Domestic Violence เป็นปัญหาที่ฝังรากลึกในสังคมมายาวนาน ความเจ็บปวดของการถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจจากคนใกล้ชิด ไม่ต่างจากแผลที่โดนกระหน่ำซ้ำลงที่เดิมทำให้ปากแผลเปิดอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น มันจึงต้องใช้เวลาเยียวยานานและส่งผลกระทบต่อชีวิตของเหยื่อกับสังคมรอบข้างกว่าที่คิด ปัญหานี้จึงเป็นปัญหาระดับสากลที่แต่ละประเทศกำเนิดองค์กรต่าง ๆ เพื่อยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ล่าสุด South Ayrshire council ร่วมมือกับองค์กรช่วยเหลือสตรีท้องถิ่นในประเทศสกอตแลนด์ อนุมัตินโยบายมอบวันลาที่เรียกว่า “Safe Leave” กับพนักงานที่ประสบเหตุการณ์ Domestic Violence เป็นแห่งแรกในยุโรป เสนอวันลาเพื่อพักผ่อนทั้งหมด 10 วัน แบบไม่หักเงิน และไม่หักสวัสดิการวันลาอื่น ๆ เพื่อให้พนักงานใช้เวลานี้สำหรับกระบวนการศาล การบำบัด หรือการพบแพทย์เพื่อเยียวยาอย่างเต็มที่ไร้ข้อจำกัด สามารถเลือกใช้วันลาได้ไม่ว่าจะเป็นการลาต่อเนื่องหรือลาแยกตลอดทั้งปีก็ทำได้ทันที ข้อดีของการให้วันลาครั้งนี้ไม่ใช่แค่การแสดงความเห็นอกเห็นใจในฐานะมนุษย์เท่านั้น แต่ยังเป็นการสนับสนุนให้ทุกคนที่กำลังประสบเหตุการณ์นี้กล้าลุกขึ้นสู้เพื่อความปลอดภัยและสิทธิ์การใช้ชีวิตของตนเอง อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ชาว UNLOCKMEN บางคนอาจจะรู้สึกว่าเราเอาข่าวนี้มาบอกทำไม จะรู้ไปเพื่ออะไรเพราะบ้านเรายังไม่มีกฎหมายหรือกฎเกณฑ์บังคับ แต่ข้อเท็จจริงในย่อหน้าถัดไปจะเฉลยว่าทำไมพวกเราถึงต้องรู้และตื่นตัวกับสิ่งเหล่านี้ไว้บ้าง ผู้ชายมากกว่า 40% คือเหยื่อของ Domestic Violence คุณเคยเจอแฟนที่บ้านกรีดร้องเวลาทะเลาะกัน หรือลงไม้ลงมือเขวี้ยงของและตบตีใส่เมื่อเธอไม่พอใจไหม ? เราเชื่อว่าผู้ชายส่วนใหญ่มักจะเจอเหตุการณ์แบบนั้น แต่เรื่องนี้สังคมมักไม่ค่อยพูดถึง เวลาข่าวนำเสนอเรื่อง Domestic Violence ผู้หญิงคือภาพจำของตัวละครที่เป็นเหยื่อเสมอ แต่จากผลสำรวจของ
บทความนี้เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวจากคนชอบดูหนังคนหนึ่งเท่านั้นและมีการสปอยตอนจบของภาพยนตร์หลายเรื่อง ตลอดระยะเวลาชั่วโมงครึ่ง 2 ชั่วโมง หรืออาจมากกว่านั้นของภาพยนตร์หนึ่งเรื่อง ทุกช็อต ทุกซีน ทุกไดอะล็อก ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามซีนที่ทำให้ผู้ชมจดจำภาพยนตร์เรื่องนั้นได้ดีที่สุดและตราตรึงในใจไปอีกนานสำหรับเรามันคือซีนจบ เพราะมันคือการสรุปเรื่องราวทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้นมันเป็นการปูทางให้เราได้รู้ชีวิตของตัวละครหลัง End Credit ที่เราจะไม่ได้เห็นแล้ว ภาพยนตร์ทุกเรื่องมีตอนจบในแบบของตัวเอง แต่สำหรับเราตอนจบจะสมบูรณ์ยิ่งขึ้นถ้าได้เพลงเพราะ ๆ เข้ากับเนื้อเรื่องบรรเลงขึ้นมา วันนี้เราจะมาพูดถึงเพลงเหล่านั้น เป็นการย้อนรำลึกความทรงจำ ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ความประทับใจก็ไม่เคยเสื่อมคลาย Song: A Real Hero – College & Electric Youth Movie: Drive (2011) แค่ชื่อเพลง A Real Hero ก็อธิบายภาพยนตร์เรื่องนี้ได้หมดทุกอย่างแล้ว เพราะ Drive ผลงานการกำกับของ Nicolas Winding Refn เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับนักขับรถนิรนามอย่าง Driver ที่ในตอนกลางวันประกอบอาชีพสุจริตเป็นสตันท์แมนให้กับกองถ่ายภาพยนตร์ แต่ในตอนกลางคืนเขาอาศัยอยู่ในโลกมืด ทำหน้าที่ขับรถพาอาชญากรหลบหนี ชีวิตแต่ละวันของ Driver ผ่านไปอย่างไร้ความหมาย จนกระทั่งเขาได้เจอกับเพื่อนบ้านสาวอย่าง Irene ความสัมพันธ์ที่งดงามก็ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นอย่างช้า ๆ แต่ทั้ง 2 ต่างก็รู้ดีว่ามันคือความรักที่เป็นไปไม่ได้
ผู้ชายทำงานอย่างเราอาจเคยได้ยินคำว่า Burnout ผ่านหูกันมาบ้าง หรือที่ชวนหดหู่ยิ่งกว่าคือบางคนเคยเผชิญหน้ากับอาหารหมดไฟไร้แรงจะทำงานมาด้วยตัวเอง (UNLOCKMEN เคยเขียนถึงอาการหมดไฟไว้ ย้อนอ่านได้ที่ BURN OUT SIGNS: สัญญาณหมดไฟของคนทำงาน ทำยังไงให้ไฟกลับมาลุกโชนอีกครั้ง) แต่คล้ายกับว่าอาการหมดไฟจะไม่ใช่อุปสรรคเดียวที่คนทำงานอย่างเราจะต้องก้าวข้ามไปให้ได้ เพราะ “อาการหมดใจ” หรือ Brownout นั้นก็น่าเป็นห่วงไม่แพ้กัน อาการนี้ไม่ใช่แค่หมดไฟจะไปต่อ แต่มันคือหมดใจกับระบบการทำงานและองค์กร รวมถึงเป็นสาเหตุที่คนเก่ง ๆ และมีความสามารถจำนวนมากตัดสินใจลาออกจากงานอย่างไม่มีใครหรืออะไรจะรั้งไว้ได้ อะไรคือสาเหตุที่ทำให้คนหมดใจกับงาน? ในฐานะผู้บริหารหรือเจ้าขององค์กรเราควรจัดการกับอาการนี้เพื่อรักษาคนเก่ง ๆ ไว้ได้อย่างไร? หมดใจไม่ใช่เล่น ๆ สาเหตุใหญ่ที่ทำให้คนเก่ง ๆ จากไป เมื่อเราพูดถึงอาการ Burnout เราก็มักจะเห็นภาพของคนที่หมดอาลัยตายอยากกับงานเสียเต็มประดา เพราะไฟในตัวมันมอดไหม้ไปสิ้นแล้ว จะทำอะไรก็เบื่อหน่าย อาการก็ออกมาให้เห็นชัด ๆ ว่าไม่พร้อมจะลุกขึ้นมาทำอะไรอย่างที่เคยทำได้ แต่ Brownout นั้นต่างออกไป จินตนาการถึงแสงจากดวงดาวที่ไม่ได้ดับสนิทมืดลงทันที