ต้องมีสักครั้งในชีวิต ที่เราตื่นขึ้นมาใช้ชีวิตแล้วรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในภวังค์ให้ความรู้สึกที่เหมือนกับกำลังอยู่ในฝัน บางครั้งความรู้สึกนี้ก็ทำให้เราสับสนว่า “กำลังตื่น หรือ หลับอยู่กันแน่นะ” ซึ่งอาการนี้ ทางการแพทย์ เรียกว่า ความจริงวิปลาส และถ้าประสบกับมันบ่อย ๆ อาจเป็นสัญญาณของโรคจิตเวชได้ ความจริงวิปลาสคืออะไร ปกติแล้ว ภาวะความจริงวิปลาส (Derealization) นับเป็นหนึ่งในอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคดิสโซสิเอทีฟ (Dissociative Disorders) เช่นเดียวกับบ ภาวะบุคลิกภาพแตกแยก (Depersonalization) ทำให้บางครั้งสองอาการนี้ก็ถูกใช้แทนกันด้วย อย่างไรก็ตาม ทั้งสองอาการไม่ได้มีความเหมือนกันซะทีเดียว แต่มีความแตกต่างกันอยู่ดังต่อไปนี้ Derealization จะเป็นอาการที่เรารู้สึกขาดการเชื่อมต่อกับความเป็นจริงหรือสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว จนเกิดอาการเช่น สิ่งที่อยู่รอบตัวดูเชื่องช้า หรือ ทุกอย่างดูพร่ามัวไปหมด เราจะรู้สึกเหมือนสิ่งที่อยู่รอบตัวไม่มีอยู่จริง เหมือนกำลังอยู่ในโลกจำลอง หรือ โลกแห่งความฝัน ไม่สามารถประมวลผลหรือทำความเข้าใจสิ่งที่อยู่รอบตัวของเราได้ จนเราเกิดความไม่คุ้นเคยกับสถานที่เราอยู่ และเกิดความสับสันระหว่างโลกแห่งความฝันและความเป็นจริง ส่วน Depersonalization คือ ภาวะที่เรารู้สึกตัดขาดจากร่างกาย อารมณ์ และความคิดของตัวเอง คนที่มีอาการนี้มักจะรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเป็นภาชนะว่างเปล่า เป็นเพียงผู้ชมร่างกายตัวเอง หรือ เป็นหุ่นยนต์ที่คอยรับคำสั่งจากคนอื่น ไม่สามารถบังคับร่างกายของตัวเองได้อีกต่อไป แม้พวกเขาจะขยับแขนขยับขา หรือ รู้สึกถึงอารมณ์ของตัวเองได้ก็ตาม
ใครขับ C-Class แล้วรู้สึกว่ารับมือกับความพังของถนนบ้านเราไม่ไหว Mercedes-Benz มีทางเลือกใหม่ เสริมประสิทธิภาพการลุยให้มากขึ้นด้วย C-Class All-Terrain C-Class All-Terrain พัฒนาบนพื้นฐานของตัวถัง Estate Wagon เสริมลุคความแกร่งด้วยชุดแต่งและยกสูงเพิ่ม ground clearance จากรุ่น wagon อีก 40 มิลลิเมตร มาพร้อมระบบขับเคลื่อน all-wheel drive เป็นมาตรฐาน ถือเป็นตัวเลือกที่จะมาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจาก Audi A4 Allroad และ Volvo V60 Cross Country ที่ขายดีในตลาดยุโรป ใต้ท้องรถมีแผ่นปิดปกป้องสำหรับการลุยในระดับนึง ซุ้มล้อเพิ่มบังโคลนสีดำเสริมความบึกบึน ช่วงล่างถูกออกแบบใหม่พร้อมเสริมความแข็งแรงมากกว่าปกติ ด้านหน้าใช้ระบบ four-link ด้านหลัง multi-link มีโหมดการขับเพิ่มขึ้นจากเดิม 2 โหมดคือ ‘Offroad’ สำหรับพื้นฝุ่นดินหินขรุขระ และ ‘Offroad+ with Downhill Speed Regulation’ สำหรับการไต่ทางชัน ซึ่งระบบจะกระจายแรงบิดไปที่
