เวลาจะสร้างความสัมพันธ์กับใครสักคน ‘การเปิดใจ’ ดูเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้ความสัมพันธ์ที่เกิดใหม่นั้นเติบโตและมีชีวิตยืนยาวมากขึ้น แต่บางคนก็มีปัญหาเรื่องการเปิดใจให้คนอื่น เพราะกลัวว่าถ้าเปิดใจให้คนอื่นแล้วตัวเองจะต้องพบเจอกับอนาคตที่เจ็บปวด จึงสร้างเกราะป้องกันขึ้นมาไม่ให้ตัวเองมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับใคร และเมื่อพวกเขาปิดกั้นตัวเอง ไม่สนใจคนอื่น พวกเขาก็มักไม่มีความสุขกับความสัมพันธ์มากนัก เราอาจเรียกคนเหล่านี้ว่าเป็นคนที่ ‘กลัวความใกล้ชิด’ และจำเป็นอย่างยิ่งที่พวกเขาจะต้องเอาชนะความกลัวของตัวเอง WHAT IS FEAR OF INTIMACY ? กลัวความใกล้ชิด (Fear of Intimacy) คือ อาการที่เราไม่สามารถมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคนอื่นได้ เพราะกลัวว่าถ้ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคนอื่นแล้ว จะไม่ได้รับการยอมรับ ถูกทอดทิ้ง หรือ ถูกควบคุมมากเกินไปจนสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการนี้ก็มีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ความกลัว โรควิตกกังวล ความผิดปกติด้านบุคลิกภาพ ไปจนถึง ประสบการณ์การถูกคุกคามทางเพศในวัยเด็ก โดยคนที่กลัวความใกล้ชิดมักมีลักษณะต่าง ๆ ได้แก่ เดทกับหลายคนพร้อมกัน เพราะไม่ชอบการผูกมัดกับใคร เป็น perfectionist เพราะคิดว่าตัวเองไม่สมควรได้รับความรักหรือความเคารพจากใคร จึงต้องพยายามพิสูจน์ว่าตัวเองสมบูรณ์แบบอยู่ตลอดเวลา ไม่สามารถบอกความต้องการของตัวเองให้คนอื่นรับรู้ได้ เพราะคิดว่าตัวเองไม่ควรได้รับความช่วยเหลือจากใคร ไปจนถึง มีพฤติกรรมทำลายความสัมพันธ์ เช่น พยายามทำตัวน่ารังเกียจ หรือ จงใจผิดใจกับคู่รัก เพื่อตอกย้ำความคิดของตัวเองและผลักอีกฝ่ายให้ออกห่าง ด้วยอาการเหล่านี้เอง
เป็นเวลาเกือบเดือนแล้วที่มีการคลายล็อกดาวน์ หลายคนคงได้เดินทางกลับไปยังร้านประจำ เพื่อรับบรรยากาศและลิ้มรสเมนูเครื่องดื่มที่คุ้นเคย และบางคนอาจเริ่มมองหาลายแทงร้านใหม่ ๆ กันบ้างแล้ว เราอยากบอกว่า ไม่ต้องเสียเวลาหาร้านด้วยตัวเองอีกต่อไป เพราะเรามีลิสต์บาร์และคาเฟ่ซึ่งได้คัดมาแบบเน้น ๆ แล้วว่า มีบรรยากาศรุ่มรวย และเต็มไปด้วยเมนูเครื่องดื่มที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะไปคนเดียว หรือ พาสาวไปเป็นเพื่อนด้วย ก็ต้องประทับใจอย่างแน่นอน SINNERMAN มาเริ่มกันที่ SINNERMAN บาร์ที่ทำให้เรารู้สึก “feel at home” มาก ๆ ด้วยบรรยากาศสไตล์บ้านเก่าที่มาพร้อมกับการตกแต่งที่ดูหรูเรียบแบบวินเทจ และพื้นที่ที่กว้างขวางพร้อมโซนระเบียงหน้าร้านให้เรานั่งชิวได้แบบสบาย