หลายคนคงเคยเจอสถานการณ์ประมาณว่า “งานจะต้องส่งพรุ่งนี้แล้ว แต่วันนี้ยังทำไม่เสร็จ และรู้สึกขี้เกียจเป็นอย่างมาก” อันเกิดจากการไม่ยอมทำงานให้เสร็จตั้งแต่เนิน ๆ แต่ได้ขยับ timeline ไปเรื่อย ๆ จนถึงหนึ่งวันก่อนส่งงาน บางคนอาจเริ่มโทษความขี้เกียจของตัวเอง ว่ามีมากเกินไปจนไม่ยอมทำงานให้เสร็จและรู้สึกกระวนกระวายกลัวจะทำงานเสร็จไม่ทัน ความขี้เกียจเป็นปัญหาหรือไม่? แล้วเราจะทำให้ตัวเอง productive ขึ้นมาได้อย่างไร? UNLOCKMEN จะไขข้อข้องใจเหล่านี้เพื่อให้ทุกคนได้ปลดล็อกศักยภาพให้เอง ความขี้เกียจเกิดจากอะไร? ว่ากันว่ามนุษย์ขี้เกียจกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ เพราะมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ดั้งเดิมจำเป็นต้องเก็บสะสมพลังงานเพื่อความอยู่รอด หลักฐานทางวิทยาศาสตร์พบว่า ร่างกายของมนุษย์ใช้พลังงานในการทำงานเยอะมาก (อย่างสมองมีน้ำหนักราว 2% ของร่างกาย แต่กินพลังงานที่ร่างกายได้รับต่อวันทั้งหมดถึง 20%) ความขี้เกียจจึงอาจเข้ามาช่วยให้มนุษย์ไม่ใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลืองเกินไปนั่นเอง แต่ต้นเหตุของความขี้เกียจก็ไม่ได้เกิดจากสัญชาตญาณเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้ความขี้เกียจเข้าครอบงำ ได้แก่ ความกลัว (fear) ความขี้เกียจและความกลัวดูจะมีความสัมพันธ์กัน ความขี้เกียจเปรียบเหมือนพื้นที่ปลอดภัย (comfort zone) สำหรับหนีความกลัวที่เราควบคุมไม่ได้ เช่น กลัวว่าจะไม่ประสบความสำเร็จ กลัวว่าจะล้มเหลว กลัวว่าจะตอบสนองความคาดหวังของคนอื่นไม่ได้ ความกลัวในลักษณะนี้หนักหน่วง และเป็นภาระต่อร่างกาย ทำให้เกิดความเครียด เราจึงต้องขี้เกียจ และผัดวันประกันพรุ่ง (procrastination) เพื่อปัองกันการเผชิญหน้ากับความกลัวทั้งๆ ที่เรายังไม่พร้อม ซึ่งบางคนกว่าจะรู้สึกพร้อมก็ใช้เวลานานพอสมควร ภาวะซึมเศร้า
แม่ คือมนุษย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ถูกเชื่อมโยงเข้ากับความอบอุ่นทั้งมวลของโลกใบนี้ เมื่อไรที่พูดถึงแม่ เรามักนึกถึงกลิ่นอาหารที่รอเราอยู่ที่บ้าน อ้อมกอดนุ่ม ๆ ที่พร้อมโอบรับเราอยู่เสมอ น้ำเสียงปลอบโยนที่พร้อมอยู่ข้างเราไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฯลฯ อย่างไรก็ตามความเป็นแม่ก็คือความเป็นมนุษย์ แม้ลูกทุกคนจะมีภาพจำว่า “แม่ = ความอบอุ่น อ่อนโยน” แต่เพราะการเป็นแม่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อแม่ต้องปกป้องลูกให้พ้นจากภัยอันตราย หรือวันที่แม่เหนื่อย เมื่อนั้นเองที่เราจะได้เข้าใจว่าแม่ไม่ได้มีแค่ด้านละมุน ๆ เท่านั้นแต่แม่โหด ๆ แกร่ง ๆ หรือแม้แต่แม่ด้านอ่อนแอก็มีเช่นกัน UNLOCKMEN ชวนต้อนรับบรรยากาศวันแม่แห่งชาติ ด้วยการพาไปรู้จักความเป็นแม่ที่ไม่เคยง่าย ผ่านตัวละครแม่ ๆ หลายมิติจากหนัง 5 เรื่อง