พึ่งผ่านไปหมาด ๆ กับงาน #BIMMERMEET3 หรือ “บิมเมอร์” ที่เรียกได้ว่าเป็นงานที่รวมพลคนรักรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และมีรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูมาจัดแสดงมากกว่า 400 คัน พร้อมยังมีกิจกรรมสนุก ๆ และสาวกได้ฟังเรื่องราวเชิงลึก เคล็ดลับต่าง ๆ จากบรรณาธิการของคอลัมนิสต์ของนิตยสาร BMWCar อีกด้วย ใครที่พลาดงานดี ๆ แบบนี้ไปไม่ต้องเสียใจเพราะ UNLOCKMEN เก็บภาพบรรยากาศมาไว้ให้แล้ว ภายในงานมีการแบ่งโซนจัดแสดงอย่างเช่น BMW M Town โซนที่คนรักรถหรูสมรรถนะสูงสายพันธุ์ M ต้องปลื้ม ไปถึงโซน BMW CLASSIC ที่ทั้งจัดแสดงและให้ข้อมูลการสั่งซื้ออะไหล่รถคลาสสิกแท้ ซึ่งปัจจุบันทางบีเอ็มดับเบิลยูประเทศไทย ได้อำนวยความสะดวกให้การจัดหาอะไหล่ที่เคยหายากมากทำได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมแล้วด้วย ดังนั้นมั่นใจได้เลยว่ารถทุกรุ่นทุกปี จะมีอะไหล่แท้ที่ได้มาตรฐานให้ใช้งาน ต่อด้วยโซน #BMWstories ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความประทับใจที่ชาวบิมเมอร์มีต่อบีเอ็มดับเบิลยู โซน X-Series ที่มีรถ SAV และ SAC พร้อมเทคโนโลยี xDrive มาโชว์กัน โซนโปรแกรมสิทธิประโยชน์ The Ultimate JOY Experience ที่เปิดให้เจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูทุกรุ่นสมัครได้ฟรี โซน
ปัจจุบันเราเห็นคนสะพายกล้องถ่ายรูปกันมากกว่าห้อยพระหรือสร้อยทอง อาจจะเพราะเป็นยุคแห่ง Social Media ที่ทุกความทรงจำต้องถูกนำขึ้นไปเก็บไว้บนโลกออนไลน์ และกระแสการถ่ายรูปแนว Street Photography ที่ฮิตไปทั่วหมู่ตากล้องรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ด้วยเทคโนโลยีที่ทำให้ขนาดของตัวกล้องเล็กลง สวนทางกับคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น เรียกว่าถ้าไม่ซีเรียสเรื่องระยะเลนส์ เราสามารถพกกล้องตัวเล็ก ๆ เพียงตัวเดียวใส่กระเป๋ากางเกง ก็เหลือเฟือสำหรับการถ่ายภาพ Street ได้อย่างน่าประทับใจแล้ว ด้วยแนวคิดนี้ บวกกับความเป็นกล้องสัญชาติญี่ปุ่นที่ค่อนข้าง Conservative ทำให้ Ricoh ได้พัฒนาและเปิดตัวกล้อง Compact รุ่นใหม่ล่าสุด “GR III” ออกสู่ท้องตลาด แม้จะมีขนาดเล็ก แต่สเปกและคุณภาพบอกเลยว่าไม่ต้องห่วง สำหรับตากล้องตัวจริง น่าจะดูสึกได้เลยว่า มองผ่าน ๆ แถบไม่ต่างกับ GR II กล้องสุดคัลท์จากค่าย Ricoh ที่มีความเป็น Compact สูงส่ง ขวัญใจตากล้องสาย Street Photography มาช้านาน ล่าสุด Ricoh GR III ได้ผ่านการอัพเกรดสเปกให้เหมาะสมกับยุคสมัย มีการพัฒนา APS-C sensor ความละเอียด
