การเป็นศิลปินใช่จะสิ้นสุดอยู่ที่การทำเพลง ความอัจฉริยะของพวกเขาสามารถกลั่นกรองออกมาเป็นผลงานได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น นักแสดง พิธีกร ผู้กำกับ ไปจนถึงนักเขียน ตัวอย่างชัด ๆ ที่เราเห็นล่าสุดก็คือ Comic Book เรื่อง The Umbrella Academy ผลงานสร้างสรรค์โดย Gerard Way ฟรอนต์แมนวง The Chemical Romance ที่ถูก Netflix ซื้อลิขสิทธิ์ไปทำซีรีส์ และลงฉายทางสตรีมมิงไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2019 ความเจ๋งของซีรีส์เรื่องนี้ทำให้ใครหลายคนที่ไม่แม้แต่จะสนใจเพลงของ My Chemical Romance มาก่อน ต้องหันมายอมรับนับถือในฝีมือด้านงานเขียนและมันสมองของ Gerard Way เลยทีเดียว อาจจะไม่ได้โด่งดังจนเป็นไวรัล แต่ก็จัดว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม จนทาง Netflix ประกาศทำภาคต่อแล้วเป็นที่เรียบร้อย สำหรับแฟนเพลง Slipknot คงพอจะทราบกันอยู่แล้วว่านักร้องนำของวงอย่าง Corey Taylor ก็เป็นศิลปินอีกท่านหนึ่งที่มีฝีไม้ลายมือด้านงานเขียนไม่แพ้ใคร เขาเคยออก Comic Book ชื่อเรื่อง House of Gold
หนุ่ม ๆ ที่มีสาวคนรู้ใจข้างกายอาจไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยเมื่อยมืออะไรมาก แต่กับผู้ชายโสดอย่างเราที่ไม่มีใครต้องยอมรับว่าเกือบตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา สิ่งที่มีบุญคุณไม่น้อยไปว่าอุ้งมือคือเว็บไซต์หนังผู้ใหญ่ ที่นำเสนอคอนเทนต์วาบหวิว ปลุกเร้าน้องชายให้ตื่นตัว และช่วยให้หนุ่มโสดได้ปลดปล่อยอารมณ์ตลอดจนสำเร็จความใคร่มานักต่อนัก หากจะพูดถึงเว็บโป๊ที่มีคอนเทนต์หลากหลายและตื่นตาตื่นใจมากที่สุด ชื่อแรกที่แวบเข้ามาในหัวเราคือ ‘Pornhub’ เว็บไซต์ที่ดูทีไรก็หายใจถี่ ซึ่งอยู่คู่แพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตมากว่า 7 ปี แถมยังขึ้นแท่นเว็บโป๊ยอดนิยมอันดับหนึ่งของโลกไปแล้วตอนนี้ ปีนี้ Pornhub เปิดเผยสถิติการรับชมวิดีโอโป๊เปลือยของคนทั่วโลก รวมทั้งของสถิติของผู้ชายไทยด้วย ผลปรากฏว่าปี 2019 ยอดการใช้งานบนเว็บไซต์ Pornhub ของคนไทยติดโผ 20 อันดับแรกของโลก โดยมียอดการเข้าเว็บไซต์สูงสุดเป็นอันดับที่ 17 ขยับขึ้นมาจากปีที่แล้วมากถึง 6 อันดับ ความนิยมของ Pornhub ในปี 2019 Pornhub อ้างว่าในปี 2019 นี้มีการเข้าชมเว็บไซต์มากกว่า 42 พันล้านครั้ง และมีผู้ชมเฉลี่ยอยู่ที่ 115 ล้านคนต่อวัน ทั้งยังมีคลิปวิดีโอใหม่ถูกอัปโหลดมากกว่า 6.8 ล้านคลิป ซึ่งอาจต้องใช้เวลามากถึง 169 ปีกว่าจะดูจนหมดครบทุกคลิป ในบรรดาคลิปวิดีโอโป๊เปลือยจากหมวดต่าง ๆ สามอันดับแรกที่มีคนคลิกเข้าไปดูมากที่สุดของปีนี้คือ
