ที่เห็นอยู่ตรงหน้า คือ Porsche 964 911 ที่ไม่ใช่แค่ผ่านการฟื้นฟูสภาพให้สมบูรณ์ แต่เป็นการเปลี่ยนมาใช้ไฟฟ้าล้วน 100% ของค่าย Everrati Automotive บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการติดตั้งขุมพลังไฟฟ้าในรถคลาสสิคหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น Land Rover, Ford GT40 รวมถึง Porsche 911 คันนี้ ห้องเครื่องของ Everrati’s Porsche 911 964 ในสี Mexico Blue คันนี้ ถูกแทนที่ด้วยแบตเตอรี่ 62-kilowatt ทำงานคู่มอเตอร์ไฟฟ้าให้สมรรถนะ 500 แรงม้า แรงบิด 540 นิวตันเมตร สามารถขับได้ระยะทางราว 320 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าน้อยมากหากเทียบกับ range ของรถไฟฟ้าในปัจจุบัน ภายในหุ้มด้วยหนังโทนสี Weir and Dark Blue เข็มวัดรอบต่าง ๆ สำหรับคนขับถูกเปลี่ยนเป็นตัวอ่านค่า EV ติดตั้งเข้าไปอย่างแนบเนียน ล้อ
หลังจากช่วงหลายปีก่อนกระแสดนตรีแร็ปและฮิปฮอปเข้ามาครองบ้านเราแบบทุกหย่อมหญ้า แต่ในช่วงระยะหลังก็เริ่มรู้สึกว่ากระแสดนตรีร็อกกำลังค่อย ๆ กลับมาเช่นกัน มีวงดนตรีมากมายที่เกิดขึ้นมาใหม่ และเริ่มเข้ามามีบทบาทกับวงการแบบที่ไม่ได้เห็นมาพักใหญ่ ๆ หนึ่งในวงเหล่านั้นคือ Tryst (ทริสต์) วงร็อกรสจัดจ้านจากสังกัด Gene Lab ที่เพิ่งมาอายุวงเพียงขวบกว่า ๆ เท่านั้น “TRYST” ไฟที่ลุกโชนจากกองเถ้าถ่าน Tryst เกิดจากการรวมตัวของ 3 สมาชิก ได้แก่ อาร์ท – ทวีทรัพย์ อาจอำนวย (ร้องนำ), โฟล์ค – วัชระ วิลาทอง (กีต้าร์ / ซินธ์) และ นุ๊ก – ธนพงษ์ โชติช่วง (กลอง) เดิมทีอาร์ทเคยทำหน้าที่นักร้องนำให้กับวง Lasthoper มาก่อน ส่วนโฟล์คและนุ๊กปกติก็เล่นดนตรีด้วยกันอยู่แล้ว แถมยังเป็นแฟนเพลงของอาร์ทด้วยเช่นกัน ถึงขนาดเคยคุยกันว่าถ้าจะหานักร้องนำซักคนมาทำวงจริงจัง ตัวเลือกนั้นจะต้องเป็น “อาร์ท” เท่านั้น จนกระทั่งมีอยู่วันหนึ่งพวกเขาได้ไปเจอกันในร้านที่ไปเล่นกลางคืน ประจวบเหมาะกับช่วงที่วง Lasthoper ได้เบรกไป ทางโฟล์คและนุ๊ก จึงได้ชักชวนอาร์ทให้มาเข้าร่วมวงทันที
เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเรียบร้อยกับ Brand Friend คนที่ 3 ของ Seiko นักแสดงที่ทุกคนคุ้นเคยกันดี ‘อเล็กซ์ เรนเดลล์’ ผู้ร่วมก่อตั้ง Environmental Education Centre หรือ ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (EEC) องค์กรที่มุ่งหวังในการส่งเสริมให้สังคมมีความรู้ และความเข้าใจต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม พร้อมลงมือปกป้องธรรมชาติให้ยั่งยืนมาโดยตลอด โดยการร่วมมือระหว่าง Seiko ในครั้งนี้ หนุ่มอเล็กซ์มาเพื่อผนึกกำลังให้กับแคมเปญเพื่อโลกที่ชื่อว่า Sustainable for Life พร้อมกับ 2 โปรเจกต์เพื่อรักษาธรรมชาติได้อย่างครอบคลุมทั้งโลกบนบกและโลกใต้ทะเล