ในช่วงนี้ข่าวการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนนั้นถือว่าค่อนข้างเข้มข้น ตั้งแต่ที่รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศแบนอุปกรณ์มือถือของ Huawei ตามมาด้วยการเลิกสนับสนุนซอฟต์แวร์บนเครื่องโดย Google ก่อนที่สถานการณ์การแบนจะผลิกผันไป เมื่อทางสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีน ได้เดินทางไปเยี่ยมโรงงานผลิตแร่ชนิด Rare Earth ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณไปยังสหรัฐ จนต้องมีการเลื่อนการแบนออกไป 90 วันเลยทีเดียว แล้วแร่ Rare Earth นั้นคืออะไร สำคัญขนาดไหนจนถึงขั้นที่สหรัฐยังต้องยอม แร่ Rare Earth นั้นมีด้วยกันทั้งสิ้น 17 ชนิดด้วยกัน ได้แก่แร่ Lanthanide ทั้งหมด และ Scandium กับ Yttrium ซึ่งอันที่จริงแล้วแร่ Rare Earth เหล่านี้ไม่ได้หายากตามชื่อของมันเลย ยกตัวอย่างเช่น Thulium ที่หายากที่สุดในตระกูล Rare Earth แล้ว ก็ยังมีมากกว่าทองคำอยู่ถึง 125 เท่าด้วยกัน ที่มาของคำว่า Rare Earth จริงๆ นั้นเป็นเพราะว่าแร่เหล่านี้มีกระจัดกระจายไปทั่วโลก แต่ไม่ได้กระจุกอยู่รวมกันเป็นปริมาณมากในที่ใดที่หนึ่งเลย ซึ่งจีนเป็นประเทศที่มีพื้นที่ใหญ่กว่า
“สงครามอาจกำลังเกิดขึ้นอีกครั้งเร็ว ๆ นี้” นี่คือประโยคที่คนส่วนใหญ่พูดถึงความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างสองประเทศมหาอำนาจโลกอย่างสหรัฐอเมริกากับจีน บางคนอาจมองว่าประโยคนี้กล่าวเกินจริง แต่หากลองฉุกคิดดูก็จะรู้ว่าสงครามไม่จำเป็นต้องยิงนิวเคลียร์หรือส่งทหารออกไปสู้รบเสมอไป สำหรับใครที่ตามข่าวการเมืองของสหรัฐฯ จะต้องคุ้นเคยกับประโยค “Make American Great Again” ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างแน่นอน เพราะเขามักจะพูดอยู่บ่อย ๆ ว่าจะทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งและยังแข่งขันกันทุกด้านกับประเทศขั้วตรงข้ามอย่างจีนซึ่งมีผู้นำที่ไม่ยอมอ่อนข้อให้ใครอย่างสี จิ้นผิง การต่อสู้ที่ร้อนแรงของสองขั้วมหาอำนาจโลกทำให้ UNLOCKMEN นำเรื่องราวโดยย่อรวมถึงประวัติของ สี จิ้นผิง ชายผู้ต่อกรกับโดนัลด์ ทรัมป์อย่างสูสีมาร้อยเรียงให้ทุกคนติดตามกัน ว่าเขาเป็นใครมาจากไหน แล้วทำไมผู้ชายอย่างเรา ๆ ต้องสนใจเรื่องราวการต่อสู้ของสองประเทศนี้ สี จิ้นผิง เป็นใคร ? สี จิ้นผิง เป็นลูกชายของ สี จงชุน ทหารผ่านศึกคอมมิวนิสต์จีน ที่มีบทบาทสำคัญทางการเมืองเพราะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีซึ่งใกล้ชิดกับ เหมา เจ๋อตง ผู้ก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน เกริ่นมาแบบนี้หลายคนอาจคิดว่าเด็กชายผู้เติบโตท่ามกลางผู้ทรงอิทธิพลและมีพ่ออยู่ในแวดวงการเมืองควรมีชีวิตที่โชคดีและได้เปรียบเด็กคนอื่น ๆ จนน่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เขากลายเป็นประธานาธิบดีในวันนี้ แต่ความจริงไม่ได้ราบรื่นอย่างนั้น เพราะชีวิตของเขาพลิกผันจากเหตุการณ์ที่พ่อของเขาโดนปลดตำแหน่งอย่างสายฟ้าแลบ เนื่องจากตัดสินใจอนุญาตให้สำนักพิมพ์แห่งหนึ่งตีพิมพ์หนังสือวิจารณ์ เหมา เจ๋อตง ผลจากการตัดสินใจของสี จงชุน
ความอินดี้ไม่เหมือนใครกับวัฒนธรรมอันโดดเด่นของญี่ปุ่นเป็นสิ่งที่คนทั่วโลกต่างรับรู้และสัมผัสได้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์อนิเมะเหนือจินตนาการ พร้อมกับคาแรคเตอร์ตัวการ์ตูนดังหลายเรื่อง ไปจนถึงแฟชั่นจัดจ้านยากจะเข้าถึง ญี่ปุ่นจึงเป็นประเทศจอมสร้างสีสันและเซอร์ไพร์สใหม่ ๆ ให้กับคนทั่วโลกอยู่เสมอ เช่นเดียวกับการก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าภาพจัดงานกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่างโอลิมปิกปี 2020 ที่กำลังจะมาถึง เมื่อได้เป็นเจ้าภาพงานใหญ่ขนาดนี้แน่นอนว่าญี่ปุ่นก็ทำให้คนทั่วโลกต้องอึ้งตั้งแต่ยังไม่ถึงวันงานด้วยการส่ง Gundam อันโด่งออกสู่อวกาศ !!! สำนักข่าว NHK รายงานความเล่นใหญ่ของญี่ปุ่นว่า หน่วยงานหลายฝ่ายต่างจับมือกันร่วมทำโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ชื่อว่า ONE TEAM ทั้งหน่วยงานสำรวจอวกาศของญี่ปุ่น (JAXA) นักบินอวกาศ Noguchi Soichi มหาวิทยาลัยโตเกียว บริษัท Sunrise Inc. ผู้ถือครองลิขสิทธิ์ของ Gundam และ Koyama Chuya นักเขียนมังงะเรื่อง Space Brother โปรเจกต์ยักษ์ที่ว่าคือการสร้างดาวเทียมขนาดเล็กชื่อว่า G Satellite กว้าง 10 เซนติเมตร ยาว 30 เซนติเมตร และสูง 30 เซนติเมตร เตรียมส่งออกนอกอวกาศไปยังส่วนของ JEM หรือในชื่อเต็ม ๆ ว่า Japanese Experiment Module โมดุลห้องทดลองของญี่ปุ่นที่เป็นส่วนหนึ่งของสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ห้องทดลองและสถานอำนวยความสะดวกสำหรับงานค้นคว้าวิจัยในระดับนานาชาติ
ตอนนี้เชื่อว่าหลายคนคงกำลังรอการอัปเดตข่าวระดับนาทีต่อนาที หลังจากมีประกาศตัดสัมพันธ์ระหว่าง Google กับ Huawei ออกมาเมื่อวานนี้ เพราะเพิ่งจะไปถอยมือถือ Huawei P30 ตัวใหม่มา ผ่อนก็ยังไม่หมด หรือต่อให้เป็นรุ่นอื่นที่เคยออกมาก่อนก็เริ่มกังวลเหมือนกันว่าการคว่ำบาตรครั้งนี้จะทำให้เราต้องไปซื้อมือถือเครื่องใหม่จากค่ายอื่นมาใช้งานแทนไหม เราเองก็ใช้ Huawei และติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด