MacBook Air โดดเด่นด้วยดีไซน์บางเฉียบใน 4 สีสวยงาม พร้อมด้วยจอภาพ Liquid Retina ขนาด 13.6 นิ้ว ที่ใหญ่ขึ้น, กล้อง HD 1080p, การชาร์จแบบ MagSafe และอีกมากมาย ชิป M2 มาอยู่ใน MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว ด้วยเช่นกัน และมาพร้อมหน่วยความจำแบบรวมขนาดสูงสุด 24GB ที่รวดเร็ว, การเร่งความเร็ว ProRes และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานสูงสุด 20 ชั่วโมง Apple เปิดตัว MacBook Air ที่ออกแบบใหม่ในทุกรายละเอียด และ MacBook Pro 13 นิ้ว รุ่นอัปเดตโดยที่ทั้งคู่มีชิป M2 ใหม่เป็นขุมพลังที่จะยกระดับประสิทธิภาพและความสามารถสุดล้ำให้เหนือชั้นยิ่งขึ้นไปอีก เริ่มจาก MacBook Air แล็ปท็อปที่ขายดีที่สุดในโลก พัฒนาให้ดีขึ้นไปอีกระดับ ทั้งดีไซน์ใหม่ที่บางเฉียบและประสิทธิภาพที่ทรงพลังยิ่งขึ้น จอภาพ
ย้อนไปในปี 2018 เมื่อ FIA เปิดโอกาสให้ค่ายรถสามารถส่ง Hypercar ของตัวเองลงแข่งในรายการ World Endurance Championship ได้ ทำให้หลายค่ายหันมาสนใจพัฒนารถที่เรียกว่า Le Mans Hypercar Category กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Aston Martin Valkyrie หรือ McLaren Senna ล่าสุดเป็นการเผยโฉม Hypercar ตัวแข่งสุดเซอร์ไพรส์จาก BMW กับรถแข่งที่ได้ชื่อรหัสอย่างเป็นทางการว่า “BMW M Hybrid V8 Hypercar” ซึ่งน่าลุ้นเหลือเกินว่าเราจะได้เห็น street-legal version ของรถแข่งคันนี้ในรูปแบบ street-legal ตามออกมาเพื่อรับมือกับ Mercedes-AMG One หรือไม่ ผลงานที่มาพร้อมดีไซน์ภายนอกสุดดุดันครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งการฉลองโอกาสครบรอบ 50 ปี ของ BMW M Division หลังจากที่มีการเปิดตัว M3 และ M4 CSL
ไอเดียที่เกิดจากความเมาของผู้บริหารเมื่อเกือบหกปีที่แล้ว กลายเป็นโจทย์สุดท้าทายที่สร้างออกมาได้จริงในที่สุด นี่คือ 2023 Mercedes-AMG One รถ street-legal Hypercar สำหรับใช้งานบนท้องถนน ที่ถ่ายทอดเทคโนโลยีทุกอย่างมาจากรถแข่ง Fomula 1 ไม่ใช่แค่การดัดแปลง แต่เป็นการยกทั้งชุดขุมพลัง hybrid 1.6-liter turbocharged V6 พ่วงระบบไฟฟ้า ที่ใช้ในรถแข่ง Mercedes-AMG Petronas Formula 1 E มาใส่ไว้ในเพื่อใช้สร้าง hypercar ที่ใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริง และต้องผ่านข้อกำหนดต่าง ๆ เพื่อให้เป็นรถที่สามารถขับบนถนนได้อย่างถูกกฎหมาย หัวใจหลักของ Mercedes-AMG One คือระบบขับเคลื่อนแบบ hybrid ที่มีขุมพลังรวมมากถึง 1,049 แรงม้า เครื่องยนต์ internal combustion ความจุ 1.6-liter V6 double overhead camshafts, air sprint valves, direct injection ที่มีรอบจัดถึง
กลับมาเป็นกระแสที่พูดถึงอีกครั้งสำหรับภาพยนตร์เรื่อง “4 KINGS” ที่นำเสนอเรื่องราวของบรรดาเด็กอาชีวะในยุค 90’s ที่ประกอบไปด้วย อินทรอาชีวศึกษา , เทคนิคบุรณพนธ์ , กนกเทคโนโลยี และ เทคโนโลยีประชาชื่น (ในภาพยนตร์ปรับชื่อเป็นประชาชล) เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าหากบรรดาเด็กช่างกลต่างสถาบันเจอหน้ากันเมื่อไหร่ก็จะยกพวกซัดกันยับเกือบจะทุกที ซึ่งมันเป็นปัญหาที่คาราคาซังแก้ไขไม่หายมานานหลายสิบปี