เวลาใช้ชีวิตหรือทำงานร่วมกับคนอื่น สิ่งที่เราควรระมัดระวังเป็นพิเศษ คือ Self-Serving bias เพราะมันจะทำลายความสัมพันธ์ของเรากับคนอื่นได้ และจะส่งผลเสียต่อการทำงานร่วมกันในอนาคต Unlockmen เลยอยากมาแนะนำวิธีการพิชิต Self-Serving bias เพื่อให้ทุกคนสามารถยอมรับความผิดพลาดได้มากขึ้น และใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นได้อย่างมีความสุข อะไรคือ Self-Serving bias ? Self-Serving bias คือ ปรากฎการณ์ที่เราพยายามเคลมผลงานที่ดีว่าเป็นเพราะฝีมือหรือความสามารถของตัวเอง แต่กลับโทษอย่างอื่นหรือคนอื่นเมื่อความผิดพลาดเกิดขึ้น ยกตัวอย่างเช่น คนที่เชื่อว่าตัวเองได้รับการว่าจ้าง เพราะมีความสามารถ คุณสมบัติ หรือ ผลงานที่เหมาะสมกับการทำงาน แต่ตอนที่ไม่ได้รับเลือกกลับบอกว่า คนคัดเลือกไม่ชอบตัวเอง เป็นต้น ปรากฎการณ์นี้สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น ความพยายามในการรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของตัวเอง (self-enhancement) ความพยายามในการรักษาคุณค่าในตัวเอง (self-esteem) มันอาจเป็นผลพ่วงของการมองโลกในแง่ดีมากเกินไป หรือแม้แต่ปัจจัยอย่างความแตกต่างด้านวัฒนธรรมก็มีผลต่อการเกิด Self-Serving bias ได้เช่นกัน ปัญหาของ Self-Serving bias คือ มันอาจทำให้เรากลายเป็นคนหลงตัวเอง (narcissism) และมีปัญหาในการทำงานหรือใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นได้ เพราะเวลาทำงานพลาด คนที่ Self-Serving bias มักโทษคนอื่นมากกว่าโทษตัวเอง ซึ่งพฤติกรรมนี้นำไปสู่ความขัดแย้งและความพังทลายของความสัมพันธ์ได้
หากเราพูดถึงรองเท้าอันยอดเยี่ยมที่หนุ่ม ๆ อยากจะมีไว้ครอบครองหลายคนคงจะมีชื่ออยู่ในใจอย่าง Nike , adidas หรือแม้กระทั่งรองเท้าระดับกูตูร์อย่าง Balenciaga , Gucci , Givenchy และอีกมากมาย ทว่าหากเราเปลี่ยนคำถามเป็นว่ารองเท้าอะไรที่สวมใส่สบายแบบสุด ๆ จนคุณไม่อยากจะถอดมันออกจากเท้าเลย คุณคิดว่ารองเท้าคู่นั้นคือยี่ห้ออะไร ? ใช่เลยเรากำลังพูดถึง Crocs รองเท้าที่ฉีกกฎเกณฑ์เดิม ๆ และก้าวมาเป็นรองเท้าแห่งศตวรรษอย่างแท้จริง ด้วยสีสันหน้าประหลาดที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรองเท้าทรงโบราณ (Clogs) แต่ถูกพัฒนาให้เน้นเรื่องของฟังก์ชั่นสำหรับผู้สวมใส่สบายเป็นหลัก แต่ทำไปทำมาด้วยความแปลกอันมีเอกลักษณ์นี้หละที่ทำให้ Crocs กลายมาเป็น Must Items ที่เซเลปทุกคนมีติดบ้านขายดีเป็นเทน้ำเทท่า อีกทั้งยังมีรุ่นพิเศษออกมาสำหรับนักสะสมไม่ต่างจาก Sneakers แบรนด์ดังเลยทีเดียว จุดยืนของ Crocs ในปัจจุบันแทบไม่รู้ว่าจะจัดให้พวกเขาอยู่ในประเภทใด เพราะผู้ใช้สามารถใส่เป็นรองเท้าลำลองสายสุขภาพ ออกไปเดินห้าง หรือแม้กระทั่งใส่ไปงานกาล่าดินเนอร์สำคัญ ๆ คู่กับ Blazer หรือ Suit ก็มีให้เห็นแล้วเช่นกันไม่ใช่เรื่องแปลกตาอะไร ซึ่งก่อนอื่นเลยเราจะขอมาเล่าเรื่องราวที่มาของแบรนด์ Crocs ก่อนสักเล็กน้อย เพื่อปูทางว่าทำไมพวกเขาถึงได้เข้ามามีบทบาทและเป็นหนึ่งในแบรนด์ไลฟ์สไตล์แฟชั่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดแบรนด์หนึ่งของโลก Crocs, Inc ก่อตั้งโดย
