ความเครียดอยู่คู่กับมวลมนุษยชาติมาโดยตลอด โดยเฉพาะในยุคที่เราต้องแข่งกันทำงาน ฟาดฟันกันทางธุรกิจ ความเครียดย่อมรุมเร้าเป็นเงาตามตัว ความเครียดในระดับที่เหมาะสมอาจหมายถึงเราได้เผชิญความท้าทาย ได้ก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซน แต่ความเครียดที่พุ่งทะลุขีดก็อาจหมายถึงปัญหาสุขภาพที่ตามมา หรืองานที่ไม่มีประสิทธิภาพได้ การจัดการกับความเครียดให้อยู่หมัดจึงเป็นสิ่งที่เราทุกคนควรเรียนรู้และฝึกฝน ไม่ใช่เพื่อให้ชีวิตนี้ไม่มีเรื่องเครียดมากวนใจ แต่เมื่อมีปัญหาและเรื่องเครียดมาทักทายแล้วเราสามารถรับมือกับมันได้อย่างที่มนุษย์ที่ประสบความสำเร็จหลาย ๆ คนเขาทำกัน อย่ามัวคลายเครียด แต่หาสาเหตุแล้วกำจัดต้นตอของมัน กิจกรรมผ่อนคลายความเครียดไม่ได้ผิดอะไร เราสามารถทำกิจกรรมเหล่านั้นเวลาเราต้องการเพิ่มความรู้สึกรื่นรมย์ให้ชีวิต หรือเมื่อความเครียดนั้นอยู่ในระดับแค่เบี่ยงเบนความสนใจก็ดีขึ้น แต่เราไม่สามารถหาทางคลายเครียดเพื่อหนีความเครียด หรือกำจัดมันให้พ้นไปตลอดกาลได้ ดังนั้นหนทางสำคัญจึงเป็นการหาที่มาของความเครียดนั้นให้เจอ และจัดการกับมันอย่างตรงจุด การศึกษาวิจัยตลอดทศวรรษที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่ามนุษย์ที่ประสบความสำเร็จจากหลายแขนง ทั้งนักธุรกิจ ผู้นำการทหาร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ กระทั่งนักกีฬามากความสามารถล้วนแต่โฟกัสไปที่การแก้ปัญหา ตั้งแต่ที่สถานการณ์เริ่มสร้างความตึงเครียดให้พวกเขา วิธีการก็คือการพยายามระบุแหล่งที่มาของความเครียดให้ได้ จากนั้นจึงจัดการกับมันอย่างตรงจุด เช่นกรณีของศัลยแพทย์ที่ต้องผ่าตัดครั้งสำคัญ นอกจากความยากของการผ่าตัดที่เป็นความท้าทายครั้งสำคัญซึ่งเลี่ยงไม่ได้แล้ว การนอนไม่พอหรือการหายใจผิดจังหวะจากความเครียดของตัวเองก็อาจทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลงไปอีก ดังนั้นทางแก้ที่พวกเขาเลือกจึงเป็นการนอนให้เพียงพอก่อนวันผ่าตัด การฝึกการหายใจเพื่อให้รับมือกับความเครียดในห้องผ่าตัดได้ดีขึ้น หรือกรณีของนักธุรกิจที่ต้องเครียดจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในองค์กร เขาจะไม่เลือกเพิกเฉย แล้วรอแก้ปัญหาที่ตามมา แต่เลือกหาสาเหตุของปัญหาเหล่านั้นและรีบคลี่คลายมันก่อนที่ทุกอย่างจะลุกลาม คนที่ประสบความสำเร็จจำนวนมาก จึงไม่ได้เลือกทางที่ความเครียดเกิดขึ้นแล้วหาทางบรรเทาอารมณ์ความรู้สึกนั้นแต่พวกเขาจะพยายามหาสาเหตุของความเครียดที่พวกเขารู้สึกเป็นอันดับแรก แล้วหาทางมาจัดการกับต้นตอนั้นให้เร็วที่สุด อารมณ์เชิงลบ ไม่ได้แย่เสมอไป ถ้าใช้ให้ถูกวิธี เชื่อว่าหลายคนเคยได้รับคำแนะนำเรื่องการจัดการความเครียดที่เน้นให้เราควบคุมอารมณ์เชิงลบของตัวเอง การไม่โกรธ การไม่ผิดหวัง คำแนะนำที่อยากให้เราผ่อนคลายอารมณ์จากความเครียดอันเผาไหม้ ด้วยการให้มองโลกมุมใหม่ การพยายามหามุมมองที่เป็นบวกกว่าให้ตัวเอง วิธีเหล่านั้นได้ผลในหลาย ๆ กรณี โดยเฉพาะเมื่อเราเผชิญความเครียดจากเรื่องที่เราไม่อาจควบคุมหรือเปลี่ยนแปลงมันได้อีกแล้ว
