฬิกาดีไซน์ย้อนยุคที่ถูกปลุกขึ้นมาใหม่พร้อมใส่เทคโนโลยีทันสมัยเข้าไป มันให้ฟีลลิ่งความสนุกสนานที่แตกต่างไม่ซ้ำใคร หลังจากเปิดตัว Pac-man x A100WEPC ไปก่อนหน้านี้ ล่าสุด Casio ก็ตอกย้ำกระแสความ Vintage อีกครั้งด้วยการนำ “F-100” ที่โด่งดังในปี 1978 มานำเสนอใน collection ล่าสุด “A100” หน้าปัดทรงเหลี่ยมจอดิจิทัลที่หลายคนคุ้นตาตั้งแต่วัยเด็ก หากใครเกิดไม่ทันยุค ’70s นาฬิกา Casio F-100 ในยุคนั้นเปิดตัวมาอย่างอลังการ ได้รับความนิยมอย่างสูงด้วยความแตกต่างของ resin case น้ำหนักเบา เป็นนาฬิกา digital ที่ล้ำสุด ๆ ในยุคนั้นก็ว่าได้ มันเข้าถึงภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่อย่าง Alien (1979) ที่ Ridley Scott นำ F-100 2 เรือนมาเชื่อมต่อกันเพื่อให้ดูล้ำหน้าเหมาะกับยุคอวกาศในบทภาพยนตร์ ก็ยิ่งดันให้มันดังเปรี้ยงมากขึ้นอย่างรวดเร็ว Casio Vintage A100 Series นำความคลาสสิคของ F-100 นาฬิกาหน้าจอดิจิทัลระดับ Iconic ให้กลับมาใหม่อีกครั้งในรูปแบบ
Land Rover Range Rover น่าจะเป็นแบรนด์รถที่หลายคนแยกแต่ละรุ่นออกจากกันได้ค่อนข้างยาก โดยเฉพาะรุ่นพิเศษต่าง ๆ ที่ชื่อยาวเป็นประโยคบอกเล่า แต่ไม่ต้องท่องให้สับสนอีกต่อไป แค่จำชื่อ Sport SVR Ultimate Edition เอาไว้ว่ามันคือ “แรงสุดในรุ่น” ผลงานปลุกเสก Special Edition ชิ้นล่าสุดจากแผนก Special Vehicle Operations ของ Range Rover กับการหยิบโมเดล “Sport” ขึ้นมาอัพเกรดส่งท้ายก่อนจะเข้าสู่งการเปิดตัวโมเดลใหม่ในปี 2023 ซึ่งจะใช้ขุมพลัง Hybrid ดังนั้นผลงานชิ้นนี้จึงเป็นเครื่องยนต์เผาไหม้ล้วนรุ่นสุดท้ายก่อนเดินหน้าสู่ Electrified Land Rover ซึ่งอาจไม่โดนใจสาวกบางส่วน Range Rover Sport SVR Ultimate Edition รถ SUV ที่แรงและเร็วที่สุดของตระกูล Sport ความพิเศษเริ่มตั้งแต่สีภายนอกเฉพาะรุ่นพ่นด้วยมือทั้งคัน มีให้เลือกสามสีคือ Maya Blue Gloss, Marl Grey Gloss,
ใครขับ C-Class แล้วรู้สึกว่ารับมือกับความพังของถนนบ้านเราไม่ไหว Mercedes-Benz มีทางเลือกใหม่ เสริมประสิทธิภาพการลุยให้มากขึ้นด้วย C-Class All-Terrain C-Class All-Terrain พัฒนาบนพื้นฐานของตัวถัง Estate Wagon เสริมลุคความแกร่งด้วยชุดแต่งและยกสูงเพิ่ม ground clearance จากรุ่น wagon อีก 40 มิลลิเมตร มาพร้อมระบบขับเคลื่อน all-wheel drive เป็นมาตรฐาน ถือเป็นตัวเลือกที่จะมาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจาก Audi A4 Allroad และ Volvo V60 Cross Country ที่ขายดีในตลาดยุโรป ใต้ท้องรถมีแผ่นปิดปกป้องสำหรับการลุยในระดับนึง