จะชวนแม่มาดูด้วยกันให้มันส์ระเบิดก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด A Quiet Place เป็นแม่ในสภาวะปกติธรรมดาก็เหนื่อยหัวหมุนสายตัวแทบขาดแล้ว แต่การเป็นแม่ในโลกที่พังพินาศ มีสัตว์ประหลาดบุกโลก และทางเดียวที่จะรอดก็คือต้องใช้ชีวิตให้เงียบกริบเข้าไว้ ชีวิตผู้ใหญ่ที่เคยใช้ชีวิตแบบมีเสียงอะไรแค่ไหนก็ได้ แต่ต้องหันมาทำทุกอย่างให้เงียบใบ้ไร้เสียงก็ไม่ง่ายแล้ว แต่ A Quiet Place พาเราไปดูความทรหดของพ่อแม่ที่มีลูกเล็ก 2 คน ที่ต้องคอยระวังไม่ให้เด็ก ๆ เผลอทำเสียงอะไรออกมา เพราะแม้แต่เสียงหายใจที่ดังเกินไปก็อาจหมายถึงความตายที่รออยู่
“SAMMANKOPPLA/ซัมมันคอปล่า” คอลเล็คชั่นแห่งความภาคภูมิใจของคนไทย ผลงานการออกแบบและพัฒนาร่วมกันระหว่างอิเกียและเกรฮาวด์ แบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ แบรนด์เดียวจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้รับเลือกให้ร่วม Collaboration Projects 2020 ซึ่งอิเกียได้ทำงานร่วมกับแบรนด์และดีไซเนอร์มากหน้าหลายตาจากทั่วโลก สร้างสรรค์คอลเล็คชั่นพิเศษถ่ายทอดความหลากหลายของวัฒนธรรมรอบโลก จากเทรนด์ทั่วโลกที่คนย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองมากขึ้น และใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ที่จำกัดมากยิ่งขึ้น อิเกียและเกรฮาวด์ จึงได้สร้างสรรค์คอลเล็คชั่น “SAMMANKOPPLA/ซัมมันคอปล่า” โดยเชื่อมโยง 3 ความคิดหลักในการออกแบบ ประการแรก คือ ความเป็นอยู่แบบไทยยุคใหม่ที่ผสมผสานหลากหลายวัฒนธรรมและรูปแบบการใช้ชีวิต ประการที่สอง คือ ความเชื่อแบบไทย ๆ ที่ปลูกฝังส่งต่อกันมายาวนานเกี่ยวกับการใช้ชีวิตอย่างประหยัด พอเพียง ยั่งยืน และประการสุดท้าย คือ การนำสไตล์ของเกรฮาวด์ ที่เป็นแบรนด์ Casual Street Style ที่สร้างสรรค์และสนุกสนานเข้าไปด้วยกัน ผลลัพธ์ที่ได้คือ คอลเล็คชั่นเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ในบ้านที่มีความแตกต่าง ไม่เพียงเหมาะกับการใช้ชีวิตในพื้นที่ขนาดเล็กเท่านั้น แต่ยังตอบสนองต่อกระแสความคิดใหม่ในการใช้ชีวิตแบบรักษ์โลกอีกด้วย สินค้าหลาย ๆ รายการในคอลเล็คชั่นนี้ เกิดจากความคิดแบบมัลติฟังก์ชั่น บวกกับการใช้งาน หรือนำเอาวัสดุเก่ามาหมุนเวียนใช้ใหม่ อย่างแนวคิดของการเอาระบบนั่งร้านมาเปลี่ยนเป็นเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ที่เบาและมีความคล่องตัวในการใช้สอย โคมไฟที่มาจากการดัดแปลงกระปุกน้ำยาเก่าให้กลับมาเป็นประโยชน์อีกครั้ง หรือการนำเอางานหัตถกรรมจักสานพื้นบ้านไทย มาต่อยอดด้วยการผลิตที่ใช้วัสดุและดีไซน์ที่ทันสมัย เพื่อชูแนวคิด 3R