ใคร ๆ ต่างก็รู้ว่าสิ่งมีชีวิตที่สามารถเดินทางได้อย่างอิสระบนท้องฟ้าคือนก นกแต่ละชนิดต่างก็มีสไตล์การบินที่ไม่เหมือนกัน บางตัวบินระยะใกล้ บางฝูงบินข้ามทวีป เดินทางไปทั่วทุกมุมโลกโดยไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้ แต่ถ้าหากการบินของนกสามารถทิ้งร่องรอยเป็นภาพไว้ให้มนุษย์เห็นจะเป็นอย่างไร ? จะสวยงามเหมือนงานศิลปะ หรือว่าจะน่ากลัวคล้ายวันสิ้นโลก ? Xavi Bou (จาวี โบ) ช่างภาพวัย 38 ปี ผู้จบการศึกษาสาขาธรณีวิทยาและการถ่ายภาพจากประเทศสเปนก็เกิดความสงสัยเช่นเดียวกัน เพราะขนาดการเดินของมนุษย์ก็ยังทิ้งรอยเท้าไว้ งูเลื้อยไปมาก็ทิ้งรอยเอาไว้บนผืนทราย ว่าหากนกที่บินไปมาอย่างอิสระสามารถทิ้งร่องรอยของพวกมันเอาไว้กลางอากาศจะเป็นอย่างไร เส้นทางที่ได้จะคดเคี้ยว เป็นเส้นตรง หรือบิดเบี้ยวแบบไหน เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาเริ่มสร้างโปรเจกต์จริงจังเพื่อค้นหาคำตอบ จาวีเริ่มสังเกตการบินของนก มองดูท้องฟ้ามากขึ้น พยายามจับเส้นทางการบินของนกเพื่อทำ ‘สิ่งที่มองไม่เห็นให้มองเห็นได้’ พร้อมกับนำความรู้ที่มีติดตัวอย่างการถ่ายภาพมาประยุกต์ให้เข้ากับธรรมชาติของนกและพยายามจะถ่ายทอดออกมา จนกลายเป็นภาพถ่ายที่แปลกตาไม่ซ้ำใคร จาวีใช้เทคนิคการถ่ายภาพและวิดีโอเข้ามาช่วยสร้างให้จินตนาการของเขาเป็นรูปธรรม เขาหยิบภาพของตัวเองที่ถ่ายเส้นทางการบินของนกจำนวนมากมารวมให้เป็นภาพเดียว ซึ่งเป็นเทคนิคการสร้างภาพนิ่งต่อเนื่อง (chronophotograph) ที่เหล่าช่างภาพต่างก็รู้จักกันดี โดยภาพนิ่งที่เคลื่อนไหวเปลี่ยนไปทีละเฟรมจะถูกบันทึกลงในแต่ละช่องของแผ่นฟิล์ม เมื่อนำมาเล่นต่อกันเรื่อย ๆ จะทำให้ภาพนิ่งสามารถเคลื่อนไหวได้ แต่เดิม chronophotograph ในสมัยก่อนมักถูกใช้คู่กับกล้องฟิล์ม แต่จาวีต้องการภาพที่คมชัดกว่านั้น เขาจึงเลือกใช้กล้องวีดิทัศน์ความละเอียดสูง จากนั้นเลือกฟุตเทจแต่ละช่วงเวลาทั้งหมดและนำมาซ้อนกันผ่านกระบวนการดิจิทัล เป็นเวลากว่า 5 ปี ตั้งแต่วันที่จาวีเริ่มต้นโปรเจกต์ เขาทำมันโดยไม่รู้ว่าผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไร เมื่อภาพทั้งหมดเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ความสวยงามที่ไม่เคยเห็นมาก่อนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
