วันเวลา อุปสรรค และเรื่องราวที่ต้องพบเจอระหว่างเส้นทางของชีวิต องค์ประกอบสำคัญที่หล่อหลอมให้ผู้ชายอย่างเราเติบโตและเรียนรู้จะก้าวเดินอย่างแข็งแกร่ง เพื่อพัฒนาตัวเองให้สามารถฝ่าฟันไปบนเส้นทางที่ต้องการ และแน่นอนว่ารูปแบบชีวิตของแต่ละคนก็มีการเดินทางที่แตกต่างกันออกไป เปรียบเป็นถนนก็คงไม่ต่างกันกับเส้นทางที่มีพื้นผิวเรียบ ผิวขรุขระ ไปจนถึงเส้นทางแปลกใหม่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวท้าทายไม่รู้จบ การพาตัวเองไปสู่สถานที่ที่ไม่คุ้นเคยเพื่อตามหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ช่วงเวลาที่ได้ปล่อยตัวเองให้ได้พบเจอและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่มีคุณค่า ซึ่งบางครั้งก็ทำให้เราปรับเปลี่ยนมุมมองให้ต่างออกไป หลายครั้งที่เราเลือกใช้การเดินทางให้เป็นช่วงเวลาในการพักผ่อน ชาร์จพลังให้กับร่างกายและความคิดกลับมาพร้อมเผชิญกับเรื่องราวมากมายในระหว่างทางที่วิ่งไล่ตามความสำเร็จ และแน่นอนว่าการจะเดินทางไปสู่จุดหมายในแต่ละครั้ง นอกจากตัวเราเองแล้ว เพื่อนร่วมทางที่สามารถพาเราไปถึงปลายทางได้ปลอดภัยก็สำคัญไม่แพ้กัน รถกระบะ หนึ่งในประเภทรถยนต์ที่ผู้คนในหลายประเทศให้ความนิยมกันไม่แพ้ในประเทศไทย ที่จริงแล้วในต่างประเทศ รถสไตล์นี้มีภาพลักษณ์ที่ค่อนข้างดีไม่แพ้รถประเภทอื่นเลยด้วยซ้ำไป ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ที่พร้อมรองรับรูปแบบการใช้งานที่ตอบสนองชีวิตลุย ๆ ในทุกวันได้เป็นอย่างดี มีความทนทานที่พร้อมก้าวผ่านไปในเส้นทางหลากหลายรูปแบบโดยไร้ข้อกังวล รวมถึงสมรรถนะที่ไม่ว่าจะใช้งานลุยบนเส้นทางที่สมบุกสมบันแค่ไหน จะวิ่งทำความเร็วบนถนนในเมือง หรือขนของไปลุยกิจกรรมไหนก็ตอบโจทย์ได้อย่างครอบคลุม ปัจจุบันเราจึงเห็นรถกระบะสมรรถนะสูง เป็นรถอีกคันที่หลายคนเลือกมีไว้ติดบ้าน สำหรับ UNLOCKMEN เราเองก็มี Ford Ranger Raptor ไว้ติดออฟฟิศสำหรับใช้งานด้วยอีกหนึ่งคัน เหตุผลที่เราเลือก Ford Ranger Raptor ไว้ใช้งานเป็นเพราะความพร้อมในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นสมรรถนะที่ผ่านการเร่งกล้ามมาจากโรงงาน เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Bi-Turbo (เทอร์โบคู่) ให้พลัง 213 แรงม้า แรงบิด 500
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ว่าวงการที่แทบจะเรียกได้ว่าอยู่ท้ายตารางอย่าง “ศาสนา” วันนี้ก็เจอ disrupt กับเขาเหมือนกัน เทคโนโลยีกับความเชื่อแม้จะดูสวนทาง เพราะความเชื่อมักมากับลุค old fashioned และความเชื่อส่วนใหญ่บล๊อกทุกการตั้งคำถามและปฏิเสธการตอบรับสิ่งใหม่ เนื่องจากศรัทธาที่ปลูกมานานนับศตวรรษแข็งแรงเกินกว่าจะยกลงจากหิ้ง หรือเอาอะไรไปงัดง้าง แต่ข่าวล่าสุดที่ญี่ปุ่นได้นำนวัตกรรมล้ำ ๆ อย่าง AI มาใช้ร่วมกับศาสนา ด้วยการสร้าง Mindra ปัญญาประดิษฐ์ที่ถอดแบบจาก Kannon