หลังจากที่แบรนด์แฟชั่นชื่อดังสัญชาติฝรั่งเศสอย่าง Louis Vuitton ก้าวเข้าสู่วงการ Smartwatch เป็นครั้งแรกด้วยการเปิดตัว Louis Vuitton Tambour Horizon ออกสู่สายตาชาวโลกในปี 2017 และถือเป็นแบรนด์เสื้อผ้าฝรั่งเศสเจ้าแรกที่เริ่มทำนาฬิกาอัจฉริยะ ตอนนี้หลุยส์ วิตตองกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับระบบเทคโนโลยีใหม่เอี่ยมที่ดีกว่าเดิม การเปิดตัวนาฬิกาอัจฉริยะรุ่นแรกของ Louis Vuitton นั้นทำการบ้านมาอย่างดีด้วยการดึงคนดังจากแวดวงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงแนวหน้า นางแบบ ศิลปิน และ celebrity ของแต่ละประเทศมาร่วมโปรโมต Smartwatch ผ่านการถ่าย Look Book พร้อมขายความเป็นแฟชั่นที่มีสายนาฬิกามาให้เลือกกว่า 60 แบบ โดยเป็นสไตล์ของผู้ชาย 30 แบบ และสไตล์ของผู้หญิงอีก 30 แบบ หลังจากเปิดตัวนาฬิกาอัจฉริยะมาแล้ว 2 ปี ในปี 2019 Louis Vuitton เปิดตัว Smartwatch รุ่น Tambour Horizon 2019 ที่มีดีไซน์ภายนอกเหมือนเดิมทุกประการ เพราะหลุยส์ วิตตอง
แม้ปัจจุบันหลายคนจะจำภาพรถสมรรถนะสูงสัญชาติฝรั่งเศสในชื่อของ Bugatti แต่ในอดีตยังมีรถที่เคยสร้างตำนานไว้มากมาย รวมถึงครั้งนึงเคยได้ชื่อว่าเป็น Supercar ที่เร็วที่สุดในฝรั่งเศสอีกด้วย นั่นคือ Venturi 400 GT ตัวแข่งที่เกิดมาอยู่ในสนามแข่งโดยเฉพาะ ก่อนจะถูกปรับเปลี่ยนเป็นรถที่ใช้งานบนท้องถนนได้ เชื่อว่าชื่ออาจจะไม่คุ้นหูชาว UNLOCKMEN หลายคน วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับตำนานที่ถูกนำออกประมูลด้วยมูลค่าที่คาดว่าจะสูงถึงเกือบ 7 ล้านบาท ย้อนไปในปี 1984 มี 2 วิศวกรผู้ก่อตั้ง Venturi นามว่า Claude Poiraud และ Gerard Godfroy หวังอยากสร้างรถยนต์ที่สามารถลงแข่งขันในรายการต่าง ๆ เพื่อสร้างชื่อเสียงให้โลกได้รู้จักกับ French performance GT Cars มากขึ้น กว่าจะมีรถยนต์ที่ติดป้าย Venturi ออกมาก็กินเวลาไปถึงปี 1986 ก่อนบริษัทจะถูกขายออกไปในปี 2000 ให้กับเจ้าของคนใหม่ Gildo Pallanca Pastor ผู้หันไปเอาดีทางด้าน Formula E ซึ่งในช่วงระยะเวลานั้นมีรถยนต์ถูกผลิตออกมาหลายรุ่น แต่ในปี 1992 Venturi ได้มีผลงานรถยนต์ที่เป็นพระเอกของค่าย ซึ่งปัจจุบันก็ยังถูกพูดถึงจากนักเลงรถยนต์ตัวจริงทั่วโลก
เปิดตัวรุ่นพิเศษอย่างเป็นทางการเรียบร้อยอีกครั้งตามธรรมเนียม ที่ทุกครั้งจะต้องมีของให้ชาว Leica ได้สะสมกับ Safari-Edition สี Olive Green และคราวนี้ก็ถึงทีของ Leica M10-P กล้องถ่ายรูประดับเทพที่ประทับร่างด้วย 24MP Full-Frame CMOS Sensor เหมือนใน M10 และมีจุดเด่นกว่ารุ่นธรรมดาเช่น Shutter สุดเงียบสำหรับสายซุ่มสายสตรีท และหน้าจอ 3.0 นิ้ว ความละเอียด 1.04m-Dot Touchscreen LCD สัมผัสได้ โดยผลิตออกมาแบบ limited edition จำนวนจำกัด 1,500 ตัวทั่วโลก สายสะสมเตรียมหาจองกันได้เลย ความเจ๋งของผู้ที่ได้ครอบครอง Leica M10-P Safari นอกจากสีเขียวสุดคูลแล้ว ยังจะได้เลนส์คม ๆ ระยะงาม ๆ Summicron 50 f/2 ในสี Olive Green เช่นเดียวกับตัวกล้อง แน่นอนว่าเลนส์สีพิเศษแบบนี้ย่อมแลกขายได้ราคาดีงามตามท้องเรื่องแน่นอน ราคาแยกขายเฉพาะเลนส์ตัวนี้อยู่ที่ $3,308 หรือราว 100,000 บาท