กับ Seiko Save the Ocean และ Seiko Save the Forest ท่ามกลางบรรยากาศที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติอันเขียวชอุ่มในป่าใหญ่ ของโรงแรม Bangkok Marriott Hotel The Surawongse นั้น ทำให้นึกขึ้นได้ว่าจริง ๆ โปรเจกต์ Save the Ocean ที่มีขึ้นเพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์ท้องทะเลของประเทศไทยของ
การโปรโมตสินค้าไม่ว่ายุคไหน ๆ ก็มักจะใช้พรีเซนเตอร์เป็นบุคคลมีชื่อเสียง ทั้งดารา, ศิลปิน หรือในยุคปัจจุบันก็คือเหล่าอินฟูลเอนเซอร์ทั้งหลาย เพราะเจ้าของผลิตภัณฑ์ต่างเชื่อว่าหากบุคคลเหล่านี้จับต้องสินค้าของพวกเขา ก็ย่อมจะมีโอกาสที่คนจะเลือกซื้อสินค้าไปใช้ตาม ซึ่งกลยุทธ์การตลาดดังกล่าวก็บุกมาถึงวงการเพลงเมทัลด้วยเช่นกัน และมันได้เกิดขึ้นกับวง Korn เจ้าของฉายา “Godfather Of Nu Metal” นั่นเอง Korn นอกจากจะเป็นผู้เปิดประตูให้กับดนตรีแนวนูเมทัลให้ได้ออกมาเริงร่ากันแล้ว อีกทางหนึ่งพวกเขายังได้สร้างอิทธิพลให้กับเด็กวัยรุ่นในยุคนั้นไม่น้อยเลยทีเดียว และภาพจำของแฟนเพลงทุกคนล้วนจะต้องมีแบรนด์กีฬาชื่อดังอย่าง Adidas ปรากฏขึ้นมาบนร่างกายของ Jonathan Davis ฟรอนต์แมนของวง จนกลายเป็นเหมือนเอกลักษณ์ของเจ้าตัวไปเลย Jonathan Davis มักจะมาพร้อมกับชุดวอร์มคู่ใจ ที่ทั้งเสื้อ, กางเกง และรองเท้าสนีกเกอร์ ล้วนเป็นของ Adidas ตั้งแต่หัวจรดเท้า อีกทั้งชุดที่เขาใส่ก็มีหลากหลายสี ไม่ว่าจะเป็นสีดำ, สีน้ำเงิน, สีม่วง หรือสีเขียว เป็นต้น ด้วยรูปร่างในช่วงนั้นของ Jonathan ที่ยังเพรียว ทำให้รูปทรงของชุดวอร์มรับเข้ากับสรีระเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าใส่แล้วดูเท่โคตร ๆ เอาเรื่องจริง ๆ การจะใส่ชุดวอร์มให้ดูคูลพูดตรง ๆ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย นอกจากจะใส่เสื้อผ้าของ Adidas ในการโปรโมตตามสื่อต่าง ๆ หรือรูปที่ต้องใช้พีอาร์แล้ว Jonathan ยังใส่มันไปเล่นคอนเสิร์ตด้วยเช่นกัน
เพื่อฉลองความร่วมมือกันอย่างยาวนานระหว่าง Alfa Romeo และ Zagato สำนัก coachbuilder ชื่อดังระดับโลก สร้างสรรค์ผลงานระดับ masterpiece ชิ้นใหม่บนพื้นฐานของรุ่น Giulia Quadrifoglio ในตัวถัง coupe’ พร้อมกลิ่นอายความ retro ที่คลาสสิคและสวยงามเหนือกาลเวลา ก่อนจะหันไปใช้พลังงานไฟฟ้าในอนาคตอันใกล้นี้ หากสังเกตชื่อ Alfa Romeo Giulia SWB Zagato ก็จะรู้ได้ทันทีว่านี่คือเวอร์ชันตัวถังสั้นของ Guilia platform ดีไซน์ได้แรงบันดาลใจจาก 1961 Alfa Romeo Giulietta SZ Codatronca ส่วนด้านท้ายมีกลิ่นอายของ Aston Martin แบบเต็ม ๆ พร้อมเพิ่มความแรงด้วยการนำขุมพลังจาก Giulia GTAm limited edition ที่แรงกว่าด้วยความจุ V6 twin-turbocharged ที่พัฒนาสำหรับลงแข่งในสนามด้วย output 540 แรงม้า เพิ่มขึ้นจาก 503 แรงม้าใน