อากาศดี ๆ ลมเย็นพัดสบายแบบนี้ เป็นโอกาสดี ๆ ที่จะพาสาว ๆ ไปดื่มด่ำบรรยากาศ จิบเครื่องดื่มเย็น ๆ ชมพระอาทิตย์ตก มองดูแสงสีของเมืองในบรรยากาศ Rooftop วันนี้ UNLOCKMEN จึงได้รวบรวมสถานที่ Rooftop Bar ที่เราชื่นชอบมาแนะนำเป็นไอเดียสำหรับช่วงวันหยุดยาวนี้ 360 – Millennium Hilton Bangkok เหนือจากพื้นขึ้นไป 32 ชั้นที่โรงแรม Millennium Hilton Bangkok คือหนึ่งใน Rooftop Bar ที่มีวิวสวยที่สุดในประเทศไทย เพราะคุณจะสามารถมองเห็นกรุงเทพมหานครทั้งฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรีพร้อมกันได้อย่างเต็มตาโดยมีแม่น้ำเจ้าพระยาคั่นกลาง และด้วยที่นั่งที่ไล่สโลปลงไปเป็นชั้น ๆ ประกอบการตกแต่งที่เน้นบรรยากาศร่มรื่นเป็นหลัก ทำให้การมา Rooftop Bar แห่งนี้คุณจะรู้สึกเหมือนมาสวนลอยฟ้าซึ่งโดนโอบล้อมด้วยป่าคอนกรีตที่ชื่อ ‘กรุงเทพมหานคร’ นอกจากพระจันทร์เต็มดวงสดสวยที่คุณจะมองเห็นได้เต็มสองตาในคืนลอยกระทงแล้ว ถ้าคุณไปเร็วสักนิด คุณจะได้ชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่เห็นแล้วยากจะเชื่อว่านี่คือในกรุงเทพฯ หนุ่ม ๆ คนไหนกำลังหาที่พาคนรู้ใจไปเดตอยู่ละก็ รับรองว่าที่ 360 – Millennium Hilton Bangkok จะสร้างบรรยากาศเป็นใจสำหรับคุณได้อย่างแน่นอน Location: ชั้น 31-32
เตือนภัยสำหรับผู้ชายทุกคน เพราะ Covid-19 ที่ว่าอันตรายแล้ว ยังมีการค้นพบอาการ Long COVID ที่น่ากลัวยิ่งกว่า นั่นคือมันอาจมีผลทำให้สมรรถนะทางเพศเสื่อมอีกด้วย นักวิจัยจาก University of Miami Miller School of Medicine ได้ทำการตรวจสอบผู้ป่วยเพศชาย 2 ราย ที่เคยติดเชื้อ Covid-19 และทำการรักษาจนหายดีแล้ว กลับพบว่าร่างกายยังมีผลกระทบระยะยาว นั่นคือน้องชายไม่สู้โดยไม่มีสาเหตุ ทั้งที่ก่อนหน้าก็ยังใช้การได้ดีเป็นปกติ เพื่อทำการรักษาให้น้องชายกลับมาแข็งแรง ผู้ป่วย 2 รายจึงปรึกษาแพทย์เพื่อทำการผ่าตัด และระหว่างวิเคราะห์เนื้อเยื่อจากอวัยะเพศ ก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่ามีเชื้อไวรัสโควิดที่ยังมีชีวิตอยู่ ปะปนอยู่ในเนื้อเยื่อดังกล่าวแม้ระยะเวลาจะผ่านมาแล้ว 7-9 เดือน นับตั้งแต่หายจาก Covid-19 นักวิจัยสรุปในบทความที่ตีพิมพ์ใน World Journal of Men’s Health ว่าการติดเชื้อ Covid-19 อาจทำให้เลือดอุดตัน จนกระทบการไหลเวียนของเลือดที่ส่งไปเลี้ยงอวัยวะเพศ เมื่อเลือดไปเลี้ยงไม่ได้ จึงเกิดเป็นปัญหาทำให้น้องชายไม่ขันนั่นเอง ในรายงานระบุด้วยว่า นอกจากอวัยวะเพศที่เสี่ยงต่อการอุดตันของเลือดจาก Covid-19 ส่วนอื่น ๆ ในร่างกายก็มีความเสี่ยงด้วยเช่นกัน
เรียกได้ว่าเป็น 1 ใน ร็อคสตาร์สายปั่นที่สร้างกระแสมาตั้งแต่ยุค 90s เลย สำหรับ Fred Durst ฟรอนท์แมนแห่งวง Limp Bizkit ที่ขยันสร้างความเกรียนมากกว่าขยันทำเพลง เพราะตลอดระยะเวลาอันยาวนานในวงการเพลง วง Limp Bizkit มีผลงานให้ชาว Nu Metal ฟังกันแค่ 5 อัลบั้ม แต่วีรกรรมความกวนนี่ยาวเป็นหางว่าวกันเลยทีเดียว และเพื่อต้อนรับลุคใหม่ในลุค Daddy แบบโคตรจะป๋า วันนี้ UNLOCKMEN ขอย้อนกลับขุดวีรกรรมสุดห่ามสมัยยังเยาว์รุ่นของของ Fred Durst ว่าเคยป่วนกะโหลกสร้างความวายป่วงให้กับวงการ และความเกรียนรอบด้าน แล้วจะรู้ว่าผู้ชายคนนี้สะกดคำว่า “ธรรมดา” ไม่เป็น เคยแกงแฟนเพลงว่ากำลังจะเปิดตัวอัลบั้มใหม่ สำหรับแฟน Limp Bizkit น่าจะนึกไม่ออกว่าเพลงใหม่ล่าสุดของ Limp Bizkit มันหน้าตาแบบไหน เพราะอัลบั้มล่าสุด Gold Cobra อัลบั้มชุดที่ 5 วางแผงตั้งกะปี 2011 (ที่บอกว่า “วางแผง”
คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘SEIKO (ไซโก)’ คำภาษาญี่ปุ่นที่มีความหมายว่า “นาที” “ความดีเยี่ยม” และ “ความสำเร็จ” เป็นคำคุ้นหูที่หลายคนรู้จักในฐานะชื่อแบรนด์นาฬิกาสัญชาติญี่ปุ่นที่อยู่คู่กับคนไทยมาทุกยุคทุกสมัย นอกจากชื่อเสียงที่ชาวไทยคุ้นเคย ในระดับโลก SEIKO ยังถือเป็นแบรนด์ที่สร้างมาตรฐานใหม่บนหน้าประวัติศาสตร์วงการนาฬิกามาแล้วมากมาย ทั้งในฐานะแบรนด์นาฬิกาข้อมือแบรนด์แรกของญี่ปุ่นที่ริเริ่มผลิตนาฬิกาควอตซ์จนทำให้เกิดยุค Quartz Crisis และเป็นแบรนด์ที่ผลิตนาฬิกาดำน้ำไทเทเนียมรุ่นแรกของโลก รวมถึงนวัตกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย จากประสบการณ์ที่ถูกสั่งสมมาอย่างต่อเนื่องยาวนานเป็นเวลากว่า 140 ปี นับตั้งแต่วันแรกที่ SEIKO ได้ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1881 จนกลายเป็นความเชี่ยวชาญที่ผลักดันให้ SEIKO ก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทนาฬิกาชั้นนำในญี่ปุ่น เป็น House of Watchmaking ที่ผลิตทุกชิ้นส่วนของนาฬิกาด้วยโดยช่างผู้ชำนาญการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของนาฬิกา ภายใต้คติ Keep Going Forward ซึ่งหมายถึงการไม่หยุดพัฒนาและก้าวไปข้างหน้าอยู่เสมอ ที่ SEIKO ยึดถือมาจนถึงปัจจุบัน และในปี 2021 นี้ ไม่เพียงแต่เป็นโอกาสพิเศษของแบรนด์คุณภาพจากญี่ปุ่นที่เดินทางมาครบรอบ 140 ปีเท่านั้น ซึ่งพวกเราชาวไทยที่เป็นสาวก SEIKO มาตั้งแต่ยุคบุกเบิกน่าจะรู้กันดีว่าช่วงเวลานี้ถือเป็น “ช่วงเวลาพิเศษ” ของไซโก
ผู้ชายส่วนใหญ่ชอบอยู่กันเป็นกลุ่ม เวลาทำอะไร หรือ ไปเที่ยวที่ไหนก็ทำและไปกันเป็นกลุ่มอยู่เสมอ ทุกคนล้วนอยากมี ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง (sense of belonging) ของกลุ่ม ของสังคม หรือ ของสิ่งที่ยิ่งใหญ่บางอย่าง แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าความรู้สึกนั้นจะเริ่มเข้าถึงยากมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะโรคระบาดทำให้เราต้องอยู่บ้านกันนานขึ้น ใช้ชีวิตคนเดียวบ่อยขึ้น และสังสรรค์กับเพื่อนฝูง หรือ คนรอบตัว น้อยลง ปรากฎการณ์นี้อาจทำให้หลายคนรู้สึกใกล้ชิดหรือเป็นส่วนหนึ่งกับกลุ่มเพื่อนน้อยลงตามมาด้วย ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อชีวิตเราได้อย่างใหญ่หลวงทีเดียว ตามทฤษฎีของนักจิตวิทยา อับราฮัม มาสโลว์ มนุษย์ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม (belongingness) กล่าวคือ ทุกคนต่างมองหาการมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคนอื่น และอยากให้ความสัมพันธ์ดังกล่าวคงอยู่ในระยะยาว ถ้าเกิดว่าเราใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว โดยไม่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งกับอะไรเลย ผลเสียที่จะเกิดขึ้นนั้นอาจมากกว่าแค่ความรู้สึกเหงาหรือโดดเดี่ยว งานวิจัยจาก Harvard study ที่ใช้เวลาในการศึกษานานกว่า 80 ปี พบว่า ความสัมพันธ์ใกล้ชิด (close relationships) เป็นสิ่งสำคัญต่อความสุขของคน และการรักษาความสัมพันธ์ประเภทนี้กับ ครอบครัว เพื่อน หรือ กลุ่มสังคม จะช่วยชะลอการเสื่อมถอยของสุขภาพจิต และร่างกายของเราได้ด้วย สอดคล้องกับ งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่ง (2020)
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการมาของเทคโนโลยี A.I. (Artificial Intelligence ) หรือโปรแกรมปัญญาประดิษฐ์ ที่มีความสามารถในการคิด วิเคราะห์ ประมวลผลเชิงลึก นั้นได้พลิกโฉมการใช้ชีวิตของมนุษย์ยุคปัจจุบัน ให้สะดวกสบายง่ายดายขึ้นในแทบทุกด้าน ไม่ว่าจะด้านการแพทย์ การศึกษา การคมนาคม ธุรกิจอาหาร / การเกษตร หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า แกดเจ็ต สมาร์ตดีไวซ์ต่าง ๆ ก็ล้วนแล้วแต่มีเทคโนโลยี A.I. เป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานอย่างพวกเราให้ได้มากที่สุด และแน่นอนว่าอุปกรณ์สมาร์ตโฟนที่พวกเราทุกคนพกพาเอาไว้เป็นผู้ช่วยสารพัดประโยชน์ เป็นได้ทั้งเครื่องมือติดต่อสื่อสาร, ตัวช่วยในการทำงาน, อุปกรณ์ให้ความบันเทิง รวมไปถึงเป็นกล้องถ่ายรูปคู่ใจ ก็ได้ถูกยกระดับความฉลาดให้สามารถเรียนรู้, ประมวลผล และถ่ายทอดออกมาเป็นผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ ตรงใจ ตอบสนองการใช้งานที่สะดวกง่ายดายมากยิ่งขึ้น ซึ่ง OnePlus Nord 2 5G สมาร์ตโฟนรุ่นต่อยอดความสำเร็จของ OnePlus Nord รุ่นแรกเมื่อปีก่อน ก็ได้นำเอาความล้ำของเทคโนโลยี A.I. มายกระดับความสามารถเพื่อสานต่อเจตนารมย์ของ Nord รุ่นพี่ที่ชูจุดเด่นความเป็น Lite Flagship Smartphone สมาร์ตโฟนสเปกล้ำที่ใครก็เป็นเจ้าของได้ ด้วยนิยามใหม่อย่าง A.I.
นิสสัน ประเทศไทย เปิดตัว เทอร์ร่า ใหม่ รถยนต์เอสยูวีสำหรับทุกคนในครอบครัวที่มีจุดเด่นด้านความปลอดภัย ความบันเทิง และความเอนกประสงค์ที่ตอบสนองทุกการใช้งานของครอบครัว ในราคาเริ่มต้นที่ 1,199,000 บาท ดีไซน์ใหม่ที่อัปเกรดมากขึ้นอย่างน่าประทับใจ ทั้งภายในและภายนอก การออกแบบ นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ สอดคล้องกับปรัชญาการออกแบบ “Unbreakable Design” ดีไซน์ไฟหน้า Quad LED รูปตัวซีอันเป็นเอกลักษณ์ 4 ดวงในแต่ละด้าน ที่สว่างมากขึ้น 34% และออกแบบท้ายรถใหม่ทั้งหมด พร้อมล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 18 นิ้ว การออกแบบภายในแบบใหม่พร้อมเพิ่มเทคโนโลยีที่ทันสมัย และปรับให้เบาะนั่งสบายขึ้น รวมถึงสามารถปรับรูปแบบที่นั่งแถวที่สองและสามได้หลากหลาย เพียงกดปุ่ม 1-touch remote fold & tumble ที่คอนโซลกลาง และฝาประตูท้ายระบบไฟฟ้าและเซนเซอร์ด้านใต้กันชนหลัง** มาพร้อมสีให้เลือก ได้แก่ สีขาว ไวท์ เพิร์ล, สีเงิน บริลเลียนท์ ซิลเวอร์, สีดำ แบล็ค สตาร์