แต่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมามีข่าวว่ากระทรวงพาณิชย์แห่งสหรัฐอเมริกา (US Commerce Department) ได้ประกาศยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางการค้ากับ Huawei ชั่วคราวเป็นเวลา 90 วัน แปลว่าจากนี้จนถึงเดือนสิงหาทุกอย่างจะยังอยู่ในความสงบ ข่าวนี้ทำให้เห็นว่าการจับ Huawei เข้ามาเป็นแพะในเกมดูจะไม่หมูอย่างที่คิด ก่อนจะไปลุ้นว่าสุดท้ายงานนี้จะหมู่หรือจ่า UNLOCKMEN ได้นำเรื่องนี้มาสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ด้านล่างแล้ว FROM TRADE WAR TO ABANDON HUAWEI สำหรับคนที่ยังไม่เคลียร์ว่าทำไมจีนกับสหรัฐฯ ทะเลาะกัน แต่ Google ดันออกตัวแรงมาประกาศแยกทางก่อนใครเพื่อนนั้น ความจริงแล้ว Google เขาก็ไม่ได้มีประเด็นอะไรกับ Huawei เป็นการส่วนตัว แต่เพราะพ่อเจ้าประคุณประธานาธิบดีอย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ ดันออกคำสั่งเรื่องห้ามใช้อุปกรณ์โทรคมนาคมที่เป็นภัยคุกคามจึงทำให้กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ใส่ชื่อของ Huawei
“ฉันรู้สึกเหมือนเป็นนางเงือก ร่างชี้ว่าเป็นชายแต่จิตวิญญาณคือหญิงสาว ฉันเหมือนดอกไม้ ดอกไม้ที่สร้างขึ้นจากกระดาษ แม้รับความรักท่วมท้นจากภายนอกเมื่อมองมา แต่ไม่ได้อาจสัมผัสความรู้สึกนี้จากการแตะต้องและดอมดม” Heena, 51, ธากา, บังกลาเทศ, 2012 Hijra (ฮิจรา) คือกลุ่มคนที่มีเพศสภาพที่แตกต่างจากเพศสถานะภายใน ใช้สำหรับเรียกเพศที่สามที่กายเป็นชายแต่ใจเป็นหญิงและดำเนินชีวิตแบบหญิงสาว คำศัพท์ที่ชี้หน้าและตีตราความรู้สึกของบทบาทความเป็นชายหญิงและความ “เป็นอื่น” ทางสังคม ถ้าพูดในแง่ประวัติศาสตร์แล้ว “ฮิจรา” ปรากฏหลักฐานมายาวนาน นานพอจะเชื่อว่านี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ในสังคม แต่ค่านิยมแง่ลบไม่ได้หายไปพร้อมกาลเวลา เหลือเป็นคราบติดแน่นฝังไว้ถึงวันนี้แม้รัฐบาลบังกลาเทศจะออกกฎหมายแสดงการรับรองสิทธิทางเพศมา 5 ปีแล้วก็ตาม การใช้ชีวิตต้องสาปด้วยคำสาป บางคนสงสัยว่าสถานะต้องสาปที่ผู้คนไม่อยากเข้าใกล้นี้จะใช้ชีวิตอย่างไร คงไม่ต้องพูดถึงเรื่องการหางานเพราะไม่มีใครยอมรับ หรือสิทธิพลเมืองอื่น ๆ ที่ถูกริดรอนไป สิ่งที่พิทักษ์ฮิจราไว้คือระบบความเชื่อบางอย่างของสังคมที่ฝังมายาวนาน ว่าเพศที่สามอย่างพวกเธอคือผู้มีอำนาจพิเศษจากการบูชาพระแม่พหุชระหรือมาตากี ซึ่งเป็นปางหนึ่งของพระแม่อุมา ทำให้สามารถสาปแช่งหรือให้พรได้ ดังนั้น วาจาศักดิ์สิทธิ์นี้จึงกลายเป็นเครื่องมือทำกินที่ทำให้ฮิจราสามารถรับเงินมาได้จากการอวยพรเด็กแรกเกิดที่ครอบครัวต่าง ๆ เชิญไป