ขอเข้าเรื่องแบบไม่รีรอ คอนเทนต์นี้ UNLOCKMEN จะมาแนะนำ 3 ร้านกิน ดื่ม ชิล ที่ต้องไปให้ได้ในช่วงเวลาที่ลมหนาวเดือนธันวาคมยังคงอยู่กับประเทศไทย เลื่อนลงไปอ่านแล้วโทรนัดเพื่อนออกมาเลย เพราะลมหนาวใกล้จะไปแล้ว ! Everyday Mookrata & Cafe (Riverside) : ตอนเช้า American Breakfast / ตอนบ่ายเอ็นจอยหมูกระทะ / ตอนกลางคืนจิบเบา ๆ ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา “หมูกระทะกินกับอะไรก็อร่อย” ไม่มีอะไรจะถูกต้องไปกว่าคำพูดข้างบนไปมากกว่านี้อีกแล้ว ยิ่งช่วงท้ายของปีอากาศของลมหนาวพัดผ่านร่างก็ยิ่งตอกย้ำความถูกต้องในความอร่อยของหมูกระทะมากขึ้นไปอีก และไม่มีร้านหมูกระทะไหนจะสไตล์จัดได้เท่ากับ Everyday Mookrata & Cafe (Riverside) ที่เขาเพิ่งเปิดสาขาใหม่เมื่อเดือนธันวาคมนี่เอง โดดเด่นด้วยการเป็นร้าน 3 in 1 เป็นทั้งคาเฟ่ บาร์ ร้านหมูกระทะ แถมยังอยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา วิวหลักล้านเห็น Icon Siam อยู่ฝั่งตรงข้าม ให้เราได้มองพระอาทิตย์ตกดินไปด้วยกัน ข้อดีของ Everyday Mookrata & Cafe
Lamborghini Diablo เปิดตัวครั้งแรกในวันที่ 21 มกราคม 1990 เป็นโมเดลที่มาแทนที่ Countach ออกแบบโดย Marcello Gandini ให้ลดทอนความเหลี่ยมของรถรุ่นก่อน แต่ยังคงใช้รูปทรงลิ่มเหมือนเดิม เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของ aerodynamic และเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่มากขึ้น ซึ่งทันทีที่เปิดตัวก็ได้เสียงตอบรับที่ดีมากทันที Lamborghini Diablo ขับเคลื่อนล้อหลังด้วยขุมพลัง 5.7-liter V12 ให้พละกำลัง 485 horsepower ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 320 km/h ทั้งแรงและเพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเข้าไปหลายอย่าง เช่น กระจกเปิดปิดด้วยไฟฟ้า ในปี 1993 Lamborghini เปิดตัวโมเดลพิเศษ Diablo VT ในงาน Geneva Motor Show ความแตกต่างคือใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และมีการปรับดีไซน์รวมถึงอัพเกรดประสิทธิภาพรถให้สามารถควบคุมได้ง่ายขึ้นในความเร็วสูง และพยายามทำให้ผู้ขับและผู้โดยสารสะดวกสบายมากขึ้นด้วยการใช้ clutch ที่เบาขึ้น เบาะนั่งใหญ่ขึ้น ออกแบบแผงคอนโซลใหม่ และติดตั้งระบบ air-conditioning system ที่เย็นขึ้นกว่ารุ่นก่อน มีการเพิ่มช่องดักอากาศใต้กันชนหน้าระบายความร้อนให้เบรก Brembo พวงมาลัยเปลี่ยนเป็นไฟฟ้า
