รถยนต์สุดพิเศษที่ทำให้แฟน 90’s car กลับมาได้รับความนิยมไปทั่วโลก ต้องยกให้กับ Toyota Supra รถคู่ใจ Paul Walker ใน ‘The Fast And The Furious’ ภาคแรกสุด ซึ่งเป็นภาคที่ทุกคนต่างยกให้เป็นภาคที่เนื้อเรื่องดีและสมจริงที่สุดด้วย สำหรับผู้อ่านที่เป็นสาย Hardcore ในวงการรถยนต์อาจจะจำได้ว่า Toyota Supra จาก ‘The Fast And The Furious’ เคยถูกเอามาประมูลขายไปแล้วรอบนึงในปี 2015 หนิหว่า? คำตอบคือถูกต้องแล้วครับ แต่ Supra คันนี้เป็นคนละคันกัน เพราะผู้กำกับได้สั่งผลิตเอาไว้สองคัน โดยทั้งคู่ถูกสร้างโดย Eddie Paul จาก The Shark Shop ใน El Segundo, California มันจึงมีรายละเอียดที่เหมือนกันเป๊ะ ไมว่าจะเป็นสีตรงเบอร์ Diablo Candy Orange และชุดแต่ง body
ในโลกของอาชญากรรมบนแผ่นฟิล์ม มีหนังมากมายที่สร้างแรงบันดาลใจ และกลายเป็นเสมือนหมุดไมล์สำคัญ และท่ามกลางคาวเลือดและควันปืน หนังเรื่อง Scarface คือ 1 ในหนังขวัญใจคอหนังอาชญากรรมตลอดกาล แน่นอนว่านอกจากความดิบเถื่อนของหนังที่สาดซัดคนดูไม่มียั้งแล้ว คาแรคเตอร์สำคัญที่ผลักดันให้หนังเรื่องนี้อมตะและเป็น Pop Culture แห่งยุคสมัยคือชายหน้าบากที่เต็มไปด้วยความใจถึง ชั่วช้า บ้าคลั่ง กลายเป็นวายร้ายสุดเท่ที่โลกจดจำได้ติดตา เรามาทำความรู้จักผู้ชายสู้ชีวิตที่โชคชะตาลิขิตให้เขาเป็นวายร้ายแห่งโลกภาพยนตร์คนนี้ไปพร้อม ๆ กัน Tony Montana มหาวายร้ายแห่งหนัง Scarface Scarface คือการผสมผสานคาแรคเตอร์จากหนังผสมเหตุการณ์จริง ในปี 1980 ที่ประธานาธิบดี Fidel Castro ได้เปิดเมืองท่ามาริเอลในคิวบา เพื่อปลดปล่อยประชาชนจำนวนกว่า 125,000 คน ข้ามน้ำข้ามทะเลสู่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งนอกจากผู้อพยพมากมายที่ต้องการไปตายเอาดาบหน้าในดินแดนแห่งเสรีภาพแห่งนี้แล้ว ยังมีกลุ่มเดนคนกลุ่มหนึ่งที่ปะปนอยู่ในนั้น นั่นคือเหล่านักโทษและเหล่าอันธพาลที่แฝงตัวมาขึ้นเรือร่วมกับผู้อพยพทั่วไปอีกด้วย และ 1 ในนั้นก็มีชายหนุ่มหน้าบากที่ชื่อ Tony Montana หนุ่มเลือดร้อนที่พร้อมชนทุกสถานการณ์อย่างไม่เกรงกลัวใดๆ เพียงแค่ก้าวเท้าสู่อเมริกา เขาก็เริ่มหนทางที่จะพาเขาสู่ความยิ่งใหญ่ มันจะมีอะไรที่จะรวยเร็วไปกว่าการค้ายา ด้วยคาแรคเตอร์ของชายผู้มั่นใจในตัวเอง มีความโหดเหี้ยม เด็ดเดี่ยว เลือดร้อนถึงลูกถึงคน ก็ทำให้เขาค่อย ๆ ไต่เต้าจากเด็กล้างจานแห่งเมืองไมอามี่
สังคมการทำงานถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จ เพราะถ้าเรามีเพื่อนร่วมงานที่ดี สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างเข้าขา เราก็จะสามารถสร้างงานที่มีคุณภาพได้อยู่เสมอ แต่ใช่ว่าเราจะเจอกับเพื่อนร่วมงานที่เข้าขากันได้เสมอไป บางทีเราก็ต้องทำงานกับเพื่อนร่วมงานที่มีปัญหา หรือเหม็นขี้หน้าเราได้เหมือนกัน UNLOCKMEN เลยอยากแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับ Ben Franklin Effect ซึ่งจะช่วยให้เราผูกมิตรกับคนอื่นได้เก่งขึ้น Ben Franklin Effect คือ ปรากฎการณ์ทางจิตวิทยาที่ระบุว่า คนที่เคยช่วยเหลือคนอื่น มีแนวโน้มที่จะช่วยเหลือคนอื่นต่อไป โดยชื่อของมันมีที่มาจากเรื่องราวของ Benjamin Franklin นักคิดผู้ยิ่งใหญ่ของโลก ซึ่งเขาเคยมีศัตรูคนหนึ่งที่อยากเปลี่ยนให้เป็นพรรคพวก จึงได้ใช้วิธีการขอยืมหนังสือหายากจากศัตรูคนนั้น และส่งคืนภายในสัปดาห์พร้อมกับคำขอบคุณ แล้วหลังจากนั้นพวกเขาก็เป็นมิตรต่อกันมากขึ้น และว่ากันว่าทั้งสองเป็นเพื่อนกันจนวันตาย วิธีการสร้างมิตรแบบนี้ Benjamin Franklin เรียกว่า ‘Old Maxim’ แต่ภายหลังได้รู้จักกันในชื่อปรากฎการณ์ Ben Franklin Effect ซึ่งในปี 1969 ได้มีการศึกษาเรื่องนี้กันมากขึ้น โดยมีการศึกษาทดลองกับกลุ่มตัวอย่างราว 77 คน (ผู้ชาย 33 คน และหญิง 44 คน) พบว่าคนที่ให้ความช่วยเหลือศัตรูหรือคนที่เรารู้สึกไม่ชอบขี้หน้า จะรู้สึกดีกับคนนั้นขึ้นมาทันที (ถ้าคิดไม่ออก ให้นึกถึงความสัมพันธ์ของ
หลังการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ที่ดูเหมือนเชื้อไวรัสจะร้ายกาจกว่าที่เคย ทำเอาอุปกรณ์วัดออกซิเจนแบบพกพาเพื่อเช็คปอดเช็คความปกติของระบบหายใจนั้นเป็นที่ต้องการอย่างเหลือล้น ก็เป็นเวลาเดียวกับที่มีการเปิดตัว HUAWEI Band 6 สายรัดข้อมืออัจฉริยะรุ่นใหม่ที่ใส่ฟังก์ชันการวัด SpO2 มาให้ พร้อมฟีเจอร์อื่น ๆ มากมาย ในราคาค่าตัวไม่ถึง 2 พันบาท ซึ่งแน่นอนว่าเปิดตัวมาถูกจังหวะแถมราคาก็ดี ทำให้ความสนใจในสมาร์ทแบนด์รุ่นนี้ล้นหลามจนทำยอดจองถล่มทลาย แต่สำหรับใครที่ยังจด ๆ จ้อง ๆ ไม่แน่ใจว่าจะใช้งานได้คุ้มหรือเปล่า งานนี้ไม่ต้องห่วง เพราะ Toys For Boys UNBOX ขอรับอาสาแกะกล่อง และพรีวิวความสามารถเด่น ๆ ของ HUAWEI Band 6 ให้ชาว UNLOCKMEN ทั้งหลาย เก็บไว้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ว่าแล้วจะช้าอยู่ไยไปอ่านพร้อมกันได้เลย UNBOX ตามธรรมเนียมของ Toys For Boys UNBOX เราจึงต้องทำการแกะกล่องเพื่อดูอุปกรณ์ที่จัดมาให้ในชุดขายของ HUAWEI Band 6 ว่าจะมีอะไรบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งแรกที่ต้องมีคือตัวเครื่อง HUAWEI
