หากจะให้พูดถึงสนามแข่งที่โหดและหินที่สุด ในการแข่งขันประชันความเร็ว เพื่อเฟ้นหาสุดยอดนักขับที่สามารถพิชิตสภาวะแวดล้อมสุดอันตรายได้นั้น ทุกคนจะนึกการแข่งขันแบบไหนกันบ้าง ? แน่นอนว่าหนึ่งในนั้น จะต้องเป็นกีฬารถแข่งที่จะทำให้คุณหัวใจเต้นแรงและตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งกีฬาที่เราหมายถึงก็คือ การแข่งรถทางฝุ่น หรือ การแข่งขันแรลลี่ (Rally) นั่นเอง โดยกีฬาประเภทนี้นับเป็นการแข่งรถที่ “โคตร” จะเร้าใจ ไม่ต่างกับดูหนังแอคชันเลย ด้วยสนามแข่งที่ขรุขระ เต็มไปด้วยอุปสรรคที่คาดเดาไม่ได้มากมาย ทุกการวิ่งคือสภาพพื้นฝุ่นและเศษหินที่เปลี่ยนแปลงไปเสมอ การเพ่งสมาธิไปข้างหน้าพร้อมฟังเพื่อนร่วมทีมบอกองศาการเลี้ยวอีกสามสี่โค้งข้างหน้าอย่างรวดเร็ว รวมทั้งสภาพอากาศที่ไม่เอื้อต่อการแข่งรถอย่างมาก และทั้งหมดที่ว่าไปนั้น เป็น “เสน่ห์” ที่ทำให้การแข่งรถแรลลี่เป็นอีกหนึ่งกีฬาที่ผู้คนให้ความสนใจเป็นลำดับต้น ๆ ของโลก โดยมียอดผู้ชมจากทั่วทุกสารทิศที่ดูผ่านหน้าจอมากกว่า 700 ล้านคนเลยทีเดียว! ซึ่งกว่าจะผ่านไปสู่ลีกสูงสุด ต้องผ่านการคัดเลือกเพื่อไปสู่ WRC-3, WRC-2 และ WRC ซึ่งเส้นทางกว่าจะไปถึงนั้น ยากลำบากไม่แพ้พื้นถนนฝุ่นที่ด้านข้างคือหน้าผาและร่องหลุมสารพัด การเสียสมาธิแม้เพียงเสี้ยววินาทีบนสนาม Rally อาจหมายถึงความเป็นความตายได้ แต่น่าแปลกว่าทำไม การแข่งขันแรลลี่ที่น่าตื่นเต้นนี้กลับไม่เป็นที่พูดถึงมากนักในประเทศไทย หรือถ้ามี ก็อยู่ในกลุ่มคนหมู่น้อยมาก ๆ โดยเฉพาะความเสี่ยงจากอันตรายที่ทำให้นักขับไทยมีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับการแข่งขันความเร็วทางเรียบ และเพราะความนิยมที่น้อยนิดนี้เอง ทำให้คนไทยหลายคนต้องพลาดโอกาสในการก้าวไปสู่ระดับโลก เพียงเพราะไม่มีสปอนเซอร์สนับสนุนพวกเขา ทั้งที่การแข่งขันระดับโลกแบบนี้ สามารถทำชื่อเสียงและดึงเงินเข้าประเทศได้อย่างมหาศาล
เราควรตัดสินใจด้วยอารมณ์ไหม? . . คำถามนี้หลายคนพยายามหาคำตอบกันมาตั้งแต่อดีต และปัจจุบัน เริ่มมีคำตอบที่ชัดเจนมากขึ้นว่า การตัดสินใจด้วยเหตุผลอย่างเดียวอาจไม่เวิร์ก… ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น UNLOCKMEN จะอธิบายให้ฟัง ความเป็นเหตุผลเป็นผลทำให้เราสามารถตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ อยู่บนฐานของความเป็นจริงมากที่สุด เช่น หลักฐานหรือข้อมูล หลายคนจึงพยายามข่มอารมณ์ เมื่อต้องตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ อย่างที่คิดว่าควรจะเป็น แต่ที่จริงอารมณ์ก็ช่วยให้ความสามารถในการตัดสินใจของเราเพิ่มขึ้นได้เหมือนกันนะ ซึ่งเรื่องนี้ได้รับการรับรองทางวิทยาศาสตร์แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ความสุข (ช่วยให้เราเห็นตัวเลือกในการตัดสินใจที่มากขึ้น และทำให้ตัดสินใจได้เร็วขึ้น) หรือความกลัว (ทำให้เราตัดสินใจได้อย่างระมัดระวังมากขึ้น) นอกจากนี้ อารมณ์ยังทำหน้าที่เป็นเหมือนผู้เฝ้าระวังความผิดปกติด้วย ซึ่งจะทำให้เรารับรู้ปัญหาและแก้ไขได้ตรงจุด เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น ขอยกตัวอย่างสถานการณ์หนึ่ง เป็นการนำเสนอโปรเจกต์ของคนอื่นที่เราต้องนำไปต่อยอด และเราในฐานะผู้ชี้เป็นชี้ตายโปรเจคนั้น ขณะฟังและคิดตาม อยู่ ๆ ก็รู้สึกอึดอัดแบบไม่ทราบสาเหตุ นั่นคืออารมณ์กำลังเตือนเราว่ากำลังมีสิ่งที่ผิดปกติเกิดขึ้น และเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องหาที่มาและวิธีการแก้ไข อาจเริ่มจากการตั้งคำถาม เช่น เรามีอคติกับคนพูดหรือเปล่า? หรือ การบรรยายโปรเจกต์นั้นมีข้อผิดพลาดอะไรรึเปล่า? เมื่อเราเข้าใจ เราก็จะตัดสินใจเกี่ยวกับโปรเจกต์นั้นได้อย่างถี่ถ้วนมากขึ้น เช่น ถ้าเรารู้ว่าตัวเองมีอคติกับคนพูด เราก็อาจจะถามความเห็นจากคนอื่นเกี่ยวกับโปรเจ็กต์นั้นมากขึ้น หรือ ถ้ารู้ว่าโปรเจ็กต์นั้นมีข้อผิดพลาด ก็อาจจะยังไม่ลงมือทำ แต่พยายามคิดหาทางแก้ไข หรือ
มาเฟีย หนึ่งในองค์กรอาชญากรรมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก และในยุคสมัยหนึ่งกลุ่มคนเหล่านี้เคยมีอิทธิพลในหลายเมืองสำคัญของโลกไม่น้อยกว่าตำรวจ ทหาร นักการเมือง ไม่ว่าจะเป็น Sicilian Mafia ต้นกำเนิดมาเฟียจากอิตาลี หรือกลุ่มมาเฟียที่หลายคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีอย่าง Italian-American Mafia หรือที่เรียกว่า The Mob อย่างไรก็ตาม แม้ยุคสมัยอันรุ่งเรืองของมาเฟียได้จบลงไปนานแล้ว แต่เรื่องราวกลุ่มคนเหล่านี้ยังคงถูกหยิบยกมาพูดถึงเสมอ และสำหรับหนุ่ม ๆ ที่สนใจในเรื่องราวของเหล่ามาเฟีย วันนี้ UNLOCKMEN ได้หยิบ 6 ภาพยนตร์และสารคดีมาเฟียมาแนะนำให้คนที่สนใจได้เลือกชมกันในช่วงสุดสัปดาห์นี้ แต่จะมีเรื่องไหนอยู่ไหนลิสต์ครั้งนี้ของเราบ้างมาทำความรู้จักไปพร้อม ๆ กันได้เลย Fear City: New York vs The Mafia (2020) ภาพยนตร์สารคดีที่จะพาผู้ชมไปล้วงลึกถึงหลังบ้านของแก๊งมาเฟียแห่งนิวยอร์ก ระหว่างปี 1,970 -1,980 ช่วงเวลาที่เมืองแห่งนี้ถูกตำรวจเรียกว่า “มหานครแห่งความหวาดกลัว” ซึ่งเกิดขึ้นจากอิทธิพลของเหล่ามาเฟียและการยิงกันตายข้างถนนที่เกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน Fear City : New York vs The mafia จะพาคุณไปทำความรู้จักเบื้องหลังการยืดครองเมืองนิวยอร์กโดย 5 แก๊งมาเฟีย
สำหรับช่วงวันหยุด คงไม่มีอะไรดีกว่าการได้พาตัวเองไปพักผ่อนและใช้เวลาอยู่กับเรื่องที่ชอบซึ่งหนุ่ม ๆ หลายคนก็มีวิถีแห่งการพักผ่อนแตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ตามสำหรับขาดื่มหรือเหล่า Bar Hopping ทั้งหลายคงไม่มีอะไรเจ๋งไปกว่าการได้ลิ้มรสเครื่องดื่มในบรรยากาศของค่ำคืนที่แปลกใหม่ที่ช่วยเติมเต็มพลังชีวิตให้กลับมาให้ทุกครั้ง สำหรับคนที่ยังไม่มีเป้าหมายในค่ำคืนนี้ UNLOCKMEN ขอแนะนำ 5 พิกัดบาร์ค็อกเทลไม่ลับที่เราอยากให้คุณไปลอง ซึ่งแต่ละร้านจะมีเอกลักษณ์และความน่าสนใจยังไงบ้าง มาทำความรู้จักไปพร้อม ๆ กันได้เลย BYT BAR BYT BAR บาร์ค็อกเทลที่ผุดขึ้นมาในซอยสาทร 12 พร้อมคอนเซ็ปต์ของซิกเนเจอร์ค็อกเทลที่มีเอกลักษณ์ โดยแต่ละแก้วจะตั้งชื่อขึ้นตามเมืองหลวงของประเทศในทวีปยุโรปที่มาพร้อมรสชาติที่เข้มและอ่อนละมุนแตกต่างกันไป แต่สำหรับคนที่ชื่นชอบคลาสสิกค็อกเทลทางร้านก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ในส่วนของบรรยากาศภายในร้านถูกแต่งเติมด้วยเก้าอี้และโซฟาหนังที่ย้อมด้วยแสงไฟสีแดง ทั้งหมดทำให้ BYT BAR เป็นร้านที่เหมาะสำหรับชวนเพื่อนที่รักค็อกเทลไปหาความแปลกใหม่ของทั้งรสชาติ บรรยากาศ และผู้คนรอบตัว สอบถามรายละเอียดและติดต่อสำรองโต๊ะ: BYT BAR หรือติดต่อที่เบอร์ 085-553-5844 BAR 335 BAR 335 บาร์ค็อกเทลไม่ลับที่ตั้งอยู่ภายในอาคาร Metropole ท่ามกลางบรรยากาศโมเดิร์นที่ตกแต่งเรียบง่ายในสไตล์บาร์ญี่ปุ่น ซึ่งเปิดโอกาสได้เลือกนั่งได้ทั้งหน้าบาร์ โต๊ะคู่ หรือโต๊ะยาวในกรณีมาพร้อมกับกลุ่มเพื่อนจำนวนมาก BAR 335 (ทีร์ทีร์ไฟฟ์) มาพร้อมซิกเนเจอร์ค็อกเทลรสชาติละมุนลิ้นที่มีทั้งเรื่องราวและวัตถุดิบชั้นเยี่ยมที่รอให้ทุกคนไปสัมผัสด้วยตัวเอง แถมตลอดทั้งค่ำคืนยังขับกล่อมด้วยดีเจสลับกับเพลล์ลิสต์เพลงที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี ช่วยทำให้ค่ำคืนของที่นี่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ สอบถามรายละเอียดและติดต่อสำรองโต๊ะ:
เชื่อว่าหลายคนที่ขับรถยนต์ได้ สอบใบขับขี่มาแล้วเรียบร้อยอาจรู้สึกแปลก ๆ หากมีใครชวนให้ไปเข้าคอร์สเรียนขับรถกันอีกสักรอบสองรอบ ดีไม่ดีอาจมีเคืองเสียด้วยซ้ำ เพราะคิดว่าโดนอำเรื่องทักษะการขับรถที่ไม่เอาไหน แต่จริง ๆ แล้วการเรียน หรือการเข้าอบรมการขับขี่เพิ่มเติม ไม่ใช่เรื่องของมือใหม่ หรือคนที่ขับรถไม่ได้เพียงเท่านั้น เพราะการขับรถได้อาจไม่ใช่สิ่งการันตีว่าเราขับรถเป็นแต่อย่างใด ซึ่งการขับรถที่เรียกว่า ‘ขับเป็น’ จริง ๆ แล้วมันต้องเป็นการขับขี่ที่ทั้งสนุกและปลอดภัยในทุกเส้นทาง ซึ่งหลักการนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ก่อให้เกิดโปรแกรม BMW Driving Experience โปรแกรมเพิ่มสกิลการขับรถระดับตำนานของวงการรถยนต์ ที่ในวันนี้เราจะพาผู้อ่าน UNLOCKMEN ทุกท่านย้อนไปดูจุดเริ่มต้น และเรื่องราวที่น่าสนใจของโปรแกรม Driving Experience จากค่าย BMW (บีเอ็มดับเบิลยู) ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเอาจริงเอาจังและเป็นหนึ่งในค่ายรถที่ได้รับการยอมรับเรื่องมาตรฐานการให้ความรู้และประสบการณ์การขับขี่สุดมันส์ และถือเป็นหนึ่งในโปรแกรมฝึกอบรมขับขี่ที่จัดขึ้นโดยผู้ผลิตยานยนต์เป็นครั้งแรก ซึ่งจัดมาอย่างต่อเนื่องยาวนานตั้งแต่ยุค 70s จนถึงปัจจุบัน ขับรถเป็นต้องสนุกและปลอดภัย หากจะให้ย้อนรอยที่มาของโปรแกรม BMW Driving Experience คงต้องเล่าย้อนไปถึงแนวคิดของ BMW ที่มองว่า แค่การผลิตสุดยอดยนตรกรรมสมรรถนะสูงนั้นยังไม่เพียงพอ แต่สิ่งสำคัญคือจะทำอย่างไรให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานยานพาหนะคู่ใจได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ได้มากที่สุด จนกระทั่งในปี 1976 แนวคิดดังกล่าวได้เดินทางมาถึงจุดที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง จากการขอความร่วมมือของตำรวจเมือง Munich ที่ให้ค่ายรถ
หากเอ่ยถึงชื่อแบรนด์ Breitling (ไบร์ทลิ่ง) ขึ้นมา สาวกเรือนเวลาน่าจะรู้กันดีถึงกิตติศัพท์ด้านการจับเวลาที่เที่ยงตรงแม่นยำของจักรกลบอกเวลา ที่มีต้นกำเนิดจากหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งใน Saint-Imier (แซงต์ อิมิเยร์) ตั้งอยู่ใกล้เทือกเขา Jura (ชูรา) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งก่อตั้งโดยนาย Leon Breitling ช่างทำนาฬิกาที่ริเริ่มประดิษฐ์นาฬิกาจับเวลาในปี 1884 ด้วยชื่อเสียงเรื่องความแม่นยำทำให้จักรกลจับเวลาภายใต้ชื่อแบรนด์ Breitling ถูกนำไปใช้งานสำหรับภารกิจเหินเวหาอย่างมากมาย จนได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้บุกเบิกในการพัฒนานาฬิกาข้อมือแบบจับเวลาซึ่งได้มีส่วนร่วมเป็นอย่างมากในช่วงเวลาสำคัญในการพิชิตเวหาของมวลมนุษยชาติ จวบจนปัจจุบัน Breitling ยังเดินหน้าพัฒนานาฬิกาคุณภาพสูงขึ้นมาด้วยเป้าหมายเดียวกันกับวันแรกที่ Leon Breitling ผู้ก่อตั้งแบรนด์ได้เริ่มประดิษฐ์นาฬิกาจับเวลาขึ้นมา นั่นก็คือการสร้างสรรค์นาฬิกาจับเวลาที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมระดับโลก และยังคงผลิตกลไกเองแบบ In-House ซึ่งนาฬิกาทุกเรือนของ Breitling