ใกล้ถึงเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี หลาย ๆ คนคงเตรียมแพ็คกระเป๋าไปเที่ยวพักผ่อนบอกลาปี 2019 หากคุณกำลังมองหาเพื่อนคู่ใจที่จะช่วยเพิ่มอรรถรสในการเดินทางไปเที่ยวให้ฟินยิ่งขึ้น Netflix สามารถช่วยคุณได้! #จะไปไหนไปNetflix ได้ติดตั้ง “จุดพักโหลด” ปล่อยสัญญาณไวไฟตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั่วประเทศให้คุณดาวน์โหลดซีรีส์/หนังเรื่องโปรดจาก Netflix เก็บไว้ดูระหว่างไปเที่ยวเพลิน ๆ สำหรับใครที่ยังไม่มีลิสต์ซีรีส์/หนังที่อยากดูในใจ ไม่เป็นไรครับ เพราะ UNLOCKMEN มี 10 หนัง/ซีรีส์เรื่องโปรดจาก Netflix ที่จะช่วยเติมเต็มการเดินทางและมอบความสุขให้กับคุณในช่วงส่งท้ายปีนี้มาแนะนำ จะมีเรื่องไหนกันบ้าง ไปดูกันครับ Crash Landing On You หยุดยาวนี้หากใครมีแพลนจะไปเที่ยวกับแฟน มาเริ่มเติมความหวานกันด้วยซีรีส์เกาหลีสุดโรแมนติกอย่าง Crash Landing On You (ปักหมุดรักฉุกเฉิน) ซึ่งเป็นเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวที่ราวกับมาจากคนละโลก เมื่อ ยุนเซรี (รับบทโดย ซนเยจิน) สาวสวยนักธุรกิจด้านแฟชั่นชั้นนำของเกาหลีใต้ ได้พบกับเจ้าหน้าที่ทหารเกาหลีเหนือ อีจองฮยอก (รับบทโดย ฮยอนบิน) ระหว่างเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้ร่มร่อนของเธอตกลงในเขตแดนเกาหลีเหนือ ความแตกต่างในสถานภาพของตัวละครทั้งสองที่ถูกเชื่อมกันด้วยโชคชะตาจะนำพาพวกเขามาเจอกับอะไร เรื่องนี้เหมาะเป็นอย่างมากที่จะช่วยเติมความหวานในฤดูกาลท่องเที่ยวนี้ สามารถรับชมตัวอย่างได้ ที่นี่
“ดูให้หน่อยใส่ตัวนี้แล้วสวยไหม ?” หรือจะเป็น “คิดว่าสีไหนสวยกว่ากัน ?” คำถามเหล่านี้คือสิ่งที่ผู้ชายทุกคนต่างต้องเจอบ่อย ๆ เวลาไปซื้อของกับแฟน บางครั้งเราก็เลือกสีถูก แต่บางครั้งไอเทมที่เราคิดว่าใช่ เธอกลับไม่ชอบเสียอย่างนั้น เพราะการเลือกของให้คนที่เรารักเป็นสิ่งที่ชาว UNLOCKMEN เป็นเรื่องคิดไม่ตกที่เราต้องพบอยู่เสมอ แต่การบอกความรู้สึกไปตรง ๆ ก็ทำให้เรารู้สึกเก้อเขิน ยิ่งกว่าการยื่นของขวัญให้ เราจึงอยากแบ่งปันเคล็ดลับเล็ก ๆ ให้ผู้ชายที่กำลังมองหาของขวัญเพื่อมอบให้คนสำคัญในช่วงปลายปี การให้ของขวัญที่สื่อความหมายได้อย่าง ‘ไอเทมแฟชั่น’ ก็ถือเป็นตัวเลือกที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและเป็นสื่อกลางบอกความรู้สึกทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไอเทมแฟชั่นซ่อนความหมายพิเศษเอาไว้ ผู้ชายหลายคนอาจไม่เคยรู้ว่าเสื้อเชิ้ตที่เราซื้อให้แฟนในวันวาเลนไทน์ หรือเสื้อกันหนาวที่เคยได้รับเป็นของขวัญจากคนสำคัญเมื่อปีที่แล้วมีความหมายพิเศษมากกว่าเครื่องแต่งกาย เพราะไอเทมแฟชั่นต่าง ๆ ที่เราได้รับหรือซื้อให้กับคนรอบตัวไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแค่ของขวัญในวันสำคัญอย่างเดียวเท่านั้น แต่กลับซ่อนความหมายลึกซึ้งเอาไว้ ด้วยเหตุนี้เอง UNLOCKMEN จึงจะมาเล่าถึงความหมายของไอเทมแฟชั่นที่คนนิยมมอบให้กันเป็นของขวัญในวันพิเศษว่าแต่ละชิ้นมันมีที่มาและเรื่องราวอย่างไร เผื่อว่าผู้ชายหลายคนกำลังมองหาของขวัญที่มีความหมายให้คนพิเศษช่วงสิ้นปีนี้อยู่พอดี สามารถเลือกไอเทมแฟชั่นหลากหลายประเภทของ UNIQLO แบรนด์มินิมัลมีสไตล์บอกผ่านความรู้สึกลึกซึ้ง แต่เรียบง่ายและยั่งยืนผ่านแฟชั่นได้โดยไม่ต้องเอ่ยออกไปตรง ๆ ไอเทมแฟชั่นวันทำงาน แทนความห่วงใยและกำลังใจ สำหรับหนุ่ม ๆ ที่อยากหาของขวัญให้คนรู้ใจเพื่อสื่อถึงการให้กำลังใจ หรืออยากจะบอกผู้รับว่าเราจะคอยสนับสนุนอยู่ข้าง ๆ เสมอ สามารถเลือกเครื่องแต่งกายหมวดชุดทำงานอย่างเสื้อเชิ้ต สูท กระโปรง หรือกางเกงสแลคให้เป็นของขวัญได้ สังคมปัจจุบันหนุ่ม ๆ
คุณหยุดเรียนรู้เมื่อไหร่? เมื่อเรียนจบ เมื่อสอบวัดผลเสร็จ หรือเมื่อใดกันแน่? ใครหลายคนหยุดเรียนรู้ เมื่อคิดว่าตัวเองเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แต่ไม่ใช่กับผู้ชายคนนี้ ผู้ชายที่มีตัวตนสุขุม นิ่งลึก ผู้เชื่อว่ายิ่งเป็นผู้ใหญ่มากเท่าใด ยิ่งมีความรับผิดชอบมากเท่าไหน ยิ่งต้องเรียนรู้ เพราะสำหรับเขาการเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด การเรียนรู้เป็น Eternity และทำให้เขาเป็นเขาในวันนี้ “ฌอห์ณ จินดาโชติ” ใต้ชื่อของผู้ชายคนนี้มีนิยามจำนวนมากที่ใช้บ่งบอกความเป็นเขา พิธีกรมืออาชีพ นักแสดงฝีมือโดดเด่น นักเขียนที่มีภาษาเฉพาะตัว จนกระทั่งช่างภาพที่มีมุมมองแตกต่าง แม้จุดเริ่มต้นของเขาคือการเริ่มเป็นนักแสดงตั้งแต่อายุ 18 ปี ก่อนจะรับผิดชอบบทบาทที่หลากหลาย แต่ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรก็ดูประสบความสำเร็จไปทั้งหมด อะไรคือกุญแจที่ทำให้เขาสามารถทำทุกอย่างได้ดีขนาดนี้? เบื้องหลังตัวตน วิธีคิดสุดหนักแน่นของเขาคืออะไร? เราอยากชวนทุกคนมาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กัน “ปรับตัวให้เข้ากับทุกสิ่งได้” นิยามความเป็นผู้ใหญ่ในแบบ ฌอห์ณ จินดาโชติ เพราะเขาคนนี้ทำงานที่หลากหลาย แต่ก็สามารถทำทุกอย่างออกมาได้อย่างมืออาชีพ ทำให้เราสัมผัสได้ว่าเขามีความเป็นผู้ใหญ่ มีความสุขุมนิ่งลึกไหลเวียนอยู่ภายในตัวเสมอ ไม่ใช่แค่ในปัจจุบันเท่านั้น แต่นับย้อนกลับไปถึงวันที่เขาเริ่มเล่นละครเรื่องแรกด้วยวัยเพียง 18 ปี แม้จะยังเด็กมาก แต่ฌอห์ณ จินดาโชติกลับสามารถรับผิดชอบบทบาทหน้าที่ตัวเองได้เกินอายุ “ผมว่าความเป็นผู้ใหญ่ ความสุขุมคือการที่เราเลือกใช้เหตุและผล การแก้ไข หรือปรับตัวเข้ากับสถานการณ์และสิ่งรอบตัวได้อย่างสมดุล อย่างมีเสน่ห์ การเป็นผู้ใหญ่ไม่จำเป็นต้องคีปคูลอยู่ตลอดเวลาเพื่อทำให้คุณเท่
หากคุณเป็นหนึ่งในที่แฟนตัวยงของ Jackass รายการของกลุ่มทีมงานใจถึงที่รวมตัวกันทำอะไรห่าม ๆ ทั้งโลดโผน หวาดเสียว ทะลึ่งตึงตัง และเจ็บตัว! อีกไม่นานเกินรอ เพราะความบ้าบิ่นเหล่านี้จะกลับมา ‘Jackkass 4’ จะกลับมาป่วนอีกครั้งในวันที่ 5 มีนาคม 2021 อย่างแน่นอน! Jackass คือรายการเรียลลิตี้ทีวีของ MTV ที่เคยโด่งดังมาก ๆ ในอเมริกา พวกเขาคือกลุ่มเพื่อนชายบ้าดีเดือดที่กระทำสารพัดความพิสดารที่ชาวบ้านเขาไม่ทำกัน เสี่ยงตายกันมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนโดยมี Johnny Knoxville เป็นตัวต้นคิดและเป็นแกนนำของกลุ่ม Jackass เริ่มฉายครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2000 มีทั้งหมด 3 ซีซัน ถูกนำไปสร้างภาพยนตร์ถึง 3 ภาค อีกทั้งยังมีภาคพิเศษที่อุทิศแด่ Evel Knievel และมีภาพยนตร์เรื่อง Bad Grandpa ที่จัดเป็นหนึ่งในแฟรนไชส์ของพวกเขา นอกจากนั้น Jackass ยังถูกนำไปสร้างเป็นวิดีโอเกมต่าง ๆ ทำให้ทั้งหมดทั้งมวลในแฟรนไชส์ของพวกเขากวาดรายได้สูงถึง $355 ล้านดอลลาร์จากทั่วโลก หลังจากที่พวกเขาต่างคนต่างแยกย้าย และหลงเหลือเพียงบางคนที่ยังทำรายการที่คล้าย ๆ
เราเชื่อว่าหนุ่ม ๆ สายเกมเมอร์ มังงะ หรือคอหนัง sci-fi หลาย ๆ คนคงพอได้ยินชื่อเมือง ‘ไซเบอร์พังก์ (Cyberpunk)’ ผ่านหูกันมาบ้าง จุดเริ่มต้นของเมืองนี้เกิดจากนวนิยายวิทยาศาสตร์เรื่อง Cyberpunk ที่บอกเล่าเรื่องราวแห่งโลกอนาคตอันไกลโพ้น จริงอยู่ที่สภาพแวดล้อมของเมืองนี้อาจห้อมล้อมไปด้วยเทคโนโลยีสุดไฮเทค หากคุณภาพชีวิตของคนในเมืองกลับตกต่ำ เพราะมีสงครามระหว่างแฮกเกอร์และความขัดแย้งทางการเมืองพ่วงมากับความเจริญ นับตั้งแต่นวนิยายเรื่อง Cyberpunk ถูกตีพิมพ์ในปี 1983 ก็มีวิดีโอเกม ภาพยนตร์ และศิลปะแขนงอื่น ๆ ที่กล่าวถึงเรื่องราวของเมืองนี้ด้วยเช่นกัน แม้แต่ศิลปะการถ่ายภาพของยุคปัจจุบัน บางผลงานยังได้อิทธิพลมาจากเมืองแห่งโลกอนาคตเมืองนี้ Tom Blachford ช่างภาพชาวออสเตรเลียใช้เวลาตั้งกล้องและจดจ่ออยู่กับการหมุนเลนส์ เพื่อให้ได้ซีรีส์ภาพถ่ายแบบกลับหัว (Upside-down) จากเส้นขอบฟ้าของเมืองเมลเบิร์นที่สะท้อนถึงเมือง Cyberpunk ในเวลาเดียวกัน “Impossible Dystopia” เป็นซีรีส์ภาพถ่ายของ Tom Blachford ที่บันทึกภาพจากดาดฟ้าความสูง 55 ชั้นใจกลางเมืองเมลเบิร์นของประเทศออสเตรเลีย เขาใช้เทคนิคการถ่ายภาพเฉพาะตัวเพื่อเพิ่มเลเยอร์ให้ตึกระฟ้าสีนีออน และสร้างภูมิทัศน์ของเมืองแบบใหม่ที่แปลกตาไปจากเดิม ช่างภาพรายนี้รู้สึกทึ่งที่ซีรีส์ภาพถ่ายของตนสามารถทำให้มุมมองภาพของผู้ชมเปลี่ยนแปลงไป ทั้งการหยอกล้อกับความลึก หลักความเป็นจริง หรือแม้แต่ยุคสมัยที่ลั่นชัตเตอร์ รวมทั้งโทนสีและองค์ประกอบต่าง ๆ ก็ทำให้ภาพที่เห็นไม่เหมือนกับเมืองเมลเบิร์น ราวกับเป็นฉาก
Vagabund Moto สำนักแต่งมอเตอร์ไซค์สัญชาติออสเตรีย เผยโฉมผลงาน Custom คันล่าสุดโดยดัดแปลงโมเดล 2 รุ่นคลาสสิกจาก BMW และตั้งชื่อให้ว่า Vagabund V12 Vagabund คือสำนักแต่งที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2015 โดยเป้าหมายของพวกเขาคือการคิดออกแบบสิ่งใหม่ ๆ เพื่อสร้างสรรค์มอเตอร์ไซค์คลาสสิกในโลกให้สวยงามเหนือกาลเวลาและมีประสิทธิภาพ โดยครั้งนี้พวกเขาเลือกรุ่นสุดเก๋าอย่าง BMW R100 RT มาเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ด้วย 3D-Printed ซึ่งหน้าตาจะออกมาเป็นยังไงมาชมไปพร้อมกัน Vagabund V12 มีพื้นฐานจาก BMW R100 RT รถมอเตอร์ไซค์สไตล์ทัวร์ริ่งที่ผลิตระหว่างปี 1978-1996 นำมาดัดแปลงด้วย Mods ต่าง ๆ ที่ผลิตจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติเพื่อสร้าง R100 RT ออกมาเป็นรถที่มีกลิ่นอาย Street และ Cruiser ผสมรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นโครงด้านหน้าที่มาพร้อมกับไฟเลี้ยวในตัวและโครงสร้างรถส่วนท้ายที่มีไฟเบรกและชุดไฟท้ายอยู่ในตัวเหมือนกัน รวมถึง Handlebar Controls โดยทุกชิ้นส่วนทำมาจากวัสดุอลูมิเนียมเคลือบสีดำสวยงาม ยกเว้นฝาครอบล้อหลังที่ทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ ‘V12’ คือการดัดแปลงโมเดลจากยุค