แต่ยิ่งเฝดห่างออกมาเท่าไหร่แสงก็ยิ่งริบหรี่ลงเท่านั้น เพราะคนที่เข้าข่ายอาการ Brownout นั้นการทำงานภายนอกจะเหมือนเดิมทุกอย่าง เพียงแต่ภายในใจต่างหากที่มันได้ตายจากองค์กรไปแล้วโดยมีสาเหตุมาจากหลายสิ่งในองค์กร อาการเหล่านี้มักจะเกิดกับคนทำงานเก่ง ๆ หรือคนในองค์กรที่มีประสิทธิภาพกว่าคนอื่น (ผลสำรวจระบุว่า Top Performer หนึ่งในสามมีอาการนี้และกำลังหางานใหม่) คนเก่งในองค์กรนั้นเมื่อหมดใจกับงานตรงหน้าหรือหมดใจกับองค์กรที่ทำ พวกเขามีทางเลือกมากกว่าคนที่ทำงานไม่เก่งจึงไม่แปลกใจที่องค์กรมักเสียคนทำงานเก่ง
ข่าวดีสำหรับคนที่อยากได้รถสำหรับครอบครัว มีพื้นที่ในการเดินทางกว้างขวางสำหรับลูกคนใหม่ หรือพาพ่อแม่ไปเที่ยวพักผ่อน MG เตรียมเปิดตัว “NEW MG V80” รถยนต์ Passenger Van ขนาด 11 ที่นั่ง ที่มาพร้อมห้องโดยสารกว้าง พร้อมความสะดวกสบาย และระบบความปลอดภัยครบครัน เจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถยนต์นั่งขนาดใหญ่เพื่อการเดินทางกับครอบครัว หรือในแบบหมู่คณะ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40 ณ อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 7 เมษายน 2562 นี้ นับตั้งแต่ MG เปิดตัวรถยนต์นั่งรุ่นแรกสู่ตลาดเมืองไทยเมื่อปี 2014 ปัจจุบัน MG จำหน่ายรถยนต์ที่ครอบคลุมทั้งรถยนต์นั่ง 4 ประตู (Sedan) รถยนต์นั่ง 5 ประตู (Hatchback) และรถเอสยูวี (SUV) โดยได้รับการตอบรับจากลูกค้าคนไทยเป็นอย่างดี มียอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงต้องการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าคนไทยมากขึ้น ล่าสุดจึงได้เตรียมแนะนำ
หากเราเปิดภาพยนตร์สักเรื่องดู แบบที่ไม่รู้มาก่อนว่านี่คือเรื่องอะไร สิ่งที่ทำให้เราเดาได้ว่านี่คือหนังของผู้กำกับคนไหน คงจะเป็น Signature ของภาพที่เราได้เห็นและเทคนิคการเล่าเรื่อง เหมือนกับเวลาเราคุ้นตากับลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์ของนักวาดการ์ตูน คุ้นกับสำนวนสละสลวยของนักเขียน ผู้กำกับหลายคนก็มักจะมีเอกลักษณ์ของตัวเองจนเรารู้ได้ในทันทีว่านี่คือผลงานของเขา อย่างภาพยนตร์หม่นหมองของ Tim Burton สีฟ้าอมเขียวและภาพสโลวโมชั่นแบบไร้ที่มาของ Zack Snyder และทุกอย่างที่ดูสมมาตรไปหมดในมุมมองของ Wes Anderson หากใครได้ดูภาพยนตร์ของ Anderson มาบ้าง คงพอจะนึกภาพ Mood and tone ของเรื่องออก ว่าเรากำลังจะพูดถึงอะไร ไม่ว่าจะเป็นการจับคู่สีที่ชาญฉลาด ตัวละครเพี้ยน ๆ รวมทั้งมุมมองที่แสนจะสมมาตรมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนสิ่งเหล่านี้กลายเป็นเอกลักษณ์ของเขา