termช่วงนี้หลายคนคงสนใจการลงทุนกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น คริปโต ฟอเร็กซ์ หรือ หุ้น และได้ทยอยนำเงินจำนวนหนึ่งมา Invest ในสิ่งเหล่านี้กัน แต่ปัญหาอยู่ตรงที่มันมีความเสี่ยง กล่าวคือ เงินที่ลงทุนไปจึงไม่ได้ทำกำไรได้เสมอไป โอกาสที่เราจะบาดเจ็บจากการขาดทุนย่อยยับก็มี เพื่อให้ทุกคนสามารถรักษาความมั่นใจ และฟื้นฟูตัวเองจากปัญหาขาดทุนอย่างหนัก เราเลยอยากจะมาแนะนำวิธีการรับมือในวันที่เจอกับความสูญเสียจากการลงทุน หยุดพัก การรู้จักควบคุมตัวเอง และหยุดพักจากการเทรด ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพราะเวลาที่เราเจอกับการสูญเสียครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น คนรักจากไป หรือ สูญเสียเงินก้อนโตเรามักถูกครอบงำด้วย ความกลัว ความโกรธ ความกังวล หรือ ความเครียด ซึ่งล้วนทำให้เราตัดสินใจได้แย่ลงเสมอ ดังนั้น ในวันที่เราขาดทุนย่อยยับ อย่าพยายามลงทุนเกินจำนวนเงินที่ตั้งไว้ เพื่อเรียกชดเชยความสูญเสีย แต่ควรหยุดและถอยออกมาตั้งหลักก่อนจะดีกว่า อย่ารีบร้อนกลับมาลงทุน การขาดทุนอาจทำให้เราเจอกับปัญหาด้านการเงิน เช่น ภาวะหนี้สิน ซึ่งปัญหามักทำให้เกิดความกดดันสูง และเป็นอุปสรรค์ต่อความสามารถในการลงทุน เราจึงควรจัดการกับมันให้เรียบร้อยก่อนจะกลับมาลงทุนอีกครั้ง และไม่ควรใช้วิธีลงทุนเพื่อแก้ไขปัญหาการลงทุนด้วยการเงิน เพราะมันมีความเสี่ยงสูงเกินไป ถ้าพลาดปัญหามันจะบานปลายกว่าเดิม จำไว้ว่าไม่จำเป็นต้องรีบร้อนกลับเข้าสู่วงการ เพราะการลงทุนสมัยนี้สามารถทำได้ตลอดเวลา เราจึงมีเวลามากพอที่จะเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้น และหาวิธีที่ป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้น เอาชนะความกลัว แม้เราจะเรียนรู้จากปัญหาที่เกิดขึ้น ความมั่นใจของเราก็อาจจะยังไม่กลับมา เพราะประสบการณ์ในอดีตมักมีพลังสูงมากในการสร้างความกลัว และทำให้เราไร้ความมั่นใจ
ปกติเวลาเราแก้ปัญหา เรามักคิดวิธีแก้ปัญหาจากประสบการณ์หรือความรู้ที่เรามีอยู่แล้ว ซึ่งบางครั้งมันก็อาจเป็นข้อจำกัดที่ทำให้เราไม่สามารถค้นพบวิธีการแก้ปัญหาแบบใหม่ ที่อาจมีประสิทธิภาพมากขึ้น และให้ประโยชน์เราได้มากกว่าวิธีคิดแบบเดิม เราเลยอยากมาแนะนำวิธีการฝึกคิดนอกกรอบ หรือ Lateral Thinking เพื่อให้เราสามารถแก้ปัญหาที่เผชิญในชีวิตได้ดีขึ้น Lateral Thinking คืออะไร ? Lateral Thinking เป็นวิธีคิดเชิงสร้างสรรค์ยุคที่เกิดขึ้นในปี 1967 โดยนักจิตวิทยามือรางวัลชื่อว่า Edward de Bono