เชื่อเหลือเกินว่าในยุคปัจจุบัน “เกม” ได้แทรกซึมเข้าไปสู่ทุกเพศทุกวัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเล่นผ่านมือถือ, เครื่องคอนโซล, ตู้เกมตามห้างสรรพสินค้า หรือแม้กระทั่งบอร์ดเกม เรียกได้ว่ามีหลากหลาย และแต่ละแบบก็ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนแตกต่างกันออกไป ด้วยเหตุนี้ทำให้มีจำนวนยูสเซอร์ผู้เล่นเกมเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี แต่จะมีซักกี่คนที่จะอยากลุกขึ้นมาสร้างเกมเป็นของตัวเอง ด้วยเหตุนี้เราจึงขอพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ “คุณเม-เมธี ช่วยปู่” และ “คุณบอล-จิรายุทธ์ ลิมรัตนสราญ” สองคู่หู Co-Founder ผู้สร้างเกมออนไลน์ “Eclipse Quest” เจ้าของ 2 รางวัลใหญ่จาก งาน TGS 2022 และ Thailand Comic Con 2022 เรามาลงลึกรายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการสร้างเกม, ความเชื่องโยงกับโลก NFT และความแตกต่างในความรู้สึกของผู้เล่นกับผู้สร้าง จากบทสัมภาษณ์นี้กันครับ เริ่มต้นด้วยความชอบ คุณเมและคุณบอล จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยในไทยด้วยกัน แต่ช่วงเวลานั้นทั้งคู่ไม่ได้สนิทสนมกันซักเท่าไหร่ จนกระทั่งได้มีโอกาสไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา และก็เพราะความชื่นชอบในการเล่นเกมทำให้ทั้งคู่คุยกันถูกคอ นำไปสู่การชวนไปเล่นบอร์ดเกม จนกระทั่งกลายเป็นคู่ซี้ไปในที่สุด รวมไปถึงยังมีความคิดที่อยากจะสร้างเกมที่รู้สึกรักและชอบจริง ๆ ขึ้นมาตามความฝันของตัวเอง จนสุดท้ายมาจบที่การรวมทีมเพื่อเนรมิตจินตนาการให้เกิดขึ้นจริง คุณเม… “มันเกิดจากเรามองเห็นว่าเราอยากทำเกม แต่ว่าในเทรนด์ปีล่าสุดมันเป็นเรื่อง
ก่อนที่กระแสดนตรีฮิปฮอปและดนตรีป๊อปอีซีลีเซ็นนิงจะก้าวขึ้นมาครองชาร์ตวิทยุในบ้านเราเหมือนที่เห็นในปัจจุบัน หากย้อนช่วงปี 2000’s มันเป็นช่วงที่ดนตรีร็อกครองตลาดบ้านเราอย่างชัดเจน ส่วนหนึ่งต้องยกเครดิตให้กับค่ายเพลงยักษ์ใหญ่โดยเฉพาะฝั่งอโศกที่ผลิตศิลปินร็อกคุณภาพออกมามากมาย สำหรับในพาร์ตนี้ เราลองมาดูกันดีกว่าว่าในช่วงปี 2000-2005 มีผลงานอะไรในยุคนั้นที่ยังถูกพูดถึงมาจนทุกวันนี้บ้าง SILLY FOOLS “JUICY” (2002) หลังจากปรับทิศทางลดเพดานความหนักหน่วงลงนับตั้งแต่อัลบั้ม “I.Q.180” เส้นทางการเติบโตบนวงการดนตรีของ Silly Fools ก็ค่อย ๆ พุ่งทะยานสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งมาถึงอัลบั้ม “Juicy” ที่เหมือนเป็นการตกผลึกประสบการณ์ตลอดทั้ง 3 อัลบั้มที่ผ่านมา มีการบาลานซ์ความหนักและความป๊อปได้อย่างลงตัว แถมผลงานเพลงในอัลบั้มนี้เรียกได้ว่าฮิตแทบทุกเพลง ไม่ว่าจะเป็น “บ้าบอ”, “หน้าไม่อาย”, “ผิดที่ไว้ใจ”, “ขี้หึง”, “แกล้ง”, “น้ำนิ่งไหลลึก” และ “วัดใจ” แม้ว่าเวลาจะผ่านมา 20 ปีแล้ว แต่เราก็ยังคงได้ยินผลงานเพลงจากชุดนี้อยู่เป็นประจำ PARADOX “SUMMER” (2000) วงร็อกที่มีโชว์สุดวาไรตี้ พวกเขาเติบโตมาจากยุคอัลเทอร์เนทีฟรุ่งเรือง ก่อนจะไต่เต้าเข้ามาสู่ชายคาค่ายใหญ่ย่านอโศก โดยมีผลงานเดบิวต์กับ genie records ที่มีชื่อว่า “Summer” Paradox