เปิดตัวไปล่าสุดกับ HUAWEI nova 4 สมาร์ทโฟน Punch Display หน้าจอดีไซน์ใหม่ล่าสุดไร้ติ่ง ขนาด 6.4 นิ้ว สเปคระดับสมาร์ทโฟนรุ่นแฟลกชิปด้วย RAM ถึง 8 GB หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง 128 GB ที่มาพร้อม ชิปเซ็ต Kirin 970 ทำงานร่วมกับ AI เพิ่มฟีเจอร์สุดล้ำ กล้อง 3 กล้องที่มีเลนส์ Ultra Wide เก็บภาพมุมกว้าง และฟีเจอร์ถ่ายภาพเซลฟี่มากมายสมฉายา AI Selfie Superstar ด้วยกล้องหน้า 25 MP HUAWEI nova 4 หน้าจอไร้ขอบขนาด 6.4 นิ้ว อัตราส่วนหน้าจอสูงถึง 86.3% กว้างเต็มตากว่าเดิม สเปคแฟลกชิป ขุมพลัง Kirin 970 ให้ใช้งานได้อย่างเร็ว แรง ไหลลื่น
รถยนต์อเนกประสงค์อย่าง SUV คือรถที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน เพราะไม่ว่าถนนจะขรุขระหรือเป็นหลุมเป็นบ่อแค่ไหนก็สามารถพาเราผ่านไปได้ทุกที่ และจะเป็นอย่างไรถ้ารถ SUV ที่ออกแบบมาเพื่อตอบรับการขับขี่บนทุกถนนกลายเป็นรถยนต์สุดหรูที่มีราคาสูงเกือบร้อยล้านบาท ด้วยฝีมือของแบรนด์รถยนต์น้องใหม่อย่าง Karlmann King Karlmann King คือรถยนต์ SUV ที่มีหน้าตาแหวกแนวรถ SUV ในแบบเดิม ๆ เกิดจากผลงานการดีไซน์โดยทีม Automobile Technology (IAT) ที่ออกแบบให้กับ Unique Club ซึ่งเป็นสำนักแต่งรถยี่ห้อ Ford และ Chevrolet ในประเทศจีน โดยจะผลิตรถยนต์หน้าตาดุดันอย่าง Karlmann King เพียงแค่ 12 คันเท่านั้น ในราคาสูงลิบถึง 2 ล้านดอลลาร์ ที่คิดเป็นเงินไทยราว 70 ล้านบาท การที่รถยนต์ SUV มีราคาสูงขนาดนี้ รวมถึง Karlmann King เป็นแบรนด์รถน้องใหม่ไร้ชื่อและประวัติที่บอกเล่าเรื่องราวอันยาวนานเหมือนกับแบรนด์รถยนต์สุดหรูเจ้าดังอย่าง Rolls-Royce ที่เพิ่งออกรถยนต์ SUV อย่าง Rolls-Royce Cullinan ไปเมื่อไม่นานมานี้ ด้วยความเป็นน้องใหม่แต่ออกรถยนต์ราคาสูงยิ่งกว่า
กล้าใช้คำว่า “ดุดันแต่ก็สวยงาม” ได้เต็มปากเต็มคำทีเดียว เมื่อเห็นรถยนต์ Sport Serie คันล่าสุดจากค่าย McLaren เจ้าของฉายา Longtail รุ่นห้าอย่าง McLaren 600LT Spider ที่มาในสไตล์เปิดประทุนซึ่งถูกพัฒนารูปแบบจาก McLaren 600LT ซึ่งเปิดตัวออกมาช่วงเดือนมิถุนายนของปีที่ผ่านมา แต่จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง UNLOCKMEN จะพาชมไปพร้อม ๆ กัน เริ่มจากดีไซน์ภายนอก McLaren 600LT Spider ยังคงไว้ซึ่งดีไซน์จากรุ่น Coupe