เมนูค็อกเทลของร้านก็มีความน่าสนใจเช่นกัน เพราะมี Francesco Moretti มิกโซโลจิสต์มือรางวัลชาวอิตาลีเป็นเฮดบาร์เทนเดอร์ของร้าน และนอกจากเมนูซิกเนเจอร์ของร้านที่น่าสนใจอย่าง Run, Sinnerman! แล้ว ทางร้านก็เปิดให้ลูกค้าสั่งเมนูเครื่องค็อกเทลแบบตามสั่งได้ด้วย เราสามารถบอกได้เลยว่าชอบเครื่องดื่มรสชาติแบบไหน แล้วบาร์เทนเดอร์จะปั้นเครื่องดื่ม Bespoke Cocktail ออกมาตามใจเรา เวลาทำการ: จ. – ส. (18.00 – 23.00 น.) ที่ตั้งของร้าน: ชั้น 2 ของร้านอาหาร
หลายคนน่าจะเจอเคยเจอกับความรู้สึกที่ว่า “ทำดีไปก็ไม่ช่วยอะไร” พอเจอกับความรู้สึกแบบต้องมีดาวน์ หรือ ไม่อยากทำสิ่งที่ทำอยู่กันบ้าง ซึ่งมันอาจเกิดขึ้นได้จากปรากฎการณ์ GOLEM EFFECT ที่นอกจากจะส่งผลเสียต่อการทำงานของลูกน้องแล้ว ยังส่งผลเสียต่อผลวานขององค์กรโดยรวมได้ด้วย เราเลยจำเป็นที่จะต้องรู้เท่าทันมัน พร้อมรับมือกับมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ อะไร คือ GOLEM EFFECT ? นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาเรื่องผลของ “ความคาดหวัง” ที่มีต่อคนมานานแล้ว ยกตัวอย่างเช่น งานวิจัยจากประเทศอิสราเอล ในปี 1982 ซึ่งพบว่า เด็กนักเรียนที่ถูกคาดหวังต่ำในห้องเรียนที่มีครูเป็นคนอคติสูง จะได้รับการปฏิบัติจากครูที่แย่กว่า และมีผลงานที่เลวร้ายกว่าเด็กนักเรียนคนอื่น ๆ หรือ งานวิจัยในปี 2007 ซึ่งพบว่า ความคาดหวังผลงานของนักเรียนในแง่ลบส่งให้พวกเขาทำผลงานที่ต้องใช้ความคิด ( cognitively based tasks ) ออกมาได้แย่ลง เป็นต้น งานวิจัยเหล่านี้ได้ยืนยันการมีอยู่ของ ‘GOLEM EFFECT’ หรือ ปรากฎการณ์ที่ ‘ความคาดหวังในแง่ลบของคนอื่น’ ส่งผลให้คนที่โดนคาดหวังทำผลงานได้แย่ลงกว่าปกติ เราอาจเห็น GOLEM EFFECT ได้ในห้องเรียนที่ครูแบ่งแยกนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
เดือนที่ 3 ของปี 2021 แม้ไวรัสจะยังไม่ลดราวาศอก แต่ศิลปินก็ยังขยันออกอัลบั้มกันรัว ๆ UNLOCKMEN จึงขอสรุปรวบยอดอัลบั้มชั้นเยี่ยมของเดือนมีนาคม มาเก็บตกกันว่าคุณพลาดอัลบั้มอะไรไปบ้าง จะได้ติดตามไปฟังกันอย่างพร้อมเพรียง Virginia Wing – private LIFE (Art Pop / UK) เมื่อชีวิตคุณอยู่ในจุดตกต่ำ หลายคนคงจะหาวิธีหลากหลายในการฮีลชีวิตอันแสนบัดซบนั้น หรือไม่ก็จมจ่อกับมันจนกว่าจะหาทางสว่างได้ แต่สำหรับวงดนตรี Art Pop จากลอนดอน พวกเขาแสยะยิ้มให้กับความเฮงซวยที่คุกคามชีวิตเขาและลงมือทำอัลบั้มที่เย้ยหยันชีวิตห่วยแตกนี้เสียเลย private LIFE คือการเปิดประตูต้อนรับความห่วยแตกของชีวิตให้เข้ามาป่วนปั่นข้างใน ก่อนจะขับถ่ายมลพิษของชีวิตออกไป ผ่านดนตรีทดลองที่อยู่ไม่สุข การข้ามดนตรีไป-มาเพื่อบ่งบอกถึงอารมณ์อันไม่คงที่ แต่สนุกสนานกับชีวิตจนหัวเราะร่าให้กับความเฮงซวยนี้ได้ คือการเปิดเปลือยชีวิตที่ไม่รู้จะเก็บซ่อนความย่ำแย่นี้ไปเพื่ออะไร อย่างน้อยแค่ได้ระบายออกก็โอเค อัลบั้ม private LIFE จึงไม่ต่างกับเสียงตะโกนให้ความบัดซบของชีวิตที่มีท่วงทำนอง Track Recommend: St. Francis Fountain https://youtu.be/DQBnCIUthFM Listening: https://open.spotify.com/album/7CqnwmoccH6sXLJBGCNWKQ?si=jKulf5yXQlyxvGuFCNGA-A King Gizzard and the Lizard
หนึ่งในรถที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น รถยนต์ Kei car เครื่องขนาดเล็กในรูปแบบสปอร์ตเปิดประทุน และที่สำคัญยังเป็น Honda รุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง rear-wheel-drive คันเดียวหลังจาก S2000 และ Honda Beat ที่ยังทำตลาดอยู่ในปัจจุบัน และเป็นรถที่ได้รับความรักจากสารพัดสำนักแต่ง จึงมีชุดแต่ง aftermarket ให้เลือกเล่นสนุกได้เพียบ และล่าสุด Honda ตัดสินใจออกเวอร์ชั่นใหม่ที่ขอแต่งมาให้จากโรงงานในชื่อ “Version Z” special edition Honda S660 Version Z edition เป็นการ refresh การทำตลาดของ Honda S660 ที่ออกมาสู่ตลาดตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2015 เพื่อฉลองครบรอบ 50 ปีให้กับ Honda มาถึงปัจจุบันก็ผ่านมา 6 ปีเต็ม รถยนต์สไตล์ lightweight mid-engined roadster ที่ใช้งานง่าย มีสไตล์ และยังถูกจัดอยู่ในกลุ่ม kei car ด้วยเครื่องยนต์ 660cc
ในยุคปัจจุบัน ฟอร์แมทในการฟังเพลงนั้นมีรูปแบบมากมาย แต่หนึ่งในฟอร์แมทที่สำคัญที่คนยุค 80s-90s ต่างพากันรู้จักกันดีนั่นก็คือการฟังเพลงผ่านคาสเซ็ทท์เทปนั่นเอง หลายท่านที่ผ่านยุคนั้นต่างนึกถึงอดีตอันงดงามไม่ว่าจะเป็นการใช้ปากกาในการกรอเทป / อัดเพลงที่ชอบให้คนที่แอบรักฟัง หรือจับมันโยนใส่ตู้เย็นเมื่อฟังจนเทปยาน แต่ผู้อยู่เบื้องหลังความยิ่งใหญ่ของวงการเพลงนี้หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเป็นใคร อีกทั้งเราเพิ่งทราบข่าวร้ายถึงการจากไปในวัย 94 ของปู่ Lou Ottens บุคคลผู้เปรียบได้ดั่งบิดาของคาสเซ็ทท์เทป จึงอยากจะขอใช้พื้นที่นี้ทำการอำลาอาลัย และถ่ายทอดเรื่องราวต้นกำเนิดของตลับเทปจากอดีต รวมถึงบทบาทของมันในโลกยุคดิจิทัล ณ ปัจจุบันนี้ให้ได้อ่านกัน จากการฟังเพลงอันเทอะทะ ปฏิวัติสู่การฟังเพลงแบบพกพา ในยุคแรกเริ่มของการฟังเพลงในยุค 50s-60s หลายคนน่าจะคุ้นเคยการฟังเพลงจากแผ่นเสียง Lou Ottens วิศวะกรชาวดัตช์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ เองก็เช่นกัน ที่เขารู้สึกว่าการฟังเพลงในยุคนั้นเป็นสิ่งที่ยากลำบาก กว่าจะได้ฟัง หากคุณไม่นั่งฟังนอนฟังอยู่ที่บ้านจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงหรือวิทยุเครื่องใหญ่โตมโหฬาร