ซุ้มล้อเพิ่มบังโคลนสีดำเสริมความบึกบึน ช่วงล่างถูกออกแบบใหม่พร้อมเสริมความแข็งแรงมากกว่าปกติ ด้านหน้าใช้ระบบ four-link ด้านหลัง multi-link มีโหมดการขับเพิ่มขึ้นจากเดิม 2 โหมดคือ ‘Offroad’ สำหรับพื้นฝุ่นดินหินขรุขระ และ ‘Offroad+ with Downhill Speed Regulation’ สำหรับการไต่ทางชัน ซึ่งระบบจะกระจายแรงบิดไปที่
คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘SEIKO (ไซโก)’ คำภาษาญี่ปุ่นที่มีความหมายว่า “นาที” “ความดีเยี่ยม” และ “ความสำเร็จ” เป็นคำคุ้นหูที่หลายคนรู้จักในฐานะชื่อแบรนด์นาฬิกาสัญชาติญี่ปุ่นที่อยู่คู่กับคนไทยมาทุกยุคทุกสมัย นอกจากชื่อเสียงที่ชาวไทยคุ้นเคย ในระดับโลก SEIKO ยังถือเป็นแบรนด์ที่สร้างมาตรฐานใหม่บนหน้าประวัติศาสตร์วงการนาฬิกามาแล้วมากมาย ทั้งในฐานะแบรนด์นาฬิกาข้อมือแบรนด์แรกของญี่ปุ่นที่ริเริ่มผลิตนาฬิกาควอตซ์จนทำให้เกิดยุค Quartz Crisis และเป็นแบรนด์ที่ผลิตนาฬิกาดำน้ำไทเทเนียมรุ่นแรกของโลก รวมถึงนวัตกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย จากประสบการณ์ที่ถูกสั่งสมมาอย่างต่อเนื่องยาวนานเป็นเวลากว่า 140 ปี นับตั้งแต่วันแรกที่ SEIKO ได้ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1881 จนกลายเป็นความเชี่ยวชาญที่ผลักดันให้ SEIKO ก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทนาฬิกาชั้นนำในญี่ปุ่น เป็น House of Watchmaking ที่ผลิตทุกชิ้นส่วนของนาฬิกาด้วยโดยช่างผู้ชำนาญการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของนาฬิกา ภายใต้คติ Keep Going Forward ซึ่งหมายถึงการไม่หยุดพัฒนาและก้าวไปข้างหน้าอยู่เสมอ ที่ SEIKO ยึดถือมาจนถึงปัจจุบัน และในปี 2021 นี้ ไม่เพียงแต่เป็นโอกาสพิเศษของแบรนด์คุณภาพจากญี่ปุ่นที่เดินทางมาครบรอบ 140 ปีเท่านั้น ซึ่งพวกเราชาวไทยที่เป็นสาวก SEIKO มาตั้งแต่ยุคบุกเบิกน่าจะรู้กันดีว่าช่วงเวลานี้ถือเป็น “ช่วงเวลาพิเศษ” ของไซโก
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการมาของเทคโนโลยี A.I. (Artificial Intelligence ) หรือโปรแกรมปัญญาประดิษฐ์ ที่มีความสามารถในการคิด วิเคราะห์ ประมวลผลเชิงลึก นั้นได้พลิกโฉมการใช้ชีวิตของมนุษย์ยุคปัจจุบัน ให้สะดวกสบายง่ายดายขึ้นในแทบทุกด้าน ไม่ว่าจะด้านการแพทย์ การศึกษา การคมนาคม ธุรกิจอาหาร / การเกษตร หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า แกดเจ็ต สมาร์ตดีไวซ์ต่าง ๆ ก็ล้วนแล้วแต่มีเทคโนโลยี A.I. เป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานอย่างพวกเราให้ได้มากที่สุด