ย้อนไปเมื่อปี 1919 สถาปนิกชาวเยอรมัน Walter Gropius ก่อตั้งโรงเรียนสอนศิลปะและการออกแบบ Bauhaus (เบาเฮาส์) ด้วยแนวคิดมุ่งมั่นที่อยากสร้างสรรค์งานศิลปะหลากหลายแขนง ซึ่งต้องบอกว่า Bauhaus ไม่เพียงแต่เป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมแนว Minimalism ที่หลายคนคุ้นเคย แต่โรงเรียนสอนศิลปะอันโด่งดังแห่งนี้ยังมีอิทธิพลต่องานศิลปะในเยอรมนี อเมริกา และประเทศอื่น ๆ ในทวีปยุโรปอีกด้วย แต่แล้วในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โรงเรียนแห่งนี้ก็ปิดตัวลง เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองบวกกับสภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำในตอนนั้น แม้วันนี้เวลาจะล่วงเลยมากว่า 100 ปี แต่ชื่อของ ‘Bauhaus’ ยังคงเด่นชัดอยู่ในวงการศิลปะไม่เสื่อมคลาย ถือเป็นโรงเรียนที่วางรากฐานและมีบทบาทสำคัญในแวดวงศิลปะ สถาปัตยกรรม กราฟิกดีไซน์ ตลอดจนการออกแบบภายใน เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของโรงเรียนสอนศิลปะ Bauhaus แบรนด์กล้องสัญชาติเยอรมันอย่าง LEICA จึงผลิตกล้อง ‘LEICA CL 100 JAHRE BAUHAUS’ รุ่น limited edition ที่รอบนี้เปลี่ยนโลโก้สีขาวแดงให้เป็นขาวดำ มาพร้อมดีไซน์สุดคลาสสิกที่สะท้อนความมินิมัลของ Bauhaus ได้เป็นอย่างดี ตัวบอดี้และเลนส์เป็นสีเงินห่อหุ้มอีกชั้นด้วยหนังสีดำก่อนจะสลักคำว่า “BAUHAUS” ด้านหน้าของกล้อง แถมยังมีสายหนังรุ่นพิเศษที่สลักคำว่า “BAUHAUS” เช่นเดียวกับตัวกล้อง จุดเด่นของ
ความเป็นผู้ชายไม่ได้วัดจากแค่เพศสภาพและร่างกายกำยำล่ำสันเท่านั้น แต่อีกเอกลักษณ์ของผู้ชายอย่างเราคือความคล่องตัว หากจะแบกของก็ต้องไม่เยอะแยะพะรุงพะรัง แล้วถ้าจะเลือกสิ่งของพกพาสักชิ้น ก็ต้องตอบโจทย์ชีวิตมันส์ ๆ และไลฟ์สไตล์โลดโผนตามแบบฉบับผู้ชายได้เป็นอย่างดี หลังจากที่ได้ผลิต TACTICA TALON เครื่องมืออเนกประสงค์รุ่นดั้งเดิม คราวหนี้ TACTICA ก็ขโมยความเจ๋งของเครื่องมือรุ่นก่อนมาอัปเกรดให้แข็งแรงทนทานและใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น จนเกิดเป็น TACTICA M100 MULTI-TOOL เครื่องมือมัลติฟังก์ชันขนาดกะทัดรัดที่มาพร้อมกับความแข็งแกร่งของเหล็กกล้าไร้สนิม ที่ต้องเรียกว่าเครื่องมืออเนกประสงค์ เพราะมันสามารถใช้งานได้หลากหลาย ทั้งเป็นไม้บรรทัด, ที่เปิดขวด, ที่เปิดบรรจุภัณฑ์, ชุดซ็อกเก็ต HEX สำหรับขันน็อต และชุดประแจ มาพร้อมกับชุดไขควงปากแบน ปากแฉก และไขควงหกเหลี่ยมที่สลับการใช้งานได้ตามต้องการ TACTICA M100 MULTI-TOOL ออกแบบโครงสร้างจากการผสมผสานวัสดุสแตนเลสและคอมโพสิตที่ทนทานต่อรอยขีดข่วนขั้นสุด แกนกลางใช้สแตนเลส 420 มาตรฐานอเมริกา ซึ่งมีส่วนผสมของคาร์บอนมากกว่าสแตนเลสชนิดอื่น ทำให้มีความแข็งแรงและเป็นสนิมได้ยากกว่า โดยรอบถูกห่อหุ้มอีกชั้นด้วยคอมโพสิตน้ำหนักเบา เมื่อกระทบกับหน้าจอสมาร์ตโฟนหรือสิ่งของอื่น ๆ ในกระเป๋าก็จะไม่เกิดความเสียหายใด ๆ เครื่องมืออเนกประสงค์ตัวนี้มีน้ำหนักเบากว่าเครื่องมือที่ทำจากวัสดุไทเทเนียมถึง 40% โดยมีหนักอยู่ที่ 45 กรัม หรือประมาณ 1.6 ออนซ์ และมีความยาวเพียง 3.15