ซึ่งแนวคิดนี้จะสนับสนุนให้มีการมองปัญหาจากมุมมองใหม่ เพื่อให้นักคิดค้นพบวิธีการแก้ปัญหาแบบใหม่ที่อาจถูกซ่อนอยู่ หากลองเปรียบเกมหมากฮอสเป็นปัญหาหนึ่งที่ต้องได้รับการแก้ไข ผู้เล่นที่มี Lateral Thinking จะไม่ใช้ตัวหมากฮอสที่มีอยู่ในการแก้ปัญหา แต่อาจจะเปลี่ยนมัน หรือ ใช้อย่างอื่นในการแก้ปัญหาแทน Lateral thinking จะเกี่ยวข้องกับ 4 ทักษะนี้ ได้แก่ การรับรู้ไอเดียหลักที่ส่งผลต่อความเข้าใจในปัญหา การค้นหาวิธีอื่นในการมองสิ่งที่อยู่รอบตัว การทำลายความไม่หยืดหยุ่นทางความคิด และรู้จักใช้โอกาสในการสนับสนุนไอเดียอื่น หากเราพัฒนาทักษะเหล่านี้แล้ว เราจะแก้ปัญหาได้ดีขึ้นและมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นอย่างแน่นอน เราจะนำ Lateral Thinking มาใช้ได้อย่างไรบ้าง ? ข่าวดี คือ เราสามารถพัฒนา Lateral
ใครรู้จัก Isetta รถทรงไข่ที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในยุค 1953-1962 เป็นรถที่ช่วยประคองไม่ให้ BMW ล้มละลายในปี 1955 ใครจะไปคิดว่ารถ micro-car ขนาดเล็กแบบนั้น จะถูกนำดีไซน์มาปรับให้กลายเป็นรถขุมพลังไฟฟ้าที่พร้อมให้ Camper ใช้ชีวิต Outdoor กลางป่าเขาได้สบาย ๆ Microlino Camper Trailer เป็นผลงานของ Ozan Kayikci นักออกแบบที่ตั้งคำถามว่าทำไมรถสำหรับสายแคมป์ที่อยากใช้ชีวิตกลางป่าไม้ กลับไม่เป็นมิตรกับธรรมชาติเอาซะเลย จะเข้าป่ากางเต็นท์ทีก็ต้องขับรถ all-wheel drive ยกสูงเข้าไปอย่างนั้นหรือ? คำถามนั้นกลายเป็นการหาทางออกด้วยการคิดนอกกรอบแบบที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน นำรถ micro-car ‘Microlino 2.0’ micro electri car สัญชาติ Swiss ที่รูปทรงดูคล้ายเจ้า Isetta ทุกมุมมอง มาปรับแต่งฟังก์ชันการใช้งาน ใส่ Camper tent และ Portable kitchen เข้าไปในรถขนาดเล็กให้สามารถใช้งานได้จริง แถมยังใช้งานบนถนนในเมืองได้อย่างคล่องแคล่วเหมือนเดิมอีกด้วย Ozan Kayikci ติดตั้ง inflatable
เมื่อก่อนพวกเราเรียกร้องอยากทำงานที่บ้าน แต่วันนี้ดูเหมือนการ Work From Home จะกลายเป็นวิถีชีวิตหลักไปเรียบร้อยแล้ว Designer หลายคนจึงหันมาออกแบบเพื่อสร้างประสบการณ์เปลี่ยนบ้านให้เหมาะกับการทำงาน และยังช่วยประหยัดพื้นที่มากขึ้นด้วย โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นที่หลายคนมีพื้นที่บ้านจำกัด ทีมนักออกแบบจาก OPEN SOHKO DESIGN และ NOSIGNER จึงร่วมกันออกแบบพื้นที่การทำงานคอนเซปต์ใหม่แบบ DIY home office ที่มาในรูปแบบกล่องสี่เหลี่ยม เรียกว่า ‘Re-SOHKO TRANSFORM