ชนิดที่ว่าดูเรื่องไหนก็เจอมันเรื่องนั้นนั่นแหละ แฟน ๆ หลายคนเองก็ชื่นชอบภาพยนตร์ของเขาเพราะฟินกับความสมมาตรที่ได้ชม เคยสงสัยกันบ้างไหม ว่าทำไมรูปร่าง ภาพ มุมมองที่สมมาตร มันถึงทำให้เราฟินจนรู้สึกว่ามันคือสัดส่วนที่ใช่ของมวลมนุษยชาติ เราจะมาหาคำตอบนี้ไปพร้อมกัน สัดส่วนสุดพึงใจ ความลงตัวของสัดส่วนธรรมชาติ ความสมมาตรคือสัดส่วนที่เราคุ้นเคยกันดี เพราะมันคือสัดส่วนที่ธรรมชาติรังสรรค์ ไม่ต้องมองหาที่ไหนไกลเลย ลองมองที่ตัวเราเองนี่แหละ ตอนที่เราแบ่งเซลล์แล้วประกอบร่างมาเป็นตัวเราอย่างในทุกวันนี้ มันคือการประกบเข้าหากันแบบสมมาตร ลองสังเกตดูว่าร่างกายของเรา มันจะมีเส้นตรงกลางลำตัว ชัดเจนที่สุดคงเป็นเส้นตรงหน้าท้อง หากผ่าร่างกายเราในแนวแกน Y มันจะแบ่งครึ่งได้แบบสมมาตรพอดิบพอดี
รถยนต์ 1 ในตำนานยอดฮิตของผู้ชายทั้งโลก การถือกำเนิดของ AC Cobra หรือ Shelby Cobra ชื่อเรียกสำหรับทำตลาดในอเมริกาซึ่งพวกเราคุ้นเคยกับชื่อหลังมากกว่า เป็นรถที่หาของแท้ได้ยาก แม้จะมีการทำแบบ Replica ขึ้นมามากแค่ไหน แต่ก็ไม่ทำให้ราคามูลค่าของรถดั้งเดิมลดหายไปได้ แม้จะมีความแตกต่างในคาแรคเตอร์มากแค่ไหน แต่สิ่งนึงที่ Shelby Cobra มีเหมือนกับจุดเริ่มต้นของรถยนต์ระดับโลกทุกแบรนด์ นั่นคือความลุ่มหลงที่หมายจะสร้างรถแข่งให้โลกได้จารึกไว้ของ Carroll Shelby ชายผู้มีความเร็วอยู่ในหัวใจ และเป็นผู้ให้กำเนิด Shelby Cobra แก่โลกใบนี้เมื่อ 57 ปีที่แล้ว Carroll Shelby เด็กชาว Texas ที่เกิดมาพร้อมปัญหาลิ้นหัวใจตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ทำให้เค้ามีปัญหาด้านสุขภาพมาโดยตลอด แต่กระนั้นมันก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะมาแยก Shelby ออกจากความรักในการแข่งขันรถยนต์ได้ แม้ในวัยหนุ่มเค้าจะยังไม่มีรถเป็นของตัวเอง แต่ก็พยายามไปหยิบยืม Allards ของเพื่อนเพื่อใช้ซิ่งแข่งอยู่เป็นประจำ และนั่นก็ทำให้ Shelby ประทับใจในรถบอดี้น้ำหนักเบาจาก UK ที่ใส่ขุมพลัง V8 บล็อคใหญ่จาก US เข้าอย่างจัง ซึ่งเป็นอิทธิพลที่ทำให้เกิดเป็น Shelby