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ซัมซุงได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลกอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว Galaxy Z Fold2 (กาแลคซี่ ซี โฟลด์ 2) สุดยอดนวัตกรรมสมาร์ทโฟนจอพับได้เจเนอเรชันที่ 3 จากซัมซุง ที่มาพร้อมนวัตกรรมการออกแบบสุดล้ำบ่งบอกนิยามแห่งอนาคต พร้อมพัฒนาฟังก์ชันใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานและมอบประสบการณ์ของสมาร์ทโฟนจอพับได้ที่ดีที่สุด เทรนด์การทำงานแบบ Remote Working นั้นกำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด สอดคล้องกับรายงานของ Microsoft ที่เผยว่า ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคมที่ผ่านมา อัตราการใช้บริการวิดีโอคอลบน Microsoft Teams ผ่านสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตนั้นเพิ่มสูงขึ้นถึง 300% ซัมซุงได้เล็งเห็นถึงเทรนด์ของไลฟ์สไตล์การทำงานที่เปลี่ยนไปนี้ จึงมุ่งต่อยอดนวัตกรรมสมาร์ทโฟนจอพับได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยคอนเซ็ปต์การรวมประสบการณ์หน้าจอขนาดใหญ่ของแท็บเล็ตและความคล่องตัวของสมาร์ทโฟนไว้ในเครื่องเดียว กลายเป็นผู้บุกเบิกและปฏิวัติอุตสาหกรรมด้วยการสร้าง Form Factor ใหม่ให้กับสมาร์ทโฟนในอนาคต หลังจากที่ซัมซุงได้เปิดตัว Galaxy Fold “สมาร์ทโฟนจอพับได้รุ่นแรกของโลก” ไปเมื่อปีที่ผ่านมา ได้พิสูจน์แล้วว่านวัตกรรมดังกล่าวไม่ได้ถูกคิดค้นขึ้นเพียงเพื่อสร้างลูกเล่นที่แปลกใหม่ หรือให้ประสบการณ์สมาร์ทโฟนรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนเท่านั้น แต่นวัตกรรมที่ผสานเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในเครื่องเดียวนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานให้กับผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะฟีเจอร์ Multi-active window ที่ช่วยให้สามารถทำงานได้หลายอย่างพร้อมกัน หรือประสบการณ์การรับชมที่เต็มตาบนหน้าจอสมาร์ทโฟนขนาดใหญ่เทียบเท่าแท็บเล็ต แต่ยังให้ความสะดวกในการพกพาและคล่องตัวในการใช้งาน
“จะซื้อหนังสือมาทำไมถ้าไม่อ่าน?” “อ่านที่มีอยู่ให้หมดก่อนแล้วค่อยซื้อเพิ่มสิ” “โธ่ ก็แค่อยากเท่ใช่ไหม ถึงมีหนังสือไว้แค่ประดับบ้าน” เราเชื่อว่าถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่มีกองดอง หรือกองหนังสือที่ซื้อมาแล้วแต่ยังไม่ได้อ่านวางดองรอวันที่เหมาะสมอยู่ที่บ้าน คุณต้องเคยเผชิญกับประโยคเหล่านี้จากคนรอบตัวอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิตแน่นอน