เป็นโปรเจกที่ Samsung หมายมั่นปั้นมือมานาน ด้วยความมุ่งมั่นที่อยากจะเป็นคนแรกในตลาดที่แนะนำ Foldable Screen Smartphone หน้าจอพับได้ ซึ่งเชื่อว่าเป็นอนาคตของ Smartphone เข้าสู่ตลาด แม้จะถูกขยับออกไปจากตารางเดิมค่อนข้างนาน แม้ว่ากันตามเนื้อหาแล้ว ต้องยกให้ Royole Flexpai เป็น Foldable Smartphone เครื่องแรกของโลกจากจีน ที่รีบร้อนเปิดตัวไปเมื่อต้นปีภายในงาน CES 2019 แม้มันจะพับได้จริง แต่หลายสื่อที่ได้สัมผัสมันต่างให้ความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่า มันยังไม่เวิร์ค พร้อมราคาขายร่วมสี่หมื่นบาท มันจึงเป็นเหมือนการรีบส่ง Concept ไปวางขายเพื่อแย่งชื่อตำแหน่งทางการตลอดเท่านั้น ล่าสุดในงาน UNPACKED เมื่อวานนี้ Samsung ได้ฤกษ์เปิดตัวโทรศัพท์หน้าจอพับได้สู่สาธารณะแล้วในชื่อ Samsung Galaxy Fold เตรียมวางขายในวันที่ 26 เมษายนนี้ ด้วยราคาที่ค่อนข้างท้าทายภาวะเศรษฐกิจ แม้ในงานเปิดตัว Samsung จะไม่ได้ลงรายละเอียดมากนัก หรือมีเครื่องให้นักข่าวได้สัมผัสกันจริง ๆ แต่อย่างน้อยเราก็ได้รู้สเปกของโทรศัพท์มหัศจรรย์เครื่องนี้ว่ามีอะไรน่าตื่นเต้นรอเราอยู่บ้าง Samsung Galaxy Fold มาในขนาดที่ค่อนข้างใหญ่กว่า Smartphone ทั่วไป อาจจะทำให้ระยะแรกรู้สึกไม่คุ้นมืออยู่บ้างด้วยขนาดเครื่องที่เรียกว่า Infinity
ในยุคสมัยที่ไม่ว่าอะไรก็ต้องมีเรื่องของเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้เหล่าผู้ผลิตทุกวงการต่างต้องปรับตัวให้ทันกับโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงบริษัทใหม่ ๆ ที่เล็งเห็นถึงประโยชน์ของเทคโนโลยีที่สามารถนำมาสร้างสรรค์เป็นผลงานที่ล้ำสมัยและน่าทึ่งอย่าง Byton Byton บริษัทผู้ผลิตและออกแบบรถยนต์น้องใหม่ที่เกิดจากการร่วมทุนกันระหว่าง Future Mobility Corp บริษัทผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของไต้หวัน และ Tencent Holdings บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ของจีนผู้ผลิตแอปพลิเคชั่นเพลงออนไลน์อย่าง Joox รวมถึงเกมสุดฮิต Garena Rov และแอปพลิเคชั่นสำหรับแชทที่นิยมในจีนอย่าง WeChat โดยพวกเขาพร้อมเปิดตัวและจำหน่ายรถยนต์ที่เต็มไปด้วยเทคโลยีในประเทศจีนช่วงปี 2019 และวางแผนจะลุยตลาดสหรัฐฯ และยุโรปในปี 2020 บริษัทผู้ผลิตตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงในโลกของเทคโนโลยีที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันอะไรที่เป็นจอภาพแสดงผลจะต้องมีขนาดใหญ่ไว้ก่อนและเข้าถึงง่าย