แถมยังไม่มีใครรู้ด้วยว่าต้นกำเนิดแนวคิดแบบนี้มันเริ่มมาจากใครเป็นคนแรก? “4 KINGS” นำแสดงโดยนักแสดงมากความสามารถมากมาย เช่น เป้ อารักษ์ (ดา อินทร), ณัฏฐ์ กิจจริต (โอ๋ ประชาชล), จ๋าย ไททศมิตร (บิลลี่ อินทร), ภูมิ รังษีธนานนท์ (รูแปง อินทร), D Gerrard (ยาด เด็กบ้าน), ทู สิราษฎร์ (เอก บุรณพันธ์) และ โจ๊ก อัครินทร์ (มด ประชาชล) เป็นต้น ทั้งหมดได้มารวมตัวบนเรื่องราวที่ถูกผูกปมไว้นับตั้งแต่ต้นเรื่อง แม้ภาพยนตร์จะถูกโปรโมตด้วยการชูโรงฉากยกพวกตีกันของเหล่าบรรดานักศึกษาต่างสถาบัน แต่เอาเข้าจริง ๆ
มาดูชีวิตของเด็กคนหนึ่งที่ลาออกจากมัธยมด้วยเหตุผลที่ว่า “ผมจะไปไล่ล่าความฝัน”
ว่ากันว่า ‘สีสัน’ คือสิ่งที่บ่งบอกตัวตน / ความหลงใหล / สไตล์ / รวมไปถึงบุคลิกของแต่ละคน และสกู้ตเตอร์ที่เปี่ยมไปด้วยสีสันอย่าง VESPA ก็พร้อมที่จะสะท้อนตัวตนและเรื่องราวในทุกแง่มุมของผู้เป็นเจ้าของเช่นกัน ซึ่งในวันนี้ UNLOCKMEN x VESPA จะพาทุกคนไปพบกับ ‘เต้ – ศรัณย์ ทับทิม’ ผู้กำกับภาพยนตร์โฆษณา และผู้ก่อตั้ง Vespa Jersey Club ที่รวมเอารูปทรง สไตล์ สีสันอันเป็นเอกลักษณ์ของเสื้อบอล มาผสานกับความคลาสสิกของ VESPA แล้วสะท้อนออกมาผ่านกลุ่มเพื่อนที่ใส่เสื้อบอลขี่ VESPA ไปไหนไปกันได้อย่างสนุกสนานน่าติดตาม โดยจุดเริ่มต้นของการจับเอาเสื้อบอลมาใส่ขี่ VESPA นั้นมาจากสไตล์ส่วนตัวของผู้ชายคนนี้ ที่สนุกสนานไปกับการแต่งตัวที่มีสีสัน โดยไม่สนเซฟโซนว่าจะต้องคุมโทนด้วยสีขาว-ดำเสมอไป เพราะลึก ๆ รู้สึกว่าสีสันมันสามารถสะท้อนตัวตนที่แตกต่างของแต่ละคนได้ อีกทั้งยังเพลิดเพลินกับการนำเอาสไตล์วินเทจ / สตรีท และ สปอร์ต มา MIX & MATCH กัน ด้วยความเชื่อที่ว่าทุกอย่างสามารถผสมผสานกันได้หมด รวมถึงการตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำไมสไตล์ที่ชอบไม่ได้ถูกนำเสนอออกไปจนกลายมาเป็นแรงผลักดันในการตัดสินใจรวมกลุ่มเพื่อนมาใส่เสื้อบอลวินเทจ พร้อมออกท่องเที่ยวไปกับ
ในวันครบรอบ 60 ปี การเดินทางของยานอวกาศ Aurora 7 (ออโรร่า เซเว่น) นาฬิกาในตำนานที่มาพร้อมกับหน้าปัดบอกเวลาแบบ 24 ชั่วโมง ที่ถูกนำกลับมาผลิตอีกครั้ง เพื่อระลึกถึงภารกิจสำคัญในประวัติศาสตร์ และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในโอกาสสำคัญครั้งนี้ Breitling (ไบร์ทลิ่ง)ได้ นำเสนอนาฬิกา Cosmonaute (คอสโมนอต) รุ่นดั้งเดิม ที่เคยเผยโฉมต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 1962 และได้บอกเล่าเรื่องราวอันน่าทึ่งของนาฬิกาเรือนนี้ ในยุค 1960s นาฬิกา Navitimer (เนวิไทเมอร์) ของ Breitling (ไบร์ทลิ่ง) คือนาฬิกาสำหรับนักบินแบบไร้ที่ติแต่ในขณะแนวโน้มของโลกที่กำลังก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว นอกจากการเดินทางและสำรวจอวกาศ และนั่นหมายความว่าโครงการสำรวจอวกาศอื่น ๆ ก็กำลังดำเนินการไปอย่างเงียบ ๆ ในขณะที่ผู้ผลิตนาฬิกาต่างพากันแข่งขัน เพื่อจะเป็นผู้ผลิตนาฬิกาเรือนแรกบนข้อมือของนักบินอวกาศ ด้วยความเชี่ยวชาญด้านนาฬิกาที่เกี่ยวข้องกับการบินของ Breitling ทางให้แบรนด์กลายเป็นผู้นำของกลุ่มผู้ผลิตนาฬิกา เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 1962 Breitling ได้อ้างสิทธิ์อย่างเป็นทางการว่า “นาฬิกาข้อมือจากสวิสเรือนแรกในอวกาศ” หลังจากที่นักบินอวกาศ ScottCarpenter โคจรรอบโลก 3 ครั้งในขณะที่สวมนาฬิกา