และเป็นอาวุธปกป้องตัวเองจากผู้ไม่ประสงค์ดีด้วยการสาปแช่งผู้คน ซึ่งเชื่อกันว่าใครได้รับคำบริภาษนั้นไปจะต้องโชคร้าย เงือกที่ไม่อาจเป็นมนุษย์ ดอกไม้เทียมที่ไม่อาจเป็นดอกไม้จริง คือความเจ็บปวดที่ฮิจราชาวบังกลาเทศต้องยอมรับ จิตวิญญาณที่ขัดแย้งกับเปลือกที่รับมาทำให้พวกเธอต้องกลายเป็นคนไร้ราก หอบชีวิตออกจากแผ่นดินเกิดคนแล้วคนเล่า ถูกทอดทิ้งจากความสัมพันธ์เบื้องหลังทุกรูปแบบเพื่อย้ายไปยังอินเดีย สถานที่ที่พวกเธอยังคงได้รับการดูหมิ่นดูแคลนไม่แพ้กันแต่ระดับความเลวร้ายต่ำกว่า ทว่าในความมืดมิดอ้างว้างก็แทนที่ได้ด้วยความสัมพันธ์เหนียวแน่นระหว่างฮิจราด้วยกัน ดังนั้น ถ้าเราไปพบพวกเธอเป็นกลุ่มใหญ่ นั่นคือครอบครัวใหม่ของพวกเธอ Sharhia Sharmin
ก่อนจะมีตัวเลข 08 หรือ 09 นำหน้าเลขหมายโทรศัพท์มือถือในปัจจุบัน เท่าที่จำความได้และเกิดทัน เราเคยใช้เลขหมายโทรศัพท์บ้านเริ่มต้นด้วย 02, 03, 05 และ 07 และใช้หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือมือถือด้วย 01 นับแล้วตอนนั้นจำทั้งหมด 9 หลัก แต่พอมาวันนึง จำนวนคนมากขึ้นเลยทำให้เลขหมายที่มีอยู่ไม่พอและเพิ่มเลขแทรกเข้ามาอีกหนึ่งหลักของมือถือ จนวันนี้เราต้องจำ 10 หลักเพื่อโทรศัพท์หากัน ญี่ปุ่นเป็นอีกประเทศหนึ่งที่กำลังเจอกับเหตุการณ์เลขกำลังจะหมดเกลี้ยง ไม่เหลือให้ใช้แล้วเหมือนกัน ดังนั้น เพื่อป้องกันเหตุการณ์นั้น กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารจึงวางแผนเพิ่มเลขหมายจากเดิม 11 หลักเป็น 14 หลัก ซึ่งจะทำให้ตัวเลขใหม่ทั้งหมดเพิ่มขึ้นจำนวนกว่าหนึ่งหมื่นล้านเลขหมายภายในปี 2021 โดยนโยบายนี้ได้รับการยอมรับจากผู้ให้บริการมือถือ 3 รายหลัก ได้แก่ NTT Docomo Inc., KDDI Corp. และ SoftBank Corp. เหตุผลของการเพิ่มครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องการขยายตัวของประชากร แต่อีกแง่หนึ่งมันเกิดจากการใช้อุปกรณ์ประเภท IoT ที่เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งในญี่ปุ่นอุปกรณ์เหล่านี้มันจำเป็นต้องผูกกับหมายเลขโทรศัพท์ จึงทำให้เลขหมายหมดไว ยิ่งปีหน้าเมื่อญี่ปุ่นเตรียมเปิดใช้ 5G ยิ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จำเป็นจะต้องใช้เลขหมายมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่
