อีซูซุเปิดตัวไลฟ์สไตล์ปิกอัพรุ่นล่าสุด “ออลนิว อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์” (ALL-NEW ISUZU X-SERIES) พร้อมนิยามใหม่ “ท้าทายทุกลิมิต…สุดขีดสไตล์เอ็กซ์” (INFINITE X-LIFE) ยนตร- กรรมดีไซน์เท่เหนือชั้น จัดเต็มด้วยชุดแต่ง X-Stylish Package ใหม่หมดทั้งภายนอกและภายใน ถ่ายทอดเอกลักษณ์แห่งจิตวิญญาณสายพันธุ์สปอร์ตที่หลงใหลในความเร็ว แรง เร้าใจ และสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร ทั้งแนวสปอร์ตเรซซิ่งในรุ่น SPEED และสปอร์ตพรีเมียมในรุ่น HI-LANDER กลุ่มตรีเพชร โดย มร. โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “ในปีนี้ รถปิกอัพ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์” ได้เปิดจำหน่ายครบทุกรุ่น รวมทั้งเพิ่มเกียร์อัตโนมัติในรุ่นความสูงมาตรฐานให้เลือก โดยมีกระแสตอบรับที่ดีมากแม้ว่าจะอยู่ในสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยก็ตาม และด้วยความตั้งใจที่จะขยายกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้รถอีซูซุให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ประกอบกับเทรนด์ผู้ใช้รถปิกอัพรุ่นใหม่ ๆ มีความชื่นชอบมอเตอร์สปอร์ตและรถแต่งแนวเรซซิ่ง อีซูซุจึงได้เปิดตัว “ออลนิว อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์” ไลฟ์สไตล์ปิกอัพดีไซน์เท่ ภายในโทนสีแดง-ดำ เอกลักษณ์แห่งจิตวิญญาณสายพันธุ์สปอร์ต ตอบรับนิยาม “ท้าทายทุกลิมิต…สุดขีดสไตล์เอ็กซ์”
สำหรับ Car Enthusiast ที่มีเงินไม่จำกัด การจะซื้อรถ Supercars อย่าง Ferrari F8 Tributo ที่แม้จะสวยงามหรือสมรรถนะดีแค่ไหน แต่ถ้ามีซ้ำกับคนอื่นเค้าก็คงไม่ค่อยน่าภาคภูมิใจเท่าไหร่ นี่คือเหตุผลที่ค่ารถ Exotic cars หลายแบรนด์หันมาออกแบบพัฒนารถแบบ one-off หรือผลิตเพียงคันเดียวในโลกกันมากขึ้น เช่นเดียวกับ Aston Martin V12 Speedster สุดพิเศษคันนี้ ที่แม้จะไม่ใช่ one-off แต่ด้วยดีไซน์ที่เน้นจับกลุ่ม car guys อย่างแท้จริงที่ไม่ได้เน้นแอร์เย็น เพลงเพราะ ทำให้มันเป็นรถที่ exclusive มากเป็นพิเศษ Aston Martin V12 Speedster ผลงานของแผนก Aston Martin’s ‘Q by Aston Martin ที่เน้นสร้างรถแบบ fully customize เท่านั้น เป็นรถแบบไม่มีหลังคา (open-top) สไตล์เดียวกับ Ferrari Monza SP1,