ในช่วงที่ภาพยนตร์ส่วนใหญ่ถูกเลื่อนฉายออกไปเรื่อย ๆ คอหนังหลายคนคงจะเบื่อกับการที่ไม่มีหนังใหม่ ๆ เข้าโรงให้ได้ชมกัน ค่ายหนังส่วนใหญ่รู้สึกไม่ต่างกันว่าการนำหนังของตัวเองฉายตามกำหนดการปกติอาจไม่คุ้มเสี่ยงเพราะการระบาดของไวรัสโควิด-19 ด้วยเหตุผลเรื่องวิกฤตไวรัส ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยอยากเข้าโรงหนังเท่าไหร่นัก ในเมื่ออยู่บ้านเบื่อ ๆ ไม่รู้จะทำอะไร หนังเรื่องใหม่ที่อยากดูก็ยังไม่เข้า เราจึงอยากแนะนำภาพยนตร์ญี่ปุ่นหมวดตามล่าล้างแค้น 5 เรื่อง ให้เป็นตัวเลือกเผื่อว่ายังมีบางเรื่องที่คอหนังยังตามเก็บไม่ครบ LADY SNOWBLOOD (1973) ภาพยนตร์ที่เสริมสร้างแรงบันดาลใจให้ เควนติน ทารันติโน ลงมือสร้างหนังโคตรดังอย่าง Kill Bill เปิดมาขนาดนี้ใคร ๆ ต่างก็ต้องให้ความสนใจกับหนังตามล้างแค้นเรื่อง Lady Snowblood (1973) เรื่องราวกดดันจะถูกเล่าไปพร้อมกับเด็กสาวนามว่า ‘ยูกิ’ ที่ลืมตาดูโลกก็รู้จักกับคำว่าล้างแค้นตั้งแต่แรก แม่ของเธอมีปมความแค้นบางอย่างและมุ่งหวังอย่างยิ่งว่าจะฝากความหวังทั้งหมดให้กับลูกสาวตัวเอง ผู้เป็นแม่ได้พร่ำสอนยูกิตั้งแต่เด็ก ๆ ว่าเธอต้องรู้สึกแค้น เธอจะต้องล้างแค้นให้แม่ สอนให้จับดาบซามูไร มีชีวิตแตกต่างจากเด็กสาวบ้านอื่น ๆ เพราะเธอต้องเชี่ยวชาญการต่อสู้ มีอารมณ์ที่สงบนิ่ง ไม่ไหวติงต่อสิ่งเร้า เธอต้องแข็งแกร่งเพื่อตามล่าบุคคลนิรนาม 4 คน ที่สร้างความเจ็บช้ำจนเกิดเป็นความแค้นยาวนานหลายสิบปีนี้ให้ได้ ซาโต้อิจิ ไอ้บอดซามูไร (2003) ซาโต้อิจิ ไอ้บอดซามูไร
แม้วันเวลาจะเดินหน้าอย่างไม่เคยหยุดนิ่งแต่คงปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าชื่อของ สตีฟ แม็กควีน (Steve McQueen) ได้กลายมาเป็นไอคอนสำคัญต่อผู้ชายเราในยุคสมัยหนึ่ง ทั้งความโดดเด่นเรื่องผลงานการแสดงจากภาพยนตร์อย่าง The Thomas Crown Affair (1968) The Great Escape (1963) และหนังแห่งโลกความเร็วอย่าง Le Mans (1971) แต่นอกจากบทบาทด้านการแสดงอีกหนึ่งในเรื่องที่ สตีฟ แม็กควีน ได้สร้างอิทธิพลต่อผู้ชายทั่วโลกมาหลากหลายยุคสมัยคือเรื่องของแฟชั่นและสไตล์การแต่งตัว ไม่ว่าจะเป็นสไตล์เรียบหรูเป็นทางการหรือการแต่งตัวในลุคสบาย ๆ ที่เน้นความคล่องตัว ผู้ชายคนนี้ก็มักหยิบไอเทมชิ้นต่าง ๆ มาสร้างสไตล์ที่โดดเด่นให้กับตัวเองได้เสมอ แต่ไอเทมชิ้นไหนที่ถูกจดจำว่าเป็นเครื่องแต่งกายชิ้นโปรดของ King of Cool คนนี้บ้าง มาทำความรู้จักไปพร้อมกันเลย White T-Shirt สตีฟ แม็กควีนมีทักษะในการแต่งตัวและบุคลิกในการสร้างสไตล์ที่โดดเด่นด้วยเสื้อผ้าอันเรียบง่าย หนึ่งในคือ เสื้อยืดสีขาว โดยสตีฟมักหยิบไอเทมชิ้นนี้มาจับคู่กับกางเกงกากี (Khaki) และกางเกงผ้าลินิน (Linen Trousers ) หลายครั้งระหว่างเดินทางโปรโมตหรือถ่ายทำภาพยนตร์เขาจะเลือกเสื้อยืดสีขาวเป็นชุดเตรียมความพร้อมเพื่อสำหรับทำกิจกรรมต่าง ๆ ในเวลาเดียวกันก็สามารถสร้างสไตล์ตคูล ๆ