พระโพธิสัตว์ที่เปี่ยมเมตตา เข้ามาทำหน้าที่หน้าที่เผยแผ่ศาสนาที่วัด Kodaiji วัดโบราณของเกียวโต การจำลองรูปพระโพธิสัตว์เพื่อเป็นเครื่องเชื่อมระหว่างศาสนากับมนุษย์ในยุคนี้ ผู้ดูแลวัดกล่าวว่ามาจาก 2 ปัจจัยหลัก ประการแรกคือเพื่อสร้างความเข้าใจคำสอนให้กับผู้มาสักการะหรือศึกษา เนื่องจากทุกวันนี้ “วัด” กลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กการท่องเที่ยวของประเทศ Mindra ทำหน้าที่กล่าวถึงปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร พระสูตรที่เปรียบดังหัวใจของพุทธศาสนา นิกายมหายาน เป็นภาษาญี่ปุ่น ระบบเทคโนโลยีจะแปลข้อความเป็น subtitle ภาษาอังกฤษและภาษาจีนขึ้นจึงไม่ต้องกังวลเรื่องความเข้าใจคลาดเคลื่อน และอีกปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้กันคือการมีรูปลักษณ์ที่เรียกศรัทธา เพราะพวกเขาเชื่อว่าวัจนะกับคำสอน ถ้าออกมาจากปากของบุคคลที่ผู้คนเคารพจะเรียกศรัทธาได้มากกว่า AI กับศาสนา เท้าความกันก่อนว่า หลายคนที่เพิ่งเห็นข่าวนี้อาจจะรู้สึกว่า เฮ้ย! เรื่องนี้มันใหม่มาก แต่ความจริงก่อนจะมี AI เข้ามาทำหน้าที่เผยแผ่ศาสนาอย่างที่เห็นนี้ จักรกลก็เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของศาสนาก่อนแล้ว
ดูเหมือนในวงการซุปเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์จะยังต่อสู้กันเรื่องความเร็วแรงอย่างไม่มีที่สิ้นสุด หลังจาก Koenigsegg (คอนิกเส็กก์) ค่ายรถสปอร์ตสมรรถนะสูงจากสวีเดนได้เปิดตัวปีศาจคันใหม่ของค่ายที่ว่ากันว่าสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 300 ไมล์ต่อชั่วโมง แม้จะยังไม่มีการรับรองอย่างเป็นทางการก็ตาม Koenigsegg JESKO ซุปเปอร์คาร์คันใหม่ล่าสุดที่ทาง Koenigsegg เปิดตัวเป็นครั้งแรกในงาน Geneva Motor Show เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาพร้อมข่าวลือที่หลุดมาว่านี่คือรถอีกคันที่สามารถทำความเร็วได้ 300 ไมล์ต่อชั่วโมงทำลายสถิติรถเจ้าพายุของค่ายคันก่อนอย่าง Koenigsegg Agera RS ที่เคยทำได้ 278 ไมล์ต่อชั่วโมง (447 กิโลเมตร/ชั่วโมง) จากการทดสอบสมรรถนะบนถนนปกติที่รัฐเนวาดา และอาจรวมถึงต้องการเทียบรัศมีกับขาใหญ่อย่าง Hennessey Venom F5 และ Bugatti Chiron JESKO ชื่อที่พ่วงท้ายมารุ่นมาจากชื่อ Jesko von Koenigsegg พ่อบังเกิดเกล้าของผู้ก่อตั้งและซีอีโอของค่าย Chiristian von Koenigsegg ซึ่งเป็นคนสนับสนุนการจัดตั้งบริษัทซุปเปอร์คาร์ให้กับเขาเมื่ออายุ 22 ปี พร้อมสนับสนุนความฝันของเขามาตั้งแต่ช่วงปี 1980 Koenigsegg JESKO มาพร้อมโคตรเครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo ให้กำลังที่ 1,280 แรงม้าในกรณีใช้เชื้อเพลิงเป็นน้ำมันเบนซินและ