ความเร็วสูงสุดของรถตุ๊กตุ๊กจะอยู่ที่กี่กิโลเมตรต่อชั่วโมง ? ถือว่าเป็นคำถามที่ไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจเกี่ยวกับความเร็วของรถประเภทนี้เท่าไหร่นัก สำหรับมุมมองนักท่องเที่ยวต่อตุ๊กตุ๊กไทยก็จะมองเรื่องความแปลกใหม่ ส่วนคนไทยก็มองว่าตุ๊กตุ๊กมีไว้ใช้บริการเวลาอยากขึ้นชมวิวรอบเมืองเก่าเช่นย่านพระนครเสียมากกว่า ผิดกับชายชาวอังกฤษคนหนึ่งทำเรื่องที่คนส่วนใหญ่มองข้าม สร้างสถิติโลกด้วยการนำมันมาซิ่งจนได้การรับรองจากหน่วยงานที่คอยจดบันทึกสถิติต่าง ๆ ทั่วโลกอย่าง Guinness World Records ไปครองเป็นที่เรียบร้อย เรื่องราวการสร้างตำนานรถตุ๊กตุ๊กหรือชื่อทางการอย่างรถสามล้อเครื่องที่เร็วที่สุดในโลกเริ่มมาจากชายคนหนึ่งชื่อ Matt Everard กดสั่งซื้อรถตุ๊กตุ๊กรุ่นปี 1971 มาจากเว็บไซต์ eBay ด้วยราคา 3,000 ปอนด์ (ประมาณ 123,000 บาท) และเมื่อได้รถตุ๊กตุ๊กมาก็จ่ายเพิ่มอีก 10,000 ปอนด์ (406,000 บาท) เพื่อจัดการแต่งเติมเสริมพลังให้สามล้อเครื่องของเขาเร็วแรงดั่งใจ ซึ่งการแต่งรถของ Matt ในครั้งนี้ถือว่าแพงกว่าราคาที่ซื้อมาเสียอีก เขาตัดสินใจเปลี่ยนเครื่องยนต์ของรถตุ๊กตุ๊กใหม่จากเดิมที่ใช้เครื่องยนต์ 350 ซีซี มาเป็นเครื่องยนต์รถ Daihatsu injection 1,300 ซีซี จัดการดัดแปลงตัวรถทั้งในและนอกใหม่ให้เรียบร้อย โดยไม่ลืมติดสติ๊กเกอร์ธงชาติไทยเพื่อให้ไม่ลืมว่ารถคันนี้มาจากไหน จากนั้นรถตุ๊กตุ๊กที่หน้าตาแตกต่างออกไปจากสามล้อทั่วไปก็พร้อมที่จะโลดแล่นบนถนนจริงแล้ว หลังจากทดลองขับตุ๊กตุ๊กคันดังกล่าวด้วยการเพิ่มระดับความเร็วไปเรื่อย ๆ Matt คิดว่ารถสามล้อเครื่องของเขาสามารถสร้างสถิติใหม่ได้อย่างแน่นอน เขาจึงไม่รอช้าติดต่อไปยัง Guinness World Records เพื่อบันทึกความเร็วของรถ
อวกาศคือพรมแดนสุดท้ายที่ใครหลายคนหมายปอง และนับตั้งแต่ตอนที่มนุษย์สามารถส่งดาวเทียมขึ้นไปบนนั้นได้เมื่อ 62 ปีที่แล้ว เราก็ได้ส่งของมากมายขึ้นไปล่องลอยอยู่ท่ามกลางหมู่ดาว ซึ่งในบทความนี้จะมาพูดถึง 5 ไอเทมที่แหวกและแปลกจากพวกกัน รถยนต์ Tesla Roadster พร้อมหุ่นคนขับ รถยนต์คันเก่าของ Elon Musk CEO ของ SpaceX ได้เคยถูกส่งขึ้นไปในภารกิจทดสอบของจรวด Falcon Heavy เพื่อทดสอบความสามารถในการบรรทุกสิ่งของขึ้นสู่อวกาศ ซึ่งในตอนแรก SpaceX เองก็มีแผนที่จะส่งมันไปเฉียดใกล้ดาวอังคารเลยด้วย แต่ก็พลาดไป และส่งรถเดินทางสู่วงโคจรรอบดวงอาทิตย์ในอวกาศลึกแทน แผ่นบันทึกเสียงของโลก ยาน Voyager 1 และ 2 เป็นสองยานอวกาศที่เดินทางออกไปไกลจากโลกมากที่สุดในปัจจุบัน โดยบนยานที่อยู่ห่างไปราว 20,000 ล้านกิโลเมตรจากโลกนั้น มีแผ่นเสียงที่บันทึกคำทักทายในภาษาต่าง ๆ (มีภาษาไทยด้วย) เสียงของธรรมชาติ ท้องถนน หัวใจเต้น ฝนตก ดนตรี และอื่น ๆ อีกมากมาย คบเพลิงโอลิมปิก ในโอลิมปิกฤดูหนาว 2014 ซึ่งจัดที่เมือง Sochi
สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส ประกาศความร่วมมือกับเชฟเอียนกิตติชัยในการสร้างสรรค์เมนูอาหารไทยจานพิเศษสำหรับผู้โดยสารชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจเส้นทางบินกรุงเทพฯ – โดฮา โดยจะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 เป็นต้นไป สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส มุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อมอบบริการบนเครื่องบินอันน่าจดจำ ตั้งแต่การตกแต่งภายใน ไปจนถึงเมนูอาหารที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นอย่างประณีตจากเชฟที่ดีที่สุดจากทั่วโลกสายการบินกาตาร์แอร์เวย์สปรารถนาสร้างประสบการณ์ที่โดดเด่นและน่าประทับใจให้แก่ผู้โดยสารทุกครั้งที่เดินทางกับสายการบินฯ มร.อัคบาร์ อัล บาเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส กรุ้ป กล่าวว่า “สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส มีความมุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์เมนูอาหารบนเครื่องบินที่ดีที่สุด เรามีความตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับเชฟเอียน กิตติชัย เชฟที่ดีที่สุดท่านหนึ่งของประเทศไทย เพื่อให้บริการอาหารจานพิเศษแก่ผู้โดยสารสายการบินกาตาร์แอร์เวย์สที่เดินทางจากกรุงเทพฯและมั่นใจว่ารายการอาหารใหม่นี้จะเป็นที่นิยมต่อผู้โดยสารอย่างแน่นอน” เชฟเอียน กิตติชัย กล่าวว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส ในการสร้างสรรค์เมนูพิเศษ ที่มีรสชาติและวัตถุดิบที่มีเอกลักษณ์ความเป็นไทยให้แก่ผู้โดยสารและรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับสายการบินที่มีความมุ่งมั่นในการให้บริการด้วยความเป็นเลิศและสร้างความประทับใจด้วยเมนูอาหารที่มีความแปลกใหม่และมีรสชาติอร่อยจากประเทศบ้านเกิดให้แก่ผู้โดยสารของสายการบินระดับโลก” เมนูอาหารเชฟเอียน กิตติชัย ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นเป็นส่วนประกอบอาหารจานพิเศษ อาทิ เมนูแกงระแวงเนื้อ อาหารหารับประทานยากจากภาคใต้ โดดเด่นที่ความนุ่มอร่อยของเนื้อซี่โครงตุ๋น ความเผ็ดหอมของเครื่องเทศพริกแกงใต้สูตรเฉพาะและพริกชี้ฟ้าย่าง เมนูฉู่ฉี่กุ้ง ความหวานของเนื้อกุ้งลายเสือตุ๋นกะทิเสิร์ฟบนเครื่องแกงฉู่ฉี่รสเข้มข้นกำลังดี เพิ่มความหอมด้วย มะพร้าวคั่ว ทานคู่กับยอดมะพร้าว และผักกาดกวางตุ้ง ผู้โดยสารสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส จากประเทศไทยจะเพลิดเพลินกับการวางแผนการเดินทางที่มีให้เลือกมากขึ้นถึง 63 เที่ยวบินต่อสัปดาห์