ในวันที่โลกของดนตรีถูกทลายกำแพงด้วยความหลากหลาย ใครจะไปคาดคิดว่า 4 สาวจากอีกซีกโลกหนึ่ง จะนำพาภาพลักษณ์ของตัวตน และดนตรีร่วมสมัยจนสามารถปักหมุดความนิยมไปทั่วทั้งโลกได้ในระดับปรากฏการณ์ หากเอ่ยชื่อ BLACKPINK ไม่มีใครไม่รู้จักพวกเธอทั้ง 4 แต่หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเส้นทางแห่งความสำเร็จของพวกเธอ จากเด็กน้อยฝึกหัด กว่าจะมาเข้าสู่ค่ายเพลงเกาหลี ไปจนถึงความดังระดับโลกนั้นไม่ใช่ง่าย ๆ ใครที่เคยคิดว่าแค่เต้นได้ หน้าตาดี แค่นี้ก็ดังได้ เราอยากให้มาดูกันว่าพวกเธอต้องผ่านอะไรมาบ้างกว่าจะอยู่จนถึงจุดสูงสุดขนาดนี้ ถึงแม้ BLACKPINK จะเป็นศิลปินเกาหลี แต่สาว ๆ ทั้ง 4 กลับมีที่มาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เริ่มต้นด้วย Jennie สาวเกาหลีที่ไปใช้ชีวิตในประเทศนิวซีแลนด์ตั้งแต่เด็ก / Rose สาวเกาหลีที่เกิดและเติบโตในประเทศออสเตรเลีย / Jisoo สาวเกาหลีพี่ใหญ่จากกรุงโซล และ Lisa สาวสายเลือดไทยเพียงคนเดียว ที่ต้องต่อสู้กับความเหงา ความโดดเดี่ยวจากถิ่นฐานบ้านเกิดเพื่อมาไล่ตามหาความฝันซึ่งไม่มีอะไรการันตีได้ว่าจะเป็นจริงได้หรือไม่ นี่คือสิ่งที่ทั้ง 4 ต่างรับรู้กันอย่างลึกซึ้ง โดยทั้ง 4 ข้ามน้ำข้ามทะเลจากต่างถิ่นต่างที่จนได้มาเจอกันที่ YG Entertainment เพื่อสานฝันในการเป็นศิลปินอย่างเต็มตัว YG Entertainment เป็นแหล่งรวมความฝันของหนุ่มสาวทั่วโลกที่ใฝ่ฝันอยากร่วมงาน
เวลาเราทำงานหรือแข่งขันกับเพื่อน หลายคนมักจะทุ่มเทแรงกายและแรงใจให้กับมันอย่างเต็มที่ เพราะคาดหวังให้ผลงานของตัวเองมีคุณภาพ และสามารถโชว์ให้คนอื่นดูได้แบบไม่เคอะเขิน การตั้งมาตรฐาน หรือ ความคาดหวังไว้สูงเป็นเรื่องที่ดี เพราะมันช่วยให้เรามีแพสชั่นและความตั้งใจ แต่อย่างไรก็ดี ถ้าเราเป็นคนนิยมความสมบูรณ์แบบ หรือ perfectionist (เช่น หวังว่า งานที่ออกมาจะต้องไม่มีข้อผิดพลาด 100% หรือ ทุกคนจะต้องชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ เป็นต้น) เราจะมีความสุขได้ยาก และมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีนักกับคนรอบข้าง UNLOCKMEN เลยอยากให้ทุกคนลองเช็คความเป็น perfectionist ในตัวเอง และลองทำ 5 วิธีกำจัดนิสัยชอบตวามสมบูรณ์แบบกัน สัญญาณที่บอกว่าคุณนิยมความสมบูรณ์แบบมากเกินไป ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่า คนที่มีความทะเยอทะยานสูง (High Archiver) กับ Perfectionist มีความแตกต่างกัน แม้คนสองกลุ่มนี้จะมองหาความสำเร็จเหมือนกัน แต่สิ่งที่พวกเขามีต่างกัน คือ ความสามารถในการรับมือกับความล้มเหลวหรือผิดพลาด โดย High Archiver มักจะไม่ด่าตัวเองเมื่อทำผิดพลาด แต่จะเรียนรู้และเติบโตขึ้นจากมัน ส่วน Perfectionist มักจะพยายามอย่างหนัก เพื่อป้องกันหรือหลีกหนีความผิดพลาด เพราะพวกเขากลัวความผิดพลาดนั่นเอง พฤติกรรมที่เราพบได้บ่อยในกลุ่ม Perfectionist ได้แก่ วิจารณ์คนอื่นอยู่เสมอ มักเสียเวลาไปกับการแก้ไขงานจนบางครั้งส่งงานไม่ทันกำหนด
