เวลาที่เราต้องทำงานหลายชิ้นพร้อมกัน เราอาจเกิดอาการคิดมาก และเกิดคำถามกับตัวเอง เช่น จะลงมือทำงานชิ้นไหนก่อนดี หรือ ควรใช้เวลาทำงานแต่ละชิ้นนานแค่ไหน เป็นต้น ซึ่งความสับสนวุ่นวายที่เกิดขึ้นในหัว อาจทำให้เราลงมือทำงานได้ช้า และสามารถจัดการงานได้แย่ลงด้วย UNLOCKMEN เห็นว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ เลยอยากมาแนะนำเทคนิคที่จะทำให้ชีวิตง่ายขึ้นชื่อว่า ‘GTD’ ซึ่งหากใครรู้จักและรับเทคนิคนี้ไปแล้ว จะทำงานได้ productive มากขึ้นอย่างแน่นอน GTD คืออะไร GTD หรือ Getting Things Done คือ เทคนิคสร้างความโปรดักทีฟที่พัฒนาโดย David Allen ที่ปรึกษาด้านการบริหาร และเจ้าของหนังสือยอดฮิตอย่าง “Getting Things Done” โดยเทคนิคนี้จะเกี่ยวข้องกับการบริหารเวลา (time management) และจัดความสำคัญของสิ่งที่เราต้องทำ (priorities) เพื่อป้องกันอาการสมองรกที่เกิดขึ้นจากการรับมือกับภาระจำนวนมาก และทำให้ความสามารถในการทำงานของเราลดลง สำหรับประโยชน์ของ GTD ที่เห็นได้ชัด คือ มันทำให้เรารู้ว่าควรทำอะไรก่อนและหลัง ช่วยให้เราจัดการกับสิ่งที่อยู่ในหัวได้อย่างเป็นระบบ ป้องกันไม่ให้เราเกิดอาการคิดมาก และสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้มันยังช่วยให้เราสามารถสลับบทบาทในชีวิตของตัวเองได้ดีขึ้น เช่น บางคนอาจจะเป็นทั้งพ่อคน และผู้บริหาร เทคนิคนี้จะช่วยให้ทำหน้าที่ในแต่ละบทบาทได้ดีขึ้น
Collection พิเศษที่เกิดจากความเป็นแฟนกีฬาเบสบอลรุ่นใหญ่ของ Ralph Lauren ถูกถ่ายทอดผ่านแฟชั่นสุดเท่ที่ร่วมมือกับ 4 ทีมชื่อดังแห่ง MLB (Major League Baseball) ได้แก่ New York Yankees, Los Angeles Dodgers, Chicago Cubs และ St. Louis Cardinals หลายคนอาจไม่รู้ว่า Mr. Ralph Lauren เป็นแฟนคลับเหนียวแน่นของ New York Yankees ที่เติบโตในเขต Bronx โดยมีนักกีฬาดาวรุ่งอย่าง Joe DiMaggio “The Yankee Clipper” และ Mickey Mantle “The Commerce Comet” 2 นักเบสบอลที่เล่นให้กับ Yankees เป็นไอดอลมาโดยตลอด จากความชอบกลายเป็นแรงบันดาลใจในการดีไซน์ผลงานที่ผสมผสานจุดเด่นของทั้งแฟชั่นและเบสบอลเข้าไว้ด้วยกัน Polo Ralph Lauren x
พอเกิดโรคระบาดขึ้นมา เทรนด์การตลาดออนไลน์ก็เปลี่ยนไปพอสมควร เนื่องจากทุกคนต้องอยู่บ้านกันมากขึ้น โลกออนไลน์เลยได้รับความสำคัญมากกว่าแต่ก่อน ธุรกิจที่เมื่อก่อนไม่ได้อยู่บนโลกออนไลน์ก็ต้องมาอยู่ในแพลตฟอร์มนี้กันมากขึ้น เมื่อการตลาดออนไลน์เริ่มเป็นพื้นที่แข่งขันทางธุรกิจที่ดุเดือดมากขึ้น และการเอาตัวรอดบนแพลตฟอร์มนี้ดูจะเป็นเรื่องยากมากขึ้นทุกที UNLOCKMEN เลยอยากมาแนะนำเทคนิคในการทำ Digital Marketing เพื่อให้นักธุรกิจทุกคนสามารถรอดพ้นจากวิกฤต COVID-19 กันได้ถ้วนหน้า ทำการตลาดออนไลน์หลายช่องทาง การตลาดบน Facebook เพียงช่องทางเดียว ดูจะล้าสมัยไปแล้ว เพราะตอนนี้มีหลายช่องทางที่บูมในช่วงวิกฤต COVID-19 ไม่ว่าจะเป็น TikTok หรือ Clubhouse แถม Facebook เองก็ยังมีปัญหาที่ทำให้คนเริ่มออกไปเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการปรับอัลกอริทึมที่ทำให้ยอด