แม้เราอยากจะตอบคำพูดเหล่านั้นกลับไปง่าย ๆ ว่า “หนังสือผม เงินผม ผมจะทำอะไรก็ได้” แต่ก็ไม่ได้ทำ… รวมถึงหลายครั้งที่เราเห็นภาพถ่ายบ้านคนเก่ง ๆ ระดับโลก Elon Musk เอย Bill Gates เอย แล้วเขามีหนังสือจำนวนมากเรียงราย หลายคนคงอดสงสัยไม่ได้ว่า อ่านหมดเหรอ? วันนี้ UNLOCKMEN ชวนมาไขข้อข้องใจว่าทำไมหนังสือต่อให้ซื้อมาแล้วไม่ได้อ่านก็มีประโยชน์อยู่ดี รับรองว่าจะรู้สึกสบายใจกับหนังสือ (ที่ยังไม่ได้อ่าน) ของตัวเองและคนอื่น รวมถึงเข้าใจมากขึ้นว่าทำไมคนเก่ง ๆ หลายคนเขาถึงมีหนังสือจำนวนมากกันขนาดนั้น แม้จะอ่านได้ไม่หมดในชีวิตนี้ก็ตาม antilibrary: หนังสือที่ยังไม่ได้อ่าน เตือนเราว่า “ยังมีเรื่องราวอีกมากที่ยังไม่รู้” เรามักได้ยินคำพูดทำนองว่าคนอ่านหนังสือเป็นคนอวดรู้ หรือคิดว่าตัวเองรู้ดี รู้เยอะกว่าคนอื่น แต่ความเชื่อแบบนั้นอาจต้องเปลี่ยนไปแบบพลิกโลก เพราะสำหรับคนที่มีหนังสือเรียงราย แต่อ่านไม่หมด เขากลับถ่อมตัว (ในสิ่งที่เขารู้) และตระหนักว่าพวกเขายังต้องเรียนรู้อะไรอีกมาก หนึ่งในคนที่เสนอเรื่องยิ่งมีหนังสือไม่ได้อ่าน ยิ่งกระหายการเรียนรู้คือ Nassim Nicholas Taleb เขาคือนักสถิติ
สำหรับผู้ชายอย่างเราการตัดสินใจซื้อรถยนต์สักคันเป็นเรื่องที่ทุกคนให้ความสำคัญและเชื่อว่าแต่ละคนมีเหตุผลในการเลือกซื้อรถที่ตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกันไป แต่นอกจากเรื่องของสมรรถนะที่เป็นความต้องการพื้นฐานแล้ว การใช้งานรถยนต์ในปัจจุบันยังมีเรื่องที่เราควรให้ความสำคัญไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความปลอดภัย ความสะดวกสบายจากเทคโนโลยีสนับสนุนผู้ขับขี่ที่ทันสมัยและดีไซน์ที่ชวนหลงใหลซึ่งทั้งหมดสามารถมีรวมอยู่ในรถยนต์คันเดียวในราคาที่คุ้มค่าได้ อย่างไรก็ตามถ้าพูดถึงเรื่องความคุ้มค่า คงพลาดไม่ได้ที่ต้องพูดถึง C-SUV รุ่นล่าสุดจากค่ายรถยนต์เอ็มจีอย่าง NEW MG HS ที่วันนี้ UNLOCKMEN จะพาทุกคนมาหาคำตอบไปพร้อมกันว่า ทำไมราคาค่าตัว 1.1 ล้านบาท ถึงเป็นราคาที่สุดแสนจะคุ้มสำหรับค่าตัวของยนตรกรรมคันนี้ มาเจาะลึกลงรายละเอียดความคุ้มค่าของรถคันนี้ไปพร้อมกัน เริ่มต้นที่มุมมองแรกที่ทุกคนจะสัมผัสได้จากรถยนต์คือ เรื่องของงานดีไซน์ NEW MG HS เป็นเอสยูวีที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน โดยทีมออกแบบเน้นผสานความหรูหราเข้ากับความสปอร์ตและถ่ายทอดออกมาเป็นเส้นสายตัวถังแบบ British Shoulder Line ที่โค้งมน ในเวลาเดียวกันรถยนต์คันนี้ยังคงจุดเด่นในงานดีไซน์ของ MG ด้วยกระจังหน้าซึ่งมาพร้อมแนวคิด ‘Stella Magnetic Field ที่ได้แรงบันดาลใจ มาจากกลุ่มดาวบนท้องฟ้าที่ดึงดูดเข้าหากัน โดยกระจังหน้าและเส้นสายของรถเข้ากันได้อย่างลงตัวกับไฟหน้าแบบ LED Projector ที่พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lights) และไฟท้ายแบบ Space Light Field ในส่วนของไฟเลี้ยวทั้งด้านหน้าและหลังจะแสดงผลไล่ระดับแบบ Sequential ซึ่งช่วยเพิ่มความหรูหราให้กับเอสยูวีคันนี้ยิ่งขึ้น พร้อมเสริมความดุดันด้วยล้ออัลลอยด์ขนาด 18