โดยตัวรถมีพื้นฐานความแข็งแกร่งจากโครงสร้างของแชสซีเฉพาะตัวอย่าง Carbon-Fibre MonoCell II Chassis อยู่ภายใต้รูปลักษณ์อันโค้งมน ส่วนที่อดพูดถึงไม่ได้ก็คือหลังคา Hard-Top ที่ระบบการทำงานเหมือนกับใน 570 Spider คือเปิด-ปิดได้ในความเร็วไม่เกิน 40 กิโลเมตร/ชั่วโมง พร้อมประตูแบบ Butterfly Door และท่อไอเสียคู่ตรงส่วนบนของรถก่อนถึงสปอยเลอร์หลัง รวมกันออกมาเป็นรูปลักษณ์ดุดันและลงตัวกับโมเดลเปิดประทุน ด้านขุมพลังใต้ฝากระโปรงของ McLaren 600LT Spider เป็นเครื่องยนต์ V8 ขนาด 3.8 ลิตร Twin-Turbocharged ให้กำลัง 592 แรงม้าทำงานควบคู่กับชุดเกียร์ 7-Speed Twin-Clutch transmission ที่สร้างอัตราการเร่ง
นอกจากรถยนต์มากมายที่ทยอยเปิดตัวใน Detroit Auto Show ไม่ว่าจะเป็น Toyota Supra (5th gen) หรือ Mustang Shelby 500GT ที่เป็นตัวแรงน่าโดนประจำงานแล้ว ภายอีเวนต์ยังขนของเล่นชิ้นใหญ่เอาใจชาว Truck Lover อย่าง Chevrolet Silverado ที่ผลิตจากเลโก้กว่า 300,000 ชิ้น มาตั้งอวดโฉมไว้ในงานอีกด้วย Chevrolet Silverado LEGO สเกล 1:1 เกิดจากความร่วมมือระหว่าง Chevrolet, Lego และ Warner Bros ที่เริ่มโปรเจกต์แรกด้วยกันเมื่อปี 2017 ด้วย Batmobile LEGO โดยเป็นแบบจำลองเสมือนจริงที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก 2019 Chevrolet Silverado 1500 LT Trail Boss ในลุค Premium Truck สีแดงสด LEGO Silverado มีน้ำหนัก 3,307 ปอนด์ (1,500
เราคือคนหนึ่งที่เติบโตมากับ Nokia 3310 รุ่นตายยากในตำนาน เห็นการเติบโตกันตั้งแต่ยุค Analog เบิกบานก่อนจะก้าวมาถึงสมาร์ตโฟนจากหลากยี่ห้อและระบบในยุคปัจจุบัน ระบบปฏิบัติการแรกที่ใช้งาน เพื่อต่อความเป็นสาวก Nokia เพราะติดใจความทนทานเลยพาให้เรามารู้จักกับ Windows Phone ก่อนระบบปฏิบัติการอื่น สีสันสดใสกับรูปแบบ Interface คล้ายการยก PC มาขึ้นจอจึงเป็นสิ่งที่เราเข้าถึงได้ก่อนรุ่นอื่น จากที่สัมผัสเองกับมือก็ออกจะเสียดายภาวะไม่ได้ไปต่อของ Windows 10 Mobile อยู่เหมือนกัน เพราะอันที่จริงระบบของ Windows จัดว่าเสถียรและลื่นพอสมควร แถมยังได้รับการเคลมให้เป็นระบบที่ทำงานเชื่อมต่อระหว่างมือถือและ PC ได้เป็นอย่างดีด้วย ช่วงที่เปิดตัว Lumia ก็มีกล้องดี ๆ ให้ใช้ด้วย แต่เรื่องหนึ่งที่นับว่าเป็นรูโหว่ขนาดยักษ์ถมไม่มิดต่อเนื่องมาหลายปีคงหนีไม่พ้นเรื่องแอปพลิเคชั่นที่บอกได้เลยว่ารองบ่อนระบบอื่นอย่างเห็นได้ชัดเพราะขาดนักพัฒนาเข้ามาช่วย สปีดการแข่งขันจึงตกมากเมื่อเทียบกับระบบอื่น ๆ ข่าวนี้จึงถือเป็นข่าวคอนเฟิร์มที่เราไม่แปลกใจ แต่ทำให้เราใจหายมากกว่า เมื่อวันนี้มีประกาศออกมาอย่างเป็นทางการจาก Microsoft แจ้งสาวก Windows ว่าวันที่ 10 ธันวาคม 2019 พวกเขาจะหยุดอัปเดต patch ของ Windows 10 Mobile แล้ว