คุณก็แทบไม่มีโอกาสได้สัมผัสอรรถรสแห่งเสียงดนตรีนี้ กระทั่งเขาได้ทำงานที่บริษัท Philips ในปี 1952 เขาเห็นเครื่องบันทึกเสียงที่ชื่อ “Magnetophon” ของประเทศเยอรมัน ที่เป็นเครื่องอัดเสียงแบบ Reel-to-Reel แต่ก็มีขนาดที่ใหญ่และราคาค่อนข้างสูงเช่นกัน โดยแรกเริ่มนั้นมาจากความบังเอิญที่เครื่องอัดเสียงนั้นพังจนไส้เทปรีลนั้นพันกันยุ่งเหยิงเขาจึงค้นคว้าหาทางจัดระเบียบเจ้าเครื่องเทอะทะนี้ให้สะดวกและเล็กที่สุดให้จงได้ เขาจึงใช้เวลานานถึง 8 ปี เพื่อคิดค้นเครื่องบันทึกเสียงแบบพกพาจนเทปคาสเซ็ทท์ม้วนแรกได้ถือกำเนิดขึ้นบนโลกในงานแสดงสินค้าที่กรุงเบอร์ลินในปี 1963 ด้วยสโลแกนที่ว่า “เล็กกว่าซองบุหรี่” ซึ่งแน่นอนมันได้สร้างความตื่นตะลึงอย่างมาก ในฐานะอุปกรณ์บันทึกเสียงที่จิ๋วแต่แจ๋ว
ตำนานแห่ง Ventura ถือกำเนิดขึ้น เมื่อ Hamilton ได้สร้างนาฬิกาที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เรือนแรกของโลกขึ้นในปี 1957 ซึ่งกลายมาเป็นนาฬิกาแห่งโลกอนาคต ราวกับนิยายแนววิทยาศาสตร์ได้กลายมาเป็นจริง ภายใต้ตัวเรือนทรงสามมุมที่สะดุดตา พร้อมดีไซน์คลื่นไฟฟ้าบนหน้าปัดได้พลิกโฉมวงการนาฬิกาของโลกไปตลอดกาลนับตั้งแต่นั้นมา นาฬิการุ่นตำนานอันล้ำยุคอย่าง Ventura กลับมาพร้อมดีไซน์ใหม่ล่าสุดในชื่อ ‘Ventura Elvis80 Skeleton’ ภายใต้การตีความความคลาสสิกของ Ventura ในรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างสรรค์รูปลักษณ์ที่ทันสมัยอย่างรูปทรง Elvis80 ซึ่งเป็นรูปทรงที่ได้รับการตั้งชื่อตาม Elvis Presley ผู้ที่ถือเป็นแฟนตัวยงของนาฬิกา Ventura Ventura Elvis80 Skeleton กลายมาเป็นนาฬิการะบบอัตโนมัติแทนระบบไฟฟ้า ซึ่งได้สร้างนิยามใหม่ให้กับการผลิตนาฬิกาในทุกมิติ ด้วยกลไกอันโดดเด่นที่ปรากฏบนหน้าปัด โดยหน้าปัดเปลือยของตัวเรือน Ventura Elvis80 Skeleton เผยให้เห็นกลไก H-10-S สุดล้ำ พร้อมการตกแต่งที่โฉบเฉี่ยวแบบ Côtes de Genève มาพร้อมการสำรองพลังงานถึง 80 ชั่วโมง ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าเราได้ผสานอดีต ปัจจุบันและอนาคตเข้าด้วยกัน โดยยังคงไม่ทิ้งรูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของ Ventura ด้วยดีไซน์คลื่นไฟฟ้าที่ถูกนำเสนอผ่านลายซิกแซ็กบนโครงสร้างหน้าปัดแบบเปลือยหรือโครงกระดูก (skeleton) Ventura Elvis80