และแน่นอนว่าอุปกรณ์สมาร์ตโฟนที่พวกเราทุกคนพกพาเอาไว้เป็นผู้ช่วยสารพัดประโยชน์ เป็นได้ทั้งเครื่องมือติดต่อสื่อสาร, ตัวช่วยในการทำงาน, อุปกรณ์ให้ความบันเทิง รวมไปถึงเป็นกล้องถ่ายรูปคู่ใจ ก็ได้ถูกยกระดับความฉลาดให้สามารถเรียนรู้, ประมวลผล และถ่ายทอดออกมาเป็นผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ ตรงใจ ตอบสนองการใช้งานที่สะดวกง่ายดายมากยิ่งขึ้น ซึ่ง OnePlus Nord 2 5G สมาร์ตโฟนรุ่นต่อยอดความสำเร็จของ OnePlus Nord รุ่นแรกเมื่อปีก่อน ก็ได้นำเอาความล้ำของเทคโนโลยี A.I. มายกระดับความสามารถเพื่อสานต่อเจตนารมย์ของ Nord รุ่นพี่ที่ชูจุดเด่นความเป็น Lite Flagship Smartphone สมาร์ตโฟนสเปกล้ำที่ใครก็เป็นเจ้าของได้ ด้วยนิยามใหม่อย่าง A.I.
นิสสัน ประเทศไทย เปิดตัว เทอร์ร่า ใหม่ รถยนต์เอสยูวีสำหรับทุกคนในครอบครัวที่มีจุดเด่นด้านความปลอดภัย ความบันเทิง และความเอนกประสงค์ที่ตอบสนองทุกการใช้งานของครอบครัว ในราคาเริ่มต้นที่ 1,199,000 บาท ดีไซน์ใหม่ที่อัปเกรดมากขึ้นอย่างน่าประทับใจ ทั้งภายในและภายนอก การออกแบบ นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ สอดคล้องกับปรัชญาการออกแบบ “Unbreakable Design” ดีไซน์ไฟหน้า Quad LED รูปตัวซีอันเป็นเอกลักษณ์ 4 ดวงในแต่ละด้าน ที่สว่างมากขึ้น 34% และออกแบบท้ายรถใหม่ทั้งหมด พร้อมล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 18 นิ้ว การออกแบบภายในแบบใหม่พร้อมเพิ่มเทคโนโลยีที่ทันสมัย และปรับให้เบาะนั่งสบายขึ้น รวมถึงสามารถปรับรูปแบบที่นั่งแถวที่สองและสามได้หลากหลาย เพียงกดปุ่ม 1-touch remote fold & tumble ที่คอนโซลกลาง และฝาประตูท้ายระบบไฟฟ้าและเซนเซอร์ด้านใต้กันชนหลัง** มาพร้อมสีให้เลือก ได้แก่ สีขาว ไวท์ เพิร์ล, สีเงิน บริลเลียนท์ ซิลเวอร์, สีดำ แบล็ค สตาร์
ในที่สุด 2023 Nissan Z ก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการ หลังจากยลโฉมความหล่อผ่าน Concept car มานานนับปี ข่าวดีคือจุดเด่นที่เราเคยเห็นยังอยู่ครบ ความ modern retro ในตัวถัง Sports coupe’ พร้อมขุมพลัง 400 แรงม้าจากเครื่องยนต์ twin-turbocharged 3.0-liter V6 และราคาที่คาดว่าจะตั้งไว้ราว ๆ $40,000 หรือ 1.3 ล้านบาท ซึ่งถ้ามาเมืองไทย ราคาน่าจะอยู่ใกล้ ๆ กับ Toyota Supra 2023 Nissan Z รถสปอร์ตคูเป้ตระกูล Z ใน generation ที่ 7 ต่อจาก 370Z ที่ทำตลาดตั้งแต่ปี 2008 ผ่านมาแล้ว 14 ปี ในที่สุดก็ถึงเวลาเปิดตัวโมเดลใหม่ด้วยดีไซน์ที่เหมือนกับใน Z Proto


