การแข่งม้าสำหรับอังกฤษอาจไม่ใช่การแข่งม้าธรรมดาเหมือนอย่างบ้านเรา แต่เป็นงานสังคมของชนชั้นสูง ตามที่หลายคนมักชอบพูดกันว่า “ชาวบ้านเป็นคนเลี้ยงม้า แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของม้า” เพราะค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงม้าเป็นอะไรที่สูงมาก แถมยังต้องมีเนื้อที่เพียงพอสำหรับทำคอกม้าอีก ดังนั้นกีฬาที่เกี่ยวกับม้าอย่างโปโลหรือการแข่งขันความเร็วของม้าจึงเป็นเสมือนที่รวมตัวและออกงานของผู้มีอันจะกิน ด้วยความหรูหราและค่านิยมที่แตกต่างของการเข้าไปชมกีฬาแข่งม้าของบ้านเรากับอังกฤษ ทำให้ UNLOCKMEN อยากพาทุกคนไปดูสไตล์ธรรมเนียมและเรื่องราวของ Royal Ascot การแข่งขันม้าที่โด่งดังที่สุดของเกาะอังกฤษ ที่จะทำให้เห็นว่าไม่ได้มีแค่ม้าเท่านั้นที่เป็นตัวเอกแต่ยังมีอะไรให้เห็นมากกว่าที่คิด สำหรับการแข่งม้า Royal Ascot จากเดิมที่เป็นแค่การแข่งขันปัจจุบันกลายเป็นเทศกาลหนึ่งของอังกฤษไปแล้ว และถือว่าเป็นการแข่งม้าที่หรูหราและยิ่งใหญ่ที่สุดของเกาะอังกฤษที่มีมาตั้งแต่ ค.ศ. 1711 เพื่อชิงเงินรางวัลกว่า 7 ล้านปอนด์ (ประมาณ 274 ล้านบาท) ด้วยจำนวนเงินรางวัลที่เย้ายวนทำให้ภายในงานที่ดำเนินมา 300 กว่าปี เต็มไปด้วยเหล่าม้าแข่งสายพันธุ์ดีที่มาจากทั่วโลก และจัดการแข่งขันทั้งหมด 5 วันด้วยกัน เนื่องจากงานแข่งม้า Royal Ascot มีผู้เข้าร่วมมากมายทั้งราชินีอังกฤษ เจ้าชาย เหล่าเชื้อพระวงศ์ไปจนถึงคนธรรมดาอย่างเรา ๆ แต่วัฒนธรรมดั้งเดิมที่จัดต่อเนื่องมาหลายร้อยปีรวมถึงการมีผู้ชมชนชั้นสูงเข้าร่วม จึงทำให้ทางผู้จัดจำเป็นที่จะต้องออกข้อบังคับเรื่องการแต่งตัวของผู้ที่จะมาร่วมชมงานแข่งม้าในสนามนี้ โดยจะแบ่งการแต่งตัวออกเป็น 3 กลุ่ม ตามโซนที่นั่งเรียงจากราคาที่แพงที่สุดคือ Royal Enclosure ตามมาด้วย Queen Anne Enclosure
ถ้าพูดถึงญี่ปุ่น พวกคุณนึกถึงอะไร? ความเรียบง่าย ศาลเจ้าเก่า บ่อออนเซ็น ฟูจิ แฟชั่นวัยรุ่น ราเมนจานยักษ์ หรือเมนูซูชิ ? เรารู้จักญี่ปุ่นในฐานะประเทศที่เจริญแล้วแห่งทวีปเอเชียและผู้นำด้านเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่หลังฉากของประเทศมินิมัลที่ใครหลายคนอยากมาเยือน ก็นำเสนอมุมมืดของความอนาจารและสื่อลามกอย่างโจ๋งครึ่ม มันอยู่เหนือบรรทัดฐานใด ๆ ทางสังคมและหยั่งรากลึกแฝงตัวลงในวิถีชีวิตของคนที่นี่ แม้ประมาณ 2 ปีก่อนจะมีข่าวและงานวิจัยจำนวนมากบอกว่าญี่ปุ่นได้วางมือจากเรื่องเซ็กซ์และเหนื่อยหน่ายกับกามตัณหาแล้ว แต่เมื่อได้กลับมาเยือนประเทศอาทิตย์อุทัยแห่งนี้อีกครั้ง ทำให้เราไม่เชื่อที่งานวิจัยอ้างไว้สักนิด ด้านสีเทาของประเทศเมืองเกาะ เชื่อว่าจินตนาการภาพของแดนปลาดิบที่แวบเข้ามาในหัวหนุ่ม ๆ คงต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่มุมมองอีกด้านของประเทศแห่งนี้ เซ็กซ์และเสรีทางเพศอันแสนเปิดกว้างขโมยความสนใจเราไปได้เต็มเปา แม้กำแพงวินัยและความรับผิดชอบจะถูกสร้างขึ้นอย่างแข็งกล้า แต่ด้านหลังกลับซุกซ่อนความกระเหี้ยนกระหือรือและการปลดปล่อยความใคร่อยาก ผ่านวัฒนธรรมทางเพศที่ไม่มีศีลธรรมจรรยามาคอยกุมบังเหียน เซ็กซ์เสรีและการแสดงออกที่เปิดเผย แรงขับเคลื่อนทางเพศอันแข็งกร้าวถูกแสดงออกผ่านป้ายโฆษณาลามก แหล่งชอปปิงที่เรียงรายด้วยร้านเซ็กซ์ช็อป ร้านคาราโอเกะเบื้องหน้าที่ซ่อนความน่าค้นหาเบื้องหลัง และแม้จักรวาลมังงะกับการ์ตูนแอนิเมชันญี่ปุ่นจะทรงพลังมากแค่ไหน ก็ยังมีที่ว่างมากพอให้การ์ตูนโป๊เปลือยโดจินแทรกตัวเข้าไปอยู่ดี ไม่ต้องพูดถึงรายการโทรทัศน์ที่อัดแน่นด้วยเกมโชว์ติดเรต เปิดสงครามให้หนุ่ม ๆ แข่งขันความอึด ว่าใครจะอดกลั้นต่อความเสียวและสำเร็จความใคร่ได้เป็นลำดับสุดท้าย ยังไม่นับบุฟเฟต์ซูชิบนเรือนร่างหญิงสาวที่สร้างอรรถรสในการกินและเปลี่ยนความอยากกระหายให้กลายเป็นอิ่มท้องได้อย่างน่าแปลกใจ มีเหตุผลมากมายที่ทำให้หลายคนรวมทั้งตัวเราเองคิดว่าประเทศนี้เปิดกว้างเรื่องเพศ นำมาสู่ความสงสัยใคร่รู้ว่าเหตุใดแดนปลาดิบแห่งนี้จึงถูกขนานนามว่าเป็น “ประเทศฟรีเซ็กซ์” งานศิลปะส่อเพศในอดีต? การเปิดเผยเรื่องเซ็กซ์หาได้เป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับคนญี่ปุ่น ย้อนไปในปี 1772 ภาพพิมพ์ ‘Shunga’ งานศิลป์สื่อเซ็กซ์ได้ปรากฏขึ้นบนหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ ‘Shunga’ เป็นภาพที่มีเนื้อหาส่อไปทางเพศอย่างอล่างฉ่าง ว่ากันว่าถูกสร้างขึ้นเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ทางเพศจนนำมาซึ่งการสำเร็จความใคร่ของคนในสมัยก่อน แม้คำว่า