ดูเหมือนแม้แต่ค่ายรถมอเตอร์ไซค์ยักษ์ใหญ่จากเมืองลุงแซมอย่าง Harley-Davidson ยังต้องเปลี่ยนแนวทางธุรกิจของตัวเอง จากผลกระทบของยอดขายที่ลดน้อยลงอย่างได้ชัดจากตัวเลขปีล่าสุด แผนการแรกของพวกเขาคือการบุกเข้าไปตีตลาดสร้างนักขับรุ่นใหม่ ด้วยการเข้าไปเทคโอเวอร์บริษัทผลิตจักรยานสำหรับเด็กซึ่งเป็นอีกแผนการสำคัญของพวกเขา ร่วมกับโปรเจกต์มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอย่าง Livewire ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ Harley-Davidson ตัดสินใจซื้อกิจการของ StaCyc บริษัทผลิตจักรยานไฟฟ้าสำหรับเด็กจากแคลิฟอร์เนียซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2016 โดยพวกเขามีผลงานโดดเด่นของค่ายคือจักรยานไฟฟ้าขนาด 12 นิ้วและ 16 นิ้วที่เรียกว่า eDrive โดยรายละเอียดด้านมูลค่าที่ซื้อขายไม่ได้รับการเปิดเผย มีเพียงความเห็นจากปากของ Hearther Malenshek รองประธานกรรมการอาวุโสของ Harley-Davidson ที่บอกมาเปิดเผยว่าพวกเขาและ StaCyc มีแผนในการสร้างและทำธุรกิจที่ไปในทางเดียวกัน คือการสร้างนักปั่นนักขี่รุ่นใหม่ทั่วโลกโดยมีนัยยะสำคัญคือความสนุกสนาน และปรับภาพลักษณ์ที่ดุดันและเสียงดังของพวกเขาลง โมเดลจักรยาน 12eDrive และ 16eDrive ในปัจจุบันของ StaCyc มีการใช้แบตเตอรี่ขนาด 20 โวลต์ รองรับน้ำหนักของเด็กไม่เกินที่ 75 ปอนด์ (34 กิโลกรัม) พร้อมความเร็วสูงสุดที่ 9-11 ไมล์/ชั่วโมง(15-19 กิโลเมตร/ชั่วโมง) รวมถึงมีราคาขายที่ 649 และ 699 ดอลล่าร์สหรัฐ กลุ่มเป้าหมายคือเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 3-7
ตะวันลับฟ้า ดวงอาทิตย์รำไรอยู่ที่เส้นขอบฟ้า หากจะมองหาสถานที่ดื่มแต่ละครั้ง เรามักจะเลือกบรรยากาศที่ตรงใจก่อนเสมอ และอะไรจะดีไปกว่า Rooftop Bar ที่มักจะเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของช่วงเวลาแบบนี้ ดื่มสังสรรค์กับเพื่อนก็ได้ ดื่มกับคนรู้ใจใต้ท้องฟ้าและดวงดาวก็ดี แล้วเคยสงสัยไหม ว่าทำไมเราถึงหลงใหลบรรยากาศมองฟ้า มองดาว กระดกเหล้า สังสรรค์กันบนดาดฟ้า UNLOCKMEN จะพาหนุ่ม ๆ มาดูเหตุผลดี ๆ ที่ทำให้เรารักบรรยากาศเหล่านี้ รวมไปถึงเรื่องราวของร้าน Rooftop แบบดั้งเดิม เรื่องราวแรกเริ่มของการดื่มด่ำบนดาดฟ้า สถานที่ที่ขึ้นชื่อเรื่อง Rooftop คงไม่พ้นมหานครนิวยอร์ก ที่ใครไปเยือน เป็นอันต้องได้ไปเมามายกันบน NEW YORK ROOFTOP BARS อันเลื่องชื่อ เดิมทีในปี 1893 ที่นิวยอร์ก Rooftop Bar แห่งแรกเริ่มต้นจาก Casino Theater โรงละครบนถนน Broadway and 39th ที่พลิกโฉม Dinner ของอเมริกันชนด้วยการเปิดพื้นที่ดาดฟ้าให้ได้กิน ดื่ม และเต้นรำ ด้วยบรรยากาศที่ไม่คุ้นเคย มองลงไปข้างล่างเห็นมหานครอันรุ่งเรือง มองขึ้นไปเจอแผ่นฟ้ากว้างไร้ขอบเขต จึงไม่น่าแปลกใจที่หลังจากนั้นมันก็เริ่มแพร่หลายไปเรื่อย