เรียกได้ว่าสมการรอคอยสำหรับ New Mustang Shelby GT500 ที่เพิ่งเปิดตัวไปในงาน Detroit Auto Show ไปหมาด ๆ พร้อมกับคำเปิดเผยจาก Ford ว่านี้จะเป็น “มัสแตงค์ที่แรงที่สุดของค่ายในเวลานี้” ด้วยขุมกำลังที่มาพร้อมแรงม้ามหาศาล Mustang Shelby GT500 (2020) เปิดตัวพร้อมรูปลักษณ์ภายนอกที่ถูกพัฒนาใหม่ให้มีความดุดัน ด้วยกระจังหน้า 2 ช่องขนาดใหญ่ซึ่งจะสนับสนุนการทำงานของระบบ Aerodynamic และหมุนเวียนระบายความร้อนในระบบได้ดีขึ้นจาก Shelby GT350 ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังมีบังโคลนขนาดใหญ่และ Diffuser ด้านหลังผลิตจากวัสดุที่สามารถระบายความร้อนได้ โดยทีมวิศวกรจาก Ford เคลมว่าอุโมงค์ลมที่เกิดจากการวิ่งของ Shelby GT500 (2020) นั้นสมบูรณ์แบบ ด้านภายในห้องโดยสารของ Mustang Shelby GT500 (2020) ก็ถูกออกแบบมาให้ป้องกันเสียงอย่างเงียบสนิท เริ่มจากแผงคอนโซลซึ่งผลิตจากเส้นใยคาร์บอนไฟเบอร์ เบาะผู้โดยสารจาก Recaro ซึ่งอาจไม่ตอบโจทย์เรื่องความนุ่มสบาย แต่ได้อารมณ์ของการเป็นรถสนามเต็ม ๆ แน่นอน นอกจากนี้แต่งเติมความหรูหราด้วยการตกแต่งด้านในของประตูด้วยหนังกลับ
หลายคนเคยบ่นว่า รถแรง กี่แรงอาชาก็เป็นได้แค่ม้าบ้าน วิ่งได้แค่ตามกฎหมายกำหนด สุดท้ายซื้อมาก็ไม่ได้อะไร นั่งอั้นกันอยู่บนถนน เราจะจ่ายเยอะกว่าไปเพื่ออะไร ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะเราเองก็เคยคิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่นั่นก็ก่อนที่จะรู้จักกับถนนสายนี้ Autobahn ทางหลวงพิเศษของเยอรมนีที่ทำให้เราอยากไปเหยียบประเทศเยอรมนีมากกว่าที่เคย ความเร็วไม่ใช่ฆาตกรบนท้องถนน ก่อนจะเริ่มพูดถึงถนนเส้นนี้ เรื่องที่เราไม่อยากพลาดยกมาพูดถึงคือประเด็นเรื่องการขับขี่ด้วยความเร็วที่คนมักมองว่าคร่าชีวิตคนบนท้องถนน คนส่วนใหญ่มักคิดว่าการเหยียบมิดไมล์มันสัมพันธ์กับอุบัติเหตุ ซึ่งส่วนหนึ่งอาจจะใช่ แต่ถ้าจะมองกันอย่างยุติธรรมอีกนิด ความเร็วคงไม่ใช่ประเด็นเดียวของอุบัติเหตุ ข้อมูลจาก OECD’s International Transport Forum ปี 2013 คือหนึ่งในเครื่องยืนยันว่าความเร็วไม่ใช่ทั้งหมดของปัญหา เพราะเมื่อเผยจำนวนผู้เสียชีวิตแล้ว ประเทศเยอรมนีมีจำนวนผู้เสียชีวิตราว 3,339 คน สูงกว่าประเทศฝรั่งเศสที่จำกัดความเร็วเพียงเล็กน้อย (คนเสียชีวิต 3,268) และน้อยกว่าสหรัฐอเมริกาที่ออกกฎหมายจำกัดความเร็วเกือบ 10 เท่า เนื่องจากสถิติผู้เสียชีวิตของสหรัฐฯ สูงถึง 30,000 คน เมื่ออุบัติเหตุไม่ใช่เรื่องของความเร็ว เราคงต้องมามองมุมกลับกันบ้างว่าโครงสร้างถนนหรือเปล่าที่มีผลกับเรื่องนี้ และทำให้เราต้องจำกัดความเร็วความมัน เพราะแท้จริงแล้วถนนไม่ใช่แค่รางโง่ ๆ ให้รถแล่น ลาดยางเสร็จก็จบไป ไม่ต้องไปเหลียวแลอีก หลุมบ่อเล็กน้อย หรือลูกระนาดก็สร้างอุบัติเหตุถึงชีวิตได้ รวมถึงสภาพอากาศที่แปรปรวนก็มีผล ฝนตกถนนลื่นก็เป็นสิ่งที่สร้างอุบัติเหตุได้บ่อยเช่นกัน สิ่งเหล่านี้ไม่นับรวมคนที่อยู่หลังพวงมาลัยซึ่งควรครองสติในการขับขี่ให้ได้ เคารพกฎกติกาบนท้องถนน ฯลฯ