ตอนเด็ก ๆ เวลาดูหนังฮอลลีวูดกับครอบครัว ถ้าพระเอกจะสูบบุหรี่หรือเจ้าพ่อมาเฟียอิตาลีมาดเท่อยากสูบซิการ์ ก็มักจะหยิบไฟแช็คทรงเหลี่ยมเปิดฝาแล้วมีเสียงดังกริ๊งขึ้นมาจุดไฟเสมอ เพราะเห็นในภาพยนตร์บ่อยจนชินตาจึงสงสัยและตั้งคำถามว่ามันคือไฟแช็คอะไร จนได้คำตอบว่ามันคือ Zippo ตัวแทนความเท่ในวัยเด็กที่ตรึงใจมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้ UNLOCKMEN จึงสงสัยว่าอะไรที่ทำให้ไฟ Zippo กลายเป็นไอเทมสุดโปรดของใครหลายคน จนถูกเรียกว่า “A legendary and distinct symbol of America” หรือตำนานที่เป็นสัญลักษณ์ของอเมริกา แล้วจุดเริ่มต้นของตำนานนี้เริ่มมาจากอะไร และทำอย่างไรถึงรับได้ความนิยมมายาวนานไม่เสื่อมคลาย เรื่องราวของของไฟแช็คทรงเหลี่ยม เกิดขึ้นโดยชายชาวอเมริกันชื่อว่า George Grant Blasisdell เขาเป็นชายที่อยากทำงานมากกว่าเรียนหนังสือ เมื่อเขาบอกความต้องการของเขาให้ครอบครัวฟัง พ่อกลับส่งเขาไปยังโรงเรียนเตรียมทหารแทน แต่สุดท้ายจอร์จ เบรสเบล เรียนได้แค่ 2 ปีก็ลาออกกลับมาทำงานที่บ้าน อย่างไรก็ตาม เขาคือเด็กชายที่ไม่มีวุฒิการศึกษา ไม่มีประสบการณ์ทำงาน แม้จะเป็นธุรกิจของครอบครัวตัวเอง แต่เขาต้องเริ่มตั้งแต่การทำงานในโรงงาน รับค่าจ้างชั่วโมงละ 10 เซ็นต์เท่ากับคนอื่น ๆ ถึงจะได้เงินน้อยแต่จอร์จกลับรู้สึกสนุกกว่าการต้องไปนั่งเรียนหนังสือ เขาเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับเครื่องจักรและระบบการทำงานอย่างเต็มที่ จนได้ขึ้นมาดูแลกิจการแทนพ่อในปี 1920 ซึ่งเป็นสองปีหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุดลง จอร์จได้ขึ้นมากุมบังเหียนธุรกิจครอบครัวในช่วงเศรษฐกิจทั่วโลกซบเซาจากผลของสงคราม ทำให้เขาเริ่มมองหาธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อสร้างรายได้มากขึ้น
มันต้องมีสักครั้ง ที่เราเดินเข้าไปดูงานจัด Gallery Art แนว Abstract แล้วซึมซับสุนทรียภาพข้างหน้าพร้อมความรู้สึกสงสัยว่า “เฮ้ย ! ทำไมงานนี้เป็นงานดังระดับโลกวะ?” หรือรู้สึก “เข้าไม่ถึงความงามระดับสากล” ที่หลายคนชื่นชม ความสงสัยนี้ถูกเก็บงำมานับศตวรรษ การประเมินค่าความงามที่ไม่อาจตีความให้เห็นเป็นรูปธรรมได้ เพราะ “ความสวย” เป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่เรื่องทั้งหมดนี้ได้รับการอธิบายด้วยผลวิจัยล่าสุดจาก Columbia Business School ว่า ทั้งความเก่งกาจและความครีเอทีฟเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งที่สร้างชื่อเสียงอันโด่งดังให้ศิลปิน เพราะปัจจัยที่ช่วยเป็นป๋าดันพวกเขาโด่งดังมันมาจาก “CONNECTION” ต่างหาก Connection กับแวดวงศิลปะ แม้คอนเนคชั่นฟังแล้วอาจจะดูเป็นเรื่องของธุรกิจมากกว่าศิลปะ แต่การศึกษาวิจัยเรื่อง Fame as an Illusion of Creativity: Evidence from the Pioneers of Abstract Art หยิบ “ชื่อเสียงและความสำเร็จ” แบบนามธรรมในวงการศิลปะ มากางและวิเคราะห์จนพบต้นตอของชื่อเสียงเหล่านั้นว่า นอกจากความเก่งแล้ว สิ่งที่ดันให้พวกเขาโดดเด่นขึ้นมาเหนือศิลปินคนอื่น ๆ คือกลุ่มคนที่พวกเขาคบหา การวิจัยครั้งนี้ใช้ชื่อศิลปินสาย Abstract ที่อยู่ในยุค
การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ ถือเป็นเรื่องชวนให้หัวใจผู้ชายอย่างเราเต้นแรงในหลากหลายเหตุผล บางหัวใจเต้นแรงเพราะนี่คือการเลือกตั้งครั้งแรกในชีวิต บางหัวใจเต้นแรงเพราะเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 5 ปี ในขณะที่บางหัวใจก็เต้นแรงเพราะสมรภูมิการเมืองครั้งนี้มีเรื่องชวนให้ขบคิดและน่าสนใจกว่าหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา “คนรุ่นใหม่” คืออีกกุญแจสำคัญที่ทำให้หัวใจผู้ชายหลายคนเต้นแรง การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่วิธีคิดเดิม ๆ ว่ามีแต่คนมีอายุเท่านั้นที่จะทำงานการเมืองได้ถูกปัดตกไป เพราะพรรคการเมืองหลายพรรคเลือกชูคนรุ่นใหม่มาเป็นอีกทางเลือกในสนามการเมืองครั้งนี้ “ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ” เองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ถ้าพูดถึงการเมืองกับคนรุ่นใหม่แล้ว คงขาดเขาไปไม่ได้ บางคนจดจำเขาในฐานะชายหนุ่มที่มีศักยภาพพร้อมทำงานการเมืองเต็มเปี่ยม บางคนนึกถึงเขาในฐานะคนหนุ่มฐานะดี การศึกษาพร้อม แต่สมัครใจเป็นทหารเกณฑ์ และไม่ว่าจะพยายามหนีอย่างไรก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าบางคนเห็นเขาเป็นหลายชายหนุ่มรูปหล่อของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ การเป็นลูกหลานคนดัง บางคนมองเห็นเป็นบันได ถีบไต่ตัวเองขึ้นสูงกว่าเดิมได้ แต่บางคนก็เห็นเป็นหลุมพราง ล่อลวงให้คนที่ยังไม่ทันรู้จักเขาดีตกไปในหลุมแห่งความชอบหรือไม่ชอบได้ ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ เป็นอย่างหลัง ก่อนที่คุณจะตัดสินเขาจากหน้าตาหรือการเป็นหลานชายของใคร UNLOCKMEN อยากชวนมารู้จักตัวตนของเขาไปพร้อม ๆ กัน หลังจากบทสนทนานี้จบลงแล้ว ค่อยตัดสินเขาก็ยังไม่สาย แต่ที่แน่ ๆ ผู้ก่อตั้งกลุ่ม New Dem และผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ เขตบางกะปิ – วังทองหลาง (แขวงพลับพลา) คนนี้ประกาศชัดเจนว่า “สำหรับผมแล้วผมต้องการพิสูจน์ สิ่งที่ผมเคยทำมาได้ ไม่ได้เป็นเพราะผมเป็นลูกหลานใครและผมจะมุ่งมั่นต่อไป” มาพิสูจน์ตัวตนและทัศนคติของเขา ผ่านบทสนทนานี้ไปพร้อม ๆ กัน … ตั้งแต่ตัดสินใจทำงานการเมือง ไลฟ์สไตล์การแบ่งเวลา