สำหรับหนุ่ม ๆ ที่สนใจในกีฬาการต่อสู้อย่างกีฬาชกมวยชื่อของไมค์ ไทสัน (Mike Tyson) คงเป็นหนึ่งในรายชื่อที่วิ่งเข้ามาในหัวเป็นลำดับแรกเพราะยอดนักชกคนนี้ได้สร้างปรากฏการณ์เอาไว้จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นสถิติเจ้าแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวทที่มีอายุน้อยที่สุดด้วยวัย 20 ปี 4 เดือน ก่อนแขวนนวมด้วยสถิติชก 58 ครั้ง ชนะน็อก 44 ครั้ง และปราชัยเพียง 6 ครั้งจนได้รับฉายา “Baddest Man on the Planet” มาครองในท้ายที่สุด หลายคนต่างรู้ดีว่าพลังหมัดและฝีมือบนสังเวียนของไมค์คือของจริงที่เกิดมาจากการฝึกซ้อมเฉพาะตัวสุดโหดและวันนี้ถือเป็นโอกาสดีสำหรับคนที่สนใจอยากออกกำลังในสไตล์ไมค์ ไทสัน เพราะ QUICK WORKOUT วันนี้ได้นำตารางฝึกซ้อมประจำวันในสมัยที่ไมค์ ไทสันยังคงฟาดปากบนสังเวียนมาฝากกัน แต่การฝึกแบบไหนจะเป็นเบื้องหลังความแข็งแกร่งของชายคนนี้บ้าง มาเรียนรู้ไปพร้อมกันได้เลย Jogging Iron Mike เริ่มต้นการฝึกในตอนเช้าของทุกวันด้วยการลุกขึ้นจากเตียงมาวิ่ง Jogging เพื่อเป็นการวอร์มอัพและยืดเส้นสายของร่างกายให้พร้อมสำหรับโปรแกรมฝึกที่เข้มข้นตลอดทั้งวัน ขณะเดียวกันการวิ่งเป็นการฝึกซ้อมที่ขาดไปไม่ได้สำหรับนักมวย เพราะการ Jogging จะช่วยสร้างกล้ามเนื้อขาที่แข็งแรงซึ่งจะช่วยเพิ่มพลังในการส่งหมัด รวมไปถึงช่วยเพิ่มกำลังให้สามารถยืนระยะชกบนเวทีได้นานขึ้นไปพร้อมกัน Mike Tyson Tips: การฝึก Jogging ของไมค์ไทสันจะเริ่มขึ้นในเวลาตี 4-5
คราวที่แล้วเราได้แนะนำเรื่อง 5 CHECKLISTS ระบุสัญญาณว่าที่ทำงานของคุณเต็มไปด้วย TOXIC WORKPLACE ไปแล้ว และอย่างที่สัญญาว่าเราจะมานำเสนอวิธีเอาตัวรอด ถ้าเช็คแล้วพบว่าที่ทำงานของคุณมันช่างเต็มไปด้วยความ Toxic Workplace ซึ่งในสถานการณ์ที่งานเป็นสิ่งหายาก จะลาออกเพื่อหนีปัญหาก็ไม่น่าจะเป็นทางออกที่ดีนัก เลยอยากจะแนะนำเคล็ดลับที่จะทำให้ทุกคนสามารถทำงานได้อย่างมีความสุขได้ แม้จะอยู่ใน toxic workplace ก็ตาม ซึ่งมีหลักง่ายๆ ดังต่อไปนี้ หลีกเลี่ยงดราม่า (avoid drama) ไม่นินทา หรือ ตัดสินคนอื่นจากคำนินทาเพียงอย่างเดียว ควรตัดสินจากข้อมูลอย่างรอบด้าน ทั้งจากประสบการณ์ของเราเอง และ ประสบการณ์ของคนอื่น หากเป็นไปได้ มีอะไรก็ควรพูดคุยกันตรง ๆ ไม่ว่าจะกับเพื่อนร่วมงาน หรือ เจ้านายที่มีปัญหา เพื่อให้ปัญหานั้นได้รับการแก้ไข ไม่ถูกซุกอยู่ใต้พรม ซึ่งยิ่งมีปัญหาคาใจซุกไว้มาก ยิ่งจะทำให้บรรยากาศในการทำงานมาคุเสียเปล่า ๆ ตัวบริษัทเองก็ควรสร้างช่องทางการสื่อสารที่ทำให้เกิดการพูดถึงปัญหาด้วย เช่น อาจจะทำเป็นช่องทางการสื่อสารแบบลับๆ ที่จะทำให้ผู้รายงานปัญหาไม่รู้สึกว่า จะถูกคุกคามในอนาคตเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ สร้างขอบเขตในการทำงานที่ชัดเจน (establish boundaries) ในบางกรณีที่อยู่ใน toxic workplace ก็ยากที่จะปฏิเสธการทำงานเกินเวลา หรือทำงานในวันที่ควรจะได้พัก จึงต้องมีการกำหนดขอบเขตในการทำงานและการใช้ชีวิตที่ชัดเจน