ปี 2004 โลกได้รู้จักกับ Motorola RAZR โทรศัพท์มือถือพับได้สุดหรูที่เหล่าลูกคุณหนู นักธุรกิจ ดารานักแสดงต่างต้องมีพกพาติดตัวอย่างน้อยหนึ่งเครื่อง ด้วยความหล่อหรูหราในการออกแบบ วัสดุที่บอกถึงความหรูหราได้ด้วยมือสัมผัส และความสามารถในการช่วยฆ่าเวลาหรือแก้เขินด้วยการเปิดปิดรัว ๆ แม้จะตั้งราคาไม่ค่อนข้างสูงในยุคนั้น แต่เสน่ห์ของมันก็สามารถทำยอดขายได้มากถึง 130 ล้านเครื่องทั่วโลก ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ Smartphone ปัจจุบันไม่สามารถทำให้เราได้ ด้วยจุดเด่นที่ไร้ใครมาเหมือน Motorola RAZR จึงมักจะมีข่าวลือว่ามันจะคืนชีพกลับมาในยุค 4G ก็หลายครั้ง แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ยังเคยกลับมาได้จริง ต่างกับข่าวความเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดที่ออกมาจากทาง Motorola และบริษัทแม่ Lenovo จับมือกับ Verizon ในอเมริกา เตรียมนำ Motorola RAZR กลับมาแน่ครั้งนี้ในจำนวนจำกัด 200,000 เครื่อง ในราคาแพงมหาโหดถึง $1,500 หรือราว 50,000 บาทเลยทีเดียว แม้มันจะไม่แพงไปกว่าบรรดา Apple XS Max แต่คาดว่าความสามารถของ RAZR น่าจะทำได้ไม่มากเท่าอย่างแน่นอน Paul Pierce ทีมผู้ออกแบบ Motorola
หลังจากเมื่อปี 2016 แบรนด์เสื้อผ้ากีฬายักษ์ใหญ่อย่าง Nike ได้เปิดตัวรองเท้าผูกเชือกเองได้รุ่น Self-Lacing Hyperadapt 1.0 ไปแล้วในราคา 720 ดอลลาร์ ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่สูงพอสมควร แต่ถ้าหากมองว่านี่คือเทคโนโลยีที่เราต้องรอนานกว่า 30 ปี นับตั้งแต่ที่ Back to The Future II ออกฉายเมื่อปี 1989 ก็นับว่าเกินคุ้ม และในปี 2019 นี้ Nike ได้นำรองเท้าอัจฉริยะกลับออกมาวางจำหน่ายอีกครั้งในราคาที่ถูกลงกว่าการจำหน่ายในปี 2016 โดยมีราคาอยู่ที่ 350 ดอลลาร์ และใช้ชื่อว่า Adapt BB รองเท้าสำหรับกีฬาบาสเก็ตบอลที่ปรับรูปทรงให้เข้ากับรูปเท้าที่แตกต่างกันของผู้สวมใส่ได้อย่างอัตโนมัติ พร้อมรูปทรงสุดเท่และแถบไฟสีฟ้าที่ให้ความรู้สึกล้ำสมัยกว่าใคร อย่างที่รู้กันดีว่า Nike คือแบรนด์รองเท้าบาสเก็ตบอลเบอร์ต้น ๆ ของโลกที่สร้างความตื่นตะลึงให้กับวงการบาสเก็ตบอลมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน อย่างเช่นการร่วมงานกับราชานักบอสอย่าง Michael Jordan ที่ร่วมกันออกรองเท้าสำหรับผู้ชื่นชอบกีฬาบาสเก็ตบอลใน Air Jordan เมื่อ 30 ปีที่แล้ว จึงทำให้ Nike สามารถครองใจเหล่านักกีฬารวมถึงผู้ชื่นชอบ Sneaker