ปัจจุบันปัญหาการนอนไม่หลับ หลับยากหรือนอนหลับไม่สนิทกลายมาเป็นปัญหาที่หนุ่ม ๆ หลายคนต้องพบเจอ และการพักผ่อนที่ไม่มีคุณภาพเหล่านี้กำลังส่งผลเสียต่อร่างกายและจิตใจของเรามากขึ้นทุกวันโดยที่เราไม่รู้ตัว ปัญหาการนอนไม่หลับเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุและมีระดับความรุนแรงแตกต่างกันไป อาจเกิดได้จากปัญหาภายนอกไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ภายในห้องนอน ทั้งอุณหภูมิ เสียง และระดับของแสงสว่าง ซึ่งสามารถแก้ไขได้โดยการปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะแก่การนอนหลับ แต่หนึ่งในปัญหาสำคัญที่เป็นต้นเหตุของอาการนอนไม่หลับมากที่สุดกลับไม่ใช่ปัญหาจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ แต่กลับเป็นปัญหาจากความเครียดและความกังวลทางจิตใจซึ่งเป็นปัญหาภายในที่ดูเหมือนว่าจะยากต่อการแก้ไข แต่อย่างไรก็ตามทางออกของปัญหาการนอนไม่หลับจากความรู้สึกภายใน ยังมีเทคนิคการหายใจที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อช่วยลดความเครียดทางจิตใจและผ่อนคลายร่างกายให้พร้อมเข้าสู่โหมดนิทรา วิธีดังกล่าวถูกเรียกว่าเทคนิคการหายใจแบบ 4-7-8 ซึ่งเป็นเทคนิคที่เราอยากหยิบมาแนะนำให้หนุ่ม ๆ ที่หลับยากทุกคนได้ลองฝึกไปด้วยกัน และเทคนิคการหายใจรูปแบบดังกล่าวจะมีขั้นตอนอย่างไร และมอบประโยชน์ด้านไหนให้กับเราบ้าง เชิญมาทำความรู้จักไปพร้อมกันได้เลย การหายใจ 4-7-8 คืออะไร ? เทคนิคการหายใจ 4-7-8 ถูกคิดค้นขึ้นโดย ดร.แอนดรูว์ ไวล์ (Andrew Weil) แพทย์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดผู้ให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพแบบองค์รวมหรือ Holistic Health ซึ่งเป็นการดูแลสุขภาพด้วยที่นำแนวทางการรักษาดั้งเดิมมาปรับเข้ากับการบำบัด ขณะเดียวกันดร.แอนดรูว์ ไวล์ ก็มองเห็นถึงประสิทธิภาพของการรักษาหรือบำบัดด้วยเทคนิคการหายใจเข้า-ออก ที่ถูกใช้เยียวยาจิตใจของมนุษย์มานานกว่าพันปี ไม่ว่าจะเป็นการทำสมาธิหรือการฝึกโยคะ ก่อนจะทำการศึกษาและวิจัยเพิ่มเติมจนเกิดเป็นเทคนิคหายใจที่เรียกว่า 4-7-8 ขึ้นมา โดยรูปแบบการหายใจดังกล่าวมีจุดเป้าหมายหลักคือเพื่อลดความวิตกกังวลรวมถึงทำให้ผู้ฝึกสามารถหลับได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งในเวลาต่อมามีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์หลายชิ้นที่มีหลักฐานสนับสนุนว่าเทคนิคการหายใจนี้ใช้ได้ผลจริง การหายใจ 4-7-8 มีหลักการทำงานอย่างไร