จึงเกิดไอเดียให้บริษัทผลิตหน้าจอรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาภายในรถยนต์ที่ว่ากันว่าจะกลายมาเป็นคู่แข่งของ Tesla อย่าง Byton M-Byte SUV นอกจากจะเป็นการร่วมกันของสองบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีความถนัดในแต่ละด้านแล้ว Byton ยังดึงคนจากแบรนด์รถยนต์ชื่อดังระดับโลก bmw อย่าง Daniel Kirchert ผู้บริหารฝ่ายขาย BMW ในประเทศจีน และ Carston Breitfeld ผู้จัดการโปรเจกต์การพัฒนา BMW i8 มารับหน้าที่เป็นผู้บริหารในครั้งนี้ ในขั้นต้น Byton M-Byte
เพราะผู้ชายเราก็เหมือนเด็กในร่างที่เติบโตขึ้น ความหลงใหลในการครอบครองของเล่นจึงถูกฝังอยู่ลึก ๆ ในจิตใจไม่เคยหายไป หากพูดถึง ของเล่น เชื่อว่าคนส่วนใหญ่คงนึกถึงแต่ สิ่งของที่ใช้สร้างความสนุกสนาน หรือสร้างพัฒนาการซึ่งคงเหมาะสำหรับเด็กเท่านั้น ใช่ครับความคิดนี้นับว่าถูกต้อง แต่ไม่ทั้งหมดซะทีเดียว เพราะในปัจจุบันสิ่งที่เคยถูกผลิตมาเพื่อสร้างความหรรษาให้แก่เด็ก ๆ ได้ก้าวข้ามพรมแดนที่กั้นระหว่างความเป็นเด็กและผู้ใหญ่ไปซะแล้ว มิหนำซ้ำของเล่นบางชนิดยังกลายมาเป็นของสะสม เป็นเฟอร์นิเจอร์ประดับบ้าน หรือแม้แต่งานศิลป์ที่มีราคาค่าตัวไม่เบาเลยทีเดียว เพราะเดนมาร์กไม่ได้มีดีแค่นมวัว ของเล่นชื่อก้องโลกอย่าง Lego ที่น้อยคนนักจะไม่รู้จัก (จริง ๆ ไม่น่ามีใครไม่รู้จัก) ของเล่นตัวต่อพลาสติกที่เด็กเล่นได้ผู้ใหญ่เล่นดี มีจุดกำเนิดเพราะพิษเศรษฐกิจตกต่ำในปี ค.ศ.1932 ทำให้ช่างไม้นามว่า Mr. Ole Kirk Christiansen ต้องพยายามรักษาธุรกิจของตนเองอย่างหนัก โดยการผลิตสินค้าหลากหลายชนิดเพื่อเพิ่มฐานลูกค้าและสนองความต้องการของตลาด ใช่แล้วครับ หนึ่งในนั้นก็คือ ของเล่นตัวต่อ ซึ่งไม่ได้ทำจากพลาสติกอย่างในทุกวันนี้ แต่เริ่มต้นทำจากไม้จริง ตลอดระยะเวลา 87 ปีที่ Lego ถือกำเนิดขึ้น ได้มีการแตกไลน์เพื่อเพิ่มฐานลูกค้ามากมายตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงผู้ใหญ่ โดยเฉพาะ Lego Technic, Lego Architecture และล่าสุด Lego Creator Expert ที่กำลังเป็นกระแสไปทั่วโลก
มลพิษขนาดเล็กอย่างฝุ่นเป็นเรื่องที่หลบไม่ได้ ใครก็รู้ เพราะเราไม่สามารถมองเห็นมลพิษที่แฝงมาด้วยตาเปล่า มันสามารถเล็ดลอดได้ผ่านช่องทางต่าง ๆ กระทั่งเครื่องปรับอากาศที่เราเปิดอยู่ ตอนนี้คนเลยแห่กันซื้อเครื่องฟอกเสียหมดตลาด หลายยี่ห้อผลิตไม่ทันซื้อ ดังนั้น ต่อให้เรามีเงินพอจะซื้อก็ใช่ว่าจะซื้อคุณภาพชีวิตได้ ทว่าในสถานการณ์คับขันแบบนี้ มักทำให้เราได้เห็นไอเดียใหม่ ๆ ของการพัฒนานวัตกรรมขึ้นมาสู้ความเลวร้ายได้เสมอ ล่าสุดจีน ประเทศที่มีพลเมืองมากที่สุดในโลกและประสบกับเรื่องฝุ่นมลพิษคลุมเมืองไม่แพ้เรา สร้างนวัตกรรมจากสิ่งบ้าน ๆ อย่าง “มุ้งลวด” ที่กรอง PM 2.5 ขึ้นมาได้สำเร็จ พูดจริง ๆ มันก็เป็นเรื่องที่หลายคนยังคาดไม่ถึง และแม้แต่เราเองก็มัวแต่ไปกว้านซื้อที่ปิดจมูกอยู่ ทั้งที่เอาเข้าจริงเราก็ไม่สามารถสวมมันเพื่อใช้ในชีวิตประจำวันได้ตลอดเวลา เพราะของมันมีไว้กันชั่วคราว ไม่ได้มีไว้ให้ใช้ชีวิต Yu Shuhong หนึ่งในทีมนักวิทยาศาสตร์จาก USTC (University of Science and Technology of China) เปิดเผยความสำเร็จในครั้งนี้ในวารสาร iScience ว่ามุ้งลวดอัจฉริยะที่พวกเขาคิดค้นสำหรับติดตั้งนี้ ซึ่งช่วยป้องกันมลพิษโดยเฉพาะ PM 2.5 ที่พวกเรากำลังนอยด์ได้สูงถึง 99.65 %! มุ้งลวดนี้สร้างขึ้นจากการถักทอของ Ag-nylon ที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพสามารถดักจับ PM 2.5
ถ้าพูดถึงชื่อ MG (เอ็มจี) หนุ่ม ๆ ในบ้านเราคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ ที่เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกตั้งปี 2556 ด้วยรถยนต์ที่มาพร้อมนวัตกรรมยานยนต์ที่ทันสมัยเข้ามาสู่ตลาดรถยนต์เมืองไทย ซึ่งนับเป็น 5 ปีที่พวกเขานำเสนอจุดเด่นไม่ว่าจะเป็นด้านงานออกแบบและสมรรถนะของตัวรถ รวมถึงนวัตกรรมสำหรับสนับสนุนการขับขี่ที่เหนือระดับ ยกตัวอย่างจากการที่พวกเขาเป็นผู้ผลิตรายแรกที่มีการติดตั้งซันรูฟ (Sunroof) ในรถยนต์ขนาดเล็กและนำระบบปฏิบัติการอัจฉริยะอย่าง i-SMART ซึ่งเป็นระบบการเชื่อมต่ออัจฉริยะที่รองรับการสั่งการในรถด้วยเสียงภาษาไทย รวมถึงการพัฒนางานด้านบริการเพื่อให้สามารถดูแลลูกค้าแบบครบวงจรและการดำเนินงานด้านการขยายเครือข่ายผู้จำหน่าย โดยปัจจุบันเอ็มจีมีโชว์รูมกว่า 100 แห่งครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ ทั้งหมดทำให้ในปี 2561 ที่ผ่านมาเอ็มจีมียอดขาย 23,740 คัน เติบโตขึ้นเกือบ 100% เมื่อเทียบกับปี 2560 ทั้งนี้ในต้นปี 2562 นี้ บริษัทฯ จะมียอดขายรถยนต์ในประเทศครบ 50,000 คัน ในระยะเวลาไม่ถึง 5 ปีของการดำเนินงาน นับตั้งแต่การขายรถยนต์คันแรก ทั้งนี้การเติบโตดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจของเอ็มจีและแนวทางการบริหารงานที่เป็นเอกลักษณ์ จนสร้างการตอบรับจากผู้ชายชาวไทยได้เป็นอย่างดี 5 ปีกับ 5 โมเดลยอดนิยมของ MG หนุ่ม ๆ ในเมืองไทยได้สัมผัสกับความยอดเยี่ยมของเอ็มจีเป็นครั้งแรกในเดือนกรกฎาคมปี 2557 โดยทางเอ็มจีได้เริ่มจำหน่ายรถยนต์คันแรกคือ MG
ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีในรถยนต์ Tesla ของ Elon Musk มักจะคิดค้นพัฒนาได้ตอบโจทย์จนค่ายรถยนต์แบรนด์อื่นดูล้าหลังไปเลย และไม่ใช่แค่เรื่องของการขับขี่เท่านั้น แม้แต่การตอบโจทย์เรื่องปลีกย่อยสำหรับคนรักสุนัข ก็ยังได้รับการพัฒนาอย่างน่าประทับใจกับล่าสุด Dog Mode ฟังก์ชันที่แก้ Pain Point ไม่ต้องทิ้งสุนัขอยู่ในรถร้อน ๆ และไม่ต้องกลัวว่าจะมีพลเมืองดีทุบกระจกเข้าไปช่วยเหลือ รวมถึง Sentry Mode เทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคันเมื่อจอดสุดอัจฉริยะ เริ่มจาก Dog Mode ที่พัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาเจ้าของรถผู้รักสุนัข ที่มักจะพาสุนัขตัวโปรดเดินทางไปในรถด้วยกัน และบางครั้งอาจจะลำบากใจในการทิ้งสุนัขเอาไว้ในรถที่ดับเครื่องเพื่อลงไปทำธุระ และคนรอบ ๆ อาจจะเป็นห่วงสุนัขในรถว่าสุขสบายดีหรือไม่ ซึ่ง Dog Mode ของ Tesla สามารถตั้งอุณหภูมิ Climate Control System ในรถให้เย็นได้ตามที่ต้องการเพื่อความสะดวกสบายโดยไม่ต้องติดเครื่อง ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่หลักในรถได้นานจนกระทั่งเหลือ 20% จะมี Notification แจ้งเตือนผ่าน Tesla Smartphone Application บนหน้าจอจะมีข้อความแสดงผลว่า “My owner will be back
ถ้าพูดถึงชื่อของค่ายรถยนต์อย่าง Bentley หนุ่ม ๆ หลายคนคงจะคุ้นเคยกับภาพของ Luxury Cars ที่มาพร้อมความหรูหราสวยงาม ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นจุดขายสำคัญของค่ายรถเมืองผู้ดีแห่งนี้มาช้านาน แต่ล่าสุดทาง Bentley ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า พวกเขาไม่ได้มีดีแค่เพียงทำรถยนต์ที่ตอบโจทย์เฉพาะความมีระดับเพียงเท่านั้น หลังจากได้เปิดตัว Bentley Bentayga Speed (2019) ที่กลายมาเป็น SUV ที่เร็วที่สุดในโลก ณ ตอนนี้ Bentley Bentayga รถยนต์ประเภท SUV รุ่นแรกของ Bentley ที่ถูกพัฒนาต่อจาก Prototype อย่าง Bentley EXP 9 F พร้อมเปิดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกใน Frankfurt Motor Show 2015 และถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนในรุ่นล่าสุดอย่าง Bentayga Speed ที่มาพร้อมสมรรถนะสุดโหดคันนื้ Bentley Bentayga Speed มาพร้อมรูปลักษณ์งานดีไซน์เฉพาะตัวในแบบของการเป็น SUV ที่มาพร้อมความโค้งเว้าเรียบเนียนตลอดทั้งคัน จุดเด่นคือฝากระโปรงที่ยกสูงขึ้นมาเล็กน้อยและเส้นตัดกลางที่ผ่านลงมาถึงส่วนช่องระบายอากาศด้านหน้า Bentayga Speed ยังมาพร้อมไฟหน้าและไฟท้ายแบบสีขุ่น