ถ้าหากลองกางลิสต์รายชื่อนักร้องยุค 90s ที่โด่งดังมาก ๆ ในสมัยที่เป็นยุคทองของวงการเพลง ทุกคนจะนึกใครกันบ้าง? แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นจะต้องมีแรปเปอร์หนุ่มรุ่นเก๋า มากความสามารถอย่าง คุณเจ เจตริน อยู่ในลิสต์อย่างไม่ต้องสงสัย ผลงานเพลงแต่ละอัลบั้มการันตีด้วยยอดขายตลับเทปที่ถล่มทลาย แถมยังได้ฝากท่าเต้นอมตะตลอดกาลในเพลง ฝากเลี้ยง เอาไว้จนขึ้นหิ้งเป็นตำนานของไทยอีกด้วย และอย่างที่ทุกคนรู้กันว่า นอกจากบทบาทการเป็นนักร้องแล้ว ในอีกด้านหนึ่ง คุณเจ เจตริน ยังมีดีกรีเป็นถึงแชมป์เจ็ตสกี พ่วงด้วยแชมป์โปรทัวร์อื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วน เรียกว่า ไปแข่งที่ไหน ก็ได้แชมป์ติดไม้ติดมือกลับมาฝากคนไทยเสมอ และนอกจากความเร็วทางน้ำ คุณเจยังเป็นคนที่ชื่นชอบรถยนต์ และความเร็วของรถยนต์สมรรถนะสูง ดังนั้นรถยนต์ที่คุณเจตัดสินใจครอบครองจึงต้องเป็นรถยนต์ที่ยอดเยี่ยมอย่างไม่ต้องสงสัย แน่นอนว่ากิจกรรมความเร็วเป็นของคู่กันกับผู้ชายอยู่แล้ว หลายคนฝันที่จะมีรถสปอร์ตเป็นของตัวเองสักคัน ซึ่งคุณเจก็เป็นหนึ่งในนั้น เขาหลงใหลในความเร็วตั้งแต่ยังเด็ก ถึงขนาดเคยไปยืนดูแข่งรถแบบ Underground ตามถนนเป็นประจำ เมื่อโตมาได้มีโอกาสเป็นคนขับเอง วินาทีที่ได้สัมผัสกับความเร็วระดับรถแข่ง คุณเจรู้ทันทีว่า “นี่มันคือตัวตนของเราแล้วล่ะ” ความหลงใหลที่มีต่อความเร็วจึงติดตัวเขามาตลอดนับแต่วันนั้น โดยคุณเจให้คำนิยามกับกีฬา Motorsports ว่า ความเท่ ความเจ๋ง และความอันตรายของมันคือ ของจริง นอกจากจะมีเรื่องความเร็ว ความท้าทาย ยังมีเรื่องของเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่มเร้าใจ เพียงแค่เสียงเครื่องถูกสตาร์ทติดขึ้น อะดรีนาลีนของเราก็พุ่งพล่านไปทั่วทุกส่วนของร่างกาย
หลังจากรอคอยกันมาอย่างยาวนาน พร้อมภาพหลุดนับร้อยนับพันภาพ กระจังหน้าที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง ในที่สุดก็ถึงเวลาเผยโฉมและข้อมูลสเปกทั้งหมดของ 2021 BMW M3 generation ที่ 6 และ M4 Coupe generation ที่ 2 ซึ่งได้รับการปรับปรุงจนกลายเป็น M ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา ไม่ว่าจะเป็นระบบขับเคลื่อน all-wheel-drive และสมรรถนะระดับ 500 แรงม้าจากโรงงาน BMW M3 M4 ทั้งสองโมเดลใช้เครื่องยนต์ S58 twin-turbo 3.0-liter 6 สูบเรียง 473 horsepower at 6,250 rpm แรงบิด 550 Nm of toque มีให้ใช้ยาว ๆ ตั้งแต่ 2,650 – 6,130 rpm เทียบกับรุ่นก่อนหน้านับว่ามีแรงม้าเพิ่มขึ้นถึง 48 ตัว ทำเวลา 0-100
