เข้าสู่เดือนสิงหาคม เดือนที่แม้จะมีวันหยุดน้อยแต่โปรแกรมความมันส์ในแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอย่าง Netflix กลับไม่น้อยตาม เพราะเดือนนี้เต็มไปด้วยภาพยนตร์ สารคดี และรายการความบันเทิงที่ไม่ควรพลาดเตรียมเรียงคิวเข้าฉายอยู่หลายเรื่อง และสำหรับหนุ่ม ๆ ชาว UNLOCKMEN ที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะรับชมเรื่องไหนก่อน วันนี้เรามี 6 โปรแกรมที่อยากแนะนำให้ทุกคนรู้จัก แต่จะมีเรื่องอะไรบ้างมาชมไปพร้อมกันได้เลย IMMIGRATION NATION IMMIGRATION NATION สารคดี Limited Series ที่จะพาทุกคนไปรับรู้กับอีกแง่มุมการทำงานของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐอเมริกาภายใต้นโยบายกวาดล้างผู้อพยพของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เนื้อหาของสารคดีจะพาทุกคนไปรู้จักกับด้านมืดในการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงาน ICE หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งสหรัฐอเมริกาที่หลายครั้งไม่มีประสิทธิภาพและเป็นการดำเนินคดีที่ไม่ยุติธรรม ทำให้หลายครอบครัวต้องแยกจากกัน เนื้อหาที่ล่อแหล่มทำให้ IMMIGRATION NATION ถูกกดดันให้ตัดเนื้อเรื่องบางส่วนออก รวมถึงพยายามชะลอการออกอากาศให้เป็นหลังช่วงการเลือกตั้ง และเราจะได้รับชมเนื้อหาแบบไม่เซ็นเซอร์พร้อมกันในวันที่ 3 สิงหาคมนี World’s Most Wanted World’s Most Wanted สารคดีที่ไม่ควรพลาดโดยเฉพาะหนุ่มที่ชื่นชอบสารคดีที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับอาชญากรรม โดยภาคนี้เป็นซีซัน 1 ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับอาชญากร 5 คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นที่ต้องการตัวมากที่สุดในโลก World’s Most Wanted จะพาเราไปรู้จักเรื่องราวของ
ไมค์ ไทสันอดีตแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวทวัย 54 ปี ประกาศเตรียมหวนคืนสังเวียนชกมวยอีกครั้งพร้อมจับคู่ชกกับยอดนักมวยอย่าง Roy Jones JR Iron Mike อดีตแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวทที่มีอายุน้อยที่สุดในโลกเตรียมกลับมาลงนวมชกมวยสากลอีกครั้งใน Exhibition Fight กำหนดการชก 8 ยกโดยคู่ต่อคู่ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจาก Roy Jones JR อดีตแชมป์โลกสถาบันหลัก 4 รุ่นที่ปัจจุบันอายุ 51 ปี แมตซ์การชกครั้งนี้ถือเป็นการโคจรมาพบกันของ 2 ตำนานนักมวยที่แม้จะมีอายุมากแล้วแต่ถือเป็นการจับคู่ในฝันของใครหลายคน เพราะฝีไม้ลายมือของทั้ง 2 คนต่างถูกยกให้เป็นสุดยอดของยุคสมัยในสไตล์ที่แตกต่างกันสิ้นเชิง โดยหากย้อนกลับไปมองผลในอดีต Mike Tyson เป็นเจ้าของสถิติการชก 58 ครั้งชนะ 50 และน็อกถึง 44 ครั้งผู้ ส่วน Roy Jones JR ก็ถูกรู้จักดีในฐานะหนึ่งในนักมวยที่มีทักษะการต่อยดีที่สุดของยุคสมัย การันตีด้วยสถิติการชก 75 ครั้ง ชนะ 66 ครั้งและสามารถน็อกคู่ต่อสู้ถึง 47 ครั้ง ปัจจุบันทั้ง 2