ความอินดี้ไม่เหมือนใครกับวัฒนธรรมอันโดดเด่นของญี่ปุ่นเป็นสิ่งที่คนทั่วโลกต่างรับรู้และสัมผัสได้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์อนิเมะเหนือจินตนาการ พร้อมกับคาแรคเตอร์ตัวการ์ตูนดังหลายเรื่อง ไปจนถึงแฟชั่นจัดจ้านยากจะเข้าถึง ญี่ปุ่นจึงเป็นประเทศจอมสร้างสีสันและเซอร์ไพร์สใหม่ ๆ ให้กับคนทั่วโลกอยู่เสมอ เช่นเดียวกับการก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าภาพจัดงานกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่างโอลิมปิกปี 2020 ที่กำลังจะมาถึง เมื่อได้เป็นเจ้าภาพงานใหญ่ขนาดนี้แน่นอนว่าญี่ปุ่นก็ทำให้คนทั่วโลกต้องอึ้งตั้งแต่ยังไม่ถึงวันงานด้วยการส่ง Gundam อันโด่งออกสู่อวกาศ !!! สำนักข่าว NHK รายงานความเล่นใหญ่ของญี่ปุ่นว่า หน่วยงานหลายฝ่ายต่างจับมือกันร่วมทำโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ชื่อว่า ONE TEAM ทั้งหน่วยงานสำรวจอวกาศของญี่ปุ่น (JAXA) นักบินอวกาศ Noguchi Soichi มหาวิทยาลัยโตเกียว บริษัท Sunrise Inc. ผู้ถือครองลิขสิทธิ์ของ Gundam และ Koyama Chuya นักเขียนมังงะเรื่อง Space Brother โปรเจกต์ยักษ์ที่ว่าคือการสร้างดาวเทียมขนาดเล็กชื่อว่า G Satellite กว้าง 10 เซนติเมตร ยาว 30 เซนติเมตร และสูง 30 เซนติเมตร เตรียมส่งออกนอกอวกาศไปยังส่วนของ JEM หรือในชื่อเต็ม ๆ ว่า Japanese Experiment Module โมดุลห้องทดลองของญี่ปุ่นที่เป็นส่วนหนึ่งของสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ห้องทดลองและสถานอำนวยความสะดวกสำหรับงานค้นคว้าวิจัยในระดับนานาชาติ
Toyota GR Supra 2020 คือสปอร์ตมาแรงของแบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นที่หลังจากเปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยสำนักแต่งรถคู่บุญของ Toyota อย่าง TRD ก็ไม่รอช้า ปล่อยชุดแต่งเพื่อเพิ่มความเท่แบบสปอร์ตยิ่งกว่าเดิม ยืนยันได้จากสีสันและดีเทลอันโฉบเฉี่ยวตรงหน้า เรารับรองว่าต้องถูกใจ เรียกความกระชุ่มกระชวนให้หนุ่มรักรถไม่น้อยเลยทีเดียว เมื่อต้นปีที่ผ่านมาทาง Toyota เปิดตัวสุดยอดรถสปอร์ตรุ่นตำนานอย่าง Toyota GR Supra 2020 รถยนต์สุดเท่ที่ห้องโดยสารได้แรงบันดาลใจจาก FT-1 concept และใช้เครื่องยนต์จาก BMW พร้อมเทอร์โบชาร์จหกสูบแถวเรียง ให้กำลังสูงสุด 335 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด มีโหมดขับขี่สองแบบคือ Nomal และ Sport Toyota GR Supra 2020 เปิดตัวอย่างเป็นทางการทั้งหมด 3 รุ่นย่อยด้วยกันคือ Base 3.0 (ประมาณ 1.6 ล้านบาท) Premium 3.0 (1.7 ล้านบาท) และ Launch Edition (1.75 ล้านบาท)