สำหรับผู้ชายอย่างเรา นอกจากแนวทางชีวิตแบบ Work Hard Play Hard ในเวลาทำงานก็ปล่อยพลังเต็มที่ไม่มียั้ง เมื่อถึงเวลาหาความสุขให้ตัวเองก็ต้องไปให้สุดทาง ไม่ว่าจะเป็นความสุขที่เกิดจากได้ออกไปดื่มสังสรรค์ การได้เลือกซื้อเสื้อผ้าและรองเท้า หรือแม้กระทั่งได้ครอบครองรถในฝัน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนว่าเส้นทางความสุขของเขาจะเดินควบคู่ไปกับอะไร เหมือนอย่างที่ คุณก้อง-สุภวิช วงศ์วิวัฒน์ บอสใหญ่แห่งอาณาจักร Smiling Mad Dog ธุรกิจนำเข้าเครื่องดื่มผู้เลือกให้ความสุขกับชีวิตด้วยการออกตามรถยนต์รุ่นคลาสสิกของ BMW (บีเอ็มดับเบิ้ลยู) และคว้ามันเข้ามาอยู่ในคอลเลกชันส่วนตัว เพื่อเติมเต็มความหลงใหลที่มีต่อยานยนต์จากค่ายพัดสีฟ้าของตัวเอง อะไรคือเหตุผลที่ทำให้เขาเลือกใช้เวลาแห่งการ Work Hard ไปกับธุรกิจคราฟต์เบียร์และ Play Hard ด้วยการวิ่งตามหาพาหนะในฝัน วันนี้มาหาคำตอบของมันไปพร้อมกับทำความรู้จักเรื่องราวที่น่าสนใจของตัวเขาไปพร้อมกันกับเราได้เลย แนะนำตัวหน่อย ตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่บ้าง สวัสดีครับ คุณก้อง-สุภวิช วงศ์วิวัฒน์ ครับ ตอนนี้ผมกับเพื่อนสนิทกำลังเปิดธุรกิจนำเข้าเครื่องดื่มในชื่อ Smiling Mad Dog ซึ่งผลิตภัณฑ์หลัก ๆ จะเป็นพวกคราฟต์เบียร์กับไซเดอร์รวมถึงเครื่องดื่มประเภทอื่น ๆ ด้วยครับ เริ่มต้นทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องดื่มได้ยังไง ด้วยความที่สมัยก่อนตัวผมมีโอกาสได้ไปเที่ยวต่างประเทศบ่อย บวกกับการที่เราเป็นชอบดื่มเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ตอนนั้นเราก็สังเกตเห็นว่าในบ้านเราทั้งคราฟต์เบียร์และไซเดอร์ยังไม่ได้รับความนิยมแพร่หลายเท่าที่ควร ก็เลยตัดสินใจนำเข้ามาเพราะคิดว่าคนไทยน่าจะชอบ โดย Smiling Mad Dog
แค่ขึ้นชื่อว่า Lamborghini ก็ทำให้เหล่าผู้หลงใหลความเร็วต่างก็อยากได้มาครอบครองซักคันกันจะแย่อยู่แล้ว แต่ครั้งนี้รถซูเปอร์คาร์สัญชาติอิตาลีเพิ่มความพิเศษมากขึ้นไปอีกขั้นกับรถแต่งรุ่นพิเศษสำหรับสมเด็จสันตะปาปาแห่งนครรัฐวาติกันที่มีเพียงแค่คันเดียวในโลก Lamborghini Huracan RWD Coupe เป็นรถแต่งรุ่นพิเศษที่ออกแบบมาแค่คันเดียว เกิดจากการสร้างสรรค์ของ Personam และ Bianco Monocerus สำนักแต่งรถที่เข้ามาดูแลเรื่องสี ออกแบบรถยนต์และตัวถังเป็นสีขาวพร้อมตกแต่งด้วยสีทอง Giallo Tiberino ตามแบบธงชาติของนครรัฐวาติกันโดยทางผู้ผลิต Lamborghini ตั้งใจออกแบบรถยนต์คันหรูเพื่อมอบรถรุ่นพิเศษนี้ให้แก่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส Huracan RWD Coupe (LP 580-2) กระทิงดุสีขาวบริสุทธิ์ที่มอบให้แก่โป๊ปฟรานซิสเป็นซูเปอร์คาร์รุ่นเล็กขับเคลื่อนด้วยระบบ 2 ล้อหลัง เครื่องยนต์เบนซิน V10 ความจุ 5.2 ลิตร กำลัง 580 แรงม้า ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ และคลัทช์คู่ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 3.4 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 320 กม./ชม. พร้อมฟังก์ชัน Cylinder Deactivation ที่จะลดการทำงานเหลือ 5 สูบ
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแต่เรื่องปัญหาการนอนก็ทำให้รักร้าวได้ไม่น่าเชื่อ ซึ่งส่วนหนึ่งมันเกิดจากเรื่องที่เราไม่ตั้งใจอย่างการ “นอนเบียด” บนเตียง ซึ่งถ้านอนเบียดปกติแค่หาไออุ่นมันก็ยังพอเข้าใจ แต่ส่วนใหญ่ที่เราเจอคือการนอนเบียดกินที่เสียจนเราแทบจะตกเตียง และต้องนอนขดตัวทั้งที่อีกฟากของเตียงก็โล่งแสนโล่ง National Sleep Foundation เผยผลการศึกษาว่า หนึ่งในสี่ของคู่สมรสชาวอเมริกันหย่ากันด้วยเรื่อง “การนอน” เป็นเหตุ และพฤติกรรมการนอนส่วนบุคคลที่มีปัญหากับคู่นอนยังเป็นเหตุผลให้ชาวอเมริกันกว่า 30% อยากนอนแยกเตียงมากกว่า แถมจุดที่น่าสนใจคือถ้าวัดแนวโน้มของคนที่เจอปัญหากับเรื่องการนอนเบียดแบบน้ีแล้วอยากแยกไปนอนแยกเตียงลำพังมากกว่าคือผู้ชายอย่างเรา ๆ โดยคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 40% เชียว ด้วยเหตุผลน้ี Ford เขาเลยคิดนวัตกรรมเตียงนอนที่ชื่อว่า The Lane-Keeping bed ขึ้นมา โดยใช้หลักการของเซ็นเซอร์ตรวจจับแรงกดด้านล่างของเตียง ช่วยจัดสมดุลระหว่างการนอนของคนบนเตียงสองคน ถ้าใครมีทีท่าจะเบียดมาเกินเขต หรือคร่อมเลนของเราแล้วล่ะก็ พื้นผิวของเตียงที่เหมือนสายพานเลื่อนมันจะหมุนจัดให้เราและคู่นอนอยู่ในตำแหน่งเซ็นเตอร์ตลอด ไม่ต้องกลัวหล่น ด้านคอนเซ็ปต์การออกแบบ หลายคนอาจจะสงสัยว่า เอ๊ะ แล้วมันเกี่ยวกับ Ford ที่เป็นรถได้อย่างไร ความจริงคือมันใช้เทคโนโลยีการแบ่งเลนการนอน ไม่ให้คร่อมทับกัน ฟังดูแล้วก็เหมือนกันการวิ่งรถบนถนนนี่แหละที่ใช้ระบบอัจฉริยะในการแยกรถแต่ละคันออกจากกัน ใครที่ยังไม่ค่อยเข้าใจหลักการ เราว่ามันคล้ายกับสายพานเลื่อนใน Tops Supermarket นั่นแหละ ที่มีระบบเซ็นเซอร์ ถ้ามีของมาขวางมันก็หยุด แต่อันนี้เขาใช้เซ็นเซอร์คอย Track วัดตำแหน่งการนอนให้อยู่ตรงกลางเสมอเพื่อจัดสมดุล แล้วย้ายเราเข้าไปตำแหน่งนั้น