รองเท้าวิ่งรุ่นใหม่ On Cloudboom (ออน คลาวด์บูม) ที่ออกแบบมาสำหรับการวิ่งระยะไกลและเป็นรุ่นแรกที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Carbon-fiber infused Speedboard™ ซึ่งได้เปิดตัวพร้อมกับหูฟังไร้สายลิมิเต็ดเอดิชัน Beoplay E8 Sport On Limited Edition จากแบรนด์ Bang & Olufsen แบรนด์เครื่องเสียงจากประเทศเดนมาร์ก ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Sound of Unstoppable” เป็นการร่วมมือกันครั้งแรกของทั้งสองแบรนด์ ที่จะนำปรัชญาการออกแบบและความหลงใหลมาสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ โอลิวิเยร์ เบิร์นฮาร์ด ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ On และเจ้าของแชมป์ Ironman World Champion หลายสมัย กล่าวว่า “ความฝันอย่างหนึ่งของผมคือการสร้างรองเท้าวิ่งสำหรับการแข่งขันที่ดีที่สุด Cloudboom จึงถูกสร้างขึ้นโดยนำความคิดเห็นของนักกีฬาชั้นนำมาเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการพัฒนา เพราะพวกเขารู้ว่าต้องทำอย่างไรจึงจะวิ่งมาราธอนได้เร็วที่สุด ในขณะเดียวกันรูปทรงของ Cloudboom ยังสื่อถึงดีเอ็นเอของ On คือการออกแบบในสไตล์มินิมอลและประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งาน ซึ่งก็เป็นหลักการเดียวกันกับของ Bang & Olufsen นั่นเอง” ทางด้าน คริสตอฟเฟอร์ โพลเซน
ในแต่ละปี ๆ จะต้องมีคดีความอย่างน้อยหนึ่งคดีที่ชวนให้มนุษย์อย่างเรา ๆ รู้สึกอัดอั้น หรือสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากลของกระบวนการยุติธรรมบางอย่างออกมาสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเมื่อข่าวนั้น ๆ ถูกฉายซ้ำไปซ้ำมาให้เราเห็นในหน้าฟีดโซเชียลมีเดียและสื่อหลักต่าง ๆ ทำให้ความเครียด ความอัดอั้นพุ่งทะลุขีดไปหลายหน เพื่อระบายความคับข้องใจ เราชวนมาดูหนังแหกคุกเพื่อระบายความตึงเครียดชั่วคราว (หรือจะเครียดกว่าเดิมก็ไม่รู้) แต่รับรองว่ามันส์แน่นอน Escape Plan บนโลกใบนี้มีอาชีพแปลก ๆ อยู่ไม่น้อย และหนึ่งในนั้นคืออาชีพนักหาจุดอ่อนของเรือนจำ และแหกคุกออกมาให้ได้เพื่อเอาไปบอกว่าเรือนจำแต่ละแห่งยังมีข้อบกพร้อมต้องแก้ตรงไหนเพื่อให้คุมขังนักโทษได้รัดกุมยิ่งขึ้น ซึ่งเรย์ เบรสลิน ตัวเอกของเรื่องก็เป็นสุดยอดนักหาจุดอ่อนเรือนจำที่ทำงานมาจนเชี่ยวชาญ กระทั่งวันหนึ่งเขาถูกส่วตัวไปสำรวจเรือนจำแห่งใหม่ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยสุดโหด ไม่เคยมีใครแหกคุกที่นี่ได้มาก่อน ยิ่งระทึกไปกว่านั้นเมื่อเขาพบว่าเขาไม่สามารถถอนตัวจากภารกิจนี้ได้ เขาวางแผนกับรอทท์เมเยอร์นักโทษสุดเก๋าเพื่อหาทางแหกคุกสุดโหดนี้ไปด้วยกัน แม้แผนแหกคุกของ Escape Plan จะไม่ได้ซับซ้อนหรือหลักแหลมอะไร แต่หากวันตึง ๆ ต้องการความตื่นเต้น แอกชัน มันส์หยด ก็รับรองได้ว่า Escape Plan จะชวนให้ดูไปลุ้นไปเพลิน ๆ ได้แน่นอน The Next Three Days เมื่อการแหกคุกไม่ได้เกิดจากในคุก แต่เกิดจากใครบางคนที่อยู่นอกคุก และอยากทำเพื่อคนที่เขารัก! The