ตอนนี้เชื่อว่าหลายคนคงกำลังรอการอัปเดตข่าวระดับนาทีต่อนาที หลังจากมีประกาศตัดสัมพันธ์ระหว่าง Google กับ Huawei ออกมาเมื่อวานนี้ เพราะเพิ่งจะไปถอยมือถือ Huawei P30 ตัวใหม่มา ผ่อนก็ยังไม่หมด หรือต่อให้เป็นรุ่นอื่นที่เคยออกมาก่อนก็เริ่มกังวลเหมือนกันว่าการคว่ำบาตรครั้งนี้จะทำให้เราต้องไปซื้อมือถือเครื่องใหม่จากค่ายอื่นมาใช้งานแทนไหม เราเองก็ใช้ Huawei และติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด แต่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมามีข่าวว่ากระทรวงพาณิชย์แห่งสหรัฐอเมริกา (US Commerce Department) ได้ประกาศยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางการค้ากับ Huawei ชั่วคราวเป็นเวลา 90 วัน แปลว่าจากนี้จนถึงเดือนสิงหาทุกอย่างจะยังอยู่ในความสงบ ข่าวนี้ทำให้เห็นว่าการจับ Huawei เข้ามาเป็นแพะในเกมดูจะไม่หมูอย่างที่คิด ก่อนจะไปลุ้นว่าสุดท้ายงานนี้จะหมู่หรือจ่า UNLOCKMEN ได้นำเรื่องนี้มาสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ด้านล่างแล้ว FROM TRADE WAR TO ABANDON HUAWEI สำหรับคนที่ยังไม่เคลียร์ว่าทำไมจีนกับสหรัฐฯ ทะเลาะกัน แต่ Google ดันออกตัวแรงมาประกาศแยกทางก่อนใครเพื่อนนั้น ความจริงแล้ว Google เขาก็ไม่ได้มีประเด็นอะไรกับ Huawei เป็นการส่วนตัว แต่เพราะพ่อเจ้าประคุณประธานาธิบดีอย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ ดันออกคำสั่งเรื่องห้ามใช้อุปกรณ์โทรคมนาคมที่เป็นภัยคุกคามจึงทำให้กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ใส่ชื่อของ Huawei
ใครว่ารถของนักสะสมจะเอาออกไปสนุกไม่ได้ งานนี้ CUB House นอกจากจะยก The First Moto Lifestyle Café and Showroom ไปไว้ในหาดสุดสวยในงาน ลงเล บีชไลฟ์ เฟสติวัล แล้วยังชวนเหล่า Genuine People อย่าง UNLOCKMEN ในการนำรถสุดรักไปขี่เล่นบนหาดทรายสวยอีกด้วย ลงเล บีชไลฟ์ เฟสติวัล งานสุดแนวที่ปิดหาด Diamond Beach อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี จัดงานกันแบบเอ็กคลูซีฟ ถ้าให้เล่าสั้นๆ ก็ต้องบอกว่างานรวมคนมีสไตล์ มาอาบแดด อาบลมห่มเสียงเพลงกันแบบชิลๆ แล้ว CUB House ไปเกี่ยวอะไรด้วย? ก็ต้องบอกว่านอกจากจะยก CUB House พร้อมกระเป๋า Stream Trail รุ่นพิเศษไปโชว์กันในงาน ยังจัดทริปพิเศษที่ชวน Genuine People เอารถสนุกๆ อย่าง Monkey และสายคลาสสิคอย่าง C125 ไปขี่กันถึงหาด เรื่องราวและชีวิตแบบ Moto