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา McLaren พึ่งจะเผยโฉม McLaren Senna LM ที่ผลิตแบบ limited edition สุดพิเศษเพียง 5 คัน เพื่อฉลองให้กับโอกาสครบรอบ 25 ปีที่ McLaren F1 GTR สามารถเข้าเส้นชัย 24 Hours Le Mans ในปี 1995 ได้อย่างสวยงามถึง 5 คัน แต่นั่นก็ยังไม่พิเศษพอ เมื่อเทียบกับเวอร์ชั่น Track-only McLaren Senns GTR LM ที่ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 5 คันเช่นเดียวกัน มาพร้อมลวดลวยที่ยกมาจากรถ McLaren F1 GTR ในอดีต บนบอดี้ของ Senna ยุคใหม่ที่โหดยิ่งกว่าเดิม รถ McLaren F1 GTR ทั้ง 5 คัน คือรถที่เข้าเส้ยชัยในการแข่งขัน 1995
ชื่อ Land Rover 110 เป็นที่หลงใหลของผู้ชายเล่นรถมานานนับตั้งแต่เริ่มทำตลาดในปี 1983 ด้วยดีไซน์ที่คลาสสิค มีเสน่ห์แบบผู้ดีอังกฤษมาจนถึงทุกวันนี้ โดยมีเลข 110 เป็นตัวบอกความยาวตัวถัง 110 นิ้ว หรือราว 2,800 มิลลิเมตร (ยังมี Land Rover 90 หมายถึงความยาวตัวถังราว 93 นิ้ว และ 127 ความยาวตัวถัง 127 นิ้ว) ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ดีไซน์ของรถที่แสดงออกชัดเจนถึงความเป็นรถลุยที่มีสไตล์ ทำให้หลายคนยอมควักเงินจำนวนแพงกว่าราคาตลาดเพื่อให้ได้ครอบครอง Land Rover 110 สภาพดี และมีสำนักแต่งรถจากทั่วโลกที่นิยมนำมันมาฟื้นฟูสภาพ หรือแม้แต่ดัดแปลงเป็นรถ PHEV ซึ่งล้วนได้รับความนิยมระดับ sold out ตั้งแต่เปิดรับ pre-order สำหรับเวอร์ชั่นล่าสุดที่เราหยิบมานำเสนอ เป็นผลงานของ Osprey Custom Cars ตั้งอยู่ใน North Carolina ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้าง Ford Broncos, Toyota
ใครซื้อ Honda N-One ไปตั้งแต่ generation แรก เราขอแสดงความยินดีด้วย เพราะมันถือเป็นรถที่ยากจะตกรุ่นแห่งวงการรถยนต์เลยทีเดียว ถ้าย้อนไปดู H0nda N-One ที่ออกสู่ตลาดตั้งแต่ปี 2012 มาจนถึงความเคลื่อนไหวล่าสุดที่แม้จะเรียกว่าเป็น Major Update แต่ก็ยากจะสังเกตความเปลี่ยนแปลง เพราะแม้กระทั่ง Honda เอง ยังระบุในเว็บไซต์ว่า “It doesn’t seem to have changed, but it has changed so much.” มาดูกันดีกว่าว่า Major Update ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เปลี่ยนแปลงนั้นมีอะไรใหม่ใน Honda N-One บ้าง เริ่มจากการเพิ่มไฟหน้า LED headlights ในทุกรุ่น เสริมความทันสมัยและความปลอดภัย แถมยังได้ Honda Sensing safety suite แบบครบ ๆ ตั้งแต่ adaptive