พูดถึงสารเคมีในเครื่องดื่มที่ทำให้เราตาสว่าง สิ่งนั้น คือ ‘คาเฟอีน’ (caffeine) ที่เราบริโภคกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะมีอยู่ในเครื่องดื่มหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น โค้ก ชา หรือ กาแฟ เป็นต้น แต่สงสัยไหมว่า ในเมื่อคาเฟอีนมีอยู่ในเครื่องดื่มหลายชนิด ทำไมกาแฟจึงทำให้เรารู้สึกตื่นได้ดีที่สุด? UNLOCKMEN จะอธิบายให้ทุกคนฟัง พร้อมแนะนำวิธีการดื่มกาแฟให้ตื่นอย่างแท้จริงด้วย ทำไมต้องดื่มกาแฟ? คาเฟอีนมีฤทธิ์ในการกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง (หรือ สมอง) ทำให้เกิดการหลั่งของฮอร์โมนต่าง ๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น อะดรีนาลีน (adrenaline) หรือ โดปามีน (dopamine) ส่งผลให้ อัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต ไปจนถึงระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดสูงขึ้น เราจึงรู้สึกกระปรี้กระเปร่าเมื่อได้รับสารคาเฟอีนเข้าสู่ร่างกาย ในเครื่องดื่มแต่ละชนิดจะมีปริมาณคาเฟอีนที่ต่างกัน กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่มีปริมาณคาเฟอีนสูง เมื่อเที่ยบกับเครื่องดื่มประเภทอื่น เช่น ชา ค่าปกติปริมาณคาเฟอีนในกาแฟจะอยู่ที่ 40 มก./100 กรัม ส่วนชาจะอยู่ที่ 11 มก./100 กรัม ซึ่งความแตกต่างในเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะธรรมชาติของตัวเมล็ดกาแฟ หรือใบชา แต่เกิดจากวิธีการชงกาแฟใช้น้ำที่มีอุณหภูมิสูงกว่า
วันหยุดพักผ่อนมักลวงตาให้เราต้องกระเสือกกระสนเดินทางไปต่างจังหวัด ทั้งที่กลางกรุงเองก็มีสถานที่พักผ่อนอัดแน่นวัฒนธรรม มีอาหารดี ๆ มีที่ให้นอน แม้ในมุมที่เป็นย่านการค้าพลุกพล่านอย่างเยาวราชตอนนี้ก็เริ่มผุดทั้งคาเฟ่และโฮมสเตย์ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจขึ้นมา 350 STATION CAFE & HOMESTAY คือคลาสสิกคาเฟ่และโฮมสเตย์แห่งใหม่ย่านเยาวราชที่เกิดขึ้นจาก คุณต๊ะและคุณแลม คู่หูนักเดินทางที่รักการเดินทางด้วยรถไฟ ฝันอยากสร้างที่พักเล็ก ๆ เป็นของตัวเอง จนกระทั่งได้ตึกแถวสไตล์ลูกครึ่ง จีนผสมชิโน-โปรตุกิส (Sino-Portuguese) ซึ่งเคยเป็นอดีตร้านขายอะไหล่มอเตอร์ไซค์ใกล้วงเวียน 22 มารีโนเวต จึงปรับพื้นที่ด้านล่างเป็นคาเฟ่และด้านบนเป็นที่พักสไตล์โฮมสเตย์ ด้านหน้าร้านตกแต่งสไตล์วินเทจด้วยประตูบานเฟี้ยมโบราณ มีต้นไม้สีเขียวสบายตา ใครเดินผ่านไปมาจะรู้สึกคล้ายเป็นโอเอซิสบนถนนมังกร ชวนให้อยากเดินเข้าไปพักดื่มเครื่องดื่ม แต่อาคารพาณิชย์ 2 ชั้นแห่งนี้มีเสน่ห์ยิ่งกว่าเมื่อก้าวเข้าไป เพราะทำให้เรารู้สึกเหมือนเดินเข้าพิพิธภัณฑ์จากการเก็บโครงสร้างดั้งเดิมของผนังที่กร่อนตามกาลเนื่องจากเจ้าของร้านสั่งให้ช่างเคลือบร่องรอยทั้งหมดไว้เพื่อให้คงความสวยงาม 350 station สถานีคลายความเหนื่อยล้า ชื่อร้าน 350 Station & Homestay มาจากคอนเซ็ปต์ “ยุครถไฟรุ่งเรือง” เพราะเจ้าของตั้งใจให้ที่นี่เป็น “สถานีหมายเลข 