เมื่อแบรนด์สตรีตชื่อดังอย่าง Off-White™ สร้างสรรค์ผลงานใหม่ที่น่าสนใจอีกครั้งด้วยการ collaboration ร่วมกับแบรนด์แฟชั่นหรูสัญชาติอิตาลี GENTE ROMA ออกคอลเลกชันพิเศษที่ใช้ลายกราฟิกเท่ ๆ และผ้ายีนส์มาเป็นจุดเด่นในผลงานครั้งนี้ ตั้งแต่ GENTE ROMA เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 1981 และยังคงเป็นแบรนด์แฟชั่นชื่อดังของกรุงโรมที่โดดเด่นเรื่องการนำวัฒนธรรมและความคลาสสิกของอิตาลีมาสร้างสรรค์ผลงาน ส่วน Off-White™ คือแบรนด์สตรีตก่อตั้งโดยดีไซเนอร์ชื่อดังอย่าง Virgil Abloh เมื่อทั้งสองร่วมกันออกคอลเลกชันพิเศษประจำฤดูกาล Spring/Summer 2019 ก็สามารถสร้างความสนใจให้กับเหล่าผู้ชื่นชอบแฟชั่นได้เป็นอย่างดี ไอเทมในคอลเลกชันนี้จะมีเสื้อยืดแขนสั้น เสื้อฮู้ด แจ็คเก็ตยีนส์ กางเกงขายาว หมวกเบสบอล และกระเป๋า โดยแต่ละชิ้นจะประทับตราสัญลักษณ์ลูกศรโลโก้ของแบรนด์ Off-White™ พร้อมแถบเส้นลูกศรที่ไล่ระดับสีจากอ่อนไปเข้ม ซึ่งโลโก้ที่อยู่บนไอเทมบางชิ้นอาจไม่ได้ไล่สีแต่จะแต่งแต้มความคลาสสิกด้วยกราฟิกใบไม้แทน นอกจากนั้นไอเทมทุกชิ้นในคอลเลกชันนี้จะมีหนึ่งสิ่งที่เหมือนกันคือการแปะตัวอักษรคำว่า Off-White™ 2013 ซึ่งเป็นปีก่อตั้งของแบรนด์ คอลเลกชัน Off-White™ x Gente Roma การพบกันของความคลาสสิกกับแฟชั่นแบบสตรีต วางจำหน่ายแล้วในเว็บไซต์ของทั้งสองแบรนด์คือ genteroma.com และ off—white.com ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 176 ดอลลาร์ ไปจนถึง 999 ดอลลาร์ (5,600 – 32,000 บาท)
จบกันไปแล้วสำหรับศึก UEFA Champions League ฤดูกาล 2018-2019 รอบ 16 ทีมสุดท้าย คู่ระหว่าง Manchester United กับ Paris Saint-Germain ด้วยสกอร์ 3 ประตูต่อ 1 เป็นการพ่ายคาบ้านของยอดทีมจากฝรั่งเศส ทำให้เป็นอีกครั้งที่พวกเขาไปไม่ถึงฝัน ตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยกฎอเวย์โกล์ เหตุการณ์นี้เราเชื่อว่าต่อให้เป็นแฟนของทีมปีศาจแดงก็ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น เพราะในเกมแรก Manchester United พ่ายคารัง Old Trafford แบบหมดรูป 2 ประตูต่อ 0 และหลังจากนั้นพวกเขาก็ประสบปัญหานักเตะบาดเจ็บกันค่อนทีม ดังนั้นในทริปมาเยือนเมืองน้ำหอมทัพปีศาจแดงจึงเต็มไปด้วยนักเตะสำรองและดาวรุ่ง แต่สุดท้ายด้วยเลือดนักสู้และจิตวิญญาณที่ไม่ยอมแพ้ Manchester United ก็สร้างปาฏิหาริย์ ณ Parc des Princes ได้สำเร็จ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการ Comeback อย่างยิ่งใหญ่แบบนี้ในศึก UEFA Champions League ดังนั้นวันนี้เราจึงจะพาทุกคนย้อนอดีตไปรำลึกถึงช่วงเวลามหัศจรรย์แบบนี้กันอีกครั้ง UCL ไม่ใช่ที่ของ Paris Saint-Germain เกมเมือคืนไม่ใช่ฝันร้ายครั้งแรกของ Paris Saint-Germain ในศึก UEFA Champions League เพราะย้อนไปเมื่อ