ใกล้จะเปิดตัวเต็มทีแล้ว สำหรับรถยนต์ทรง Compact Crossover จากแดนเกาหลีใต้ ที่สามารถทำผลงานได้ดีจนเป็นที่นิยมไปทั่วโลก นี่คือ 2020 Hyundai Tucson คู่แข่งตัวสำคัญใน category ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน สามารถต่อกรกับ Honda CR-V, Toyota RAV4 ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ 2020 Hyundai Tucson generation ใหม่ มีจุดเด่นที่เน้นย้ำเรื่องความทันสมัยที่พร้อมจะลุยไปได้ทุกที่ ซึ่งเป็นจุดขายที่รถตระกูลลุยยังไม่มีใครนำไปครอบครอง ใน generation นี้ Tucson ได้พัฒนามาใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ดีไซน์ภายนอก ภายใน ขุมพลัง ระบบขับเคลื่อนที่มีให้เลือกหลากหลาย หรือแม้แต่วัตถุดิบที่ล้ำสมัย การดีไซน์ด้านนอกของ 2020 Hyundai Tucson ทำได้อย่างยอดเยี่ยมจนดูเหมือนกับรถเวอร์ชั่น Prototype แต่นี่คือรถที่พร้อมเข้าสู่สายการผลิต โคมไฟหน้าที่รวมเข้ากับกระจังหน้าอย่างแนบเนียนลงตัว ซึ่ง Hyundai เรียกมันว่า “Kinetic Jewel Surfacing” ให้อารมณ์ทันสมัยและเป็นจุดเด่นที่แตกต่างจากค่ายอื่น ส่วนไฟท้ายแบบ quad LED 4 ชิ้นเชื่อมต่อกับไฟท้ายเส้นที่ลากยาวต่อเนื่องตามเทรนด์สมัยใหม่
สำหรับหนุ่ม ๆ ที่เป็นแฟนเดนตายของรถยนต์นิสสัน โดยเฉพาะสายพันธุ์สปอร์ตที่ถือเป็นไอคอนของค่ายอย่างรถในตระกูล Z-Cars คงทราบข่าวการกลับมาอีกครั้งของรถยนต์เจเนอเรชันที่ 7 อย่าง Nissan 400Z ล่าสุดนิสสันได้เปิดตัว Nissan Z Proto ซึ่งคาดว่าเป็นรถยนต์ต้นแบบของ Nissan 400Z (Z35) ที่จะปล่อยรถคันสมบูรณ์ออกสู่ตลาดในปี 2021 (แต่อาจจะถูกเลื่อนไปเป็นปี 2022) โดยต้นแบบคันนี้มาพร้อมงานดีไซน์ที่น่าสนใจหลายจุด รวมถึงระบบเครื่องยนต์ที่ทรงพลัง และเราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักต้นแบบ Z-Cars คันนี้ให้ดีขึ้นไปพร้อมกัน Z-Cars คือสายพันธุ์รถสปอร์ตจากนิสสันที่มีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 1969 เริ่มต้นจาก Nissan 240Z ซึ่งกลายเป็นต้นแบบที่ทำให้รถยนต์ในตระกูลนี้เดินทางมาถึงเจเนอเรชันที่ 6 กับ Nissan 370Z ที่เรียกว่าเป็นสองรองจาก GT-R เท่านั้น ซึ่งกินระยะเวลานานกว่า 50 ปีสำหรับคนที่สนใจสามารถอ่านเรื่องราวความเป็นมาของ Nissan Z-Cars ได้เลย Nissan ถือเป็นแบรนด์ที่ใช้เวลานานมากในการพัฒนารถ Iconic อย่าง GT-R หรือแม้แต่ Z-cars ที่ใช้เวลาเกือบ
หากจะให้พูดถึงสนามแข่งที่โหดและหินที่สุด ในการแข่งขันประชันความเร็ว เพื่อเฟ้นหาสุดยอดนักขับที่สามารถพิชิตสภาวะแวดล้อมสุดอันตรายได้นั้น ทุกคนจะนึกการแข่งขันแบบไหนกันบ้าง ? แน่นอนว่าหนึ่งในนั้น จะต้องเป็นกีฬารถแข่งที่จะทำให้คุณหัวใจเต้นแรงและตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งกีฬาที่เราหมายถึงก็คือ การแข่งรถทางฝุ่น หรือ การแข่งขันแรลลี่ (Rally) นั่นเอง โดยกีฬาประเภทนี้นับเป็นการแข่งรถที่ “โคตร” จะเร้าใจ ไม่ต่างกับดูหนังแอคชันเลย ด้วยสนามแข่งที่ขรุขระ เต็มไปด้วยอุปสรรคที่คาดเดาไม่ได้มากมาย ทุกการวิ่งคือสภาพพื้นฝุ่นและเศษหินที่เปลี่ยนแปลงไปเสมอ การเพ่งสมาธิไปข้างหน้าพร้อมฟังเพื่อนร่วมทีมบอกองศาการเลี้ยวอีกสามสี่โค้งข้างหน้าอย่างรวดเร็ว รวมทั้งสภาพอากาศที่ไม่เอื้อต่อการแข่งรถอย่างมาก และทั้งหมดที่ว่าไปนั้น เป็น “เสน่ห์” ที่ทำให้การแข่งรถแรลลี่เป็นอีกหนึ่งกีฬาที่ผู้คนให้ความสนใจเป็นลำดับต้น ๆ ของโลก โดยมียอดผู้ชมจากทั่วทุกสารทิศที่ดูผ่านหน้าจอมากกว่า 700 ล้านคนเลยทีเดียว! ซึ่งกว่าจะผ่านไปสู่ลีกสูงสุด ต้องผ่านการคัดเลือกเพื่อไปสู่ WRC-3, WRC-2 และ WRC ซึ่งเส้นทางกว่าจะไปถึงนั้น ยากลำบากไม่แพ้พื้นถนนฝุ่นที่ด้านข้างคือหน้าผาและร่องหลุมสารพัด การเสียสมาธิแม้เพียงเสี้ยววินาทีบนสนาม Rally อาจหมายถึงความเป็นความตายได้ แต่น่าแปลกว่าทำไม การแข่งขันแรลลี่ที่น่าตื่นเต้นนี้กลับไม่เป็นที่พูดถึงมากนักในประเทศไทย หรือถ้ามี ก็อยู่ในกลุ่มคนหมู่น้อยมาก ๆ โดยเฉพาะความเสี่ยงจากอันตรายที่ทำให้นักขับไทยมีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับการแข่งขันความเร็วทางเรียบ และเพราะความนิยมที่น้อยนิดนี้เอง ทำให้คนไทยหลายคนต้องพลาดโอกาสในการก้าวไปสู่ระดับโลก เพียงเพราะไม่มีสปอนเซอร์สนับสนุนพวกเขา ทั้งที่การแข่งขันระดับโลกแบบนี้ สามารถทำชื่อเสียงและดึงเงินเข้าประเทศได้อย่างมหาศาล
เชื่อว่าหลายคนที่ขับรถยนต์ได้ สอบใบขับขี่มาแล้วเรียบร้อยอาจรู้สึกแปลก ๆ หากมีใครชวนให้ไปเข้าคอร์สเรียนขับรถกันอีกสักรอบสองรอบ ดีไม่ดีอาจมีเคืองเสียด้วยซ้ำ เพราะคิดว่าโดนอำเรื่องทักษะการขับรถที่ไม่เอาไหน แต่จริง ๆ แล้วการเรียน หรือการเข้าอบรมการขับขี่เพิ่มเติม ไม่ใช่เรื่องของมือใหม่ หรือคนที่ขับรถไม่ได้เพียงเท่านั้น เพราะการขับรถได้อาจไม่ใช่สิ่งการันตีว่าเราขับรถเป็นแต่อย่างใด ซึ่งการขับรถที่เรียกว่า ‘ขับเป็น’ จริง ๆ แล้วมันต้องเป็นการขับขี่ที่ทั้งสนุกและปลอดภัยในทุกเส้นทาง ซึ่งหลักการนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ก่อให้เกิดโปรแกรม BMW Driving Experience โปรแกรมเพิ่มสกิลการขับรถระดับตำนานของวงการรถยนต์ ที่ในวันนี้เราจะพาผู้อ่าน UNLOCKMEN ทุกท่านย้อนไปดูจุดเริ่มต้น และเรื่องราวที่น่าสนใจของโปรแกรม Driving Experience จากค่าย BMW (บีเอ็มดับเบิลยู) ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเอาจริงเอาจังและเป็นหนึ่งในค่ายรถที่ได้รับการยอมรับเรื่องมาตรฐานการให้ความรู้และประสบการณ์การขับขี่สุดมันส์ และถือเป็นหนึ่งในโปรแกรมฝึกอบรมขับขี่ที่จัดขึ้นโดยผู้ผลิตยานยนต์เป็นครั้งแรก ซึ่งจัดมาอย่างต่อเนื่องยาวนานตั้งแต่ยุค 70s จนถึงปัจจุบัน ขับรถเป็นต้องสนุกและปลอดภัย หากจะให้ย้อนรอยที่มาของโปรแกรม BMW Driving Experience คงต้องเล่าย้อนไปถึงแนวคิดของ BMW ที่มองว่า แค่การผลิตสุดยอดยนตรกรรมสมรรถนะสูงนั้นยังไม่เพียงพอ แต่สิ่งสำคัญคือจะทำอย่างไรให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานยานพาหนะคู่ใจได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ได้มากที่สุด จนกระทั่งในปี 1976 แนวคิดดังกล่าวได้เดินทางมาถึงจุดที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง จากการขอความร่วมมือของตำรวจเมือง Munich ที่ให้ค่ายรถ
สำหรับผู้ชายอย่างเราการได้ขับขี่รถยนต์สมรรถนะสูงถือเป็นเรื่องที่หลายคนฝันอยากจะทำให้สำเร็จ โดยเฉพาะหนุ่ม ๆ ที่หลงใหลความเร็วและต้องการครอบครองรถยนต์ที่แสดงพลังบนท้องถนนได้มีประสิทธิภาพต่างจากรถที่วิ่งอยู่ในสนามแข่ง ขณะเดียวกันมีรถยนต์จำนวนไม่น้อยในโลกใบนี้ที่ได้รับอิทธิพลและแรงบันดาลใจในการสร้างมาจากความหลงใหลในโลกแห่งการแข่งขันรถยนต์ แต่คงไม่มีรถยนต์ตระกูลไหนจะสามารถถ่ายทอดจิตวิญญาณของรถแข่งลงในรถที่ใช้งานบนท้องถนนได้ดีไปกว่ารถยนต์จาก Mercedes-AMG ในตระกูล “GT Family” แต่เพราะเหตุผลอะไร วันนี้มาทำความรู้จักยนตรกรรมเหล่านี้ให้ดีขึ้นไปพร้อมกัน จุดเริ่มต้นของ “GT Family” เริ่มขึ้นในปี 2010 เมื่อโรงงาน Mercedes-AMG ที่ตั้งอยู่ในเมือง Affalterbach ได้ให้กำเนิดรถยนต์อย่าง Mercedes-Benz SLS AMG ขึ้นมา ด้วยดีไซน์ที่สวยงามโดยเฉพาะประตูแบบ Gullwing ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถยนต์รุ่นไอคอนอย่าง Mercedes-Benz 300SL Gullwing ก็ทำให้รถยนต์คันนี้ได้รับเสียงตอบรับที่ท่วมท้นจากคนรักรถยนต์ทั่วโลก อย่างไรก็ตามความสวยงามในด้านงานดีไซน์ของ SLS AMG เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความสำเร็จของรถยนต์คันนี้ เพราะสิ่งที่โดดเด่นเหนือสิ่งอื่นใดคือขุมพลังใต้ฝากระโปรงที่มาพร้อมเครื่องยนต์ที่ให้พลังสูงถึง 571 แรงม้าและแรงบิดที่ 630 นิวตันเมตร ส่งผลให้ Mercedes-Benz SLS AMG กลายเป็นรถยนต์ที่วิ่งด้วยเครื่องยนต์ Naturally Aspirated Engine (NA) ที่ทรงพลังที่สุดในเวลานั้น และกลายเป็นต้นกำเนิดให้กับรถยนต์ในตระกูล GT ในเวลาต่อ