BOX’ กล่องมหัศจรรย์ที่ทำได้หลากหลายหน้าที่ และสามารถช่วยประหยัดพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แค่กางและพับเก็บ! Re-SOHKO TRANSFORM BOX กล่องมากฟังก์ชันที่พร้อมเปลี่ยนแปลงพื้นที่ภายในให้ตอบโจทย์แต่ละคนได้ เมื่อกางกล่องสี่เหลี่ยมสูงประมาณตู้เย็นออก ก็จะเจอกับ Workspace พร้อมโต๊ะทำงานสำหรับวาง laptop พร้อมขั้นวางของ ตู้เก็บของแบบ Built-in พับเก็บและขยายการใช้งานได้สารพัด สามารถเลือก DIY ฟังก์ชันที่ต้องการแตกต่างกันไป และยกไปใช้งานนอกบ้านได้ง่ายเมื่อพับเก็บ เป็นดีไซน์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของดีไซน์เนอร์ญี่ปุ่น ที่ผสมผสานตอบโจทย์ได้ทั้ง Form และ Function เพราะการดีไซน์ที่มีประโยชน์ ไม่ใช่การออกแบบแค่ความสวยงาม แต่ต้องตอบโจทย์ปัญหาที่พวกผู้คนต้องเจอในชีวิตประจำวันให้ดีขึ้นได้ด้วยนั่นเองครับ
เวลาใช้ชีวิตหรือทำงานร่วมกับคนอื่น สิ่งที่เราควรระมัดระวังเป็นพิเศษ คือ Self-Serving bias เพราะมันจะทำลายความสัมพันธ์ของเรากับคนอื่นได้ และจะส่งผลเสียต่อการทำงานร่วมกันในอนาคต Unlockmen เลยอยากมาแนะนำวิธีการพิชิต Self-Serving bias เพื่อให้ทุกคนสามารถยอมรับความผิดพลาดได้มากขึ้น และใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นได้อย่างมีความสุข อะไรคือ Self-Serving bias ? Self-Serving bias คือ ปรากฎการณ์ที่เราพยายามเคลมผลงานที่ดีว่าเป็นเพราะฝีมือหรือความสามารถของตัวเอง แต่กลับโทษอย่างอื่นหรือคนอื่นเมื่อความผิดพลาดเกิดขึ้น ยกตัวอย่างเช่น คนที่เชื่อว่าตัวเองได้รับการว่าจ้าง เพราะมีความสามารถ คุณสมบัติ หรือ ผลงานที่เหมาะสมกับการทำงาน แต่ตอนที่ไม่ได้รับเลือกกลับบอกว่า คนคัดเลือกไม่ชอบตัวเอง เป็นต้น ปรากฎการณ์นี้สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น ความพยายามในการรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของตัวเอง (self-enhancement) ความพยายามในการรักษาคุณค่าในตัวเอง (self-esteem) มันอาจเป็นผลพ่วงของการมองโลกในแง่ดีมากเกินไป หรือแม้แต่ปัจจัยอย่างความแตกต่างด้านวัฒนธรรมก็มีผลต่อการเกิด Self-Serving bias ได้เช่นกัน ปัญหาของ Self-Serving bias คือ มันอาจทำให้เรากลายเป็นคนหลงตัวเอง (narcissism) และมีปัญหาในการทำงานหรือใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นได้ เพราะเวลาทำงานพลาด คนที่ Self-Serving bias มักโทษคนอื่นมากกว่าโทษตัวเอง ซึ่งพฤติกรรมนี้นำไปสู่ความขัดแย้งและความพังทลายของความสัมพันธ์ได้