สำหรับแฟนหนังแฟรนไชส์ซูเปอร์ฮีโร่จากค่าย Marvel คงจะจำได้ว่าเมื่อสิ้นปี 2018 แบรนด์เครื่องกีฬา Nike เปิดตัวสนีกเกอร์จากแอนิเมชันเรื่อง SPIDER-MAN: Into the Spider-Verse ไปแล้ว ปีนี้ Adidas ก็ไม่ยอมน้อยหน้า เตรียมปล่อยรองเท้ากีฬารุ่นพิเศษจากตระกูล AM4 ที่มาพร้อมกับซูเปอร์ฮีโร่หญิงคนแรกของจักรวาล MCU อย่าง Captain Marvel ต้องเท้าความก่อนว่าสำหรับรองเท้า Adidas Made For หรือ AM4 คือรองเท้าที่ถูกพัฒนาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มนักกีฬาและคนทั่วไปที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย โดยเฉพาะกับการวิ่ง ขั้นตอนการผลิตจะเริ่มต้นจากการสำรวจความคิดเห็นนักกีฬาอาชีพ นำมาเป็นพื้นฐานของกระบวนการวิเคราะห์เพื่อพัฒนาโปรเจกต์ AM4 และผลิตรองเท้าที่รองรับแรงกระแทกจากพื้นคอนกรีตรวมถึงเศษหินบนท้องถนน พร้อมวัสดุที่ช่วยซัพพอร์ตการออกกำลังกาย เช่น บริเวณด้านล่างของรองเท้าที่ใส่ Torsion Bar เพิ่มความยืดหยุ่น รวมถึงช่วยควบคุมทิศทางของเท้าให้ดียิ่งขึ้น รองเท้าตระกูล AM4 ตอบโจทย์การออกกำลังกายและมีภาพลักษณ์แข็งแกร่งแต่ก็พยายามใส่ลูกเล่นต่าง ๆ เพื่อให้สนีกเกอร์ออกกำลังกายดูไม่น่าเบื่อและใกล้เคียงกับรองเท้าแฟชั่นมากที่สุด ทำให้ทางแบรนด์นำคอนเซ็ปต์ฮีโร่สาวผู้แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาล MCU มาแต่งแต้มความสนุกสนานบนรองเท้า AM4 โดยได้นักวาดการ์ตูนชื่อดังของอเมริกา Jen Bartel มาร่วมออกแบบผลงานครั้งนี้ Jen
เชื่อว่าหลายคนคงจำน้ำเสียงและวิธีร้องอันเปี่ยมเสน่ห์จากเพลง In The End ในรายการ The Voice Thailand Season 6 ได้เป็นอย่างดี ในตอนนั้นสุภาพสตรีที่ร้องเพลงนั้นแนะนำตัวเองว่าชื่อ พลอย-วาเลนตินา จาร์ดุลโล เธอเป็นลูกครึ่งไทย-อิตาลี สุดท้ายถึงแม้เธอจะไปไม่ถึงฝัน ไม่สามารถคว้าแชมป์มาครองได้ แต่หลังจากนั้นไม่นานเราก็ได้เห็นเธอปรากฏตัวอีกครั้งในฐานะผู้เข้าร่วมประกวด Miss Thailand Universe 2018 ด้วยความสามารถรอบด้านก็ทำให้เธอคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 มาครองได้สำเร็จ ในปี 2019 สาวลูกครึ่งไทย-อิตาลี คนนี้ก็กลับมาอีกครั้งด้วยบทบาทใหม่ที่ต่างไปจากเดิม เพราะตอนนี้เธอคือศิลปินน้องใหม่ป้ายแดงจากชายคา Whattheduck แต่ก่อนที่จะฟังผลงานเพลงของเธอ เราไปทำความรู้จักเธอให้มากขึ้นกันก่อนดีกว่า ว่ากว่าจะมาถึงทุกวันนี้เธอผ่านอะไรมาบ้าง และนอกจากบทบาทการเป็นศิลปินกับนางงามแล้ว แง่มุมอื่นของชีวิตเธอเป็นอย่างไร “วาเลนตินา พลอย จากค่ายเพลง Whattheduck ค่ะ” เพียงแค่การแนะนำตัวเราก็รู้ได้ทันทีว่าการสัมภาษณ์วันนี้จะต้องเป็นไปด้วยดีแน่นอน เพราะสุภาพสตรีตรงหน้าเธอพกพา Energy และความสดใสมาอย่างเต็มเปี่ยม “คิดว่าตัวเองเป็นคนง่าย ๆ ค่ะ ไม่มีอะไรมากเลย Very Normal Very Simple” ด้วยความที่เธออยู่ต่างประเทศมาเกือบทั้งชีวิต ภาษาไทยเธอเลยยังติดขัดนิดหน่อย และเมื่อคิดศัพท์ไม่ออกเธอก็จะพูดออกมาเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเราว่ามันดูน่ารักดี “พลอยคิดว่าตัวเองเป็นคนไทย 100% เลย แต่การเป็นลูกครึ่งก็ทำให้เราได้