ทุเรียนนั้นเป็นผลไม้ที่มีกลิ่นรุนแรงอย่างไม่ต้องสงสัย แต่คนที่กินก็จะรู้ถึงความอร่อยของมัน ในขณะที่ชายต่างชาติส่วนใหญ่มักจะไม่เคยได้สัมผัสรสชาติของมัน หลาย ๆ โรงแรมนั้นไม่อนุญาตให้คุณนำมันเข้ามาในห้องพัก ทุเรียนเคยทำให้คนไม่ผ่านการเป่าวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ทำให้เที่ยวบินต้องล่าช้าออกไปเพื่อกำจัดกลิ่นทุเรียนออก และล่าสุดนี้ทำให้ถึงกับต้องเกิดการอพยพ เพราะความสับสนในกลิ่นของทุเรียนว่าเป็นกลิ่นสารเคมีรั่วไหลนั่นเอง เมื่อวันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา สถานีดับเพลิงแห่งหนึ่งในเมือง Canberra ของออสเตรเลีย ได้รับรายงานเหตุจากมหาวิทยาลัย Canberra ว่าในห้องสมุดนั้นมีกลิ่นของ “แก๊สรั่วที่ค่อนข้างรุนแรง” ซึ่งทำให้มีการอพยพผู้คนออกจากพื้นที่ พร้อมกับมีเจ้าหน้าที่ออกตามหาต้นตอของกลิ่นไม่พึงประสงค์นี้อย่างเต็มรูปแบบ หนึ่งชั่วโมงให้หลัง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ค้นพบที่มาของปัญหา และออกแถลงการณ์ว่าสถานการณ์ทุกอย่างกลับสู่ปกติเรียบร้อย โดยไม่ได้ระบุว่ากลิ่นไม่พึงประสงค์นี้มาจากไหน แต่เป็นทางมหาวิทยาลัยเองนี่แหละที่เปิดเผยว่ามันคือทุกเรียน ซึ่งถูกวางทิ้งไว้ใกล้ช่องแอร์ตรงชั้นสองของห้องสมุด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำมันออกมาภายในถุงที่ซีลปิดอย่างดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่มีใครทราบว่าสาเหตุของการนำทุเรียนไปวางไว้ใกล้ช่องแอร์หนนี้เป็นเรื่องจงใจ หรือเป็นเพียงความบังเอิญที่กินแล้วเผลอวางทิ้งไว้เท่านั้น แต่นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่กลิ่นของทุเรียนได้สร้างความวุ่นวายให้กับออสเตรเลีย เพราะในเดือนเมษายนของปีที่แล้ว ห้องสมุดของมหาวิทยาลัย RMIT ต้องอพยพผู้คนมากกว่า 600 คน เนื่องจากสาเหตุเดียวกันกับหนนี้เลย และต้นตอของมันก็มาจากทุเรียนเน่าที่ถูกทิ้งไว้ในตู้นั่นเอง ทุเรียนนั้นคือราชาของผลไม้ของไทย และประเทศเราได้ส่งออกทุเรียนไปนานาประเทศ และเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่สุดในตลอดของจีน อ้างอิงจากข้อมูลในปี 2017 ที่เราครอบครองได้ถึง 40% ด้วยกัน อย่างไรก็ตาม เนื่องด้วยธุรกิจของทุเรียนที่กำลังมาแรงในช่วงนี้ของจีน ทำให้เกิดเมนูแปลก ๆ เพิ่มขึ้นมากมาย ทั้งพิซซ่าทุเรียน สลัดทุเรียน
สงครามสร้างความสูญเสียไม่ว่ากับใคร โดยเฉพาะกับเหล่าทหารกล้าที่อยู่ในสมรภูมิรบที่ต้องทำภารกิจที่ได้รับควบคู่กับการพยายามเอาชีวิตรอด UNLOCKMEN จะพาไปทำความรู้จักกับยอดนักแม่นปืน 5 คน จากกองทัพนาวิกโยธินสหรัฐ ฯ กองทัพแดง และกองทัพฟินแลนด์ ที่มีวีรกรรมสุดโหดในสงครามมาเล่าให้คนรุ่นหลังได้ฟังกัน Carlos Norman Hathcock Carlos Norman Hathcock