นั้นผ่านการผลิตจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และได้รับรองคุณภาพตามมาตรฐาน Chronometer จากสถาบัน COSC และเมื่อได้พูดคุยถึงเรื่องราวของ Breitling สิ่งที่จะขาดไปไม่ได้เลยคือ Chronomat (โครโนแมท) เรือนเวลาที่เปรียบเสมือนคอลเลคชันสําคัญในประวัติศาสตร์ของ Breitling ที่เปิดตัวมาในปี 1984 ซึ่งเป็นยุคที่นาฬิกา Quartz เรือนบางเฉียบจากญี่ปุ่นกําลังเป็นที่นิยมจนสามารถครองตลาดมาตั้งแต่ช่วงยุค 70s สวนทางกับนาฬิกาจักรกลสวิสเมดที่ความนิยมหดหายจนแทบเข้าขั้นวิกฤติ แต่ถึงกระนั้น
สำหรับผู้ชายอย่างเราการได้ขับขี่รถยนต์สมรรถนะสูงถือเป็นเรื่องที่หลายคนฝันอยากจะทำให้สำเร็จ โดยเฉพาะหนุ่ม ๆ ที่หลงใหลความเร็วและต้องการครอบครองรถยนต์ที่แสดงพลังบนท้องถนนได้มีประสิทธิภาพต่างจากรถที่วิ่งอยู่ในสนามแข่ง ขณะเดียวกันมีรถยนต์จำนวนไม่น้อยในโลกใบนี้ที่ได้รับอิทธิพลและแรงบันดาลใจในการสร้างมาจากความหลงใหลในโลกแห่งการแข่งขันรถยนต์ แต่คงไม่มีรถยนต์ตระกูลไหนจะสามารถถ่ายทอดจิตวิญญาณของรถแข่งลงในรถที่ใช้งานบนท้องถนนได้ดีไปกว่ารถยนต์จาก Mercedes-AMG ในตระกูล “GT Family” แต่เพราะเหตุผลอะไร วันนี้มาทำความรู้จักยนตรกรรมเหล่านี้ให้ดีขึ้นไปพร้อมกัน จุดเริ่มต้นของ “GT Family” เริ่มขึ้นในปี 2010 เมื่อโรงงาน Mercedes-AMG ที่ตั้งอยู่ในเมือง Affalterbach ได้ให้กำเนิดรถยนต์อย่าง Mercedes-Benz SLS AMG ขึ้นมา ด้วยดีไซน์ที่สวยงามโดยเฉพาะประตูแบบ Gullwing ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถยนต์รุ่นไอคอนอย่าง Mercedes-Benz 300SL Gullwing ก็ทำให้รถยนต์คันนี้ได้รับเสียงตอบรับที่ท่วมท้นจากคนรักรถยนต์ทั่วโลก อย่างไรก็ตามความสวยงามในด้านงานดีไซน์ของ SLS AMG เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความสำเร็จของรถยนต์คันนี้ เพราะสิ่งที่โดดเด่นเหนือสิ่งอื่นใดคือขุมพลังใต้ฝากระโปรงที่มาพร้อมเครื่องยนต์ที่ให้พลังสูงถึง 571 แรงม้าและแรงบิดที่ 630 นิวตันเมตร ส่งผลให้ Mercedes-Benz SLS AMG กลายเป็นรถยนต์ที่วิ่งด้วยเครื่องยนต์ Naturally Aspirated Engine (NA) ที่ทรงพลังที่สุดในเวลานั้น และกลายเป็นต้นกำเนิดให้กับรถยนต์ในตระกูล GT ในเวลาต่อ
เซ็กซ์เป็นกิจกรรมที่สร้างสุนทรียภาพให้ชีวิตมนุษย์อย่างหนึ่ง การที่เราสามารถเข้าถึงเซ็กซ์ที่ปลอดภัย แถมรื่นรมย์จึงถือเป็นความสุขง่าย ๆ อย่างหนึ่งของชีวิต แต่เมื่อใดก็ตามที่ผู้ชายก็โหยอยากต้องการกิจกรรมชวนระทวย ทว่าอวัยวะแกนกลางดันไม่เป็นใจ เมื่อนั้นเองที่ความทรมานทรกรรมทั้งใจทั้งกายเริ่มมาเยือน Erectile Dysfunction (ED) หรือการที่น้องชายไม่แข็งตัว