“ฉันรู้สึกเหมือนเป็นนางเงือก ร่างชี้ว่าเป็นชายแต่จิตวิญญาณคือหญิงสาว ฉันเหมือนดอกไม้ ดอกไม้ที่สร้างขึ้นจากกระดาษ แม้รับความรักท่วมท้นจากภายนอกเมื่อมองมา แต่ไม่ได้อาจสัมผัสความรู้สึกนี้จากการแตะต้องและดอมดม” Heena, 51, ธากา, บังกลาเทศ, 2012 Hijra (ฮิจรา) คือกลุ่มคนที่มีเพศสภาพที่แตกต่างจากเพศสถานะภายใน ใช้สำหรับเรียกเพศที่สามที่กายเป็นชายแต่ใจเป็นหญิงและดำเนินชีวิตแบบหญิงสาว คำศัพท์ที่ชี้หน้าและตีตราความรู้สึกของบทบาทความเป็นชายหญิงและความ “เป็นอื่น” ทางสังคม ถ้าพูดในแง่ประวัติศาสตร์แล้ว “ฮิจรา” ปรากฏหลักฐานมายาวนาน นานพอจะเชื่อว่านี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ในสังคม แต่ค่านิยมแง่ลบไม่ได้หายไปพร้อมกาลเวลา เหลือเป็นคราบติดแน่นฝังไว้ถึงวันนี้แม้รัฐบาลบังกลาเทศจะออกกฎหมายแสดงการรับรองสิทธิทางเพศมา 5 ปีแล้วก็ตาม การใช้ชีวิตต้องสาปด้วยคำสาป บางคนสงสัยว่าสถานะต้องสาปที่ผู้คนไม่อยากเข้าใกล้นี้จะใช้ชีวิตอย่างไร คงไม่ต้องพูดถึงเรื่องการหางานเพราะไม่มีใครยอมรับ หรือสิทธิพลเมืองอื่น ๆ ที่ถูกริดรอนไป สิ่งที่พิทักษ์ฮิจราไว้คือระบบความเชื่อบางอย่างของสังคมที่ฝังมายาวนาน ว่าเพศที่สามอย่างพวกเธอคือผู้มีอำนาจพิเศษจากการบูชาพระแม่พหุชระหรือมาตากี ซึ่งเป็นปางหนึ่งของพระแม่อุมา ทำให้สามารถสาปแช่งหรือให้พรได้ ดังนั้น วาจาศักดิ์สิทธิ์นี้จึงกลายเป็นเครื่องมือทำกินที่ทำให้ฮิจราสามารถรับเงินมาได้จากการอวยพรเด็กแรกเกิดที่ครอบครัวต่าง ๆ เชิญไป และเป็นอาวุธปกป้องตัวเองจากผู้ไม่ประสงค์ดีด้วยการสาปแช่งผู้คน ซึ่งเชื่อกันว่าใครได้รับคำบริภาษนั้นไปจะต้องโชคร้าย เงือกที่ไม่อาจเป็นมนุษย์ ดอกไม้เทียมที่ไม่อาจเป็นดอกไม้จริง คือความเจ็บปวดที่ฮิจราชาวบังกลาเทศต้องยอมรับ จิตวิญญาณที่ขัดแย้งกับเปลือกที่รับมาทำให้พวกเธอต้องกลายเป็นคนไร้ราก หอบชีวิตออกจากแผ่นดินเกิดคนแล้วคนเล่า ถูกทอดทิ้งจากความสัมพันธ์เบื้องหลังทุกรูปแบบเพื่อย้ายไปยังอินเดีย สถานที่ที่พวกเธอยังคงได้รับการดูหมิ่นดูแคลนไม่แพ้กันแต่ระดับความเลวร้ายต่ำกว่า ทว่าในความมืดมิดอ้างว้างก็แทนที่ได้ด้วยความสัมพันธ์เหนียวแน่นระหว่างฮิจราด้วยกัน ดังนั้น ถ้าเราไปพบพวกเธอเป็นกลุ่มใหญ่ นั่นคือครอบครัวใหม่ของพวกเธอ Sharhia Sharmin
เราเชื่อว่าผู้ชายแทบทุกคนต้องเคยอกหักกันมาบ้าง แล้วเมื่อความผิดหวังมาพร้อมกับสายสัมพันธ์ที่จบลง ถึงจะเป็นเพศที่เข้มแข็งแต่เวลาที่อกสามศอกหักเป็นเสี่ยง ๆ ก็ทำเอาผู้ชายอย่างเราโศกเศร้าได้เหมือนกัน แถมไอ้ความเจ็บช้ำที่เกิดขึ้นภายในใจแทบไม่ต่างอะไรกับความเจ็บที่เกิดกับร่างกายเลย ผู้ชายทุกคนก็คงมีวิธีรับมือกับอาการอกหักและถูกทิ้งที่แตกต่างกันไป แต่วันนี้ UNLOCKMEN จะมาแนะนำอีกวิธีที่จะช่วยรักษาแผลใจ โดยที่หนุ่ม ๆ ไม่ต้องเอากำปั้นไปชกกำแพงหรือซัดสุราเมรัยหลายขนานจนเมาแอ๋ วิทยาศาสตร์ของการอกหัก เมื่อเราตกหลุมรักใครสมองจะสูบฉีดฮอร์โมน