สำหรับผู้ชายอย่างเรา ๆ ไม่ว่าจะชอบแต่งตัวสไตล์ไหน หรือแม้กระทั่งเป็นหนุ่มเซอร์ไม่สนใจกระแสแฟชั่นใด ๆ เน้นแต่งตามสบายเข้าว่า แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในชีวิตของลูกผู้ชาย ยังไงก็ไม่วายที่จะต้องเจอกับช่วงเวลาสำคัญ ไม่ว่าจะต้องนัดประชุมลูกค้า เข้าหาผู้ใหญ่ในโอกาสต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งต้องเข้าร่วมงานพิธีทั้งหลาย ที่จำเป็นต้องแต่งตัวดูดี ภูมิฐาน เพื่อเป็นการให้เกียรติคู่สนทนา เคารพสถานที่ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือในการพบปะเจรจางานต่าง ๆ แต่จะว่าไปการแต่งตัวในโอกาสสำคัญมันคงไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไรสำหรับหนุ่ม ๆ ที่ใส่ใจเรื่องเสื้อผ้าเป็นทุนเดิม เพราะคงมีไอเทมมากมายรออยู่ในตู้เสื้อผ้าพร้อมให้เลือกสวมใส่ในทุกโอกาส แต่สำหรับผู้ชายที่ไม่ค่อยได้ใส่ใจกับการแต่งตัวที่เป็นทางการนัก หากต้องออกงานกับเขาสักทีอาจต้องมีปาดเหงื่อกันบ้าง เพราะไม่รู้จะไปหาอะไรมาใส่ให้เหมาะสมดูดีเสริมความมั่นใจ และเหมาะกับสภาพอากาศร้อน ๆ ของไทย เพราะการเพิ่ม layer มักจะมาพร้อมความร้อนอบอ้าวจนหลายคนหลีกเลี่ยง ซึ่งคอลัมน์ Style Guide ในวันนี้ UNLOCKMEN ขอแนะนำสิ่งที่จะเข้ามาคลายความกังวลเรื่องการแต่งตัวของหนุ่ม ๆ ทั้งหลาย ด้วย PASAYA ZERO SWEAT SUIT ไอเทมเด็ดที่เข้ากันได้กับผู้ชายทุกสไตล์ ครั้งแรกในการทำ Jacket Suit จากแบรนด์ Pasaya ที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพผ้ามายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มมาดเนี้ยบสวมเสื้อเชิ้ตกางเกงสแล็ค หรือหนุ่มเซอร์เน้นเสื้อยืดกางเกงยีนส์ ก็สามารถอัพลุคให้ดูเท่ ภูมิฐาน
Land Rover Defender 90 เป็นหนึ่งในรถที่หลายคนต้องการครอบครอง ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูดีมีเสน่ห์เข้าขั้นคลาสสิกเหนือกาลเวลา แต่ที่หลายคนไม่กล้าตัดสินใจเพราะความไม่เสถียรของระบบที่อายุค่อนข้างมาก (ผลิตครั้งแรกในปี 1948) และความอืดอาดที่ไม่เหมาะจะใช้งานในชีวิตประจำวันมากนัก ล่าสุด Twisted Automotive ผู้เชี่ยวชาญด้านการแต่งรถค่ายนี้โดยเฉพาะ คงรู้ดีว่า Defender 90 มีจุดอ่อนตรงไหน จึงสร้าง ‘NAS-E’ โปรเจคสุดคูลแบบ all-electric makeover จับ soft-top Defender 90 มาชุบชีวิตใหม่ด้วยการเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนข้างในให้เป็น EV Offroader ที่ทั้งแรงและทันสมัย พละกำลังจากแบตเตอรี่ขนาด 60kWh และมอเตอร์ไฟฟ้า ส่งกำลังแบบ direct drive power system ขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel-drive ให้พลัง 214 แรงม้า แรงบิดเกือบ 400 นิวตันเมตร เป็นตัวเลขที่ Defender 90 เดิม ๆ อยู่ห่างไกลชนิดไม่มีวันทำได้
กล้องเล็กพกสะดวกตัวใหม่ล่าสุดจาก Nikon แม้จะสวนทางกับการเปิดตัว Flagship ของคู่แข่งอย่าง Canon R5 แต่ก็ถือว่าน่าสนใจตรงที่เป็น Entry-level ราคาน่าคบหา ในสเปกที่ไปวัดไปวาได้สบาย Nikon Z5 น้องเล็กล่าสุดจากรุ่นพี่ Z6 และ Z7 Nikon Z5 mirrorless รุ่นล่าสุดที่ดูภายนอกเหมือนกับ Z6 แทบจะแยกกันไม่ออก การจับสัมผัสก็ใกล้เคียงกัน มากับ Full-frame FX-CMOS sensor ความละเอียด 24.3-Megapixel Expeed 6 processor ซึ่งไม่ได้ใช้ BSI-CMOS เหมือนใน Z6 แต่จะไปใกล้เคียบกับใน D750 เป็นเหตุผลแรกที่ทำให้ราคาของมันถูกลงกว่ารุ่นพี่ มาพร้อม autofocus 2,731 จุด with eye-tracking ช่วยให้ติดตามทั้งคนและสัตว์ได้อย่างแม่นยำ Nikon Z5 มี ISO ตั้งแต่ 100 – 51,200