จึงเป็นสภาวะแสนกระอักกระอ่วนที่ผู้ชายคนไหนก็ไม่อยากเผชิญ นกเขาไม่ขัน ไม่ใช่แค่สูงวัย แต่อ่อนวัยก็เกิดขึ้นได้ ส่วนมากเรามักเข้าใจว่า Erectile Dysfunction (ED) หรือนกเขาไม่ขันนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อผู้ชายอายุมากขึ้น ๆ เท่านั้น แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมากลับพบว่าไม่ได้มีแค่ชายสูงอายุเท่านั้นที่ต้องเผชิญกับการไม่แข็งตัว โดยผลสำรวจหลายชิ้นระบุไปในทิศทางเดียวกันว่าแม้แต่คนอายุน้อย ๆ หลัก 20 ต้น ๆ ก็ประสบปัญหานี้แล้ว! ผลสำรวจชิ้นหนึ่งมาจากบริษัทยาไวอากร้า ปกติตลาดหลักที่พวกเขาจำหน่ายยาให้คือชายสูงวัย แต่การสำรวจทางการตลาดล่าสุดพบว่าชายหนุ่มราว 14%-35% ก็เผชิญภาวะนกเขาไม่แข็งด้วยเช่นกัน ในขณะที่ Mary Sharpe จากองค์กรการกุศลด้านการศึกษาเรื่องความรัก เพศและอินเทอร์เน็ตกล่าวว่านับตั้งแต่ปี 2002 มานี้ผู้ชายที่อายุต่ำกว่า 40 เผชิญกับอาการนกเขาไม่ขัน 2-3% กระทั่งช่วงปีที่หนังโป๊ออนไลน์เริ่มแพร่หลายมากขึ้น และเราสามารถหาดูหนังโป๊แบบสตรีมมิงได้ง่ายขึ้น จำนวนผู้ชายอายุน้อยที่มีภาวะนกเขาไม่ขันก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงงานวิจัยที่หลายฝ่ายฮือฮาเมื่อปี 2016 ที่มีกลุ่มตัวอย่างเป็นทหารสหรัฐฯ ซึ่งออกมารายงานว่าทหารสหรัฐฯ นั้นมีภาวะอวัยวะเพศไม่แข็งตัวเพิ่มมากขึ้นเป็นประวัติการณ์ และเมื่อสำรวจแล้วก็พบว่าสาเหตุหลักสาเหตุหนึ่งคือการเสพหนังผู้ใหญ่ในปริมาณที่ล้นเกิน นั่นเป็นที่มาของ Porn-Induced
สำหรับชาวร็อกที่เติบโตมาในยุคอินดี้เฟื่องฟู เราเชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักชื่อของ MAD PACK IT เจ้าของเพลงดังในอดีตอย่าง ‘รักในสันดาน’ ‘อยู่เพื่อตัวเอง’ ‘เลิก’ ‘กวนตีน’ และ ‘คำให้การ’ ด้วยเนื้อหาที่ตรงไปตรงมา ภาษาที่โดนใจ รวมถุงเสียงร้อง เสียงดนตรีที่จัดจ้านทำให้พวกเขาสร้างฐานแฟนเพลงได้ไม่ใช่น้อย โดยผลงานสตูดิโออัลบั้ม 2 ชุด, E.P. อัลบั้มอีก 1 ชุด รวมถึง ‘MAD PACK IT X-TREAM CONCERT’ คอนเสิร์ตเต็มรูปแบบของพวกเขาซึ่งจัดขึ้นในปี 2547 คือสิ่งการันตีความนิยม และความเหนียวแน่นของกลุ่มแฟน ๆ MPI เป็นอย่างดี จนเมื่อเวลาผ่าน ยุคสมัยเปลี่ยน เรื่องราวความสำเร็จเหล่านี้จึงได้กลายสภาพเป็นความทรงจำดี ๆ ยุคอินดี้ ไปพร้อม ๆ กับชื่อเสียงของพวกเขาที่ค่อย ๆ จางหายไปจากวงการเพลงในช่วง 4 – 5 ปีที่ผ่านมา จะมีก็เพียงผลงานซิงเกิ้ลใหม่ออกมาให้ได้ฟังกันเฉลี่ยปีละครั้ง แต่ถึงกระนั้นบทเพลงเก่า ๆ ของพวกเขาก็ยังคงถูกเปิดอยู่จนถึงปัจจุบัน อีกทั้งเรื่องราวของพวกเขาก็ยังคงถูกพูดถึงในกลุ่มแฟน ๆ