หลายคนคงเป็นบ่อยเวลาที่เราจะต้องทิ้งของเก่า แต่เราไม่สามารถทิ้งมันได้ อาจเป็นเพราะมันมีคุณค่าทางใจ หรือ อะไรก็ตาม ปัญหานี้เกิดขึ้นได้จาก Endowment Effect ปรากฎการณ์ทางจิตที่ทำให้เราจัดการกับของที่เรามีอยู่ได้แย่ลง ซึ่ง UNLOCKMEN ได้นำวิธีการเอาชนะมันมาฝากทุกคนด้วย WHAT IS ENDOWMENT EFFECT? Endowment Effect เป็นปรากฎการณ์ทางจิตวิทยาที่เกิดขึ้น เมื่อเราให้คุณค่ากับสิ่งที่เรามีอยู่มากเกินมูลค่าที่แท้จริงของมัน ส่งผลให้เราเจอกับปัญหา เช่น ไม่สามารถขายมันในราคาที่เหมาะสมกับมูลค่าที่แท้จริง หรือ ทิ้งมันไปในเวลาที่เราไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรจากมันแล้วได้ ปรากฎการณ์นี้ได้รับการยืนยันโดย การทดลองเมื่อปี 1990 ซึ่งได้จำลองสถานการณ์ซื้อขายแก้ว โดยแบ่งนักศึกษามหาวิทยาลัยแบบสุ่มออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ได้รับแก้วประทับโลโก้ของมหาวิทยาลัย และกลุ่มที่ได้รับเงิน $6 ซึ่งเป็นจำนวนที่เท่ากับราคาที่ตั้’ไว้ของแก้วพอดี ผลการทดลองพบว่า คนที่เป็นเจ้าของแก้วมักจะพยายามเก็บมันไว้มากกว่าที่จะขายมันให้คนอื่น โดยพวกเขาจะกำหนดราคาของแก้วเฉลี่ยราว 5$ – 7$ ส่วนคนที่ไม่ได้เป็นเจ้าของแก้วมักต้องการใช้เงินเฉลี่ยราว $2.5 หรือ $3 เพื่อซื้อแก้วหนึ่งใบเท่านั้น ปรากฎการณ์ที่เจ้าของแก้วตั้งราคาแก้วสูงเกินไปนี้ ได้รับอธิบายว่าเป็น Endowment Effect กล่าวคือ เพราะคนรู้สึกว่าตัวเองมีความผูกมัด หรือ
การตัดสินใจทำอะไรสักอย่างในยุคนี้เป็นที่ยากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเราถูกรายล้อมไปด้วยข้อมูลจำนวนมาก และบ่อยครั้งมันก็ทำให้เรา ‘โอเวอร์เวล์ม’ จนทำอะไรต่อไม่ถูกได้เหมือนกัน UNLOCKMEN เลยอยากแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับวิธีคิดแบบหนึ่งที่นักธุรกิจชื่อดังระดับโลกอย่าง ‘อีลอน มัสก์’ ‘เจฟฟ์ เบโซส’ หรือ ‘รีด แฮสติ้งส์’ นำมาใช้แก้ไขปัญหาธุรกิจของตัวเอง วิธีคิดนี้มีชื่อว่า ‘First Principles’ First Principles เป็นแนวคิดของ ‘อริสโตเติล’ นักปรัชญาชาวกรีก ผู้มีชีวิตเมื่อหลายพันปีก่อน โดยเขาเชื่อว่า หากทุกคนเข้าใจ ‘หลักการพื้นฐาน’ (Fundamental Principles) ของเรื่องที่ต้องการศึกษา จะเข้าใจสิ่งที่แต่ละคนต้องการเรียนรู้มากขึ้น พูดให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ First Principles แนะนำให้เราค้นหาข้อเท็จจริงหรือข้อสรุปที่เป็นจริงในทุกสถานการณ์ ย่อยมันลงมาให้เหลือแค่ความจริงพื้นฐาน จากนั้นก็เริ่มคิดวิธีการแก้ปัญหาหรือหาข้อสรุปจากข้อมูลตรงนั้นต่อ ตัวอย่างการนำ First Principles ไปใช้จริงก็เช่น ถ้าเราเริ่มอยากดูแลอาหารการกินของตัวเอง แต่ปัจจุบันมีเทรนด์การกินอาหารเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น คีโต IF หรือ กินคลีน ฯลฯ First Principles จะทำให้เห็นว่า จริง ๆ
