อีก 100 ปีต่อจากนี้ โลกอนาคตจะเป็นอย่างไร ย่อมไม่มีใครรู้ได้แน่ชัด แต่ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 100 ปีที่แล้ว ผู้คนในสมัยนั้นคิดว่าโลกที่เราอาศัยกันอยู่ ณ ปัจจุบันจะเป็นอย่างไรกัน และสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันตรงกับที่พวกเขาได้วาดฝันกันไว้หรือไม่ ผลงานสิ่งที่ผู้คนในปีค.ศ. 1900 ทำนายอนาคตในอีก 100 ปีข้างหน้านี้ เกิดขึ้นโดยบริษัทช็อกโกแลตสัญชาติเยอรมัน Hildebrands ได้ไอเดียทำโปสต์การ์ดทำนายอนาคต จากผู้คนในสมัยวิคตอเรียน ว่าวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีได้หมุนโลกเราไปถึงไหนแล้วบ้าง มีทั้งที่สมจริง และบางไอเดียที่หลุดโลกไปในปัจจุบัน ซึ่งเราเดาว่าแม้แต่บริษัทเองก็คงไม่คาดฝันว่า Postcard วันนั้ย จะกลายเป็น Reference ในยุคก่อนได้แบบนี้ ดังนั้นไปดูกันเลยว่าพวกเขาทำนายอะไรกันไว้บ้าง และมันจะเป็นไปอย่างที่คนในยุค 1900 จินตนาการไว้หรือไม่ ทางเท้าเลื่อนได้ ทางเท้าที่สามารถเคลื่อนที่ได้ เพื่อร่นระยะทางและเวลาที่ผู้คนจะใช้ในการเดิน ซึ่งในปัจจุบันแม้เราจะยังไม่ถึงขั้นมีทางเท้าบนท้องถนนที่เคลื่อนที่ได้แบบนี้ แต่เราสามารถเห็นเทคโนโลยีที่ใกล้เคียงสิ่งนี้ได้ในอาคารทั่วไป หรือที่เราเรียกมันว่า บันไดเลื่อน นั่นเอง ตึกเคลื่อนที่ด้วยระบบราง 100 ปีก่อนมีคนจินตนาการว่าพวกเราน่าจะสามารถยกตึกทั้งตึกเดินทางไปกับเราได้ จากไอเดียของการใช้หัวรถจักรมาเคลื่อนอาคารไปตามราง ทว่าในปัจจุบันไอเดียนี้ก็ยังค่อนข้างห่างไกลจากความเป็นจริงไปนิด แต่ก็เคยมีการย้ายบ้านด้วยวิธีที่คล้ายคลึงกันมาแล้ว ตามในวีดีโอด้านล่างนี้ การถ่ายทอดภาพและเสียงจากโรงละคนสู่บ้านเรือน ไอเดียที่แม่นยำว่ามนุษย์ยุคเราจะทำได้ การแสดงในโรงละครที่สามารถถ่ายทอดออกไปได้ทั้งภาพและเสียง นี่คือสิ่งที่เราได้เห็นในชีวิตประจำวันของสมัยนี้ แต่สิ่งที่เหนือความความคิดของคนยุคก่อน คงไม่รู้ว่าปัจจุบันการ
เคยไหมเวลาจะพาสาว ๆ ไปกินข้าวหรือพาไปเที่ยวที่ไหนสักที่ ขณะเรากำลังขับรถก็ปล่อยให้เธอดูแผนที่ตามปกติ แต่แล้วเธอดันพาเราไปหลงได้บ่อยครั้ง แม้จะมีระบบนำทางอัจฉริยะอย่าง GPS ก็ดูจะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น ที่แย่ไปกว่านั้นคือประเด็นนี้กลายเป็นเรื่องทะเลาะว่าใครถูกใครผิดและทำให้เราทั้งคู่เถียงกันไม่รู้จบ ต้องบอกว่าการดูแผนที่นอกจากจะต้องเข้าใจข้อมูลมิติเชิงพื้นที่แล้ว ยังต้องใช้จินตนาการคาดเดาเส้นทางว่าเลี้ยวซ้ายแยกนี้หรือเลี้ยวขวาแยกหน้า เพื่อให้ไปถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างถูกต้อง ผู้ชายส่วนใหญ่มักจะคิดว่าตนมีศักยภาพด้านแผนที่และชำนาญเส้นทางมากกว่าผู้หญิง แต่แท้ที่จริงแล้วหญิงหรือชายที่เก่งเรื่องนี้มากกว่ากัน? เพศสภาพและฮอร์โมน เพศสภาพที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดทำให้ผู้ชายและผู้หญิงต่างกันอย่างสิ้นเชิง มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งเผยว่าแม้เพศชายจะแข็งแรงทางกายภาพมากกว่า แต่ผู้หญิงนั้นมีวิธีจัดการกับอารมณ์ได้ดีกว่าผู้ชายเรา เนื่องจากผู้หญิงจะใช้สมองสองส่วนในการแก้ปัญหา คือส่วนที่เกี่ยวข้องกับเหตุผลและส่วนที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ ขณะที่ผู้ชายใช้สมองเพียงส่วนเดียว ซึ่งเห็นได้ชัดเลยว่าฮอร์โมนเพศที่ต่างกันทำให้ความสามารถทางปัญญาของสองเพศไม่เหมือนกัน โครงสร้างสมองและการเชื่อมต่อของเส้นประสาท งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร National Academy of Sciences เผยว่าเหตุที่ผู้ชายชำนาญเรื่องแผนที่มากกว่าผู้หญิงเป็นเพราะโครงสร้างสมองและวิธีการเชื่อมต่อของเส้นประสาทในสมอง (hardwired) ต่างกัน สมองของผู้ชายเส้นประสาทจะเชื่อมต่อกันจำนวนมากบริเวณด้านหน้าและด้านหลังของสมองซีกเดียวกัน ใขณะที่ผู้หญิงนั้นการเชื่อมต่อส่วนใหญ่จะอยู่ระหว่างสมองซีกซ้ายและซีกขวา การเชื่อมต่อของเส้นประสาทที่ต่างกันทำให้ระบบการประมวลผลในสมองของชายและหญิงไม่เหมือนกัน ผู้หญิงจึงชำนาญเรื่องความคิดเชิงตรรกะ การจดจำ การรับรู้ ตลอดจนสัญชาตญาณ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือพวกเธอนั้นเชี่ยวชาญทางด้านวาจาและมีความฉลาดทางอารมณ์มากกว่าผู้ชายเรา แต่ถ้าเป็นงานเกี่ยวกับอวกาศ ทักษะยานยนต์ หรือการอ่านแผนที่ผู้ชายจะทำได้ดีกว่า เพราะผู้ชายมีจุดเด่นในการควบคุมกล้ามเนื้อและการอ่านข้อมูลมิติเชิงพื้นที่ ผู้ชายเก่งแผนที่มากกว่าผู้หญิง? นักประสาทวิทยาที่ The Norwegian University of Science and Technology ให้อาสาสมัครชาย