dopamine และ oxytocin ทำให้เรารู้สึกดี ในทางตรงกันข้ามหากเราอกหักหรือสูญเสียคนสำคัญในชีวิต การไหลเวียนของกระแสเลือดและเคมีในสมองจะเปลี่ยนแปลงไป โดยเปลือกของสมองส่วนหน้า (cingulate cortex) ที่คอยควบคุมความเจ็บปวดทางร่างกายจะมีบทบาทมากขึ้น ซึ่งสิ่งที่ตามมาคือทำให้เราไม่อยากอาหาร ไม่อยากนอน และไม่อยากแม้แต่จะทำอะไรเลย การเดินทางช่วยซ่อมแซมหัวใจที่สึกหรอ Dr. Jessica O’Reilly ผู้เชี่ยวชาญด้านเพศและความสัมพันธ์ที่ผ่านประสบการณ์การทำงานกับคู่สมรสมากกว่า 15,000 คู่ทั่วโลก อธิบายว่าการออกเดินทางนั้นช่วยเยียวยาหัวใจที่แตกสลายได้จริง เพราะเป็นการทำลายกิจวัตรประจำวันของเราและมันจะพาหนุ่ม ๆ ออกไปจากสภาพแวดล้อมที่คุ้นชิน โดยจะกระตุ้นการทำงานของสมองส่วนรับรู้ทำให้สมองของเราเปลี่ยนแปลงไปตามความแปลกใหม่ที่เกิดขึ้น ต้องยอมรับว่าความทรงจำหวาน ๆ ในวันวานเป็นเรื่องยากที่จะหาวิธีจัดการกับมัน แต่การเดินทางจะช่วยให้คุณค่อย ๆ หลุดพ้นออกจากภาพจำเก่า ๆ ไปทีละน้อย สถานที่ที่เคยไปเที่ยวด้วยกันจะถูกทำให้เลือนรางและแทนด้วยความทรงจำใหม่ ๆ เมื่อเราออกเดินทางไปยังดินแดนแปลกใหม่ ห่างไกล และไร้ซึ่งคนรู้จัก แม้การออกไปเที่ยวคนเดียวจะเป็นเรื่องที่ยากหน่อยในช่วงที่หัวใจไม่สู้ดีนัก แต่มันจะสร้างโอกาสให้หนุ่ม
ในวันนี้โลกอบอวลความเศร้าอีกครั้งกับการสูญเสียยอดสถาปนิกที่สร้างผลงานสะเทือนวงการสถาปัตยกรรม เมื่อ I.M. Pel ชายผู้หลงใหลในรูปทรงเรขาคณิตจากไปอย่างไม่มีวันกลับด้วยวัย 102 ปี เพราะเขาถือว่าเป็นบุคคลสำคัญที่ต่อยอดแนวคิดของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่และมีอิทธิพลต่อการขับเคลื่อนงานสร้างสรรค์ไม่น้อยเลยทีเดียว Ieoh Ming Pei (เป้ย์ ยวี่ หมิง) หรือชื่อในวงการ I.M. Pei สถาปนิกชาวอเมริกันเชื้อสายจีน ผู้โด่งดังเรื่องการสร้างสรรค์ผลงานสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ที่เน้นรูปทรงเรขาคณิตกับความเกลี้ยงเกลาของโครงสร้างที่ไม่นิยมตกแต่งมากนัก ซึ่งเป็นเทคนิคที่เริ่มใช้กันช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20 และแพร่หลายมากหลังจบสงครามโลกครั้งที่ 2 I.M. Pei ได้รับการยอมรับว่าเป็นปรมาจารย์ของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ที่ชูเรื่องเรขาคณิตและความงามที่สะอาดสะอ้านของตึก เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งพีระมิดแก้วจากผลงานที่ทำให้โลกต้องจดจำอย่าง Louvre Pyramid ที่ทำจากเหล็กกับกระจกทรงสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนจำนวน 603 แผ่น และกระจกทรงสามเหลี่ยม 70 แผ่น ประกอบกัน ก่อร่างเป็นรูปทรงดั่งพีระมิด The solid is for the dead, but the transparent is for the living – I.M. Pei