เชื่อว่าหนุ่ม ๆ หลายคนต่างหลงใหลในเสน่ห์และเรื่องราวของซามูไร (Samurai) นักรบจากแดนอาทิตย์อุทัยที่มีจุดเริ่มต้นมาจากยุคสมัยเฮอัง (ค.ศ.794-ค.ศ.1185) จนกระทั่งเริ่มสิ้นสุดบทบาทลงในยุคเมจิช่วงปี ค.ศ. 1,870 อย่างไรก็ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ รวมถึงเรื่องเล่าขานตำนานต่าง ๆ มีส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกได้รู้จักกับวิถีชีวิตของนักรบเหล่านี้ได้ดีขึ้นไม่มากก็น้อย ในเวลาต่อมาวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับซามูไรก็เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นผ่านทางสื่อแขนงต่าง ๆ แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่สร้างอิทธิพลต่อผู้คนทั่วโลกมากที่สุดคงหนีไม่พ้นภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับซามูไร ผลงานของผู้กำกับในตำนานอย่าง อาริกะ คุโรซาวะ (Akira Kurosawa) ที่กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้คนรักวัฒนธรรมซามูไรในหลากหลายยุคสมัย และล่าสุดได้กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นให้สุดยอดเกมประจำปี 2020 อย่าง Ghost of Tsushima มาดูกันว่าเกมส่งท้ายเครื่อง PS4 เกมจะได้แรงบันดาลใจในด้านไหนจากแนวทางของผู้กำกับผู้ล่วงลับคนนี้บ้าง เรื่องราวของนักรบแห่งเกาะสึชิมะ Ghost of Tsushima เป็นเกม Action-Adventure แบบ Open-World ที่พัฒนาโดย Sucker Punch Productions ผู้เคยอยู่เบื้องหลังเกมอย่าง Sly และ Infamous ซึ่งคราวนี้เปลี่ยนสไตล์การพัฒนาเกมมาถ่ายทอดวิถีชีวิตของซามูไร เนื้อเรื่องของ Ghost of Tsushima เล่าถึงเรื่องราวในปี ค.ศ.1274
ในวันที่คนทั้งโลกยังเชื่อว่าโลกแบน มนุษย์คนแรกที่เชื่อว่าโลกกลม และทำทุกทางเพื่อบอกให้คนอื่นรู้ความจริงว่าโลกกลม ย่อมโดนครหา ตราหน้าว่าเสียสติ เพ้อเจ้อ หรือบ้าไปแล้ว ที่หนักหนาสาหัสกว่านั้น การยืนยันในสิ่งที่เชื่อและสิ่งที่ถูกต้องอาจโดนข้อหาร้ายแรงถึงขั้นขังลืม หรือต้องสละชีวิต แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนหาญกล้าต่อกรกับความไม่ถูกต้อง และสู้เพื่อสิ่งที่เชื่ออีกจำนวนมาก โดยไม่ต้องเป็นฮีโร่มาจากไหน แต่เป็นคนธรรมดาอย่างเรา ๆ ใครที่ไม่แน่ใจว่าคนตัวเล็ก ๆ จะต่อสู้เพื่อสิ่งที่พวกเขาเชื่อได้จริงไหม? หรือพวกเขาเอาพลังมาจากที่ใดถึงได้กล้าหาญขนาดนั้น? UNLOCKMEN แวะเอาแรงบันดาลใจจากคนธรรมดาที่หาญกล้าต่อสู้เพื่อสิ่งที่พวกเขาเชื่อมากฝากกัน ทั้ง 5 เรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริง ของบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริง และพวกเขาก็สู้อย่างบ้าดีเดือดเพื่อสิ่งที่ตัวเองเชื่อจริง ๆ Dallas Buyers Club มีคนจำนวนมากที่มักจะบอกเราว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ อะไรทำง่าย และอะไรเปลืองแรงว่ะ มึงอย่าไปทำเลย แต่ Dallas Buyers Club ที่มีชื่อไทยว่า “สอนโลกให้รู้จักกล้า” ทำให้เราเข้าใจว่าบางทีคนพวกนั้นแม่งก็ไม่ได้รู้อะไรดีไปกว่าเรา เขาแค่ไม่กล้ามากพอ และมีแค่เราเองนี่แหละที่รู้ว่าเราจะสู้ไปสุดขีดได้ถึงไหน Dallas Buyers Club เล่าเรื่องราวชีวิตจริงของหนุ่มคาวบอยในเท็กซัสในปี 1985 เขาถูกวินิจฉัยว่าติดเชื้อ HIV และจะมีชีวิตอยู่ได้แค่ 30 วัน