Organic Reach ของเพจต่าง ๆ ลดลง หรือการใช้ AI ในการตรวจสอบเนื้อหาที่อยู่ในแพลตฟอร์ม ซึ่งพ่วงสารพัดปัญหาตามมา ไม่ว่าจะเป็น การปฏิเสธโฆษณาที่สุจริต หรือ การลบ เพจ และ กลุ่มที่ไม่ได้มีเนื้อหาละเมิดกฎอะไร ดังนั้นการเอาตัวรอดในโลกออนไลน์ จึงต้องใช้การตลาดออนไลน์หลายช่องทางเข้ามาเกี่ยวข้อง กล่าวคือ แบรนด์ควรสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์บนหลายแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น Instagram, Facebook, Youtube, Blockdit
Mercedes-Benz ยังคงเอาจริงกับการพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้าในกลุ่ม EQ อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เผยโฉม Mercedes-Benz Concept EQT รถตู้หรู 7 ที่นั่งกับดีไซน์สุดหรูล้ำน่าประทับใจ เป็นโมเดลล่าสุดต่อจาก EQC และ EQS ถ้าบอกว่า Concept EQT เป็นรถตู้ Mini Van มีดีไซน์โดดเด่นที่สุดในตอนนี้ก็ไม่ผิดนัก เป็นรถที่ใกล้เคียงกับเวอร์ชั่นผลิตจริงบนตัวถังของรหัสใหม่ T-Class น้องเล็กที่วางตำแหน่งรองจาก V-Class โดยในตัวถัง EQT ยังคงใช้ดีไซน์ที่ดูรู้ได้ทันทีว่าเป็นรถตระกูล EQ-family กระจังหน้า Star-pattern สีดำเรืองแสง ไฟLED ที่เชื่อมต่อกันแบบ seamless ทั้งด้านหน้าและหลัง ล้อขนาด 21 นิ้วใต้โป่งล้อที่ใหญ่โตกว่ารถ Mini Van ทั่วไป หลังคา panoramic roof ด้ายท้ายดีไซน์ให้ดูบึกบึนแข็งแกร่งด้วยประตูบานหลังขนาดใหญ่พร้อมไฟ LED เพิ่มความทันสมัยของรถยนต์ไฟฟ้า ภายในหุ้มหนัง Nappa สีขาวทั้งคันตั้งแต่แผงคอนโซลหน้า พวงมาลัย แท่นเกียร์ ไปถึงเบาะนั่งทั้ง
เวลาเราตั้งใจทำอะไรสักอย่างอย่างสุดความสามารถ แต่สุดท้ายผลที่ออกมากลับไม่เป็นไปตามที่เราคาดหวังเราไว้ เหตุการณ์นี้มักทำให้เราเกิด Pain หรือ ความเจ็บปวดอยู่เสมอ และความเจ็บปวดจะยิ่งสาหัสมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเราเจอกับความล้มเหลวแบบเดิมซ้ำไปซ้ำมา เหมือนกับไม่ได้เรียนรู้อะไรจากมันเสียที UNLOCKMEN เลยอยากมาแนะนำวิธีการเรียนรู้จากความผิดพลาด เพื่อให้ทุกคนสามารถรับมือกับมัน และกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิมได้ ข้อดีและข้อเสียของความผิดพลาด หลายคนเกลียดความผิดพลาดเข้าไส้ และพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ความผิดพลาดเกิดขึ้น แต่บางครั้งความผิดพลาดก็ยังเกิดขึ้นได้จากปัจจัยที่เหนือการควบคุมของพวกเขา เช่น ถ้าเราพยายามทำงานกลุ่มให้ยอดเยี่ยมที่สุด แต่เพื่อนร่วมทีมของเราไม่สามารถทุ่มเทให้กับงานได้เท่ากับที่เราหวังไว้ได้ ผลสุดท้ายความผิดพลาดมันก็เกิดขึ้นได้อยู่ดี ดังนั้น เราไม่สามารถคาดหวังได้ว่าความผิดพลาดจะไม่มีวันเกิดขึ้น และสิ่งเราควรทำนอกจากกลัวความผิดพลาด คือ มองว่ามันเป็นสัญญาณที่ช่วยให้เราพัฒนาตัวเองทั้งในด้านความสามารถ ความคิด และนิสัย พร้อมเปิดใจรับมันและเรียนรู้จากมัน แบบนี้จะช่วยให้เราไม่เจ็บ และมองความผิดพลาดเป็นประโยชน์ต่อตัวเองมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เวลาเกิดความผิดพลาด เรามักจะคิดถึงมันซ้ำไปซ้ำมา และมีความคิดในแง่ลบเกี่ยวกับตัวเอง เช่น มองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของตัวเอง 100% มองว่าตัวเองไร้ความสามารถ หรือ ถ้าเจอสถานการณ์แบบเดิมอีกครั้งจะคิดว่าตัวเองแก้ปัญหามันไม่ได้ เป็นต้น ปรากฎการณ์นี้เกิดขึ้นได้จากการที่เราถูกสั่งสอนมาตั้งแต่เด็กว่า ให้หลีกเลี่ยงหรือกลัวความผิดพลาด เราจึงมองมันเป็นเรื่องย่ำแย่มากเกินไป และเมื่อมันเกิดขึ้นจึงเกิดอาการรับไม่ได้ขึ้นมา เราสามารถแก้ปัญหานี้ได้ด้วยการเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อความผิดพลาด เราจะพัฒนาตัวเองจากความผิดพลาดได้อย่างไรบ้าง ความผิดพลาดมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ด้านหนึ่งมันก็ทำให้เราเรียนรู้และปรับปรุงตัวเอง อีกด้านหนึ่งมันก็ทำให้เราเจ็บปวดและเป็นทุกข์ แต่ถ้าเราเลิกกลัวความผิดพลาด และมองมันในแง่บวกมากขึ้น ผลเสียที่เกิดจากความผิดพลาดก็คงจะเล่นงานเราไม่ได้เหมือนเดิม
เมื่อก่อนคนทำงานคงได้ยินกันบ่อยเรื่อง Work-Life Balance หรือ การรักษาสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิต ซึ่งช่วยประคับประคองความสุขในชีวิตให้คงอยู่ไปได้ยาวนาน แต่ในความเป็นจริง Work-Life Balance อาจเกิดได้ยากเกินไป เพราะการทำงาน Overtime (OT) เกิดขึ้นได้เสมอ แถมคนส่วนใหญ่ก็หมดเวลาไปกับการทำงานมากกว่าการใช้ชีวิตอยู่แล้ว ดังนั้น การแบ่งเวลาให้งานและชีวิตอย่างสมดุลจึงเป็นเรื่องที่โหดหิน และทำให้หลายตนเครียดมากกว่าเดิมได้ UNLOCKMEN เลยอยากให้ทุกคนลืมเรื่อง Work-Life Balance ไปสักพัก และมาทำความรู้จักกับ Work-Life Flow ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์ใหม่ที่จะเข้ามาแทนที่ Work-Life Balance อะไร คือ Work-Life Flow Work-Life Flow คือ คอนเซ็ปท์ที่แนะนำให้เราทำทุกกิจกรรมโดยไม่ต้องเคร่งเรื่องตารางเวลามาก แต่ให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่น หรือ ความสามารถในการปรับวิธีการใช้ชีวิตของตัวเองให้สอดคล้องกับสถานการณ์ได้ตลอดเวลา เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการใช้ชีวิต ยกตัวอย่างเช่น ถ้าวันไหนเรารู้ว่าต้องทำงานล่วงเวลาจนดึก เราก็อาจตื่นเช้าขึ้น เพื่อให้มีเวลาทำสิ่งอื่นมากขึ้น เป็นต้น หากเรารับคอนเซ็ปท์นี้มาใช้ในชีวิตจะส่งผลดีต่อตัวเราหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ช่วยลดความเครียดในการทำงาน ช่วยให้เราทำงานได้อย่างผ่อนคลายมากขึ้น และช่วยให้เราสามารถจัดการชีวิตได้ดีขึ้นด้วย ถือเป็นแนวคิดที่ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นอย่างมาก เราจะสร้าง Work-Life Flow