หากเอ่ยชื่อสตูดิโอหนังอินดี้อย่าง A24 คนดูหนังรุ่นใหม่ ไม่มีใครไม่รู้จักค่ายหนังที่อุดมไปด้วยผลงานสร้างสรรค์อันแสนท้าทาย เป็นหมุดหมายสำคัญของวงการอุตสาหกรรมหนังนอกกระแสที่น่าจับตาแห่งทศวรรษนี้ UNLOCKMEN จึงขอชวนคุณมาทำความรู้จักค่ายหนังคุณภาพค่ายนี้ ว่าเพราะอะไร เมื่อหนังถูกปะยี่ห้อด้วยโลโก้ A24 ถึงกลายเป็นหนังที่ทุกคนเชื่อมั่นว่าต้องเจ๋งอย่างแน่นอน บนทางมอเตอร์เวย์สาย A24 สู่เส้นทางสายหนังอินดี้ที่น่าจับตา A24 เกิดขึ้นในปี 2012 เมื่อเพื่อนซี้ทั้ง 3 Daniel Katz, David Fenkel และ John Hodges ที่รักในการดูหนังระดับฝังเข้าเส้น ตัดสินใจลาออกจากงานประจำเพื่อตั้งสตูดิโออิสระโดยมีเป้าหมายที่จะกำหนดงานสร้างและทำการตลาดในรูปแบบที่แปลกและแตกต่าง Daniel Katz บอกเล่าถึงจุดเริ่มต้นของชื่อ A24 อย่างเรียบง่ายนี้ว่า “พวกผมใฝ่ฝันมาตลอดที่จะทำสตูดิโอสร้างหนังอินดี้เล็กๆ พูดตามตรงตอนที่พวกเราตัดสินใจออกจากงานประจำที่ทำอยู่ก็กลัวไม่ใช่น้อยเช่นกัน จนกระทั่งพวกเราได้ขับรถไปยังกรุงโรม ขณะที่พวกเราอยู่บนถนนมอเตอร์เวย์ เราเหลือบไปเห็นป้าย A24 เราก็บอกพรรคพวกว่า “เฮ้…ถึงเวลาที่เราต้องทำแล้วว่ะ” ว่าแล้วตัดสินใจลาออก และใช้ชื่อนี้ตั้งบริษัทกันเลย” หาความแตกต่างและสร้างสรรค์ให้สุดขั้ว ผู้บริหารสตูดิโอทั้ง 3 มีความรักและชอบในหนังอินดี้ยุค 90s เข้าเส้นเลือด เขาค้นพบว่าเมื่อโลกหมุนเข้าสู่ศักราชที่ 2000s ดูเหมือนพลังสร้างสรรค์และความกล้าหาญของหนังอเมริกันอินดี้ถูกลดทอนลงอย่างน่าใจหาย “มันเริ่มไม่มีหนังที่เราอยากจะดูมันแล้ว
เมื่อเร็ว ๆ นี้ นิสสัน มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่นประกาศความร่วมมือกับ คริส แรมซีย์ นักผจญภัยชาวอังกฤษ ในภารกิจผจญภัยขับรถยนต์ไฟฟ้า 100% จากขั้วโลกเหนือสู่ขั้วโลกใต้เป็นครั้งแรกของโลก การเดินทางที่กล้าหาญในครั้งนี้จะเริ่มต้นขึ้นในเดือนมีนาคม 2023 แรมซีย์ และทีมจะออกเดินทางด้วย นิสสัน อริยะ (ARIYA) e-4ORCE เป็นระยะทางกว่า 27,000 กิโลเมตรผ่านหลายภูมิภาคและทวีปต่าง ๆ ซึ่งคาดว่าจะมีช่วงอุณหภูมิที่แตกต่างกันตั้งแต่ -30 ถึง 30 องศาเซลเซียส แรมซีย์จะเป็นมนุษย์คนแรกที่ขับขี่รถยนต์จากขั้วโลกหนึ่งไปอีกขั้วโลกหนึ่ง เขาจะเดินทางจากอาร์กติกผ่านทวีปอเมริกาเหนือ อเมริกากลาง และอเมริกาใต้ ก่อนที่จะข้ามไปยังทวีปแอนตาร์กติกา เส้นทางดังกล่าวมีความเป็นที่สุดในทุกๆด้าน ทั้งความทรหด ความรุนแรง ความยากลำบาก และสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เริ่มจากภูมิประเทศที่มีน้ำแข็งปกคลุมไปจนถึงการข้ามผ่านเขาสูงชัน หรือลุยไปในเนินทรายอันกว้างใหญ่ ภารกิจขั้วโลกเหนือสู่ขั้วโลกใต้ หรือ Pole to Pole ที่ขับเคลื่อนโดยนิสสัน อริยะจะพาแฟน ๆ เดินทางผ่านเส้นทางที่น่าทึ่งและยังไม่ได้รับการบันทึกลงในแผนที่ฉบับไหน “นิสสันภูมิใจที่ประกาศความร่วมมือกับคริส แรมซีย์ และทีมสำรวจขั้วโลกเหนือสู่ขั้วโลกใต้ (Pole to