ตอนนี้หลายคนอาจนิยามตัวเองว่าเป็น คนเปิดเผย (Extrovert) หรือเป็น คนเก็บตัว (Introvert) หรือ อยู่ระหว่าง 2 ฝั่งนี้ (Ambivert) ซึ่งในการทำงาน introvert หลายคนอาจจะเจอปัญหาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการเข้าสังคม หรือสมาธิในการทำงาน ดังนั้น UNLOCKMEN เลยอยากแบ่งปันเคล็ดลับการเอาตัวรอดในที่ทำงานสำหรับชาว Introvert ก่อนอื่นอยากให้เข้าใจนิยามก่อนว่า Introvert คือกลุ่มคนที่มีบุคลิกภาพเก็บตัว คนกลุ่มนี้จะมีโลกส่วนตัวสูง มักใช้เวลาอยู่กับความคิดของตัวเองมากกว่าจะไปสุงสิงกับคนอื่น ส่วน Extrovert จะตรงกันข้าม คือ รักการเข้าสังคม ชอบแสดงออกมากกว่าคิดอยู่กับตัวเอง และชอบเป็นจุดสนใจด้วย ความแตกต่างระหว่าง Introvert และ Extrovert ไม่ได้อยู่ที่นิสัยอย่างเดียว (ซึ่งเวลาพูดว่า introvert และ extrovert ต่างกันที่นิสัย หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องที่ปรับกันได้) แต่ทั้ง 2 กลุ่มนี้แตกต่างกันในทางชีววิทยาอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น – การตอบสนองต่อ Dopamine (สารสื่อประสาทที่ทำให้เรารู้สึกดีเวลามองหารางวัลจากปัจจัยภายนอก) แม้ว่าการหลั่งของ dopamine ในสมอง
ในสภาวะแบบนี้การยังมีงานให้ทำ มีโปรเจกต์ให้คิด มีลูกค้าที่ตั้งตารอเราส่งไอเดียไป ถือเป็นเรื่องน่าอิจฉา อย่างไรก็ตามแม้จิตวิญญาณเราจะพร้อมลุย พร้อมรับงานไม่ยั้ง คิดงานไม่มีหยุด แต่คล้ายว่าสมองของเราไม่ได้ทำตามสั่งได้ง่ายดายแบบนั้น หลายครั้งที่เดดไลน์ก็ใกล้เข้ามา วันพรีเซนต์ไอเดียก็จ่ออยู่ไม่ไกล แต่สมองเราก็มึนตึ้บทึบตัน จนคล้ายว่าจะไม่มีไอเดียดี ๆ หลั่งไหลพุ่งกระฉูดออกมาให้เรา (เจ้านาย และลูกค้า) ได้ชื่นใจสักนิด ปัญหา “สมองตัน คิดงานไม่ออก” จึงไม่ใช่ปัญหาเล่น ๆ บางครั้งเราอาจแก้ปัญหาได้แบบวินาทีสุดท้าย แต่ใครจะรู้ว่าถ้าวันหนึ่งเราคิดอะไรไม่ออกเลยขึ้นมาจะเป็นอย่างไร? UNLOCKMEN ชวนมาดูหนทางรับมือ และป้องกันเมื่อสมองตันคิดอะไรไม่ออกว่าเราทำอะไรได้บ้าง คิดงานไม่ออกอย่าดันทุรัง “การเดิน” เพิ่มไอเดียสร้างสรรค์ได้อีก 60% เราเข้าใจดีว่าความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่นั้นหนักหนาเพียงใด การคิดงานไม่ออกจึงไม่ต่างจากความกดดันที่หนักไม่แพ้กัน เมื่อไรก็ตามที่เราคิดงานไม่ออก เราจึงมักบอกตัวเองว่า ห้ามขยับไปไหน! ต้องนั่งอยู่ที่โต๊ะหรือหน้าจอจนกว่าจะคิดงานออกนั่นแหละ! แต่จริง ๆ แล้วเมื่อใดก็ตามที่เราคิดงานไม่ออก เราไม่ควรดันทุรังนั่งต่อไป ลอง “เดิน” ดูบ้าง จะเดินไปเดินมาในออฟฟิศ หรือเดินข้ามไปแผนกข้าง ๆ แล้วจะพบว่าการเดินช่วยให้ความคิดไหลลื่นอย่างไม่น่าเชื่อ เราไม่ได้คิดเองเออเองแต่อย่างใด Give Your Ideas Some Legs:


