เรื่องราวเร้นลับชวนขนหัวลุกสุดคลาสสิกจากทั้งวงการวรรณกรรมและภาพยนตร์ อย่าง Dracula ถูกนำมาสร้างในเวอร์ชั่นจอแก้วและจอเงินหลายต่อหลายครั้ง รวมทั้งหนังสือเองที่ได้รับการตีพิมพ์แบบนับไม่ถ้วน ด้วยเนื้อเรื่องสุดคลาสสิกที่ใคร ๆ ต่างรู้จักตำนานผีดูดเลือดแห่ง Transylvania จึงทำให้ทุกเวอร์ชั่นเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างง่ายดาย แต่สำหรับวงการภาพยนตร์ เรื่องราวผีดูดเลือดของท่าน Count Dracula จะให้นับว่าเวอร์ชั่นไหนที่เป็นตำนานที่สุด ทุกเสียงคงชี้ไปในทิศทางเดียวกันที่ Bram Stoker’s Dracula (1992) ฝีมือการกำกับของ Francis Ford Coppola ที่ได้รับกระแสตอบรับในแง่บวกอย่างล้นหลาม ไม่ใช่แค่ยุคนั้น แต่ยังคงขึ้นชื่อมาจนถึงทุกวันนี้ มาแกะรอยความคลาสสิกของที่ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นตำนานของฝั่ง Horror ในวงการจอเงิน รวมทั้งอิทธิพลของเรื่องนี้ที่ส่งต่อมาถึงภาพยนตร์สยองขวัญรุ่นหลัง Dracula จากปลายปากกาของ Bram Stoker ชื่อของ Bram Stoker ที่ปรากฎอยู่บนชื่อภาพยนตร์อย่างเป็นทางการเนี่ย เป็นชื่อของนักเขียนชาวไอริช เจ้าของผลงานนวนิยายเรื่อง Dracula เรื่องราวของแวมไพร์ในปราสาทที่เรารู้จักในชื่อ Count Dracula ตัวละครเรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก Vlad Țepeș ผู้ปกครองเมือง Transylvania ที่เป็นฉากหลังในเรื่องนั่นเอง ซึ่งเนื้อเรื่องก็เป็นอย่างในภาพยนตร์ที่เราได้ดูกันนั่นแหละ สรุปง่าย ๆ ก็คือ Francis Ford Coppola ทำภาพยนตร์สยองขวัญโดยการหยิบเอาเรื่องของท่าน Count Dracula จากต้นเนื้อเรื่องฉบับเวอร์ชั่นนิยายของ Bram Stoker มาถ่ายทอดสู่จอเงิน เนื่องจากใช้เนื้อเรื่องเดียวกันแทบทั้งหมด
อาจสร้างความผิดหวังให้กับหนุ่ม ๆ ที่เป็นแฟนของค่าย Swoosh ได้ไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะสาวกชาว Air Max เมื่อทางสปอร์ตแบรนด์ยักษ์ใหญ่ออกมาประกาศกร้าวว่า Air Max Day ของพวกเขาในปีนี้ จะไม่มีการเปิดตัวรองเท้าใหม่เพื่อแสวงหาผลกำไร แต่จะใช้เป็นโอกาสพิเศษเพื่อเปิดตัวโปรเจกต์เพื่อตอบแทนชุมชน การเดินทางของรองเท้าตระกูล Air Max เริ่มต้นขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 มีนาคม ปี 1987 ซึ่งทาง NIKE ได้เปิดตัว Air Max 1 ออกมาให้เหล่าสนีกเกอร์ทั่วโลกได้รู้จัก จนกลายเป็นต้นกำเนิดความนิยมที่ทำให้เกิดรองเท้าสายการผลิต Air Max รุ่นต่าง ๆ ตามออกมาอีกจำนวนมาก ซึ่งแต่ละรุ่นก็ได้รับความนิยมมากน้อยแตกต่างกันไป แต่ก็สามารถพูดได้ว่าความไฮป์ของรองเท้าตระกูลดังกล่าวของ NIKE ทำให้เกิดอีเวนต์ประจำปีอย่าง Air Max Day ขึ้นมา Air Max Day จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2014 หรือ 27 ปีหลังจากวันเปิดตัว Air Max 1 เป็นครั้งแรก ปีนั้น
ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลกจากญี่ปุ่น เปิดตัวคอลเลคชั่น UNIQLO and JW ANDERSON Spring/Summer 2019 ไลน์ผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์ขึ้นร่วมกับ JW ANDERSON แบรนด์จากกรุงลอนดอนที่กำลังมีบทบาทโดดเด่นในการขับเคลื่อนวงการแฟชั่นทั่วโลก โดยคอลเลคชั่นใหม่นี้จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันศุกร์ที่ 8 มีนาคม เป็นต้นไป ทั้งในร้านยูนิโคล่และทางออนไลน์ สโตร์ UNIQLO and JW ANDERSON ไลน์ผลิตภัณฑ์ “เสื้อผ้าคลาสสิคแบบอังกฤษ ออกแบบเพื่อชีวิตในปัจจุบัน” (British classics. Designed for life today) ผลิตภัณฑ์ไลฟ์แวร์ (LifeWear) คอลเลคชั่นนี้ ผสมผสานการออกแบบอันใหม่ล้ำ ซึ่ง JW ANDERSON แต่งเติมให้กับเครื่องแต่งกายแบบดั้งเดิมของอังกฤษ ผ่านความมุ่งมั่นของยูนิโคล่ในการนำเสนอรูปทรง วัสดุ และฟังก์ชั่นการใช้งานที่ดีเยี่ยม โดยครั้งนี้นับเป็นซีซั่นที่สามแล้วที่ยูนิโคล่ออกแบบผลงานร่วมกับ JW ANDERSON หลังจากประสบความสำเร็จอย่างสูงจากความร่วมมือกันในคอลเลคชั่น Fall/Winter 2017 และ Spring/Summer 2018 JW ANDERSONJW ANDERSON
เปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ บัตรเครดิตและบัตรสินเชื่อ Co-brand ใหม่ 4 ใบล่าสุด ได้แก่ “บัตรโฮมโปร เฟิร์สช้อยส์ บัตรเมกาโฮม เฟิร์สช้อยส์ บัตรเครดิตกรุงศรี โฮมโปร คอร์ปอเรท การ์ด และปรับโฉมบัตรเครดิตโฮมโปร วีซ่า แพลทินัม” ระหว่าง กรุงศรี คอนซูมเมอร์ และโฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ ที่ชูสิทธิประโยชน์สุดพิเศษ ตอบสนองสุนทรียภาพในเรื่องบ้านและการใช้ชีวิต ตอบโจทย์คนรักการตกแต่งบ้านที่ต้องการบริหารเงินอย่างชาญฉลาด การจับมือกันระหว่าง 2 องค์กรยักษ์ใหญ่จากต่างสาขาครั้งนี้ไม่เพียงจับมือในฐานะของแบรนด์ที่ไว้วางใจให้และให้บริการร่วมกันมายาวนานถึง 17 ปีเท่านั้น แต่เป็นการนำเทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าเชิงลึกมาสร้าง solution มอบประสบการณ์ที่ดีกว่าแก่ลูกค้า ผ่านการนำพฤติกรรมการจ่ายทั้งรูปแบบ Online และ Offine มาวิเคราะห์ เน้นการโฟกัส Customer Centric จึงออกมาเป็นบัตรมากสิทธิประโยชน์ที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกัน แต่ละใบตอบโจทย์ความต้องที่แตกต่างอย่างครบครันไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของการซื้อสินค้าเพื่อไปใช้งานเอง ซื้อในรูปแบบองค์กร และการค้าในรูปแบบผู้รับเหมา บัตรเครดิต โฮมโปร วีซ่า แพลทินัม สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าวัยทำงานที่ชื่นชอบการตกแต่งบ้าน โดยมอบอิสระในการใช้จ่ายแบบสุดคุ้มกับสิทธิประโยชน์หลากหลาย อาทิ รับส่วนลด 3% สำหรับการใช้จ่ายสินค้าทุกชิ้นในโฮมโปร พร้อมรับส่วนลดเพิ่มเมื่อแลกคะแนนสะสมเท่ายอดซื้อ ส่วนบัตรโฮมโปร
เมื่อพูดถึงแบรนด์นาฬิกาไฮเอนด์คนไทยส่วนมากมักนึกถึง Patek Philippe หรือ Rolex ก่อนเสมอ หลายคนยังไม่ค่อยรู้จักแบรนด์นาฬิกาที่มีชื่อว่า Ulysse Nardin มากนัก แต่ตอนนี้แบรนด์ดังกล่าวปล่อยโมเดลรุ่นล่าสุดที่เรียกความสนใจจากเหล่าผู้ชื่นชอบนาฬิกาได้ไม่น้อย Ulysse Nardin (ยูลิส นาแด็ง) คือนาฬิกาที่มีเรื่องราวตั้งแต่ปี 1846 เริ่มต้นจากการผลิตนาฬิกาเดินเรือรุ่นแรกชื่อ Deck Marine Chronometer จากนั้นสร้างชื่อเสียงโด่งดังยิ่งขึ้นในรุ่น Trilogy ซึ่ง Guinness world record บันทึกไว้ว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่จำลองความซับซ้อนของระบบสุริยะจักรวาลให้อยู่บนนาฬิกาข้อมือได้สำเร็จ จนกระทั่งปี 2001 Ulysse Nardin เปิดตัวนาฬิการุ่น Freak ที่กลายเป็นดาวเด่นของแวดวงนาฬิกา เพราะนาฬิกาจากคอลเลกชัน Freak ถูกยอมรับว่าเป็นนาฬิกาเรือนแรกของโลกที่ไม่มีเข็มบอกชั่วโมง ไม่มีเม็ดมะยม และไม่ต้องใช้น้ำมันการหล่อลื่นระบบกลไกภายใน ทำให้นิตยสารนาฬิกาชื่อดังของเยอรมนีอย่าง Chronos ยกย่องให้เป็นนาฬิกานวัตกรรมยอดเยี่ยมของยุค Ulysse Nardin ยังไม่หยุดแค่นั้น เพราะปีนี้พวกเขาเผยข้อมูลนาฬิการุ่นล่าสุดจากตระกูล Freak โดยใช้ชื่อว่า The NeXt มีคุณสมบัติชูโรงอย่าง NeXt flying oscillator ที่พัฒนาเทคโนโลยีร่วมกับบริษัทผลิตส่วนประกอบไมโครซิลิกอนชื่อดังของสวิตเซอร์แลนด์อย่าง
เดิมทีอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิส มีผู้ซื้อรายใหญ่คือสหรัฐ และญี่ปุ่น แต่ต่อมาคงไม่มีใครปฏิเสธได้หรอกว่า อำนาจในการใช้เงินหรือซื้อของ luxury ถูกเปลี่ยนขั้วไปเป็นจีน และรัสเซีย โดยที่ใครต่อใครก็บอกว่าสองชาตินี้ขาดรสนิยม บ้างก็บ่นกันว่า ใช้เงินไม่เป็นบ้างหล่ะ ไม่เข้าใจศิลปะบ้างหล่ะ แต่เมื่อเวลาผ่านไปทุกคนยอมรับในตัวตนของสองชาตินี้มากขึ้น อาจเพราะสภาพเศรษฐกิจ หรือกำลังในการจับจ่ายวิ่งเข้าสู่สองประเทศนี้ จึงทำให้นาฬิกาแบรนต์หรูแห่กันไปเปิดร้าน รวมถึงทำ roadshow event, exhibition event ในสองประเทศนี้กันอย่างคึกคัก เพื่อหวังจะเป็นทางรอด และเป็นที่หนึ่งในอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิสให้จงได้ ต่อมา คนกลุ่มแรกที่สามารถหล่อหลอมการใช้เงินอย่างบ้าคลั่งของเศรษฐีทั้งสองประเทศก็คือ Independent watch ซึ่งก็คือนาฬิกาแนว ๆ แปลก ๆ แพง ๆ ทำน้อย ๆ ไม่เหมือนใคร โดยยุคทองของนาฬิกาแปลกนั้นถูกเริ่มโดย Mb&F, Urwerk และ Richard Mille อยู่ในช่วงเวลาประมาณปี 2009 ถึง 2013 ซึ่งความจริงแล้วยุคทองของ Indy Watch เกิดจากการเบื่อหน่ายนาฬิกาหน้าตาเดิมๆ ซึ่งผู้ที่ซื้อนาฬิกาเหล่านั้นส่วนใหญ่ก็คือคนที่มี Rolex, Patek Philippe,
อาดิดาส ฟุตบอล เผยโฉม “ทเวนตี้ไฟว์ เยียส์ ออฟ พรีเดเตอร์ แพ็ค” (25 Years of Predator Pack) คอลเลคชั่นรองเท้าฟุตบอลและเสื้อผ้าที่ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์มาจากสองตำนานประจำวงการลูกหนัง เดวิด เบ็คแฮม และ ซีเนอดีน ซีดาน เดวิด เบ็คแฮม และ ซีเนอดีน ซีดาน ถือเป็นสองนักเตะที่ได้รับคอลเลคชั่นพิเศษที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรองเท้าฟุตบอลที่ทั้งคู่เคยสวมใส่สมัยที่ยังค้าแข้งอยู่ สำหรับรองเท้าฟุตบอลรุ่นพิเศษของซีดานก็คือ แอคเซเลอเรเตอร์ ปี 98 ที่มีการปรับโฉมตัวรองเท้าที่ทำจากวัสดุหนังจิงโจ้ด้วยสีทอง อันแสดงถึงรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี หรือ บัลลงดอร์ ที่เขาสามารถคว้ามาครองได้สำเร็จในปี 1998 และยังมีการตกแต่งด้วยสีน้ำเงิน สีแดง และสีขาว ที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว โดยจะมีเชือกรองเท้าแถมมาให้ทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีทอง สีกรมท่า สีขาว และสีแดง ขณะที่รองเท้าฟุตบอลรุ่นพิเศษของเบ็คแฮมก็คือ พรีเดเตอร์ พรีซิชั่น ซึ่งเป็นรองเท้าฟุตบอลที่เขาเคยใส่ลงสนามแข่งขันเมื่อปี 2001 นั่นเอง โดยที่ตัวรองเท้านั้นมีการใช้วัสดุหนังจิงโจ้เช่นเดียวกัน แต่ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนเป็นสีขาวล้วนและแต่งเติมสีบริเวณลิ้นรองเท้าด้วยสีแดงที่ตัดกันอย่างสมบูรณ์แบบ
การซื้อรถยนต์สักคันสำหรับผู้ชายอย่างเรา อาจมีองค์ประกอบเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินไม่ว่าจะเป็น การใช้งานที่ตอบโจทย์ ราคาที่เหมาะสม รวมไปถึงความชอบความถูกใจส่วนตัว แต่แน่นอนถ้าหากทุกคนตัดเรื่องของกำลังทรัพย์ออกไป รถยนต์หรู ๆ หรือซุปเปอร์คาร์แรงม้าโหดคงจะเป็นเป้าหมายหลักของเราทุกคนอย่างแน่นอน La Voitune Noire ภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า “รถยนต์สีดำ” คือชื่อของรถยนต์คันล่าสุดจาก Bugatti ที่เพิ่งถูกยกมาเปิดตัวแบบสด ๆ ร้อน ๆ ในงาน Geneva Motor Show แต่เรื่องแรกที่ถูกยกมาพูดกลับไม่ใช่งานดีไซน์หรือสเปคเครื่องยนต์ แต่เป็นราคาขายซึ่งเป็นสถิติรถยนต์ที่แพงที่สุดในโลกคันใหม่ (เฉพาะราคาจากโรงงานไม่ใช่รถยนต์ที่ถูกขายในการประมูล) โดยค่าตัวของมันคือ 19 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ วิ่งแซงแชมป์เก่าสุดหรูอย่าง Rolls Royce Sweptail ที่ทำไว้ 13 ล้านดอลล่าร์สหรัฐออกมาไกลเลยทีเดียว ว่ากันว่าเจ้าปีศาจสีดำคันดังกล่าวถูกสั่งจองไปแล้ว โดยบุคคลที่ทาง Bugatti ไม่ประสงค์จะเปิดเผยและบอกแต่เพียงว่าเขาคือคนที่มีความสัมพันธ์อันดีกับแบรนด์ โดยราคาการขายในครั้งนั้นคือ 18.9 ล้านดอลล่าร์สหรัฐแบ่งเป็นค่ารถเพียว ๆ 12.5 ล้านและค่าภาษีท้องถิ่นและภาษีฟุ่มเฟือยอีก 6.4 ล้านดอลล่าร์ ซึ่งนั่นเองทำให้มันกลายเป็นรถยนต์ที่มีราคาแพงสุดในโลก Bugatti La Voitune Noire เป็นรถรุ่นพิเศษที่สร้างขึ้นมาในวาระ 110 ปี ของสุดยอดค่ายรถยนต์สมรรถนะสูงจากฝรั่งเศสที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี
ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าประเทศอังกฤษเต็มไปด้วยเรื่องราวและวัฒนธรรมที่ล้วนเป็นส่วนสำคัญต่อการขับเคลื่อนโลกใบนี้ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่วงหลังยุค 50’s ที่เกิดวัฒนธรรมของวัยรุ่นที่เรียกว่า Sub-Culture ซึ่งชาว UNLOCKMEN คงจะคุ้นเคยกับ Sub- Culture อย่างเช่น Punk, Mods, Madchester วันนี้เราจะขอหยิบยกเอาวัฒนธรรมอื่น ๆ ที่อาจจะไม่คุ้นหูมากนัก แต่ถือว่ามีส่วนต่อการผลักดันซีนต่าง ๆ รวมถึงแนวดนตรีให้เป็นเช่นนี้ Teds Teds หรือ Teddy Boy เป็นหนึ่งใน Sub-Culture ซึ่งเกิดขึ้นใน London ช่วงยุค 50’s ที่หนุ่ม ๆ Working Class อยากจะอัปเกรดสถานะทางสังคมของตัวเองให้เป็นที่ยอมรับโดยจำลองการแต่งกายย้อนยุค ระหว่าง ค.ศ.1891-1910 เน้นไอเทมสุภาพบุรุษแบบผู้ดีอังกฤษ เช่น สูทปกใหญ่กระดุมแถวเดียว ชายยาว รองเท้าหนังทรงโต เหมือนกับในยุคสมัยพระเจ้า Edward VII แต่ทำผมทรง Pompadour โดยส่วนมากกลุ่มคนแนว Teddy จะนิยมฟังเพลง Rock n’ Roll ที่รับอิทธิพลมาจากอเมริกา