350” สำหรับพักกายใจของนักเดินทาง จากเหตุผลที่ลงตัวระหว่างความชอบเดินทางด้วยรถไฟ เอกลักษณ์ของการเดินทางด้วยรถไฟที่ค่อนข้างช้าไม่เร่งรีบเหมาะให้สโลว์ไลฟ์ ประกอบกับโลเคชั่นของร้านตั้งอยู่ในย่านสถานีรถไฟหัวลำโพงซึ่งจะปิดทำการและเปิดให้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวเท่านั้น ส่วนตัวเลข 350 นั้นมาจากเลขบ้านเลขที่ของคาเฟ่และโฮมสเตย์แห่งนี้ แต่ความประณีตที่ทำให้
ถือเป็นสามีตัวอย่างที่เราต้องยอมยกนิ้วโป้งให้เลยจริง ๆ ชายหนุ่มนัก Surf ผู้กล้ากระโดดต่อยปลาฉลามที่กำลังกัดโจมตีภรรยาของเค้าจนมันยอมปล่อยและเอาชีวิตรอดมาได้ Chantelle Doyle สาวนัก Surf สัญชาติ Australia อายุ 35 ผู้กำลังโต้คลื่นอยู่ริมหาด Shelly Beach เมือง New South Wales จู่ ๆ ก็มีปลาฉลามขาวยาวประมาณ 3 เมตร พุ่งเข้าโจมตีขาขวาของเธออย่างรุนแรง เมื่อเห็นภรรยาตกอยู่ในอันตราย Mr. Doyle จึง paddle บนบอร์ดก่อนจะกระโดดพุ่งเข้าไปปลาฉลามและประเคนหมัดใส่ไม่ยั้ง กระทั่งปลาฉลามขาวยาว 3 เมตรต้องยอมแพ้ ถอยหนีหายไปในทะเล เจ้าหน้าที่บอกว่า ผู้คนบนชายหาดช่วยกันปฐมพยาบาล Ms Doyle ได้อย่างยอดเยี่ยมระหว่างที่รอคอปเตอร์มาขนย้ายเธอไปทำการรักษาต่อในโรงพยาบาล และอาการพ้นขีดอันตรายเรียบร้อยแล้ว Surf Life Saving NSW chief executive Steven Pearce พูดถึง Mr Doyle สามีแห่งชาติด้วยความยกย่องว่า “This
เคยเป็นมั้ย เวลาคุยกับคนใหม่ๆ คนแปลกหน้า เราจะรู้สึกไม่มั่นใจ เพราะคิดว่าเขาคงคุยกับเราแล้วรู้สึกไม่สนุกเท่าไหร่ ขอบอกเลยว่าคุณไม่ได้เดียวดายในเรื่องนี้ เพราะ ‘Liking Gap’ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับทุกคน แต่ไอ้สิ่งที่เรียกว่า Liking Gap มันคืออะไร? แล้วมันเป็นอุปสรรคต่อการสร้างความสัมพันธ์ตรงไหน? UNLOCKMEN จะอธิบายให้ทุกคนฟัง พร้อมแนะนำ 3 เคล็ดลับทลายกำแพงการพูดคุยกับคนแปลกหน้าเอาไว้ฝึกฝนสกิลการเข้าสังคม และต้องเริ่มต้นบทสนทนากับพบผู้คนหน้าใหม่ ๆ Liking Gap คือ คำเรียกสภาวะที่เรารับรู้ความชื่นชอบจากคนอื่นไม่ตรงตามความเป็นจริง โดยเรื่องนี้ได้รับการยืนยันโดยงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่า เรามักประเมินความชอบที่ได้รับจากคนอื่นต่ำกว่าความเป็นจริง งานวิจัยชิ้นนี้ทำโดยทีมวิจัยของ ‘Erica Boothby’ นักจิตวิทยาจาก ‘Cornell University’ ในปี 2018 ซึ่งได้ศึกษาสถานการณ์ที่คนแปลกหน้าพูดคุยกัน (ทั้งในห้องทดลอง และสถานการณ์จริงของผู้เข้าร่วมเวิร์คช็อป) โดยทีมวิจัยได้เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างใน 2 เรื่อง ได้แก่ แต่ละคนชอบคู่สนทนาของตัวเองมากแค่ไหน? และแต่ละคนคิดว่าคู่สนทนาของตัวเอง รู้สึกชอบเรามากน้อยแค่ไหน ? นักวิจัยได้ทำการศึกษา 5 ครั้ง (มีการเปลี่ยนสถานการณ์ และกลุ่มตัวอย่างระหว่างการทดลอง) ในกลุ่มตัวอย่างที่มีจำนวนรวมกันกว่า 700 คน