รถเก่าหายากสภาพดี ยิ่งถ้ามีสตอรี่ที่น่าสนใจติดตัวมาด้วย จะยิ่งทำให้มูลค่าของมันพุ่งสูงไปได้ไกลหลายเท่า อย่างเช่น BMW 7 Series คันที่ Tupac ถูกยิงตายใน Vegas ก็ขายไปได้ถึง 2 ล้านเหรียญ แต่ก็ยังน้อยกว่าราคาของ 1974 Porsche 911 RSR คันนี้ ที่อดีตเคยเป็นรถของ Pablo Escobar ราชายาเสพติดผู้โด่งดัง Porsche 911 RSR Chassis No. 911 460 0100 คันนี้ ไม่ใช่แค่รถ Porsche ที่เพิ่มแรงม้าทั่วไป แต่มันเป็นรถที่พัฒนาและสร้างให้เป็นรถแข่งเพื่อลงแข่งในรายการโหด ๆ โดยเฉพาะะ ไม่ว่าจะเป็น Automobile Club de l’Ouest, FIA World Endurance Championship, European Le Mans Series และ GTLM class
การทำงานในยุคใหม่ หัวหน้าควรให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจ หรือ การเปิดให้ทุกคนในทีมมีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็น หรือ การเป็นผู้นำในบางเรื่องมากขึ้น เพราะการทำงานแบบมีผู้นำเพียงคนเดียวควบคุมทุกอย่าง อาจทำให้เกิดการไม่รับฟังความเห็นของคนอื่น และคนที่ทำงานร่วมกันสามารถรู้สึก “ถูกทิ้งไว้ข้างหลังได้” UNLOCKMEN อยากจะมาแนะนำรูปแบบการทำงานในยุคใหม่ชื่อว่า “Shared Leadership” ซึ่งจะช่วยให้ทีมทำงานทุกคนรู้สึกมีส่วนร่วมในงาน และมีแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้นกว่าเดิม ทำไมถึงต้องมี Shared Leadership ? ระบบการทำงานแบบดั่งเดิม มักจะกำหนดให้มีหัวหน้าทีมเพียงคนเดียว ทำหน้าที่ในการบริหารและตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญต่อการทำงานของทีม บางบริษัทอาจมีนโยบายเปิดประตู (open-door policy) เพื่อสร้างความเชื่อใจระหว่างลูกน้องและหัวหน้า โดยการเปิดให้ลูกน้องสามารถเดินเข้าไปในห้องของหัวหน้าเพื่อขอคำปรึกษาในเรื่องต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานได้ แต่การรวมอำนาจในการตัดสินใจไว้ที่คนหนึ่งคน รวมถึง นโยบาย open-door policy ก็มีข้อเสียที่อาจกระทบประสิทธิภาพในการทำงานขององค์กรได้อย่างหนักเหมือนกัน เช่น มันทำให้ลูกน้องต้องพึ่งพาหัวหน้ามากเกินไป บริษัทอาจหยุดนิ่งเพราะไม่มีไอเดียใหม่ ๆ จากลูกน้อง ร้ายยิ่งกว่านั้น มันอาจทำให้เสียงของคนที่อยู่ในระดับล่างของบริษัทไม่ได้รับความสำคัญ จนพวกเขาไม่กล้ารายงานปัญหา หรือ แสดงความคิดเห็นในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัทโดยรวม การเป็นผู้นำร่วมกัน (Shared Leadership) จะช่วยให้องค์กรก้าวข้ามปัญหาเหล่านี้ไปได้ เพราะมันเปิดให้ทุกคนที่ทำงานอยู่ในองค์กร สามารถเป็นผู้นำและเป็นผู้ตามได้อย่างเท่าเทียมกัน และช่วยให้พวกเขามีอิสระมากขึ้นในการตัดสินใจเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่การงานของตัวเอง และมันจะช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมในการทำงานของทุกคนในกลุ่มได้อย่างแน่นอน เพราะทุกคนจะไม่กลัวผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการรายงานปัญหาหรือแสดงความคิดเห็น