ผ่านการ Facelift มาหมาด ๆ สำหรับ Mercedes-AMG E 63 S การอัพเดทลุคภายนอกและภายในที่ดูดุดันให้อารมณ์สปอร์ตมากขึ้น แต่ใต้ฝากระโปรงยังคงเป็นเครื่องยนต์ 4.0 ลิตร twin-turbo V8 603 แรงม้า แรงบิด 850 นิวตันเมตรเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งนั่นก็มากพอจะขึ้นแท่นหัวแถวของรถยนต์ซีดานที่แรงที่สุดได้ไม่ยาก แต่ facelift มาทั้งที จะแรงเท่าเดิมได้ไง ว่าแล้ว Brabus ก็ทำตามธรรมเนียม จับ Mercedes-AMG E 63 S มาเปลี่ยนเทอร์โบคู่ใหม่ อัพไซส์เพิ่มแรงอัดพร้อมเสริมความแข็งแกร่งให้เทอร์โบรองรับ boost 1.6 bar ได้ในชีวิตประจำวัน รวมถึง remapped ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง จุดระเบิด และตัวควบคุมเทอร์โบให้จัดจ้านมากยิ่งขึ้น แค่เห็นท่อดักอากาศคาร์บอนที่เสียบอยู่บนกระจังหน้าสไตล์รถซิ่งเต็มพิกัดก็รู้ได้ทันทีว่าพี่ไม่ธรรมดาแน่นอน หลังผ่านการปรับจูนทั้งหมด ทำให้ 2021 Brabus 800 Mercedes-AMG E 63 S มีสมรรถนะดึขึ้นกว่าเดิมมาก
ในโลกของการเทรด Cryptocurrency ตอนนี้ ไม่มีใครไม่รู้จักเหรียญอภินิหาร Dogecoin ที่เริ่มจากความไร้สาระ แต่กลับทำให้หลายคนกลายเป็นเศรษฐีเงินล้านมาแล้วทั้งโลก มีการคำนวณว่าถ้าคุณซื้อ Dogecoin เก็บไว้ตั้งแต่ก่อน Elon Musk เร่ิม tweet ครั้งแรกเป็นเงิน $100 มาถึงวันนี้ คุณจะมีเงินไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาท ทวีคูณมากขึ้นราว 29,400% หลายคนอาจจะคิดว่า ป่านนี้ Creator ผู้สร้าง Dogecoin เหรียญที่วันนี้มี Market Cap มากถึง $80 billion น่าจะรวยเป็นพัน ๆ ล้านไปแล้วใช่มั้ยครับ? ใครจะไปรู้ว่า Billy Markus หนึ่งในทีมผู้สร้าง Dogecoin ขึ้นมานั้น จะขายเหรียญ Crypto ของเค้าทั้งหมดพอร์ต ซึ่งมีทั้ง Litecoin, Bitcoin และ Doge โดยหลังจากขายออกไปไม่กี่วัน ราคาเหรียญทั้งหมดก็เริ่มพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติศาสตร์ จึงเรียกได้ว่าเป็น เทพเจ้าแห่งการขายหมู ตัวจริงเสียงจริง ในปี 2015
หนึ่งในแบรนด์มอเตอร์ไซค์ที่หันมาเอาจริงด้าน zero-emissions motorcycle หรือมอเตอร์ไซค์พลังไฟฟ้าก็คือ “Husqvarna Motorcycles” หลังจากเปิดตัว E-pilen concept คันแรกไปก่อนหน้านี้ไม่นาน มอเตอร์ไซค์ดีไซน์สปอตร์ขุมพลัง 8 kW ที่สามารถขี่ได้ไกลถึง 100 km และสามารถถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่สำรองใส่ใช้งานได้ทันที ต่างจากรถพลังไฟฟ้าทั่วไปที่มักจะมีแบตเตอรี่แบบ Built-in ไม่สามารถถอดเปลี่ยนเองได้ ซึ่งมีเสียงตอบรับในทางที่ดีเยอะมาก เรียกว่าเปิดตัวมาก็ได้ฐานแฟนคลับจำนวนมากไปในทันที มาถึงผลงานชิ้นที่สองของ Husqvarna Motorcycles “Vektorr concept” ที่มาในบอดี้ Scooter พลังงานไฟฟ้า จุดเด่นอยู่ที่ดีไซน์ออกแบบให้มีทั้งความเท่แบบย้อนยุค แต่กลับผสมผสานรายละเอียดของความทันสมัยให้เข้ากันได้เป็นอย่างดีด้วย design concept Progressiveness, Innovation, Style and Uniqueness สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 45 km/h และขี่ได้ระยะทาง 95 km ต่อการชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้ง Husqvarna Motorcycles วางตำแหน่ง Vektorr concept ให้เป็นยานพาหนะสำหรับคนเมืองที่ต้องการความเรียบง่ายในการเดินทาง ขนาดกะทัดรัด ขี่ง่ายเหมือน Scooter