งดงามสมการรอคอย! เมื่อ “มิโด” (MIDO) แบรนด์นาฬิกาชั้นนำจากสวิตเซอร์แลนด์ ในเครือเดอะ สวอท์ช กรุ๊ป เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) ประกาศเปิดตัวเรือนเวลาหรูรุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น “คอมมานเดอร์” (Commander) นาฬิกาเรือนสุดท้ายที่เหล่านักสะสมต่างรอคอยจากคอลเลกชั่น “ทเวนตี้ เยียร์ส อินสไปร์ บาย อาคิเทคเจอร์” (20Years Inspired By Architecture) ซึ่งเป็นการออกแบบนาฬิการุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น เพื่อเป็นการรำลึกถึงสุดยอดสถาปัตยกรรมชื่อก้องโลกที่ถูกนำมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบนาฬิกาของแบรนด์ “มิโด”(MIDO) ในตลอด 20 ปีที่ผ่านมา “มิโด” (MIDO) แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน (GEORGES SCHAEREN) เริ่มก่อตั้งบริษัท MIDO G.SCHAEREN & CO. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1918 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน
เชื่อว่าพวกเราคุ้นเคยกับชื่อ Eleanor Ford Mustangs กันเป็นอย่างดี แต่อาจจะคิดว่าชื่อนี้ติดตัว Ford Mustangs มาตั้งแต่ออกจากโรงงาน ที่จริงแล้วไม่ใช่แบบนั้นครับ ชื่อ Eleanor เป็น codename ที่มาจากภาพยนตร์เรื่อง Gone in 60 Seonds ต้นตำรับจากปี 1974 รวมถึง Deadline Auto Theft ในปี 1983 ผลงานการกำกับโดย Tody Halicki แต่คนส่วนใหญ่จะรู้จักจากการ remake ภาพยนตร์ Gone in 60 Seconds ปี 2000 แสดงโดย Nicolas Cage กับรถ 1967 Shelby GT500 สีเทาคาดดำแต่งเต็มข้อสุดสวยงาม แต่ชื่อ Eleanor ที่โด่งดังก็มาพร้อมปัญหารุงรังไม่น้อย เพราะ Denice halicki ภรรยาของผู้สร้าง Gone
พออายุเข้า 28 แล้วเนี่ย เราพบว่าตัวเองเป็นคนอ่านการ์ตูนที่ชอบเสพมังงะ One-Shot (ตอนเดียวจบไม่มีภาคต่อ) แบบถอนตัวไม่ขึ้นเลยล่ะ แล้วเหตุผลก็ง่ายมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะไม่มีเวลาอ่านการ์ตูนตอนยาว ตัวละครเยอะ เหตุการณ์ซับซ้อน และจำดีเทลได้ไม่หมดด้วย (คนแก่เว่อร์) แต่อีกส่วนสำคัญมันคือ ‘ความกลมกล่อม’ เราพบว่ามังงะ One-Shot ที่ดี มีพลังส่งต่อความรู้สึกได้เท่า ๆ กับมังงะที่ต้องใช้เวลาอ่านถึง 20 เล่มในการปูทางเพื่อจะอิมแพ็ค เรียกว่าน้อยแต่มาก ตอนเดียวน้ำตารื้นได้เลย และ Pen Pal At The End Of The World ที่กำลังจะแนะนำก็มีพลังถึงขนาดนั้นครับ Pen Pal At The End Of The World มังงะปี 2021 ผลงานเดบิวต์ของ Iwata Sekka ที่ทำร่วมกับ Matsuura Kento (ผู้วาด Phantom Seer) –