ชายหนุ่มผู้มีชื่อเสียงเรื่องความแม่นยำก่อนหน้าที่จะเข้ามาในหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐฯ เสียอีก เพราะเขาเป็นนักแม่นปืนที่ชอบแข่งขันล่าเงินรางวัล และเมื่อเขาได้เป็นทหารก็ยิ่งสร้างชื่อเสียงเพิ่มขึ้นด้วนผลงานโดดเด่นจากสงครามเวียดนาม จากการสังหารเป้าหมายกว่า 93 ราย ที่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นฝีมือการยิงของเขา แถมยังมีอีกหลายร้อยคนที่เขาสังหารไปแต่ไม่สามารถยืนยันรายชื่อของผู้เสียชีวิตได้ ด้วยวีรกรรมความโหดของ Hathcock ทำให้มีเรื่องเล่าตำนานเกี่ยวกับเขา เรื่องการตั้งค่าหัวที่สูงถึง 30,000 ดอลลาร์ คิดเป็นค่าเงินไทยปัจจุบันประมาณ 960,000 บาท จากสาเหตุที่นักแม่นปืนมือดีที่สุดของเวียดนามโดน Hathcock ยิงทะลุเข้าลูกตา รวมถึงอีกหนึ่งตำนานเกี่ยวกับภารกิจสุดโหดที่เขาต้องคลานเข้าพงหญ้าเพื่อไปยิงหัวนายพลเวียดนามระยะประชิด และสามารถหนีกลับฐานได้อย่างปลอดภัย จากตำนานและผลงานบ้าระห่ำจำนวนนับไม่ถ้วนทำให้ Carlos Norman Hathcock มักเป็นทหารที่จะต้องถูกกล่าวถึงทุกครั้งที่ถูกถึงสงครามเวียดนาม Charles Chuck Mawhinney Charles Chuck Mawhinney เติบโตและเข้าร่วมสงครามเวียดนามเช่นเดียวกับ Carlos Hathcock
ยุคสมัยก่อนหน้านี้การขับรถหรูมักจะตกแต่งให้หรูยิ่งกว่า หรือแรงยิ่งขึ้นก็ตาม มีสำนักแต่งที่เลือกโมดิฟายเฉพาะรถหรูมากมาย ไม่ว่าจะเป็น RWB ที่เลือกแต่ง Porsche ให้ดุดันแบบ Widebody หรือจะจะเป็นชุดแต่งจาก Liberty Walk ที่เน้นโมทุกสำนักไม่ว่าจะเป็น Lamborghini ไปจนถึง GT-R แต่จะมีสำนักแต่งไหนโหดสัสได้เท่าสำนักแต่งในรัสเซีย ที่ไม่ได้เน้นหรูหรือเน้นแรง แต่เน้นลุยสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก ด้วยการเปลี่ยนล้อรถให้กลายเป็นตีนตะขาบรถถัง จะเรียกว่าเป็นรถถังที่หรูที่สุดในโลกก็คงไม่ผิดนัก สำหรับ Bentley Continental GT Tank คันนี้ ผลงานในชื่อโปรเจค “Ultratank” ของสำนัก Eastern Europe ที่ใช้เวลายาวนานหลายเดือนไปกับการคิดว่า ทำยังไงถึงจะเปลี่ยนแรงม้าของ Bentley Continental GT ซึ่งในเวอร์ชันที่เราเห็นนี้ก็ยังไม่ใช่ว่าเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อย ยังมีการบ้านที่ Eastern Europe ต้องพัฒนาต่อ ไม่ว่าจะเป็นวิธีที่ทำให้เครื่องยนต์สามารถใช้ขับเคลื่อนตีนตะขาบรถถังได้เต็มที่ เพราะถ้าแรงบิดไม่มากพอ ย่อมยากที่จะสร้างแรงขับเคลื่อนให้สายพานของตีนตะขาบอันหนักอึ้งได้ ซึ่งขณะนี้ตั้งเป้าว่ารถจะต้องทำความเร็วให้ได้ 100 km/h แต่ปัจจุบันยังทำได้แค่ครึ่งเดียวคือ 50 km/h เท่านั้น และมันทำให้การควบคุม Ultratank ทำได้ยากเย็น