หลังจากที่ The Real EP. ที่ผ่านมาเราได้พาทุกคนไปรู้จักกับ >> “NAMSING” หรือ “คุณ หนุ่ย – ธนฤทธิ์ พรมภา” ศิลปินนักออกแบบวาดลายเสื้อเสื้อวงดนตรีให้กับวงดนตรี METAL ระดับโลก<< ไม่ว่าจะเป็น AC/DC, Slayer, Slipknot, Rob Zombie , The Devil Wears Prada, Five Finger Death Punch เป็นต้น ซึ่งจะว่าไปแล้ว หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า “เสื้อวง” ที่ว่าเหล่านี้ โดยเฉพาะพวกเสื้อวงดนตรี METAL ของเหล่าแฟนเพลง Metalheads ตัวจริงด้วยแล้ว คุณเชื่อหรือไม่ว่ามันเป็นมากกว่าแค่แฟชั่นหรือเครื่องแต่งกาย ในวงการเพลงเราคงต้องยอมรับว่าแฟนเพลงสาย Metal นั้น มีความแตกต่างที่ชัดเจน และมีความผูกพันในดนตรี และวงดนตรีที่พวกเขารักอย่างลึกซึ้ง และแฟนเพลงเหล่านี้นี่เอง ที่พร้อมจะประกาศให้โลกรู้ แสดงความเป็นตัวของตัวเองในทุกที่ที่พวกเขาไป ว่าพวกเขาคือแฟนเพลงของใคร พวกเขาฟังเพลงแบบไหน มันสามารถบอกได้ถึงไลฟ์สไตล์ มันเป็นเหมือนรหัสหรือภาษาที่ถ้าหากเจอคนคอเดียวกัน
ณ เวลานี้ น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก ‘Netflix’ หนึ่งในแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก และสามารถครองใจคนทั่วโลกได้อย่างอยูหมัด (ข้อมูลจาก Parrot Analytics (2021) บอกเราว่า Netflix ครอบครอง demand share ในไตรมาสแรกของปีสูงถึง 50.2% เลยทีเดียว) วิธีการทำธุรกิจของ Netflix ถือว่าน่าสนใจจน UNLOCKMEN อยากพาทุกคนไปดูว่า เราได้บทเรียนธุรกิจอะไรจาก Netflix บ้าง เก็บข้อมูลลูกค้าอยู่เสมอ Netflix เก็บข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของลูกค้าอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็น จำนวนการกดไลก์หรือดิสไลก์ ความยาวในการดูวิดีโอของแต่ละคน หรือ วิดีโอที่สมาชิกเคยดูในอดีต ฯลฯ ข้อมูลส่วนนี้ช่วยให้พวกเขาเข้าใจความต้องการของลูกค้า และสามารถตอบสนองความต้องการของพวกเขาได้แบบรายคนเลยทีเดียว ยกตัวอย่างเช่น การแนะนำหนังโดยอ้างอิงจากข้อมูลการดูวิดีโอของเมมเบอร์ ระบบนี้ ทำให้สมาชิกของ Netflix ตัดสินใจดูวิดีโอใหม่ ๆ บนแพลตฟอร์มได้ง่ายขึ้น และใช้เวลาอยู่บนแพลตฟอร์มนานขึ้นเช่นกัน ทำคอนเทนต์ที่สร้างสรรค์ และเข้ากับช่วงเวลา ความโดดเด่นของ Netflix คือ การสร้างคอนเทนต์ที่แสดงถึงตัวตน และความคิดสร้างสรรค์ของแบรนด์ออกมาได้ดี ยกตัวอย่างเช่น แคมเปญโปรโมทซีรีส์
สำหรับนักสะสมรถยนต์ เรื่องราวที่ติดตัวมากับรถถือเป็นส่วนประกอบสำคัญที่สร้างมูลค่าให้รถยนต์คันนั้น ๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของเก่า หรือลำดับการผลิตโดยเฉพาะคันแรกหรือคันสุดท้าย นั่นทำให้ Ford GT40 Chassis P/1085 คันนี้เป็นรถที่มีความสำคัญมาก ในฐานะรถยนต์คันสุดท้ายลำดับ 105 ที่ออกจากสายพานการผลิต จากจำนวน Ford GT40 ทั้งหมด 105 คัน และมันเตรียมถูกนำออกประมูลผ่าน Gooding& Company ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดราคาว่านักสะสมจะทุ่มเงินใส่กันมากขนาดไหน Ford GT40 เป็นรถแข่งที่มีเรื่องราวมากมายตั้งแต่ก่อนจะเริ่มพัฒนา การลองผิดลองถูก การทดสอบสุดโหด กว่าจะได้ออกมาเป็น GT40 MkII ที่คว้าแชมป์ Daytona, Sebring ไปจนถึงวันที่มันเรียงคิวคว้าชัยชนะลำดับที่ 1-2-3 ในการแข่งขัน 1966 24 Hours of Le Mans ซึ่งใครเคยดูภาพยนตร์เรื่อง Ford vs Ferrari น่าจะหลงรักรถ Supercar คันนี้กันหมด The last Ford


